เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 680 ฐานที่มั่นของซุยเซน

ตอนที่ 680 ฐานที่มั่นของซุยเซน

ตอนที่ 680 ฐานที่มั่นของซุยเซน


ตอนที่ 680 ฐานที่มั่นของซุยเซน

การเอาชนะทีมซุยเซนได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องนั้นมันก็ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเซี่ยเฟย เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการพิชิตทีมนี้ให้อีกฝ่ายยอมมาทำงานให้กับเขา

แต่ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังจะใช้ไม้อ่อนในการจัดการกับอีกฝ่ายอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็ได้มีเสียงแจ้งเตือนภัยดังขึ้นมาจากเครื่องสื่อสารทำให้ทุกคนตื่นตัวในทันที

ตอนแรกมันมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาเพียงแค่เสียงเดียวเท่านั้น แต่ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีมันก็มีเสียงแจ้งเตือนดังไปทั่วทั้งบริเวณ

“ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังมีปัญหานะครับ พวกเราควรจะทำยังไงดี?” เซธกระซิบถามเซี่ยเฟยเบา ๆ

“คนพวกนี้ยังมีประโยชน์กับฉันอยู่ แต่รอดูไปก่อนว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ แล้วค่อยลงมือช่วยเหลือในช่วงเวลาที่จำเป็นจริง ๆ” เซี่ยเฟยตอบกลับไปเบา ๆ

เซธยืดหน้าอกขึ้นพร้อมกับใช้มือตบหน้าอกของตัวเองอย่างดัง เป็นสัญลักษณ์ว่าเขาพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของเซี่ยเฟย แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยสนใจท่าทางจงรักภักดีของทาสคนนี้เลย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดวัดกันที่การกระทำไม่ใช่เพียงแค่คำพูดหรือท่าทางที่แสดงออกมาเท่านั้น

“พวกเชพเพิร์ดบุก”

“ไอ้ตัวน่ารังเกียจ! พวกนั้นมันบุกจู่โจมฐานในระหว่างที่พวกเราออกมาข้างนอกงั้นเหรอ?”

“ทุกคนรีบกลับไปที่ฐานเร็ว ๆ เข้า!”

หลังจากได้อ่านข้อมูลจากเครื่องสื่อสาร ฝูงชนก็เริ่มอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก

เผ่าพันธุ์ที่โด่งดังในเรื่องสายลับภายในแดนเนรเทศมีอยู่เพียงแค่ 2 เผ่าพันธุ์คือเผ่าพันธุ์เชพเพิร์ดและเผ่าพันธุ์มุราซากิ

สุภาษิตโบราณเคยกล่าวเอาไว้ว่าเสือสองตัวไม่สามารถที่จะอยู่ถ้ำเดียวกันได้ เผ่าพันธุ์สายลับทั้งสองเผ่าพันธุ์นี้จึงมักจะมีการปะทะกันอยู่เสมอ

โดยเฉพาะในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาที่ทีมซุยเซนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งดินแดน งานจ้างเป็นจำนวนมากที่เคยไปหาพวกเชพเพิร์ดจึงถูกเปลี่ยนไปจ้างชาวมุราซากิแทน ซึ่งมันก็ได้สร้างความไม่พอใจให้พวกเชพเพิร์ดที่ถูกแย่งลูกค้าของตัวเองไป

แต่น่าเสียดายที่โดยปกติทีมซุยเซนมักจะเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังอยู่เสมอ สมาชิกภายในทีมจึงกระจัดกระจายไปจนทั่วและไม่ได้มารวมตัวกันเหมือนอย่างในวันนี้ ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเชพเพิร์ดจะรู้ว่าพวกซุยเซนพำนักอยู่ที่ไหน แต่พวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสจัดการกับศัตรูของตัวเองได้เสียที

ท้ายที่สุดทีมซุยเซนก็เป็นเหมือนกับหน้าตาของชาวมุราซากิทั้งเผ่าพันธุ์ ดังนั้นถ้าหากพวกเขาต้องการจะกำจัดศัตรู ชาวเชพเพิร์ดก็จำเป็นจะต้องสังหารสมาชิกภายในทีมซุยเซนให้หมดสิ้นในครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นมันก็จะหลงเหลือเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตขึ้นมากลายเป็นหอกข้างแคร่ของพวกเขาในอนาคต

ด้วยเหตุนี้พวกเชพเพิร์ดจึงรอโอกาสอยู่อย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งในวันนี้ที่เซี่ยเฟยเดินทางมาถึง และทำให้สมาชิกภายในทีมซุยเซนมารวมตัวกันเป็นจำนวนหลายร้อยคน พวกเชพเพิร์ดจึงคิดว่าโอกาสของพวกเขามาถึงแล้ว พวกเขาจึงเลือกที่จะจู่โจมฐานที่มั่นของซุยเซนในตอนนี้

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเชพเพิร์ดยังจู่โจมทีมซุยเซนภายใต้ชื่อของกลุ่มทหารรับจ้างคิวชาน ที่สมาชิกภายในกลุ่มรับจ้างกว่า 90% เป็นทหารอิสระที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงสมาชิกภายในทีมต่างก็เป็นชาวเชพเพิร์ดทั้งหมด

โดยถ้าหากว่าพวกซุยเซนถูกกำจัดลงทั้งหมด เผ่ามุราซากิก็จะไม่สามารถหาหลักฐานมาปรักปรำชาวเชพเพิร์ดได้ ซึ่งแผนการนี้ก็ถือว่าเป็นแผนการที่แยบยลมาก

สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ฝูงชนตกอยู่ในความโกลาหล และที่ฐานทัพก็กำลังรอให้พวกซุยเซนกลับไปช่วย แต่คาเซะที่เพิ่งจะพ่ายแพ้ให้กับเซี่ยเฟยกำลังรู้สึกสับสนมาก เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะต้องตอบสนองต่อสถานการณ์อันวุ่นวายในตอนนี้ยังไงดี

“เอาล่ะพวกเราเตรียมตัวตอบโต้ในทันที โคเมต! นายกับสมาชิกภายในทีมทำหน้าที่เป็นแนวหน้า ส่วนคนอื่น ๆ ตามฉันมา พวกเราจะเคลื่อนตัวออกไปเพื่อจู่โจมจากด้านข้าง” คาเซะพยายามดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะออกคำสั่งสั่งการทุกคนอย่างใจเย็น

ชาวเชพเพิร์ดกับชาวมุราซากิมีความบาดหมางกันมาเป็นเวลานานแล้ว และเนื่องมาจากว่าในตอนนี้ฐานที่มั่นของพวกเขาถูกโจมตี ทุกคนจึงกำลังกังวลว่าครอบครัวของตัวเองจะได้รับอันตราย เมื่อมันได้มีคำสั่งมาจากหัวหน้า พวกเขาจึงพร้อมที่จะออกไปต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในทันที

“ถ้าหากว่าพวกคุณเริ่มตอบโต้กลับไปแบบนั้น ฉันคิดว่าพวกคุณคงจะตกลงไปในกับดักที่พวกเชพเพิร์ดได้ขุดรอเอาไว้” เซี่ยเฟยส่ายหัวพร้อมกับส่งเสียงเตือนออกไปอย่างเย็นชา

แม้เสียงพูดของเขาจะไม่ดังนักแต่มันกลับดังชัดภายในหูของทุกคน

“ครอบครัวของฉันอยู่ที่ฐาน ถ้าพวกเราไม่กลับไปแล้วจะให้พวกเราทำยังไง?”

“ไอ้พวกเชพเพิร์ดมันขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมมาก ถ้าเราช้ากว่านี้บางทีมันอาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว”

“ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องกลับไป เราจะปล่อยฐานให้พวกนั้นมันยึดไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”

ทุกคนต่างก็รู้สึกกังวลใจจนไม่ได้สังเกตเห็นความแปลกประหลาดในสถานการณ์ครั้งนี้เลย เซี่ยเฟยจึงรู้สึกผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อยที่พวกซุยเซนเคลื่อนไหวกันอย่างบุ่มบ่ามแบบนี้

“อาเฟยถึงแม้ว่าชีวิตของพวกเราจะตกเป็นของคุณ แต่ตอนนี้ฐานทัพของพวกเรากำลังถูกโจมตี ฉันขอจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนแล้วฉันจะกลับมาทำตามสัญญาอย่างแน่นอน” คาเซะพูดขึ้นมาเสียงดัง

“ไร้สาระ! คนตายจะไปมีประโยชน์กับฉันได้ยังไง ถ้าอยากจะตายคุณก็กลับไปตายคนเดียวอย่าลากทุกคนกลับไปกับคุณด้วย! ในฐานะผู้นำทีมคุณควรจะตัดสินใจอย่างสงบ แต่ดูตอนนี้สิคุณกลับจะเคลื่อนไหวโดยที่ยังไม่มีแผนการอะไรด้วยซ้ำ” เซี่ยเฟยตะคอกกลับอย่างเย็นชา

คำพูดกระแทกกระทั้นของเซี่ยเฟยเริ่มสะกิดใจคาเซะขึ้นมาอย่างฉับพลัน เพราะการนำกองกำลังกลับไปอย่างหุนหันพลันแล่นแบบนี้ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์อย่างที่ชายหนุ่มได้ว่าเอาไว้จริง ๆ

อย่างไรก็ตามคาเซะก็เป็นทั้งผู้นำทีมและเป็นวีรบุรุษที่ทุกคนยกย่อง การที่เซี่ยเฟยตำหนิคาเซะต่อหน้าสมาชิกภายในทีมทุกคนแบบนี้ มันจึงถือว่าเป็นการกระทำที่หยามเกียรติทีมซุยเซนของพวกเขามาก

“คุณไม่จำเป็นจะต้องเข้ามายุ่งเรื่องของเรา!”

“ฉันสนับสนุนการตัดสินใจของพี่คาเซะ ถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องกลับไปตายแต่ฉันก็จะไม่รู้สึกเสียใจ”

ไม่มีสมาชิกคนใดฟังคำเตือนของเซี่ยเฟยเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขากำลังคิดว่าชายหนุ่มกำลังรั้งพวกเขาเอาไว้ไม่ให้กลับไปช่วยเหลือครอบครัวของตัวเอง

“คนในฐานมีกี่คน? แล้วพวกเขาเป็นใครบ้าง?” เซี่ยเฟยถามออกไปอย่างใจเย็น

“ครอบครัวของพวกเรากำลังอยู่ที่ฐานนะ และพวกเขาก็ไม่มีความสามารถในการปกป้องตัวเองด้วยซ้ำ หากพวกเรากลับไปช้าเพียงแค่ 1 นาทีมันจะมีคนตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม พี่คาเซะรีบตัดสินใจเร็ว ๆ เข้า พวกเราไม่ควรจะช้าไปกว่านี้อีกแล้ว” ชายร่างใหญ่แทบที่จะร้องไห้ออกมา เมื่อคาเซะยังคงนิ่งเฉยไม่สั่งให้พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างที่ควรจะเป็น

“มันเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเชพเพิร์ดวางแผนการในครั้งนี้เอาไว้อย่างรอบคอบ แต่ครอบครัวที่อ่อนแอภายในฐานกลับสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาหาพวกคุณได้ น่าเสียดายที่พวกคุณถูกยกย่องว่าเป็นสายลับชั้นยอดมาโดยตลอด แต่ท้ายที่สุดพวกคุณกลับถูกหลอกด้วยกลยุทธ์ง่าย ๆ แบบนี้เนี่ยนะ?!” เซี่ยเฟยกล่าว

คำพูดนี้เหมือนกับการตบหน้าสมาชิกทุกคนภายในทีมอย่างรุนแรง เพราะภายในฐานมีเพียงเด็กและคนแก่ที่อ่อนแออยู่จริง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเชพเพิร์ดยังวางแผนบุกโจมตีเอาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าหากว่าพวกมันตั้งใจจะจัดการครอบครัวของพวกเขาจริง ๆ คนพวกนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาได้ด้วยซ้ำ

เมื่อทุกคนเริ่มมีสติกลับมาแล้วพวกเขาก็สามารถตระหนักขึ้นมาได้ในทันทีว่า สาเหตุที่มันมีสัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งออกมาแบบนี้ นั่นก็เพราะพวกเชพเพิร์ดกำลังรอคอยให้พวกเขากลับไป

นี่มันคือแผนการที่จะจัดการกับพวกเขาทุกคนในคราวเดียว!!

“เรื่องนี้มันแปลกมากจริง ๆ มันไม่มีใครที่มีความสามารถในการต่อสู้เหลืออยู่ที่ฐานเลยสักคน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะมีคนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาแบบนี้”

“แล้วพวกเราควรจะทำยังไงล่ะ? พวกเราคงจะไม่ปล่อยให้ไอ้พวกเชพเพิร์ดทำอะไรกับครอบครัวของพวกเราใช่ไหม?”

“ถึงมันจะเป็นกับดักแต่พวกเราก็ต้องกลับไป ไม่ว่ายังไงครอบครัวของพวกเราก็กำลังตกอยู่ในอันตราย”

“ไอ้พวกโง่! การที่ศัตรูกล้าประกาศสารท้ารบออกมาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ มันก็หมายความว่าพวกเขามั่นใจในตัวเองมาก ถ้าทุกคนกลับไปมันก็มีแต่จะเพิ่มจำนวนคนตายเท่านั้นแหละ”

“ลองคิดดูดี ๆ ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือใครกันแน่ ถ้าหากว่าพวกคุณยังไม่กลับไปครอบครัวของพวกคุณก็ยังพอมีชีวิตรอดอยู่ได้ในฐานะของตัวประกัน แต่ทันทีที่พวกคุณปรากฏตัวพวกเขาจะถูกกำจัดในทันที อย่ามาคิดโง่ ๆ ว่าแค่กลับไปแล้วจะทำให้ครอบครัวของตัวเองปลอดภัย”

คำด่าว่าของเซี่ยเฟยถึงกับทำให้ทุกคนพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง แต่คำพูดของชายคนนี้ก็มีเหตุผลมากจนทำให้ไม่มีใครสามารถหาเหตุผลมาคัดค้านคำพูดของเซี่ยเฟยได้

“แล้วพวกเราควรจะทำยังไงกันดี?”

“ตอนนี้เวลาผ่านไป 2 นาทีแล้ว พวกเชพเพิร์ดน่าจะรู้ตัวว่าพวกเรารู้ถึงแผนการของพวกมัน หลังจากนี้มันคงจะมีเหตุการณ์สังหารหมู่อย่างแน่นอน พวกเราจึงเหลือวิธีการอยู่เพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้น”

“วิธีไหน?”

“ฉันจะเป็นคนกลับไปที่ฐานของพวกคุณเอง ฉันไม่ใช่ชาวมุราซากิ พวกเชพเพิร์ดจะต้องคิดว่าฉันเป็นแขกที่ต้องการมาว่าจ้างงานและคงจะไม่เริ่มลงมือสังหารในทันที ในระหว่างนั้นทุกคนควรจะเตรียมตัวเอาไว้และรอฟังคำสั่งจากฉัน” เซี่ยเฟยสั่งการอย่างหนักแน่น

คนบางคนก็ถูกกำหนดชะตาให้เกิดมาเป็นผู้นำ โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญที่ความเป็นผู้นำของคนเหล่านี้จะสะท้อนออกมาอย่างโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

เมื่อเซี่ยเฟยออกคำสั่งมันก็เหมือนมีแรงกดดันที่ไม่สามารถจะปฏิเสธคำสั่งของชายคนนี้ได้ และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะดูมีอายุไม่มาก แต่ความเด็ดขาดที่เขาแสดงออกมามันก็ทำให้คนอื่นรู้สึกเคารพเขาโดยไม่ทันได้รู้ตัว

“แล้วคุณมีแผนที่จะทำอะไร?”

“ฉันก็ไม่รู้มันขึ้นอยู่กับโอกาส” เซี่ยเฟยกล่าวตอบอย่างใจเย็น

คำตอบของชายหนุ่มคล้ายกับการบอกว่าเขาก็ไม่มีแผนด้วยเหมือนกัน แต่ถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้สึกกังวลพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะหาแผนการที่ดีไปกว่าแผนการนี้ได้

“จะมัวยืนบื้ออยู่ทำไม? รีบบอกตำแหน่งฐานทัพของพวกคุณมาซะ จากนั้นรีบแจ้งไปยังทุกคนที่พวกคุณติดต่อได้ พวกเราจะเริ่มเตรียมมาตรการตอบโต้พวกมันกลับไปไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!!”

ฐานที่มั่นของทีมซุยเซนอยู่บนภูเขาทางตอนใต้ ที่ปลายยอดของภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะอันหนาทึบ

ฟุบ!

เซี่ยเฟยเดินทางออกมาจากประตูมิติด้วยท่าทางอันเหนื่อยล้า ราวกับว่าเขาเป็นนักเดินทางที่ดูไม่มีพิษภัยเลยแม้แต่น้อย

ท่ามกลางหิมะมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งถูกตั้งอยู่ และถึงแม้ว่าสายลับอันดับ 1 แห่งแดนเนรเทศจะมีศัตรูอยู่อย่างมากมาย แต่ฐานที่มั่นของพวกเขากลับดูเปราะบางมาก

ในความเป็นจริงชาวมุราซากิไม่เชื่อว่าการสร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งสามารถต่อต้านศัตรูของพวกเขาได้ วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ทำให้ฐานทัพของพวกเขาปลอดภัยคือ การย้ายฐานที่มั่นเป็นระยะ ๆ แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฐานที่มั่นของพวกเขาถึงได้เปราะบางมากขนาดนี้

เซี่ยเฟยเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างงุ่มง่าม ขณะที่ดวงตาของเขาคอยสอดส่องมองซ้ายมองขวาราวกับว่าเขาเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก

“มีคนซ่อนตัวอยู่ในอาคารไม่น้อยกว่า 100 คน, บริเวณหลังเชิงเขาตรงนั้นมีประมาณ 300 คน, มีคนซ่อนตัวอยู่ในแม่น้ำประมาณ 200 คน, มีคนซ่อนตัวอยู่ในป่าประมาณ 500 คน”

“โดยรวมแล้วคราวนี้มีศัตรูมาบุกโจมตีมากกว่า 1,000 คน ฉันคิดว่าทันทีที่สมาชิกภายในทีมซุยเซนกลับมา มันคงจะมีการสังหารหมู่เกิดขึ้นในทันที พวกเชพเพิร์ดถือว่าฉลาดมากที่ได้เคลื่อนไหวแบบนี้ ถ้านายไม่เข้ามาช่วยฉันคิดว่าพวกซุยเซนคงถูกกวาดล้างในเวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เซี่ยเฟยพยักหน้าเล็กน้อยขณะที่เขายังคงเดินหน้าเข้าสู่หมู่บ้านต่อไป ราวกับนักเดินทางที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ

***************

เป็นพี่เฟยนี่มันเหนื่อยจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 680 ฐานที่มั่นของซุยเซน

คัดลอกลิงก์แล้ว