เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 684 คริสตัลชีวิต

ตอนที่ 684 คริสตัลชีวิต

ตอนที่ 684 คริสตัลชีวิต


ตอนที่ 684 คริสตัลชีวิต

ปัจจุบันคอลลินยืนอยู่ห่างจากเซี่ยเฟยไปประมาณ 100 เมตร โดยชุดเกราะสีดำที่เขาเคยสวมใส่อยู่นั้นได้ถูกทำลายจนหายไปหมดแล้ว เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยฝีขนาดใหญ่อันน่าขยะแขยง

แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้คอลลินได้ระเบิดลูกบอลสายฟ้าขึ้นมาอย่างรุนแรง มันจึงทำให้ฝีบนร่างของเขาระเบิดออกมาด้วยเช่นกัน จนทำให้น้ำเลือดน้ำหนองที่ถูกเผาไหม้ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ และทำให้ภาพที่ปรากฏขึ้นมาดูน่าขยะแขยงมากขึ้นกว่าเดิม

คอลลินมองไปทางเซี่ยเฟยด้วยดวงตาอันว่างเปล่า ขณะที่ปากของเขาถูกฟันจนแบะออกในแนวนอน และฟันภายในปากของเขาส่วนใหญ่ก็ถูกตัดออกไปด้วยบลัดบิวเทียสภายในมือของเซี่ยเฟย

เหตุการณ์นี้ทำให้คอลลินรู้สึกโกรธจนแทบจะเป็นบ้า เพราะอาวุธแต่ละชิ้นที่เซี่ยเฟยได้ครอบครองอยู่นั้นเหนือเกินกว่าความคาดหมายของเขามากเกินไป ทั้ง ๆ ที่แม้แต่เขาที่เป็นราชากฎขั้นสูงก็ยังไม่มีอาวุธชั้นยอดพวกนั้นครอบครองอยู่ในมือ

คอลลินคิดว่าเซี่ยเฟยคงจะเป็นทายาทสายตรงของตระกูลขนาดใหญ่ภายในกลุ่มดาวม้าขาว ที่ออกมาท่องเที่ยวในแดนเนรเทศยามว่าง ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะไม่มีเหตุผลอธิบายว่า ทำไมชายหนุ่มอายุน้อยถึงได้ครอบครองอาวุธชั้นยอดเป็นจำนวนมากขนาดนี้

แดนเนรเทศเป็นดินแดนที่แร้นแค้นและทุกชีวิตต่างก็จำเป็นจะต้องใช้สอยอย่างประหยัด เซี่ยเฟยจึงกลายเป็นเหยื่อที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่คอลลินเคยเจอมา แต่เมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับชายหนุ่มเขาก็ได้พบว่าตัวเองประมาทมากเกินไป

“แม้ว่าร่างกายของเขาจะถูกทำร้ายแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพ่ายแพ้ พวกเชพเพิร์ดมีทักษะเฉพาะในการปรับร่างกายของตัวเองใหม่”

“ถึงแม้ว่าหัวใจของเขาจะถูกขนอุยทำลายแต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ซึ่งมันก็หมายความว่าเขามีพลังในระดับที่สามารถอยู่รอดได้โดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาร่างกายแล้ว ดังนั้นอย่าพึ่งประมาทอย่างเด็ดขาด” โอโร่กล่าวอย่างเคร่งขรึม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับพร้อมกับดึงหงส์ครามกลับคืนมา จากนั้นเขาก็ยกขนอุยขึ้นมาในมือก่อนที่จะกระซิบข้อความบางอย่างกับเจ้าตัวน้อยเบา ๆ

คอลลินยังคงถอยหลังไปตั้งหลักและกำลังคิดว่าเขาจะจัดการกับอาวุธชั้นยอดจำนวนมากภายในมือศัตรูได้ยังไง

“ไป!”

ชายหนุ่มส่งเสียงร้องคำรามดังลั่นออกแรงจากฝ่าเท้าแล้วบิดเอวอย่างรุนแรง และเหวี่ยงแขนออกไปยังด้านหน้า

ตูม!

