เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 689 ตามหาควินซี่

ตอนที่ 689 ตามหาควินซี่

ตอนที่ 689 ตามหาควินซี่


ตอนที่ 689 ตามหาควินซี่

“คุณจะทำตามแผนนี้จริง ๆ เหรอ? มันเสี่ยงมากเกินไปหน่อยไหม?” คาเซะถาม เพราะแผนการของเซี่ยเฟยคือการเจาะเข้าไปในตระกูลหยู ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถแฝงตัวเข้าไปได้ง่าย ๆ

“แผนการนี้มันมีความเสี่ยงอยู่มากจริง ๆ ส่วนโอกาสที่แผนจะสำเร็จหรือล้มเหลวมันก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกคุณทำได้ดีมากแค่ไหน ฉันได้อธิบายลักษณะนิสัยของทุกคนเท่าที่จะทำได้แล้ว ส่วนที่เหลือพวกคุณก็คงจะต้องลอบเข้าไปสังเกตการณ์เก็บข้อมูลด้วยตัวเอง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างใจเย็น

“พวกเราไม่ได้สงสัยในข้อมูลที่คุณให้มาหรอก พวกเราต่างก็รู้ดีว่าทักษะในการสังเกตของคุณมันน่ากลัวมากแค่ไหน สิ่งที่ทำให้ฉันเป็นกังวลก็เพราะว่าเหตุการณ์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเก้าตระกูลชั้นยอด ดังนั้นถ้าหากว่าแผนการทั้งหมดผิดพลาดขึ้นมา…” คาเซะกล่าวอย่างลังเล

“ไม่ต้องห่วง ตราบใดก็ตามที่พวกคุณทำตามแผนการของฉันไปทีละขั้นตอน ฉันกล้ารับประกันได้เลยว่ามันไม่มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คาเซะเงยหน้าขึ้นไปถามความเห็นจากพ่อ ซึ่งรัคโค่ก็พยักหน้ากลับมาเป็นเชิงให้ตอบรับ หลังจากนั้นคาเซะก็กดปุ่มที่ซ่อนอยู่ด้านใต้โต๊ะภายในห้อง ก่อนจะมีชายชุดดำเดินเข้ามาภายในห้องจากประตูด้านข้างอย่างเงียบ ๆ

“เขาชื่อทากะเป็นหน่วยสอดแนมที่ดีที่สุดภายในทีมของเรา ส่วนโคตะที่คอยดูแลสัตว์อสูรให้กับพ่อของฉันก็เป็นลูกชายของเขาเอง” คาเซะกล่าวแนะนำชายชุดดำ

เซี่ยเฟยพยักหน้าทักทายเล็กน้อย ส่วนทางทากะก็ถอดหน้ากากออกมาเพื่อแสดงใบหน้าของเขาเช่นเดียวกัน โดยชายคนนี้ยังดูเด็กมาก ใบหน้าของเขาประกอบไปด้วยคิ้วหนา, ตาโตดูหล่อเหลาและฉลาดเฉลียวมากกว่าลูกชายของตัวเขาเอง

หน้าที่ของทากะคือการแอบเข้าไปภายในพื้นที่เป้าหมายล่วงหน้า เพื่อรวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็น ตามปกติเขาจึงไม่ได้แสดงใบหน้าที่แท้จริงออกมาให้ใครได้เห็นมากนัก แต่การที่คาเซะได้แนะนำตัวของเขาต่อหน้าเซี่ยเฟยแบบนี้ เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องปิดบังใบหน้าอีกต่อไป

“คราวนี้เราจะต้องทำภารกิจของอาเฟย และพวกนายจะต้องเตรียมออกเดินทางไปยังกลุ่มดาวม้าขาวของแดนเทพ รีบกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม และกำชับทุกคนภายในทีมเป็นอย่างดีว่าภารกิจนี้ผิดพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด” คาเซะกล่าวอย่างเคร่งขรึม

เมื่อทากะได้ยินว่าเขาจะต้องออกเดินทางไปยังกลุ่มดาวม้าขาว มันก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดคัดค้านอะไรออกมา ก่อนที่เขาจะก้มศีรษะลงและพูดกับเซี่ยเฟยด้วยความเคารพว่า

“คุณได้ช่วยชีวิตพ่อแม่ของฉันเอาไว้ คุณจึงถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวของเรา ดังนั้นคุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วง พวกเราจะปฏิบัติภารกิจนี้อย่างดีที่สุด”

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอฝากคุณจัดการเรื่องนี้ด้วยก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากนั้นคาเซะก็เริ่มเรียกสมาชิกภายในทีมเข้ามามอบหมายงานทีละคน และสาเหตุที่เขากระจายงานทุกอย่างต่อหน้าเซี่ยเฟยแบบนี้ นั่นก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะแสดงความจริงใจให้ชายหนุ่มได้เห็น

เซี่ยเฟยนั่งชมการกระจายงานของคาเซะอยู่อย่างเงียบ ๆ เพราะท้ายที่สุดชายคนนี้ก็คือผู้นำทีมสายลับที่ดีที่สุดในแดนเนรเทศ เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปแทรกแซงเรื่องภายในของคนพวกนี้

“คาเซะเป็นสายลับที่เก่งกาจและไว้ใจได้ พวกเราปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเขาเถอะ” โอโร่กล่าวโดยแฝงความนัยว่าให้ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคาเซะ แล้วให้เซี่ยเฟยออกเดินทางเพื่อไปจัดการกับควินซี่เสียที

ควินซี่คือผู้ทรยศเผ่าพันธุ์ไลอ้อนฮาร์ท โอโร่จึงไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งเฉยได้ เว้นแต่ว่าเขาจะแน่ใจว่าชายคนนี้ถูกสังหารไปแล้วจริง ๆ

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยเข้าใจความคิดของโอโร่เป็นอย่างดี เขาจึงเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไรออกมา

“ไม่ทราบว่าคุณติดปัญหาอะไรกับแผนการของฉันไหม?” คาเซะถามหลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว

“คุณคือผู้นำทีมสายลับที่ดีที่สุดของแดนเนรเทศเชียวนะ ส่วนผมเป็นแค่คนนอก ดังนั้นทุกการตัดสินใจของคุณย่อมดีต่อแผนการมากที่สุดอยู่แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไป

“ไม่ต้องห่วง พวกเราจะคอยช่วยเหลือคุณอย่างสุดความสามารถเอง” คาเซะกล่าว

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็หยิบอุปกรณ์เรดาร์แบล็คแบทรุ่นใหม่ออกมาจากแหวนมิติ ก่อนที่เขาจะยื่นมันไปให้กับคาเซะ

“เพื่อป้องกันไม่ให้การสื่อสารระหว่างพวกเรารั่วไหล หลังจากนี้พวกเราจะสื่อสารผ่านอุปกรณ์ชิ้นนี้ ส่วนเรื่องระยะทางสื่อสารไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรับประกันได้ว่ามันสามารถใช้ได้ทั่วทั้งเขตแดนของดินแดนผู้ใช้กฎ”

ทันใดนั้นคาเซะก็ชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะอุปกรณ์ตรงหน้ามีลักษณะเป็นเพียงแค่กล่องโลหะสีดำขนาดเล็ก และอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กนี้จะสามารถใช้ได้ทั่วทั้งดินแดนผู้ใช้กฎได้ยังไง

“ฉันเป็นคนค้นคว้าอุปกรณ์สื่อสารชิ้นนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง และเคยทดสอบการใช้งานมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นมันย่อมใช้การได้อย่างไม่ต้องสงสัย คุณสามารถเอามันไปใช้ด้วยความมั่นใจได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อสังเกตเห็นแววตาแห่งความสงสัยภายในดวงตาของคาเซะ

“นี่คุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองงั้นเหรอ หรือว่าคุณก็มีความเชี่ยวชาญทางด้านอุปกรณ์สื่อสารด้วย?” คาเซะกล่าวถามด้วยความตกตะลึง

“จะเรียกว่าเชี่ยวชาญก็คงจะไม่ถูกนักหรอก เอาเป็นว่าผมพอรู้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างถ่อมตัว

แม้ว่าชายหนุ่มจะตอบกลับอย่างถ่อมตัว แต่คาเซะก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่หาย เพราะทุกคนต่างก็รู้ถึงคุณค่าของอุปกรณ์สื่อสารภายในดินแดนของผู้ใช้กฎดี ซึ่งในตอนนี้มันมีเพียงแค่เข็มทิศมิติที่สามารถใช้สื่อสารได้ทั่วทั้งดินแดนกฎเพียงเท่านั้น แต่เข็มทิศมิติมีราคาที่สูงมาก และถึงแม้ว่าทีมของพวกเขาจะหาเงินได้เป็นจำนวนมาก แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะซื้อเข็มทิศมิติแจกจ่ายให้ทุกคนได้

ด้วยเหตุนี้เองหากเซี่ยเฟยนำอุปกรณ์สื่อสารชิ้นนี้ขายไปในตลาด มันก็จะต้องได้รับความนิยมในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน เพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่เพียงแต่จะสื่อสารได้ทั่วทั้งดินแดนกฎเท่านั้น แต่มันยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการสื่อสารอีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณสมบัติของอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นจริงดังที่เซี่ยเฟยกล่าวไว้ คาเซะก็คิดว่ามันคืออุปกรณ์สื่อสารที่ดีกว่าเข็มทิศมิติเสียอีก

“ในบัตรมีเงินอยู่ 1 ล้านคริสตัลเหลือง ถ้าหากว่าเงินนั่นมีไม่พอก็ให้ติดต่อมาขอฉันเพิ่มได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นบัตรธนาคารฟารซีให้กับคาเซะ

“บัตรธนาคารฟารซี!?” คาเซะอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง เพราะมันไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งนี้ได้ บัตรใบนี้เพียงใบเดียวจึงสามารถพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า เบื้องหลังของชายหนุ่มคนนี้จะต้องเป็นตระกูลที่มีความร่ำรวยมาก

“ใช่ มันคือบัตรจากธนาคารฟารซี ทางฝั่งของคุณไม่ได้มีปัญหาอะไรกับมันใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าว

“อาเฟยพวกเราไม่สามารถรับเงินจำนวนนี้ได้จริง ๆ ไม่ว่ายังไงคุณก็เป็นคนช่วยครอบครัวของพวกเราเอาไว้ ถ้าหากว่าทุกคนรู้ว่าฉันเรียกเก็บเงินค่าจ้างจากคุณ คนอื่น ๆ คงจะจับฉันไปถลกหนังทั้งเป็น” คาเซะกล่าวพร้อมกับยื่นบัตรคืนให้กับชายหนุ่ม

หลังจากโยนบัตรธนาคารกันไป ๆ มา ๆ หลายครั้ง เซี่ยเฟยก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องเก็บบัตรธนาคารนี้กลับไป

เซี่ยเฟยยังคงคิดว่าค่าจ้างของทีมซุยเซนอยู่ที่ 300 คริสตัลเหลืองต่อวัน แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่าปัจจุบันค่าจ้างของทีมซุยเซนเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 คริสตัลเหลืองต่อวันแล้ว การที่คาเซะปฏิเสธที่จะรับค่าตอบแทนแบบนี้ จึงช่วยให้ชายหนุ่มประหยัดเงินได้เป็นจำนวนมากโดยที่แม้แต่เขาก็ไม่รู้ตัว

หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยรายละเอียดกันไปจนถึงเช้า ก่อนที่เขาจะขอตัวจากไปเพื่ออาบน้ำ

“การเตรียมการของอาเฟยในแผนการครั้งนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเราเลย ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่เพียงแต่จะมีระดับพลังที่สูงมากเท่านั้น แต่เขายังมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องกลที่สูงมากอีกด้วย” รัคโค่กล่าวหลังจากเซี่ยเฟยกลับไปแล้ว

“มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิครับ เงินจำนวน 1 ล้านคริสตัลเหลืองที่เขาเสนอให้กับพวกเรามา มันเป็นรายได้รวมของพวกเราทั้งปีด้วยซ้ำ และการที่เขาเปิดบัญชีของธนาคารฟารซีได้แบบนี้ มันก็หมายความว่าเขาจะต้องเป็นคนที่ร่ำรวยมาก” คาเซะกล่าวเสริม

หลังจากนั้นพ่อลูกก็เผยรอยยิ้มให้แก่กัน โดยตอนแรกคาเซะไม่ค่อยพอใจที่ภรรยาพยายามจะให้ลูกสาวสุดที่รักของเขาแต่งงานกับเซี่ยเฟย แต่ในตอนนี้เขากำลังรู้สึกเห็นด้วยอย่างเต็มที่ และถ้าหากซากุระได้แต่งงานกับเซี่ยเฟยจริง ๆ มันก็จะทำให้ชีวิตในส่วนที่เหลือของลูกสาวของเขาเป็นการใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

อาหารเช้าที่โซระนำมาเสิร์ฟให้กับเซี่ยเฟยนั้นเป็นอาหารง่าย ๆ อย่างเช่นโจ๊กกับไข่ลวก ซึ่งในระหว่างมื้ออาหารซากุระก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วมันก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายตัวไปที่ไหน

หลังจากเซี่ยเฟยกินอาหารทุกอย่างจนเสร็จเขาก็กล่าวคำอำลา ซึ่งคาเซะรู้ดีว่าชายหนุ่มมีสิ่งสำคัญที่จะต้องไปทำเขาจึงไม่ได้พยายามที่จะรั้งเซี่ยเฟยเอาไว้

ประตูมิติค่อย ๆ ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ซึ่งหลังจากที่เซธโบกมือลาเดินเข้าไปภายในประตูมิติแล้ว เซี่ยเฟยก็หันมากล่าวกับคาเซะด้วยรอยยิ้มว่า

“ฝากบอกซากุระด้วยนะว่าคราวนี้ฉันขอโทษที่ทำตัวหยาบคายไปหน่อย เดี๋ยวคราวหน้าฉันจะซื้อของขวัญติดไม้ติดมือกลับมาให้”

จุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้คือดาวเคราะห์ที่ร้อนมาก แต่โชคดีที่ชุดเกราะชาร์ปเลสมีระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ สภาพแวดล้อมของดาวดวงนี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเซี่ยเฟย

“ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของพวกบัลรอคที่ไม่ชอบความหนาวเย็น ตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ตอนเช้า ถ้าหากว่าเป็นตอนเที่ยงอุณหภูมิจะสูงมากกว่านี้อีก” เซธกล่าวพร้อมกับเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้า

“เป้าหมายของฉันไม่ใช่พวกบัลรอคแต่เป็นคนที่ทำให้นายกลายเป็นทาส นายรู้ไหมว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน?” เซี่ยเฟยถาม

“ครั้งสุดท้ายที่ผมมาที่นี่ระบบตรวจสอบสิ่งมีชีวิตหาตัวเขาไม่พบด้วยซ้ำ ตอนนั้นจู่ ๆ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผมเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน” เซธกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“สาเหตุที่ควินซี่เลือกดาวดวงนี้นั้นก็เพราะว่าบาดแผลที่ฉันสร้างจะเริ่มสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาในวันที่ฝนตก แต่บนดาวดวงนี้แห้งแล้งมากแล้วมันก็ไม่มีทางที่ฝนจะตกลงมาง่าย”

“ยิ่งไปกว่านั้นศิลาหางฟินิกซ์ยังเป็นอาวุธธาตุดินที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในสภาพแวดล้อมแบบนี้มากที่สุด คราวนี้นายจะต้องระวังเขาเอาไว้ให้ดี ๆ แม้ว่านายจะแข็งแกร่งขึ้นมามากแล้ว แต่การเผชิญหน้ากับเขามันก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ” โอโร่กล่าวขณะเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงอาทิตย์อันแผดเผา

***************

จบบทที่ ตอนที่ 689 ตามหาควินซี่

คัดลอกลิงก์แล้ว