เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 682 ศัตรูที่ร้ายกาจ

ตอนที่ 682 ศัตรูที่ร้ายกาจ

ตอนที่ 682 ศัตรูที่ร้ายกาจ


ตอนที่ 682 ศัตรูที่ร้ายกาจ

ตึง!

ถุงอุปกรณ์ถูกโยนเข้าไปในโกดังโดยเซี่ยเฟย ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันจริงจังว่า

“ใจเย็น ๆ พวกคาเซะขอให้ฉันมาช่วย ในถุงมีเข็มทิศมิติอยู่ 21 ชิ้นให้คนที่อ่อนแอที่สุดวาร์ปหนีออกไปก่อน ส่วนคนที่เหลือพยายามปกป้องโกดังเอาไว้ อีกไม่นานกำลังเสริมจะเดินทางมาถึงแล้ว”

แม้ว่าจะไม่มีใครรู้จักเซี่ยเฟยแต่มันก็ไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธคำสั่งของชายหนุ่มคนนี้เช่นเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็เป็นคนสังหารพวกเชพเพิร์ดต่อหน้าต่อตาของพวกเขาทุกคน ซึ่งมันพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าชายหนุ่มคนนี้มาเพื่อช่วยเหลือพวกเขาจริง ๆ

เข็มทิศมิติแต่ละชิ้นสามารถที่จะเดินทางได้ครั้งละ 1-3 คนเท่านั้น แต่ตัวประกันมีไม่ต่ำกว่า 300 คน พวกเขาจึงจำเป็นจะต้องให้เด็กน้อยที่อ่อนแอเดินทางออกไปก่อน

หลังจากตั้งสติได้แล้วชายชรา 2 คนก็เป็นคนจัดสรรให้ผู้หญิงบางส่วนนำเด็กประมาณ 30 คนเดินทางออกไปก่อน ส่วนคนอื่น ๆ ให้กระจายไปอยู่ตามมุมโกดังเพื่อรอคอยอยู่อย่างเงียบ ๆ และถึงแม้ว่าทุกคนจะยังคงกลัวอันตราย แต่มันก็ไม่มีใครปริปากบ่นออกมา

“พวกเขาจัดการอารมณ์ของตัวเองในช่วงวิกฤติได้ดีพอสมควร ดูเหมือนว่าคนพวกนี้สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างดี” โอโร่กล่าวขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ

“ตอนนี้พวกซุยเซนพ่ายแพ้ต่อผมอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการท้าประลองที่พวกเขาพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง หรือจะเป็นเรื่องที่ผมมาช่วยชีวิตครอบครัวของพวกเขาเอาไว้ หลังจากนี้ถ้าหากว่ามันไม่ได้มีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรจริง ๆ พวกเขาก็ต้องมารับใช้ผมโดยไม่มีทางที่จะเอ่ยปากปฏิเสธได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากดูเวลาเซี่ยเฟยก็หันไปพูดกับพวกมุราซากิที่อยู่ด้านหลังว่า

“พวกซุยเซนจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวอย่างน้อยอีก 10 นาที ระหว่างนี้ทุกคนคงจะต้องช่วยฉันถ่วงเวลาเอาไว้ก่อน เพราะถ้าหากพวกเชพเพิร์ดบุกเข้ามาในโกดัง มันจะต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายเพิ่มมากขึ้นแน่นอน”

เมื่อได้ยินคำสั่งจากชายหนุ่ม ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับด้วยสายตาอันมุ่งมั่น

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยไม่ได้แก่ไปกว่าพวกวัยรุ่นที่ถูกจับเป็นตัวประกันมากนัก แต่ในสายตาของชาวมุราซากิเหล่านี้ ชายหนุ่มเป็นเหมือนกับผู้อาวุโสที่คอยแนะนำให้พวกเขาเดินทางไปอย่างถูกต้อง

โดยเฉพาะความสงบที่เซี่ยเฟยแสดงออกมาในช่วงเวลานี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถที่จะทำได้ เพราะมันมีเฉพาะนักสู้ที่เจนสนามรบเท่านั้นถึงจะสามารถรักษาความสงบเอาไว้ได้ แม้ว่าพวกเขาจะต้องยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบที่อันตรายก็ตาม

ทันใดนั้นขนอุยที่อยู่บนไหล่ของเซี่ยเฟยก็ส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาเบา ๆ คล้ายกับว่ามันสัมผัสได้ถึงตัวตนที่ทรงพลังมากในหมู่ของศัตรู

ตอนที่หยูฮัวแสดงพลังที่แท้จริงของตัวเองออกมา ขนอุยก็เคยมีอาการลักษณะนี้ขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง เซี่ยเฟยจึงสันนิษฐานว่าระดับพลังของบุคคลนั้นคงจะเป็นราชากฎขั้นสูงเป็นอย่างน้อย

พวกเชพเพิร์ดที่แฝงตัวอยู่ภายในหมู่บ้านต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดภายในทีม เพราะท้ายที่สุดหน้าที่ของพวกเขาก็มีแค่การลงมือสังหารตัวประกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งมากจนเกินไป

ดังนั้นพวกเชพเพิร์ดที่ทรงพลังอย่างแท้จริงคือพวกที่กระจายกันซ่อนตัวอยู่ด้านนอก และการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ย่อมเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้

“พวกมันมาแล้ว” โอโร่กล่าว

วินาทีถัดมามันก็มีกลุ่มคนค่อย ๆ เดินออกมาจากป่า โดยพวกเขาได้สวมเสื้อผ้าหลากหลายสีสันและมีอาวุธภายในมือหลากหลายชนิด และถึงแม้ว่าสมาชิกภายในทีมนี้จะมีไม่มากนัก แต่รังสีสังหารที่พวกเขาได้ปลดปล่อยออกมากลับแข็งแกร่งกว่าพวกเชพเพิร์ดที่เซี่ยเฟยได้สังหารไปในก่อนหน้านี้มาก

1, 2, 3, 4, …

เซี่ยเฟยนับในใจและได้พบว่าอีกฝ่ายมีทั้งหมด 21 คน โดยผู้นำของพวกเขาคือชายร่างใหญ่ที่อยู่ภายในชุดเกราะสีดำที่ปกคลุมทั่วทั้งตัว จนทำให้เขาไม่สามารถที่จะมองรูปร่างของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

คนที่อยู่ด้านหลังของเขาแบ่งออกเป็น 2 แถว ๆ ละ 10 คน โดยแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่ถืออาวุธเอาไว้จนครบมือ

“นายยังจำเชพเพิร์ดที่นายฆ่าในงานชุมนุมมังกรฟ้าได้ไหม?” โอโร่ถาม

“จำได้สิ ผมไม่มีวันลืมดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาของเขาคนนั้นหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เขาคนนั้นถือได้ว่าเป็นนักรบระดับสูงของพวกเชพเพิร์ดที่มีความสามารถควบคุมลูกน้องได้เป็นจำนวนนับร้อยคน ส่วนทีมที่นายเห็นอยู่ในตอนนี้ทั้ง 20 คนต่างก็มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันกับเขาคนนั้นทั้งหมด ส่วนเจ้าชุดเกราะสีดำนั่นก็เป็นนักรบชั้นยอดที่คอยดูแลนักรบระดับสูงอยู่อีกที”

“พวกเชพเพิร์ดมีอารยธรรมที่ค่อนข้างจะล้าสมัย โดยการแบ่งการใช้ชีวิตออกไปเป็นกลุ่มย่อยกลุ่มละประมาณ 20,000-30,000 คน ทีมนักสู้ที่นายกำลังเจออยู่ในตอนนี้คือทีมที่เป็นหัวหน้ากับรองหัวหน้าของกลุ่มย่อย ๆ พวกนั้น ดังนั้นอย่าประมาทความแข็งแกร่งของพวกเขามากจนเกินไป” โอโร่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยกำหมัดแน่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะเพียงแค่นักรบระดับสูงของพวกเชพเพิร์ดที่เขาได้เจอภายในงานชุมนุมมังกรฟ้าก็เคยสร้างปัญหาให้กับเขาอย่างมากมาย

แต่ในตอนนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่มีความแข็งแกร่งระดับนั้นพร้อม ๆ กันถึง 20 คน และมันก็ยังไม่รวมถึงว่าภายในทีมตรงหน้ามีนักรบชั้นยอด ที่เป็นหัวหน้าของนักรบระดับสูงพวกนี้ยืนอยู่อีกคนหนึ่งด้วย

“ถ้าเหตุการณ์ไม่สู้ดีพยายามหลบหนีออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่การป้องกันของศัตรูอ่อนแอที่สุด” เซี่ยเฟยหันไปพูดกับพวกมุราซากิด้านหลังด้วยสีหน้าอันจริงจัง

“เข้าใจแล้ว ว่าแต่คุณกำลังจะไปไหน?”

“พวกมันไม่ได้จู่โจมอย่างเต็มกำลังแต่ส่งทีมนักรบชั้นยอดออกมา แสดงว่าพวกมันต้องการที่จะจัดการกับฉันก่อนเป็นอันดับแรก ฉันจะพยายามถ่วงเวลาเอาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ ส่วนพวกคุณทุกคนให้หลบอยู่ในนี้อย่าพึ่งออกไปไหน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับก้าวเท้าไปด้านหน้าโดยไม่หันหลังกลับมามอง

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อพยายามออกไปต่อสู้ให้ห่างจากหมู่บ้านมากที่สุด เพราะยิ่งพวกเขาต่อสู้ห่างจากหมู่บ้านมากเท่าไหร่ โอกาสรอดชีวิตของตัวประกันในหมู่บ้านก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปเท่านั้น

“รอบนี้นายลงทุนไปมาก หวังว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปตามแผนการของนายนะ” โอโร่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“คุณพูดถูกแค่เพียงครึ่งเดียว ถึงแม้ว่าผมจะพยายามช่วยพวกซุยเซนอยู่จริง ๆ แต่ผมก็ต้องการจะทดสอบดูด้วยว่าผมสามารถสู้กับราชากฎระดับสูงได้แล้วหรือยัง” เซี่ยเฟยกล่าว

อัศวินกฎขั้นที่ 7 ต้องการที่จะท้าทายราชากฎขั้นสูง!?

เซี่ยเฟยจะกล้าหาญมากจนเกินไปแล้ว!!

หากคนอื่นเป็นคนพูดประโยคนี้ขึ้นมา เขาคนนั้นย่อมถูกมองว่าเป็นพวกหยิ่งผยองในกำลังของตัวเองอย่างแน่นอน แต่ในกรณีของเซี่ยเฟยกลับแตกต่างกัน เพราะเขาทั้งได้ครอบครองขนอุย, หงส์ครามและกฎแห่งความโกลาหล ซึ่งทุกสิ่งต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่ช่วยเพิ่มพลังการสู้รบให้กับชายหนุ่มได้หลายเท่า

“จับตัวมันมา ฉันจะกลืนกินมันเข้าไปทั้งเป็น!” นักรบชุดดำกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเคร่งขรึม

เซี่ยเฟยเคยได้ยินมานานแล้วว่าพวกเชพเพิร์ดชอบกลืนกินร่างของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเข้าไป แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังมองเขาว่าเป็นอาหาร

“ระวังกระดูกฉันจะติดคอนะ”

หงส์คราม!!

ทันทีที่พูดจบใบหญ้าสีฟ้าขนาดใหญ่ 3 ใบก็ยืดยาวออกไปปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้า คล้ายกับว่ามันกำลังมีกำแพงอันแหลมคมขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของใบหญ้าทั้งสามใบ ทำให้เหล่าบรรดานักรบชั้นสูงของพวกเชพเพิร์ดตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มตั้งสติและยกอาวุธของตัวเองขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตี

ไม่ว่าหงส์ครามจะร้ายกาจแค่ไหน แต่พวกเชพเพิร์ดระดับสูงก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเกินไปกว่าหัวหน้าของพวกมันอีกแล้ว ดังนั้นพวกมันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องเร่งรีบออกมาจัดการกับใบหญ้าแปลก ๆ พวกนี้

ขวับ!

เซี่ยเฟยพยายามเชื่อมความคิดของตัวเองเข้ากับหงส์ครามในระหว่างการจู่โจม ซึ่งหลังจากที่โอโร่ได้สอนเขาว่าเป้าหมายสูงสุดของนักรบกฎไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้กฎเท่านั้น แต่นักรบที่ดีจำเป็นจะต้องหลอมรวมตัวเองเข้ากับกฎที่ตัวเองได้เรียนรู้ด้วย

นับแต่นั้นเป็นต้นมาชายหนุ่มก็ใส่รายละเอียดในระหว่างการโจมตีมากยิ่งขึ้น และเขาก็ทำการควบคุมการเคลื่อนไหวของหงส์ครามทุก ๆ การเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง แตกต่างจากเมื่อก่อนที่เขาจะแค่สั่งการให้มันทำการโจมตี

ใบหญ้าสีฟ้ายืดยาวออกไปเป็นวงกลมโดยมีชายหนุ่มยืนอยู่ตรงกลางวงกลมนั้น ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เข้ามาอยู่ในแนวป้องกัน เขาคนนั้นจะถูกทั้งเซี่ยเฟย, หงส์ครามและขนอุยรุมโจมตี

นี่คือการจัดกระบวนทัพรุกรับในคราวเดียว!!

ตอนแรกพวกเชพเพิร์ดชั้นสูงคิดว่าพวกเขาจะถูกหงส์ครามจู่โจมเข้าใส่ แต่ในความเป็นจริงการจู่โจมพวกนั้นเป็นเพียงแค่การถ่วงเวลาเท่านั้น เพราะภายในเวลาเพียงแค่พริบตา พวกเขาก็ได้ตกอยู่ในวงล้อมของหงส์ครามเรียบร้อยแล้ว

“อย่าคิดว่าจะออกไปได้ง่าย ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

ฟุบ!

ในเวลาเดียวกันทั้งเซี่ยเฟยและขนอุยต่างก็หายตัวไปด้วยความเร็วหลายหมื่นเมตรต่อวินาที ร่างของพวกเขาจึงกลายเป็นภาพลาง ๆ ที่แทบจะไม่มีใครสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ทัน

กว่าที่พวกเชพเพิร์ดจะทันได้รู้ตัวพวกเขาก็มองไปที่หน้าอกของตัวเองด้วยความตกตะลึง เพราะบริเวณหน้าอกของพวกเขานั้นได้กลายเป็นรูโบ๋ ที่สามารถมองเห็นทะลุไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

ขวับ!

ดาบสีแดงเลือดฟาดฟันลงมาจากบนลงล่าง กรีดผ่านบริเวณลำคอไปจนถึงช่วงท้องของเชพเพิร์ดอีกคน แต่การจู่โจมในครั้งนี้ไม่มีเลือดกระเด็นออกมาสักหยด เพราะเลือดทั้งหมดถูกบลัดบิวเทียสกลืนกินไปจนหมดแล้ว

พวกเชพเพิร์ดระดับสูงต่างก็ล้วนแล้วแต่มีพลังระดับอัศวินกฎขั้นสูงสุดทั้งหมด เลือดทุกหยดของเชพเพิร์ดพวกนี้จึงสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานให้ชายหนุ่มสามารถฝึกฝนเพิ่มพลังต่อไปได้

ปัง ๆ ๆ ๆ!