ขนอุยถูกขว้างออกไปด้วยความเร็วราวกับกระสุนปืนใหญ่ และท่าทางที่เซี่ยเฟยได้ทำในก่อนหน้านี้นั่นก็คือการขว้างลูกบอลออกไปนั่นเอง

นี่เขาขว้างอสูรศักดิ์สิทธิ์ออกไปเหมือนกับลูกเบสบอลเนี่ยนะ?

ถ้าหากเหล่าบรรดาผู้ฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพที่หลงใหล และเทิดทูนบูชาอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้มาเห็นการกระทำของเซี่ยเฟยในวันนี้ พวกเขาก็คงจะอยากฉีกกระชากร่างของชายหนุ่มออกเป็นชิ้น ๆ เพราะพวกเขาต่างก็บูชาอสูรศักดิ์สิทธิ์ให้มีสถานะไม่ต่างไปจากเทพเจ้า แต่เซี่ยเฟยกลับเอาขนอุยมาขว้างปาอย่างไร้เยื่อใย

อย่างไรก็ตามการกระทำของเซี่ยเฟยกลับให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง เพราะในตอนแรกขนอุยก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วมากอยู่แล้ว แต่เมื่อมันได้รับการเสริมพลังจากเซี่ยเฟย ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันในตอนนี้จึงมากเกินกว่า 40,000 เมตรต่อวินาที

“นี่มันวิชาใหม่ของนายงั้นเหรอ? ไม่น่าเชื่อเลยว่าวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความเร็วให้ขนอุยได้มากกว่า 2 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นทิศทางการโจมตีของขนอุยยังอยู่ภายใต้การควบคุมของนายอีกด้วย” โอโร่กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังแอบชื่นชมความสามารถในการปรับตัวของเซี่ยเฟยอยู่ดี

คนทั่วไปมักจะทำการเคลื่อนไหวในรูปแบบเดิม ๆ ตามที่พวกเขาได้เรียนรู้มา แต่เซี่ยเฟยทำลายกฎทุกอย่างที่เคยมีอยู่ในอดีต และปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่ชายหนุ่มได้ครอบครองอยู่นั้น ก็ถือได้ว่ามันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่นักรบชั้นยอดสมควรจะมี

และแน่นอนว่าภายในใจลึก ๆ โอโร่ก็รู้สึกไม่เหมาะสมที่จะใช้ขนอุยเป็นลูกบอลขว้างปาออกไปด้วยเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดมันก็เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเคารพรักไปทั่วทั้งจักรวาล

ฟิ้ว!

ร่างของขนอุยพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า คอลลินจึงพยายามใช้กฎแห่งสายฟ้าเพื่อต้านทานการโจมตีในครั้งนี้เอาไว้ แต่น่าเสียดายที่ขนอุยเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมากจนเกินไป ซึ่งก่อนที่เกราะสายฟ้าของคอลลินจะถูกสร้างขึ้นมา ร่างของขนอุยก็ปะทะเข้ากับร่างกายของเขาก่อนแล้ว

หลังจากการจู่โจมสิ้นสุดลงขนอุยก็พุ่งตัวกลับไปภายในมือของเซี่ยเฟยอย่างรวดเร็ว โดยในตอนนี้พวกเขาเคลื่อนไหวสอดประสานกันเป็นอย่างมาก และเจ้าตัวน้อยก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยที่ชายหนุ่มได้ขว้างปาตัวของมันออกไป

แม้ว่ามันจะเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่คนอื่นต่างก็ให้ความยกย่อง แต่เมื่อมันอยู่กับเซี่ยเฟยมันก็เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงตัวน้อย ๆ ที่พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายทุกอย่าง ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทุกคนที่ได้เห็นท่าทางของขนอุยในระหว่างที่อยู่กับเซี่ยเฟยจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่จ้องมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความอิจฉา

“แกพลาดแล้ว” คอลลินกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

แม้ว่าขนอุยจะเพิ่งพุ่งทะลุร่างกายของเขาไป แต่มันกลับไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ ต่อร่างกายของเขาเลย ทั้ง ๆ ที่ถ้าหากอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำมากกว่านี้ บางทีมันอาจจะพุ่งทะลุแกนพลังของเขาไปแล้วก็ได้

“เชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้พลาด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

ทันทีที่เขาพูดจบเข็มทิศมิติที่ถูกผูกติดกับข้อมือของคอลลินก็แตกออกเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับร่วงหล่นลงบนพื้น

ที่แท้เป้าหมายของเซี่ยเฟยไม่ใช่การสังหารคอลลิน แต่เป็นการทำลายเข็มทิศมิติชิ้นนี้ต่างหาก!!

เมื่อไม่มีเข็มทิศมิติคอลลินก็ไม่เหลือเส้นทางหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้อีกแล้ว ดูเหมือนว่าเซี่ยเฟยตั้งใจที่จะจัดการเชพเพิร์ดชั้นยอดคนนี้ โดยไม่คิดจะปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฉันรู้ว่าร่างกายนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่บรรจุชีวิตของแกเอาไว้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นแกก็คงจะไม่ปล่อยให้ร่างกายถูกโจมตีอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจ ในเมื่อการโจมตีร่างกายไม่สามารถฆ่าแกได้ สิ่งแรกที่ฉันควรจะต้องทำก็คือการตัดเส้นทางหลบหนีของแกก่อน” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีคอลลินก็โบกมือส่งสัญญาณให้พวกนักรบเชพเพิร์ดที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เริ่มเคลื่อนไหวจัดการสังหารพวกซุยเซนให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ก็ทำให้คอลลินรู้สึกโกรธจนแทบจะเป็นบ้า เขาจึงเลือกที่จะปล่อยพวกซุยเซนไปก่อนและมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การฆ่าเซี่ยเฟยเป็นอันดับแรก

ในฐานะที่เขาเป็นราชากฎขั้นสูง การที่เขาถูกศัตรูจู่โจมซ้ำ ๆ แบบนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องอัปยศในชีวิตของเขามาก เขาจึงไม่สามารถที่จะปล่อยให้เซี่ยเฟยรอดชีวิตกลับไปได้

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหนัก เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับราชากฎที่อยู่ตรงหน้า และยังต้องปกป้องพวกซุยเซนอีกเกือบ 300 คนที่อยู่ในหมู่บ้านเอาไว้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นแผนการสร้างหนี้บุญคุณให้กับพวกซุยเซนมันก็อาจจะต้องพังทลายลง

สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การจัดการกับศัตรูเป็นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน แต่มันคือการปกป้องผู้อ่อนแอไม่ให้เกิดการสูญเสียภายใต้สนามรบที่ยุ่งเหยิงแบบนี้ต่างหาก

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังกังวล ประตูมิติเป็นจำนวนมากก็ถูกเปิดออกครอบคลุมไปทั่วทั้งยอดภูเขาหิมะ

“กำลังเสริมมาถึงแล้ว!”

ในฐานะที่ทีมซุยเซนเป็นทีมสายลับที่โด่งดังไปทั่วทั้งดินแดนเนรเทศ พวกเขาจึงไม่ได้มีเพียงแต่ศัตรูที่โกรธแค้นพวกเขาเท่านั้น แต่พวกเขายังมีมิตรเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนที่พร้อมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับพวกเขาอีกด้วย

แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับทีมซุยเซนก็เต็มใจที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤติครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดวันหนึ่งในอนาคตพวกเขาก็อาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากทีมซุยเซนก็ได้ การเคลื่อนไหวในวันนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่ามาก เพราะอย่างน้อยมันก็จะทำให้พวกซุยเซนเป็นหนี้บุญคุณพวกเขา

ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงของพวกเชพเพิร์ดยังตกต่ำลงมากเรื่อย ๆ เพราะเผ่าพันธุ์นี้มีนิสัยชอบที่จะกินสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเข้าไปทั้งเป็น ดังนั้นเมื่อพวกซุยเซนบอกว่าศัตรูของพวกเขาคือพวกเชพเพิร์ด ผู้คนเป็นจำนวนมากจึงติดตามมาจัดการกับเผ่าพันธุ์ที่น่ารังเกียจพวกนี้ด้วยความยินดี

เมื่อกำลังเสริมเดินทางมาถึงเสียงสู้รบก็ดังขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณ ในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็รีบกดปุ่มที่ชุดเกราะเพื่อเรียกหมวกเกราะออกมาบังใบหน้าในทันที เพราะสถานที่แห่งนี้มีคนมากมายและเขาก็ไม่ต้องการที่จะให้ใครได้มาเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา

ท้ายที่สุดเขาก็ยังคงเป็นคนที่มีค่าหัวสูงถึง 1 ล้านคริสตัลเหลือง และเงินจำนวนนี้มันก็มากพอที่จะล่อลวงให้ผู้คนหันคมอาวุธเข้าใส่เขาได้

เหตุการณ์นี้ทำให้พวกนักรบเชพเพิร์ดตื่นตระหนก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าพวกซุยเซนจะสามารถเรียกรวมกำลังเสริมได้เป็นจำนวนมากขนาดนี้

ยิ่งไปกว่านั้นกำลังเสริมยังมาเร็วกว่าเวลาที่เซี่ยเฟยได้คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าพวกซุยเซนมีชื่อเสียงในด้านดี ๆ มากแค่ไหน พวกเขาถึงสามารถเรียกรวมกำลังเสริมได้อย่างรวดเร็วมากขนาดนี้

“หัวหน้า! พวกเรารีบถอยเถอะ ไม่อย่างนั้นมันจะสายเกินไป”

“หัวหน้าพวกเราควรจะทำยังไงดี?”

ลูกน้องของคอลลินเริ่มส่งเสียงคร่ำครวญ แต่คอลลินก็ทำได้เพียงแต่กัดฟัน เพราะถึงแม้ว่าเขาต้องการจะถอยแต่เซี่ยเฟยก็ได้ทำลายเข็มทิศมิติของเขาลงไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถที่จะถอยหนีออกไปได้แม้ว่าเขาจะต้องการก็ตาม

ในช่วงเวลาที่คอลลินกำลังเสียสมาธิอยู่นี่เอง มันจึงเป็นโอกาสที่ดีที่เซี่ยเฟยจะเริ่มจู่โจมอีกครั้ง

ในคราวนี้เซี่ยเฟยได้ทำการจู่โจมคอลลินจากด้านหน้า ขณะที่ขนอุยทำหน้าที่อ้อมไปจู่โจมจากด้านหลัง

เซี่ยเฟยเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมากและกว่าที่คอลลินจะทันได้ตั้งตัว ดาบสีแดงเลือดก็อยู่ห่างจากร่างของเขาเพียงแค่ 10 เซนติเมตร แต่ในทันใดนั้นมันก็ได้มีแสงสีขาวส่องสว่างออกมาจากร่างของคอลลินเสียก่อน

เป้ง!

บลัดบิวเทียสเหมือนกระทบเข้ากับหินและทำให้มันถูกสะท้อนกลับไป โดยไม่สามารถที่จะเจาะเข้าไปในร่างกายของศัตรูได้

“ทำไมจู่ ๆ ร่างกายของเขาถึงแข็งเป็นหินแบบนี้!?” เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความตกใจ

ในเวลาเดียวกันขนอุยก็พุ่งเข้าหาคอลลินด้วยความเร็วมากกว่า 20,000 เมตรต่อวินาที ก่อนที่มันจะพ่นลูกบอลพลังงาน 3 ลูกออกมาพร้อมกัน

ปัง ๆ ๆ!

เมื่อลูกบอลแสงกระทบเข้ากับร่างของคอลลิน ผิวหนังของเชพเพิร์ดชั้นยอดก็ถูกฉีกออกมาเป็นชิ้น ๆ

เมื่อแสงสว่างจางหายไปคอลลินในร่างผู้ใหญ่ก็หายตัวไป ถูกแทนที่ด้วยทารกตัวน้อยที่มีร่างกายโปร่งใสคล้ายกับคริสตัล

แต่ถึงแม้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายจะมีตัวเล็กเหมือนกับเด็กทารก แต่ภายในปากของเขายังคงเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคม และด้วยร่างกายที่ใสราวกับแก้ว มันจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถมองเห็นเส้นเลือดและอวัยวะภายในทุกส่วนของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย

เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะตัวเล็กมาก แต่เขากลับให้ความรู้สึกราวกับว่าทารกตรงหน้าคือลูกของพวกปีศาจ

“นั่นมันคริสตัลชีวิต! ร่างกายของคอลลินที่นายเห็นในก่อนหน้านี้มันได้เน่าเปื่อยไปตั้งนานแล้ว นี่ต่างหากคือร่างที่แท้จริงของคอลลิน” โอโร่กล่าวด้วยดวงตาอันเป็นประกาย

เมื่อคอลลินถูกเปิดเผยร่างที่แท้จริงของตัวเองออกมา เขาก็ไม่ได้คิดที่จะต่อสู้กับเซี่ยเฟยอีกต่อไปและพยายามหนีออกไปยังทิศตรงกันข้าม

แน่นอนว่าทารกตัวน้อยไม่ได้มีความเร็วเหมือนกับเซี่ยเฟยและขนอุย ในขณะที่เขาวิ่งหนีเขาจึงพยายามใช้พลังสายฟ้าจู่โจมศัตรูจากระยะไกล แต่ด้วยความว่องไวของเซี่ยเฟย การโจมตีพวกนี้จึงไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อชายหนุ่มเลย

เป้ง!

เซี่ยเฟยหาโอกาสเข้าใกล้ร่างของคอลลิน ก่อนที่จะใช้บลัดบิวเทียสแทงเข้าไปภายในร่างที่โปร่งใส

“ไม่มีประโยชน์ คริสตัลชีวิตแข็งแกร่งมาก การโจมตีธรรมดาไม่สามารถที่จะทะลุผ่านการป้องกันนั้นเข้าไปได้หรอก” โอโร่กล่าวอย่างจริงจัง

เหตุการณ์นี้ทำให้คอลลินเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก เพราะถึงแม้ว่าพลังสายฟ้าของเขาจะไม่สามารถทำอันตรายอะไรเซี่ยเฟยได้ แต่โชคดีที่เขายังมีคริสตัลชีวิตคอยปกป้องตัวเองไว้ และเขาก็เชื่อว่าเซี่ยเฟยไม่สามารถที่จะทำอันตรายใด ๆ ต่อเขาได้อีกแล้ว

“ถ้ามันแข็งมากก็แค่ลบล้างมันซะก็สิ้นเรื่อง” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอันเยาะเย้ย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังคงเก็บงำไพ่ใบสำคัญของเขาเอาไว้ และแน่นอนว่าไพ่ใบนั้นมันก็ไม่ใช่พลังอะไรที่ไหน นอกจากพลังของกฎแห่งความโกลาหลที่เคยสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาแล้วเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน

***************

จบแล้วสำหรับเนื้อหาของ E-Book เล่ม 12 หลังจากนี้จะเป็นการสืบข่าวในแดนเทพและพยายามแก้ไขปัญหาที่ตระกูลหยูสร้างแล้วนะ แน่นอนว่ายังถูกตามล่าค่าหัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะเป็นยังไงต้องติดตามกันต่อไปจ้า!!

ประกาศแจ้งข่าว E-Book เล่ม 12 (ตอนที่ 630-684) วางจำหน่ายวันที่ 27 ตุลาคม 2566 น๊า ใครที่รอสอยอยู่จัดไปโล๊ด เราแปะลิงก์ไว้ให้แล้วหรือสามารถดูข้อมูลและติดตามข่าวสาวได้ที่เพจ สำนักพิมพ์เซียนอ่าน - Xianaan ได้เหมือนกันนะ (❁´◡`❁)

ช่องทาง MEB >> https://bit.ly/3NZ3Qca   ช่องทางเด็กดี >> https://bit.ly/3LDePFC  ช่องทางปิ่นโต >> https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 684 คริสตัลชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว