เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 687 ความลึกลับของสายเลือด

ตอนที่ 687 ความลึกลับของสายเลือด

ตอนที่ 687 ความลึกลับของสายเลือด


ตอนที่ 687 ความลึกลับของสายเลือด

“ตอนนั้นระบบบอกว่าสายเลือดของผมมันเป็นสายเลือดระดับ 4 ดาว” เซี่ยเฟยกล่าว

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็สัมผัสได้ถึงแววตาแปลก ๆ ที่โอโร่กำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่ เพราะแววตานั้นมันให้ความรู้สึกราวกับว่าอดีตจอมมารกำลังจ้องมองไปที่ตัวแปลกประหลาด…

“ทำไมคุณถึงมองผมแบบนั้นล่ะ? สายเลือดระดับ 4 ดาวมันไม่ดีงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไหนนายลองพูดเต็ม ๆ สิว่าตอนนั้นระบบพูดว่าอะไรบ้าง?” โอโร่กล่าวโดยพยายามระงับความตกใจเอาไว้อย่างเต็มที่

“ตอนนั้นระบบบอกว่าพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ถูกเปิดออก 100% ผ่านข้อกำหนดของการประเมินข้อที่ 1”

“สายเลือดระดับ 4 ดาว ผ่านข้อกำหนดในการประเมินข้อที่ 2”

“ค่าสัมประสิทธิ์, ประสาทสัมผัส, ความฉลาด, ความขยัน, ความจำ, ความน่าดึงดูดเฉลี่ยอยู่ที่ 28 คะแนน ได้รับการประเมินระดับ 3 ดาว ผ่านข้อกำหนดในการประเมินข้อที่ 3”

“การประเมินสามขั้นเสร็จสมบูรณ์เปิดใช้งานดาวเคราะห์มรดก กระบวนการทุกอย่างจะเริ่มขึ้นภายใน 2 นาที 14 วินาที”

“หลังจากระบบพูดจบผมก็ถูกส่งตัวไปยังดาวเคราะห์มรดกโดยไม่ถามความเห็น และผมก็ต้องพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ๆ ก่อนที่จะกลับมาได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่ และเนื่องมาจากความทรงจำของเขาดีมากเขาถึงพูดประโยคเดียวกันกับระบบได้อย่างครบถ้วน

หลังจากนั้นโอโร่ก็เริ่มถามเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในดาวเคราะห์มรดก

ตอนแรกเซี่ยเฟยไม่สามารถที่จะนำเรื่องที่เกิดขึ้นภายในดาวเคราะห์มรดกไปบอกคนนอกได้ เพราะถ้าหากว่าเขานำความลับไปบอกแก่บุคคลภายนอก พลังงานแปลกประหลาดที่ถูกแฝงเอาไว้ภายในร่างของเขาก็จะทำให้เขาตายในทันที

แต่ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นอัศวินกฎขั้นสูงสุดที่แข็งแกร่งแล้ว พลังที่แฝงอยู่ในร่างของเขาในตอนนั้นจึงไม่สามารถทำอันตรายต่อเขาได้อีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่เซี่ยเฟยถูกส่งตัวไปยังดาวเคราะห์มรดกก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ เพราะตระกูลที่สร้างดาวเคราะห์มรดกแห่งนั้นขึ้นมาได้ถูกทำลายไปเป็นเวลานานแล้ว

แต่การที่เขาได้เดินทางไปยังดาวเคราะห์มรดกก็มอบผลประโยชน์ให้กับเขาอย่างมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการที่เขาได้รับพลังจิตกลับมา ซึ่งมันทำให้พลังในการต่อสู้ของเขามีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งไปกว่านั้นการพยายามเอาชีวิตรอดในทุก ๆ วันเพียงลำพัง ยังทำให้เซี่ยเฟยมีความสงบมากยิ่งขึ้น และมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าการเดินทางไปยังดาวเคราะห์มรดก ทำให้ชายหนุ่มก้าวกระโดดไปจากตำแหน่งเดิมราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของเซี่ยเฟยแล้ว โอโร่ก็ใช้มือตบหน้าขาพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“น่าสนใจจริง ๆ ความจริงแล้วไลอ้อนฮาร์ทของพวกเราก็มีสิ่งที่คล้าย ๆ กับดาวเคราะห์มรดกที่นายเล่าให้ฟังอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ชื่อกับวิธีฝึกนักรบที่เข้ามามีความแตกต่างกันออกไป แต่ที่แน่ ๆ มันไม่เหมือนกับดาวเคราะห์มรดกที่นายจะต้องพยายามเอาชีวิตรอดในทุก ๆ วันตลอดทั้งปี”

“ดาวเคราะห์มรดกดวงนั้นมันถูกทิ้งร้างลงไปแล้ว แล้วผมจะไปทำอะไรได้” เซี่ยเฟยกล่าว

“แล้วนายได้รับพลังจิตมาได้ยังไง?”