หงส์คราม, ขนอุยและเซี่ยเฟยต่างก็จู่โจมสอดประสานกันอย่างราบรื่น โดยหงส์ครามทำหน้าที่ในการดักจับเหยื่อ ขนอุยทำหน้าที่ในการจู่โจมอย่างรุนแรง และเซี่ยเฟยมีหน้าที่ในการใช้บลัดบิวเทียสดูดกลืนพลังของศัตรูเข้ามา

ร่างกายขนาดเล็กของขนอุยที่เซี่ยเฟยบ่นมาโดยตลอดกลับกลายเป็นสิ่งที่ใช้ได้ดีในระหว่างการต่อสู้จริง เพราะด้วยร่างกายขนาดเล็กกะทัดรัดของมัน จึงทำให้การจู่โจมของขนอุยกลายเป็นการจู่โจมที่ยากจะป้องกันได้

หลังจากจัดการเรื่องเชพเพิร์ดระดับสูงไปแล้วประมาณ 8 คน ความมั่นใจของพวกเชพเพิร์ดที่เหลือก็ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงเริ่มเพิกเฉยต่อคำสั่งของหัวหน้าและเตรียมที่จะหลบหนีออกไปจากสนามรบแห่งนี้โดยเร็วที่สุด แต่น่าเสียดายที่พวกเขาก็ได้พบว่าหงส์ครามได้ปิดกั้นเส้นทางการหลบหนีของพวกเขาเอาไว้จนหมดแล้ว

พวกเชพเพิร์ดเริ่มหมดหวังลงอย่างรวดเร็ว แต่ความสิ้นหวังพวกนี้ก็อยู่ได้เพียงแค่ไม่นาน ก่อนที่เซี่ยเฟยกับขนอุยจะสังหารพวกเชพเพิร์ดทั้ง 20 คนลงอย่างรวดเร็ว

การลงมือในปัจจุบันทำให้ใบดาบของบลัดบิวเทียสกลายเป็นสีแดงอย่างสดใส ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังได้ค้นพบว่าการประสานงานระหว่างเขากับหงส์ครามและขนอุยยังดูดีมากกว่าในอดีตอีกด้วย เพราะพวกเชพเพิร์ดชั้นสูงที่เคยทำให้เขาลำบากในอดีต กลับไม่สามารถที่จะสร้างแรงกดดันให้กับเขาในตอนนี้ได้ด้วยซ้ำ

“ตอนนี้เซี่ยเฟยคงจะสามารถท้าทายราชากฎได้โดยไม่มีปัญหาแล้วสินะ” โอโร่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

แต่ถึงแม้ว่าลูกน้องจะถูกสังหารอย่างเลือดเย็น เชพเพิร์ดชั้นยอดก็ยังคงไม่เคลื่อนไหวใด ๆ อย่างไรก็ตามหากสังเกตนักรบเกราะดำคนนี้อย่างละเอียด จะได้พบว่ามือของเขากำลังสั่นเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังรู้สึกตื่นเต้นจนถึงขีดสุด

“นายรู้ไหมว่าทำไมมันถึงยังไม่เริ่มเคลื่อนไหว?” โอโร่ถาม

“ไม่รู้เหมือนกัน การที่มันยืนดูลูกน้องของตัวเองถูกฆ่าแบบนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้นำที่ดีควรจะทำเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัวด้วยความสับสน

“ระวังตัวไว้ให้ดี มันคอยวิเคราะห์การต่อสู้ของนายอยู่ตลอดเวลา คนคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่นายจะรับมือได้ง่าย ๆ” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด

***************

แม้แต่โอโร่ยังใช้น้ำเสียงที่ตึงเครียด ไม่น่าจบง่ายๆใช่ไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 682 ศัตรูที่ร้ายกาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว