เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 692 รักษาได้ทุกโรค

ตอนที่ 692 รักษาได้ทุกโรค

ตอนที่ 692 รักษาได้ทุกโรค


ตอนที่ 692 รักษาได้ทุกโรค

เมื่อเซี่ยเฟยกับลูคัสต่างก็โต้เถียงกันแบบนี้ มันจึงสร้างความปวดหัวให้กับจีเวนต์กับโจอี้มาก เพราะท้ายที่สุดนักปรุงยาในแดนเนรเทศแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่ล้ำค่า พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะทำให้ใครคนใดคนหนึ่งไม่พอใจเลยแม้แต่นิดเดียว

หากเรื่องในวันนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และมีข่าวแพร่สะพัดออกไปในหมู่นักปรุงยาว่าชาวบัลรอคให้การต้อนรับนักปรุงยาไม่ดี มันก็อาจจะไม่มีนักปรุงยาเดินทางมาที่ดาวของพวกเขาอีกเลย ซึ่งในเวลานั้นอาการเจ็บป่วยของคนภายในเผ่าก็จะไม่ได้รับการรักษา และมันก็คงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงผลกระทบที่จะตามมาหลังจากนั้นเลย

น่าเสียดายที่ลูคัสไม่ใช่คนที่ยอมถอยง่าย ๆ ส่วนเซี่ยเฟยก็ดูเหมือนจะเป็นพวกเล่นลิ้นพูดจาพลิกแพลงสถานการณ์ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการได้อย่างง่ายดาย เพราะหลังจากที่นักปรุงยาหนุ่มพูดขึ้นมาเพียงแค่ไม่กี่คำ มันก็ทำให้ลูคัสหน้าเขียวด้วยความโกรธ

“โจอี้ พวกเราควรจะทำยังไงดี?” จีเวนต์หันไปถามโจอี้เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะท้ายที่สุดโจอี้ก็คือคนที่ได้รับการศึกษามากที่สุดภายในเผ่า และความคิดของชายคนนี้ก็เคยช่วยเผ่ามาแล้วหลายครั้ง

ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในความอึดอัดอยู่นั่นเอง โจอี้ก็ลุกยืนขึ้นเดินเข้าไปดึงลูคัสกลับที่นั่งด้วยท่าทางอันนอบน้อม

เซี่ยเฟยไม่ได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์ในตอนนี้มากนัก เพราะท้ายที่สุดมันก็มีคนเถียงชนะเขาอยู่เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งในกรณีของลูคัสก็คงจะต้องไปฝึกฝนอีกหลายปีถึงจะพอมาเถียงกับเขาได้

“นายท่านเก่งจริง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่านายท่านจะมีความสามารถทางด้านการปรุงยาด้วย” เซธกล่าวพร้อมกับแอบยกนิ้วโป้งให้กับเซี่ยเฟย

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร

หลังจากนั้นลูคัสก็จงใจเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรุงยา เพื่อพยายามพิสูจน์ว่าเซี่ยเฟยไม่ได้มีความสามารถทางด้านการปรุงยาเลย

แต่น่าเสียดายที่เขาประเมินเซี่ยเฟยต่ำจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ได้ฝึกฝนการปรุงยากับอันธมานานหลายปี และเมื่อมันได้รวมกับฐานข้อมูลของโซฟีที่เขาได้รับมาภายหลัง มันก็ทำให้เซี่ยเฟยมั่นใจว่านักปรุงยาทั่ว ๆ ไปไม่ได้มีความรู้ใกล้เคียงกับเขาอย่างแน่นอน

อันที่จริงลูคัสเป็นเพียงแค่นักปรุงยาระดับต่ำที่ไม่ได้มีความรู้ทางด้านการปรุงยามากนัก แต่โชคดีที่ในแดนเนรเทศหานักปรุงยาได้ยากมาก ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาเพียงเท่านี้จึงมากพอที่จะให้เขาหาเลี้ยงชีพได้แล้ว

ส่วนเหตุผลที่เขาเชื่อว่าเซี่ยเฟยไม่ใช่นักปรุงยา นั่นก็เพราะชายหนุ่มคนนี้ยังมีอายุน้อยมากจนเกินไป

ย้อนกลับไปในตอนที่เขาอยู่กับอาจารย์ ลาคูสได้บอกกับเขาว่าเขามีความสามารถเทียบเท่ากับนักปรุงยาระดับที่ 2 แล้วและมีความรู้มากพอที่จะออกไปเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง

ลูคัสรู้ดีว่าอาจารย์ไม่ต้องการที่จะสั่งสอนเขาอีกต่อไป และเมื่ออาจารย์เป็นคนเอ่ยปากออกมาก่อน เขาก็ไม่คิดที่จะหน้าด้านอยู่กับลาคูสต่อ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังได้รับชื่อเสียงในฐานะศิษย์ของเจ้าโอสถแห่งแดนเนรเทศ เขาจึงสามารถออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวได้อย่างสะดวกสบาย

อย่างไรก็ตามหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้อาจารย์ขับไล่เขาออกมา นั่นก็เพราะว่าลาคูสได้รับศิษย์คนใหม่ที่มีอายุน้อยและมีความสามารถมากกว่าเขาเข้ามาทำการฝึกฝน ลูคัสถึงเกลียดนักปรุงยาอายุน้อยเข้ากระดูกดำ

ดังนั้นเมื่อเขาได้เห็นเซี่ยเฟยในวันนี้ เขาจึงระบายความโกรธแค้นทั้งหมดภายในใจเข้าใส่ชายหนุ่มในทันที และใช้ความพยายามทั้งหมดที่เขามีในการพิสูจน์ว่าเซี่ยเฟยเป็นนักปรุงยาตัวปลอม

ในระหว่างที่ทั้งสองคนพูดจาโต้เถียงกัน แม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้เลยว่าเซี่ยเฟยมีความรู้ทางด้านการปรุงยาจริง ๆ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจคำศัพท์เฉพาะบางคำ แต่พวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังสื่อสารออกไปได้

ทุกครั้งที่ลูคัสตั้งคำถาม เซี่ยเฟยจะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเสมอ แต่ในทางกลับกันทุกครั้งที่เซี่ยเฟยตั้งคำถามขึ้นมา ลูคัสก็มักที่จะตอบคำถามขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก และมีการส่งเสียงตอบขึ้นมาเบา ๆ อย่างไม่ค่อยชัดเจน

“อะแฮ่ม เมื่อนานมาแล้วมีพวกอันธพาลเข้ามาพยายามจับตัวคนของเราไปขายเป็นทาส ทำให้ในตอนนั้นมันได้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และสถานการณ์ในเผ่าของเราก็ยังย่ำแย่มาจนถึงปัจจุบัน” จู่ ๆ โจอี้ก็กล่าวขึ้นมา

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเหลือบสายตามองไปทางเซธ ซึ่งชายคนนั้นก็ก้มหน้าหลบสายตาลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าอันธพาลที่โจอี้พูดถึงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากเซธนั่นเอง

“ในฐานะที่พวกคุณทั้งสองคนเป็นนักปรุงยาชั้นยอด ไม่ทราบว่าพวกคุณพอจะช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวนมากในเผ่าของเราที่กำลังรอการรักษาได้หรือไม่ ส่วนข้อพิพาทระหว่างพวกคุณทั้งสองคนเรื่องนั้นผมไม่อาจทำความเข้าใจได้จริง ๆ แล้วทำไมพวกเราไม่มาค้นหาความจริงในระหว่างกระบวนการรักษาในครั้งนี้ล่ะ?”

ชายคนนี้สมแล้วที่ได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของเผ่าพันธุ์ เพราะเขาสามารถโยงข้อพิพาทในครั้งนี้ไปยังผลประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ตัวเองได้

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกับลูคัสกำลังพยายามรักษาผู้ป่วยเพื่อแข่งขันกัน ผู้ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในครั้งนี้มากที่สุดย่อมเป็นพวกบัลรอคอย่างแน่นอน เพราะท้ายที่สุดนับตั้งแต่ที่เซธเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับเผ่าพันธุ์นี้ มันก็ยังคงมีผู้บาดเจ็บเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก

“โจอี้พูดถูกแล้ว พวกเราชาวบัลรอคให้ความเคารพเหล่านักปรุงยามาโดยตลอด และถ้าหากว่าพวกคุณยินดีที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้พวกเรา ฉันก็ยินดีที่จะเพิ่มค่ารักษาให้กับพวกคุณเป็น 2 เท่าจากค่ารักษาเดิมที่พวกคุณต้องการ” จีเวนต์รีบพูดเสริม

เหตุการณ์นี้ทำให้ลูคัสชะงักไปเล็กน้อย เพราะจุดประสงค์หลักที่เขาเดินทางมาหาพวกบัลรอคในครั้งนี้ นั่นก็คือการเดินทางมาหาเงิน ส่วนเรื่องที่เขาโต้เถียงกับเซี่ยเฟยนั่นก็เป็นเพราะบาดแผลในอดีตที่มันยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจของเขา มันจึงทำให้เขาไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

แต่หลังจากที่เขาได้โต้เถียงกับเซี่ยเฟยไปสักพัก เขาก็สามารถยืนยันได้แล้วว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นนักปรุงยาจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ดูเหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะมีความรู้ความสามารถค่อนข้างดี และมันก็อาจจะดีมากกว่าตัวของเขาเอง

“ในเมื่อพวกคุณเสนอมาแล้วฉันก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ แต่ฉันไม่ได้ต้องการเงินหรอกนะ ฉันต้องการเพียงแค่บ๊วยไฟอย่างเดียวเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าลูคัสจะน่ารำคาญมากแต่เซี่ยเฟยก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับชายคนนี้มากเกินไป ท้ายที่สุดจุดประสงค์ที่เขาเดินทางมาในครั้งนี้คือการหลอกล่อควินซี่ออกมา และตราบใดก็ตามที่เขาได้รับคริสตัลกลืนโลหิตมา มันก็อาจจะสามารถช่วยส่งเสริมให้เขากลายเป็นราชากฎได้ในเวลาอันรวดเร็ว

“หึ อย่าคิดว่าฉันจะกลัว! ในเมื่อมันตอบตกลงทางฉันก็ไม่มีปัญหาด้วยเหมือนกัน” ลูคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

คำตอบของนักปรุงยาทั้งสองคนทำให้จีเวนต์กับโจอี้เผยรอยยิ้มออกมาอย่างยินดี เพราะการที่มันได้มีนักปรุงยาปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกันสองคนแบบนี้ เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์พวกเขาเลย

“เอาล่ะวันนี้ฉันขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงฉลองให้กับพวกคุณเอง แล้ววันพรุ่งนี้พวกเราค่อยไปเปิดคลินิกรักษาคนป่วยกัน” จีเวนต์กล่าวพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาอย่างยินดี

รุ่งเช้าในวันถัดมามันก็ได้มีการตั้งกระโจม 2 หลังเพื่อให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ามารับการรักษา มันจึงมีผู้บาดเจ็บมาต่อแถวรอเป็นจำนวนมาก เพราะสภาพแวดล้อมในดาวดวงนี้รุนแรงมากจนเกินไป นักปรุงยาส่วนใหญ่จึงไม่อาจจะอยู่ที่นี่ได้นาน เหล่าบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บจึงพยายามมารับการรักษาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้

เนื่องจากเซี่ยเฟยกับลูคัสไม่ได้ทนความร้อนได้ดีเหมือนกับชาวบัลรอค จีเวนต์จึงสั่งให้คนรับใช้คอยดูแลนักปรุงยาทั้งสองคนเป็นอย่างดี มันจึงมีการเสิร์ฟน้ำแข็ง, เครื่องดื่มเย็น ๆ และของหวานเย็น ๆ บนโต๊ะของทั้งสองคนตลอดเวลา

ลูคัสเข้าไปภายในกระโจมและเริ่มการรักษาตั้งแต่เช้า เพราะเขาไม่อยากที่จะพ่ายแพ้ให้กับชายหนุ่มคนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นจุดประสงค์หลักที่เขาเดินทางมาหาพวกบัลรอคคือการมาหาเงิน ยิ่งพวกบัลรอคอยากจะได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เขาจึงสามารถขูดรีดค่ารักษาจากผู้ป่วยแต่ละคนได้เป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้เองสมาชิกในกระโจมของลูคัสจึงไม่ได้มีเพียงแต่ทหารที่คอยเฝ้ายามเท่านั้น แต่มันยังมีพนักงานพิเศษที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเขาเพื่อช่วยลงบัญชีและเรียกเก็บเงินแทนเขาอีกด้วย

ในพริบตาเวลาก็ได้ล่วงเลยมาจนถึง 9 โมงเช้าแล้ว ลูคัสจึงวางเครื่องมือลงบนโต๊ะพร้อมกับหันไปถามพนักงานของเขาว่า

“ตอนนี้ฉันรักษาผู้ป่วยไปแล้วกี่คน?”

“57 คนแล้วครับคุณหมอ คุณหมอรักษาได้เร็วมากเลย” พนักงานกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ฉันก็แค่ใช้ความพยายามนิด ๆ หน่อย ๆ เอง ว่าแต่สถานการณ์ของอีกฝั่งเป็นยังไงบ้าง?” ลูคัสกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

แน่นอนว่าสถานการณ์ที่เขาถามถึงย่อมหมายถึงสถานการณ์ของทางฝั่งเซี่ยเฟย เพราะท้ายที่สุดในครั้งนี้เขาก็ไม่อยากที่จะได้รับความพ่ายแพ้ เขาจึงพยายามถามถึงจำนวนผู้รับบาดเจ็บที่เซี่ยเฟยทำการรักษาไปแล้ว

“คุณหมอดื่มน้ำผลไม้เย็น ๆ นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะออกไปถามข้อมูลกลับมาให้” พนักงานยื่นน้ำบ๊วยเย็นให้กับลูคัส ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากกระโจมอย่างรวดเร็ว

กระโจมทั้งสองแห่งตั้งอยู่ติดกันพนักงานคนนั้นจึงออกไปหาข้อมูลเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งในระหว่างที่ลูคัสกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ พนักงานของเขาก็วิ่งกลับเข้ามาโดยมีใบหน้าที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ

“เป็นยังไงบ้าง?” ลูคัสถามโดยพยายามแสดงท่าทางเป็นเหมือนคนไม่ได้สนใจ

“อาเฟยไม่ได้มาตรวจผู้ป่วยด้วยซ้ำ ในกระโจมมีแต่ทาสของเขานั่งอยู่เพียงคนเดียว ถ้าหากใครถามว่าอาเฟยจะกลับมาเมื่อไหร่ทาสคนนั้นก็จะบอกว่าไม่รู้และไล่ผู้ป่วยมาหาคุณในทันที” พนักงานกล่าวพร้อมกับส่ายหัวอย่างหงุดหงิด

“ความจริงมันก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก ก็แค่เขาโม้เอาไว้มากเกินไปและไม่อยากจะถูกจับได้ก็เท่านั้นเอง” ลูคัสพูดขึ้นมาอย่างมีความสุข

“คุณหมอกำลังบอกว่าอาเฟยไม่มีความสามารถในการรักษา เขาเลยไม่กล้าปรากฏตัวขึ้นมางั้นเหรอ?” พนักงานถามอย่างตกใจ

“ปล่อยเขาไปเถอะเขายังเด็ก ฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว” ลูคัสกล่าว

“คนของเราได้เผยแพร่ความสามารถของคุณหมอออกไปแล้ว ผมได้ยินว่าชื่อเสียงของคุณหมอได้กระจายไปจนถึงเผ่าพันธุ์อื่น ๆ และทำให้มีคนเป็นจำนวนมากกำลังเร่งเดินทางมาที่นี่” พนักงานกล่าวอย่างพึงพอใจ

“จริงเหรอ?”

“จริงสิ พวกเขายังพูดอีกด้วยนะว่าคุณคือนักปรุงยามหัศจรรย์ที่จะถือกำเนิดขึ้นมาสักครั้งในรอบ 100 ปี และความยิ่งใหญ่ของคุณหลังจากนี้ก็คงจะไม่แพ้เจ้าโอสถอย่างอาจารย์ของคุณเลย”

“อย่าเอาฉันไปเทียบกับอาจารย์เลย ฉันไม่มีอะไรเทียบเคียงกับอาจารย์ได้หรอก” ลูคัสกล่าวอย่างถ่อมตัว

การที่เซี่ยเฟยไม่ปรากฏตัวขึ้นมาแบบนี้ มันจึงทำให้ลูคัสสรุปได้อย่างรวดเร็วว่าอีกฝ่ายกลัวที่จะได้รับความพ่ายแพ้ ยิ่งเขาคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในพริบตาเดียวเขาก็ได้รักษาผู้ป่วยไปแล้วถึง 173 ราย

ในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่าย ลูคัสที่กลัวว่าเซี่ยเฟยกำลังซ่อนกลอุบายอะไรเอาไว้บางอย่าง เขาจึงได้ส่งพนักงานของเขาไปแอบดูสถานการณ์ของทางฝั่งเซี่ยเฟยอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นานพนักงานของเขาก็กลับมาด้วยสีหน้าที่สับสนเล็กน้อย

“เป็นไงบ้าง?”

“อาเฟยมาแล้วและเขายังทำป้ายติดบนกระโจมว่าเขาสามารถรักษาได้ทุกโรค”

“มันจะโม้มากเกินไปแล้ว!” ลูคัสกระแทกแก้วน้ำหวานลงบนโต๊ะด้วยความโกรธ

“แม้แต่อาจารย์ของฉันก็ยังไม่กล้าบอกว่าตัวเองรักษาได้ทุกโรค เขาเคยรักษาโรคมาแค่กี่โรคกันแน่ถึงได้กล้าประกาศสรรพคุณของตัวเองออกไปอย่างยิ่งใหญ่แบบนั้น ว่าแต่ตอนนี้มันรับผู้ป่วยไปรักษาได้กี่คนแล้ว?”

“ไม่มีเลยสักคนครับ เขายังคงผลักผู้ป่วยทุกคนมาหาคุณ” พนักงานกล่าวอย่างระมัดระวัง

“มันยังไม่กล้ารักษาผู้ป่วยเลยด้วยซ้ำ แต่กลับขึ้นป้ายอย่างยิ่งใหญ่ซะขนาดนั้นเนี่ยนะ?!” ลูคัสกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“คุณหมอไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมเขาถึงยังไม่ลงมือรักษา?” พนักงานกล่าวถามออกไปอย่างลังเล

“ทำไม? มันบอกมาว่าอะไร?”

“เขาบอกว่าอาการบาดเจ็บธรรมดา ๆ ให้คุณหมอรักษาได้เลย เขาจะลงมือรักษาเฉพาะอาการที่คุณหมอไม่สามารถรักษาได้เท่านั้น”

***************

เจ็บแสบ!! พี่เฟยปากแซ่บสุดๆ 555

จบบทที่ ตอนที่ 692 รักษาได้ทุกโรค

คัดลอกลิงก์แล้ว