“ในช่วงท้ายของดาวมรดกที่แทบไม่เหลือศัตรูอยู่แล้ว ระบบได้บอกว่าผมผ่านการทดสอบแล้วและมอบของรางวัลเป็นพลังจิตให้กับผม” เซี่ยเฟยตอบ

“นายกำลังบอกว่าตั้งแต่ต้นจนจบที่นายได้เข้าไปในดาวเคราะห์มรดก มันไม่มีใครให้คำแนะนำหรือเข้ามาให้ความช่วยเหลือนายเลยงั้นเหรอ?” โอโร่ถาม

“ก็ประมาณนั้น” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ เพราะสิ่งเดียวที่เขาจำเป็นจะต้องทำหลังจากเดินทางไปยังดาวเคราะห์มรดก คือการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น เขาจึงไม่รู้ถึงรายละเอียดในเรื่องอื่น ๆ เลย

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนายที่มีอายุเพียงเท่านี้ ถึงมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมายขนาดนั้น มันไม่ใช่ทุกคนที่สามารถผ่านการทดสอบของดาวเคราะห์มรดกเพียงลำพังได้หรอกนะ แต่ยังดีที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีใครสอนพื้นฐานการใช้พลังกฎให้กับนาย แต่นายก็ยังสามารถผ่านพ้นการทดสอบนั้นไปได้โดยใช้พลังของตัวนายเอง” โอโร่กล่าว

“แล้วเรื่องสายเลือดระดับ 4 ดาวล่ะครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“บ้านเกิดของนายอยู่ที่ไหน?”

“ดาวโลก”

“บนดาวโลกมีนักรบพลังพิเศษชั้นยอดอยู่เยอะหรือเปล่า?” โอโร่กล่าวถาม

“เท่าที่ผมรู้บนโลกไม่มีนักรบพลังพิเศษชั้นยอดอยู่เลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงนักรบพลังพิเศษที่พอใช้ได้อยู่เพียงแค่ไม่กี่คน” เซี่ยเฟยตอบตามความเป็นจริง

“ฉันคิดว่าบางทีดาวเคราะห์มรดกที่นายเดินทางไปอาจจะถูกทิ้งร้างมานานเกินไป การประเมิน 3 ขั้นของดาวดวงนั้นมันก็อาจจะผิดพลาดก็ได้” โอโร่กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“คุณกำลังหมายถึงระบบทำการประเมินผิดพลาดงั้นเหรอครับ?”

“ใช่ มันจะต้องเป็นการประเมินที่ผิดพลาดแน่ ๆ” โอโร่กล่าวยืนยัน

“คุณรู้ได้ยังไงว่าระบบประเมินผิดพลาด?”

“ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างประกูลไลอ้อนฮาร์ทของเราที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งดินแดนมารก็มีสายเลือดระดับ 2 ดาวเท่านั้น แม้แต่สายเลือดของราชวงศ์ที่แข็งแกร่งกว่าสายเลือดทั่วไปมาก ก็ถูกประเมินว่าเป็นสายเลือดระดับ 3 ดาว ดังนั้นถ้าหากว่าบนดาวโลกที่นายพูดถึงมีสายเลือดระดับ 4 ดาวอยู่จริง ๆ มันก็สมควรจะต้องมีราชากฎให้เห็นทั่วไปตามท้องถนนแล้ว” โอโร่กล่าว

โอโร่ภาคภูมิใจในสายเลือดของตัวเองมาก และถ้าหากว่าเซี่ยเฟยบอกว่าตัวเองมีสายเลือดระดับ 3 ดาว อดีตจอมมารก็พอจะทำใจเชื่อถือได้บ้าง เพราะศักยภาพที่เซี่ยเฟยแสดงออกมาไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถลอกเลียนแบบได้

แต่การที่เซี่ยเฟยบอกว่าตัวเองมีสายเลือดระดับ 4 ดาวทำให้โอโร่ไม่สามารถทำใจเชื่อถือได้จริง ๆ เพราะสายเลือดระดับ 4 ดาวในดินแดนกฎต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งทั้งหมด มันจึงไม่มีทางที่สายเลือดระดับ 4 ดาวจะไปถือกำเนิดบนดาวโลกที่มีประชากรอ่อนแอแบบนั้นได้

“นั่นสินะ ถ้าหากว่าแม้แต่ราชวงศ์ของไลอ้อนฮาร์ทยังมีสายเลือดระดับ 3 ดาวเท่านั้น แล้วผมที่มาจากดาวเคราะห์ดวงเล็ก ๆ จะมีสายเลือดระดับ 4 ดาวได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ความจริงแล้วผมไม่ได้สนใจเรื่องสายเลือดอะไรพวกนั้นหรอก เพราะถึงยังไงผมก็คือผมและผมจะยืนหยัดด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องไปพึ่งพาสายเลือดอะไรทั้งนั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจ

เสียงที่เขาพูดขึ้นมาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับทำให้โอโร่มองไปยังชายหนุ่มอย่างชื่นชมมากขึ้นกว่าเดิม

บรรยากาศที่หมู่บ้านของพวกซุยเซนค่อนข้างที่จะอึดอัดเล็กน้อย เพราะหลังจากที่เซี่ยเฟยลงมือสังหารคอลลินแล้ว เขากลับใช้เข็มทิศมิติหนีออกไปจากพื้นที่แห่งนี้ในทันที

การลงมือของชายหนุ่มได้ช่วยเหลือพวกเขาเอาไว้มาก แล้วทำไมชายหนุ่มคนนั้นถึงจากไปในทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ มันจึงทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับสถานการณ์ในปัจจุบันยังไง

ในเวลาเดียวกันเซธกลับรู้สึกหดหู่ใจมากยิ่งกว่า เพราะจู่ ๆ เขาก็ได้กลับกลายเป็นทาสที่ไม่มีเจ้าของในพริบตา เขาจึงทำได้เพียงแต่นั่งรอในห้องรับแขกด้วยอารมณ์ที่มืดมน เพราะเขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีกแล้วนอกเสียจากจะต้องรอให้เซี่ยเฟยกลับมา

ระหว่างนั้นรัคโค่กับคาเซะก็นั่งพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเซี่ยเฟย เพราะหลังจากที่เซี่ยเฟยสังหารคอลลิน การจัดการกับพวกเชพเพิร์ดในส่วนที่เหลือก็กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย จนทำให้การต่อสู้ในครั้งนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บไปเพียงแค่ไม่กี่คน

ปัจจุบันกำลังเสริมที่พวกเขาขอความช่วยเหลือมาได้กลับไปยังที่ของตัวเองแล้ว และชาวมุราซากิก็ได้จัดกำลังเพื่อปกป้องหมู่บ้านซุยเซนใหม่ด้วยเช่นกัน

ท้ายที่สุดทีมซุยเซนของพวกเขาก็ถือว่าเป็นหน้าตาของเผ่ามุราซากิ ดังนั้นถ้าหากว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา ชนเผ่ามุราซากิทั้งกลุ่มก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นเดียวกัน

ทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือต่างก็ได้รับค่าตอบแทนจากซุยเซนกลับไป แน่นอนว่าค่าหัวพวกนั้นถือได้ว่าเป็นของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือมิตรภาพของซุยเซน ซึ่งถ้าหากว่าพวกเขามีปัญหาในอนาคต เรื่องราวในวันนี้มันก็จะช่วยให้พวกเขาสามารถขอความช่วยเหลือจากพวกซุยเซนได้อย่างง่ายดาย

“เมื่อคืนฉันก็นอนไม่หลับอีกแล้ว” รัคโค่กล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมานวดขมับทั้งสองข้าง

“พ่อเป็นอะไร? ทำไมถึงกังวลขนาดนั้น?” คาเซะกล่าวพร้อมกับยกถ้วยชาไปยื่นให้กับชายชรา

“ถ้าไม่ใช่เพราะอาเฟย คนของเราก็คงจะได้รับความเสียหายมากกว่านี้ แต่เรายังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณของเขาเลย” รัคโค่ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“นั่นสินะ ถ้าไม่ใช่เพราะอาเฟย ตัวประกันทั้งหมดในหมู่บ้านก็คงจะถูกจัดการไปแล้ว ครั้งนี้พวกเราเป็นหนี้บุญคุณเขามากจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังพ่ายแพ้การประลองและยังเป็นหนี้เขาอีกสามชีวิตด้วย” คาเซะกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

ทันทีที่พูดจบทั้งคาเซะและรัคโค่ต่างก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน เพราะเรื่องที่พวกเขาติดค้างเซี่ยเฟยอยู่มันเยอะมากจนเกินไปจริง ๆ

“เอาล่ะพวกเรามาหาวิธีตอบแทนบุญคุณเมื่อเขากลับมากันดีกว่า” รัคโค่กล่าวเข้าประเด็น

“ตอนนี้อาเฟยมีอิทธิพลต่อคนของพวกเรามาก ตอนนี้อดีตตัวประกันทุกคนรวมถึงซากุระต่างก็กำลังนั่งรออยู่ที่ประตูเพื่อรอให้อาเฟยกลับมา ความจริงหนูคิดว่าอาเฟยเป็นคนใจดีมาก หนูหวังว่าเขาคงจะไม่ได้หมายตาชีวิตของพวกเราจริง ๆ” โซระกล่าวกับพ่อสามีพร้อมกับนำจานผลไม้เข้ามาเสิร์ฟ

ในระหว่างที่พูดอยู่นั้นโซระก็เหลือบสายตามองไปทางสามี เพราะเธอกลัวว่าคาเซะจะพยายามหาคนมาสังหารเซี่ยเฟยเพื่อปกป้องชีวิตของพวกเธอเอาไว้ แต่ถ้าหากว่าคาเซะทำแบบนั้น มันก็จะทำให้ครอบครัวของเธอถูกต่อต้านจากพวกเด็ก ๆ และคนชราในหมู่บ้านอย่างรุนแรง

“นี่เธอกำลังพยายามจะสื่ออะไรกันแน่? อาเฟยเป็นคนช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้นะ ฉันแค่มาคุยกับพ่อว่าพวกเราควรจะตอบแทนเขากลับไปยังไงดี?” คาเซะกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ใช่ พวกเราแค่กำลังจะคุยกันว่าพวกเราควรจะตอบแทนผู้มีพระคุณยังไงต่างหาก” รัคโค่กล่าว เพราะเขาก็เข้าใจความหมายที่โซระต้องการจะสื่อด้วยเหมือนกัน

หากก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยบังคับให้พวกเขาทำงานให้ พวกเขาก็คงจะออกไปทำงานอย่างไม่เต็มใจ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะชายหนุ่มได้ช่วยชีวิตตัวประกันเอาไว้มากกว่า 300 คน ดังนั้นไม่ว่าชายหนุ่มจะขอให้พวกเขาทำอะไร พวกเขาก็คงจะทำภารกิจนั้นอย่างสุดความสามารถอย่างแน่นอน

“พ่อ พี่คาเซะ หนูพอจะมีความคิดที่จะตอบแทนบุญคุณของเขาได้แล้ว” โซระกล่าวขณะนั่งลงเข้าร่วมวงสนทนา

“ไหนว่ามาสิ ว่าหนูมีความคิดยังไงบ้าง?” รัคโค่กล่าวถามอย่างเร่งรีบ เพราะเขากังวลเรื่องนี้จนนอนไม่หลับมา 2 วันแล้ว

“อาเฟยมาหาพวกเราเพื่อต้องการให้พวกเราทำภารกิจให้กับเขาใช่ไหมล่ะ? จนถึงขนาดที่เขายอมช่วยเหลือพวกเราอย่างเต็มที่ และถอยกลับไปโดยไม่ได้ร้องขออะไรจากพวกเราด้วยซ้ำ” โซระกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“แน่นอนว่าถึงแม้อาเฟยจะไม่พูดเรื่องนี้ แต่เราก็จะต้องช่วยงานของเขาแน่ ๆ อย่างน้อยมันก็เพื่อชดเชยชีวิตของพวกเราที่ติดค้างเขาเอาไว้” รัคโค่กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

โซระหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เธอจะชี้นิ้วไปยังซากุระด้านนอกประตูที่กำลังจ้องมองไปยังประตูหมู่บ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรอคอย

ทันใดนั้นคาเซะก็ชะงักค้างไปในทันที ก่อนที่เขาจะรีบถามขึ้นมาว่า

“เรื่องนี้มันเป็นความคิดของเธอหรือมันเป็นความคิดของซากุระกันแน่?”

***************

มีใครเดาได้ไหมว่าโซระจะตอบแทนพี่เฟยยังไง?

จบบทที่ ตอนที่ 687 ความลึกลับของสายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว