เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 674 มังกรแดงเกล็ด 9 ชั้น

ตอนที่ 674 มังกรแดงเกล็ด 9 ชั้น

ตอนที่ 674 มังกรแดงเกล็ด 9 ชั้น


ตอนที่ 674 มังกรแดงเกล็ด 9 ชั้น

เมื่อสัญญาณถูกส่งออกไปชาวเผ่ามุราซากิก็ได้มารวมตัวกันในป่าไผ่เป็นจำนวนหลายสิบคน

“ผู้อาวุโสเรียกพวกเราทุกคนมาทำภารกิจงั้นเหรอ?”

“ผู้อาวุโส พี่คาเซะอยู่ไหน? หรือว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย?”

เหล่าสมาชิกที่มารวมตัวกันเริ่มถาม โดยพี่คาเซะที่พวกเขาพูดถึงมันก็คือชื่อที่แท้จริงของผู้นำกลุ่มซุยเซน

ยิ่งเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งมีคนมารวมตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยสายลับเหล่านี้ต่างก็ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขาจึงมารวมตัวกันครบภายในเวลาเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่าทุกคนจะมารวมตัวกันครบแล้วแต่คาเซะก็ยังไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องรอคอยอยู่อย่างเงียบ ๆ

ระหว่างนั้นซากุระก็เดินเข้าไปท่ามกลางฝูงชนโดยพยายามทำตัวให้น่ารักที่สุด ก่อนที่ลุงของเธอจะเรียกเธอไปหาด้วยความเอ็นดู ขณะเดียวกันเด็กชายคิ้วหนาที่ชื่อโคตะก็คอยเดินตามเธอตลอดเวลา โดยในช่วงเวลานี้เด็กสาวเหมือนกับต้องการจะพูดอะไรออกมาบางอย่าง แต่เธอไม่สามารถที่จะเปิดปากพูดออกมาได้

ทันใดนั้นรัคโค่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก่อนที่เขาจะมองไปยังสมาชิกทุกคนภายในทีม

“สาเหตุที่ฉันเรียกรวมทุกคนในวันนี้ไม่ใช่เพราะภารกิจ แต่เพื่อทำอะไรบางอย่าง” รัคโค่กล่าวอย่างเคร่งขรึม

“มีอะไรสำคัญหรือเปล่าผู้อาวุโส? ปกติพี่คาเซะมักจะให้พวกเรากระจายตัวกันออกไปเพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจเว้นแต่ว่ามันจะมีภารกิจที่ต้องทำ”

“ถ้ามันไม่มีเรื่องสำคัญฉันจะเรียกทุกคนมารวมตัวกันไหม? คราวนี้พวกเราจะต้องเคลื่อนไหวเพื่อรักษาเกียรติยศของกลุ่มซุยเซน และศักดิ์ศรีของชนเผ่ามุราซากิของพวกเรา” รัคโค่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ

ในแววตาของชายชราคนนี้มีความดุเดือดปะทุออกมาด้านนอกอยู่เล็กน้อย และการที่เขาพูดเรื่องศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ขึ้นมา มันจึงเริ่มทำให้คนอื่นสัมผัสได้ว่าเรื่องในครั้งนี้มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ ๆ

“เมื่อกี้นี้มันมีคนสามารถมองทะลุการปลอมตัวของคาเซะได้ และเขาคนนั้นยังรังแกซากุระอีกด้วย” รัคโค่เริ่มกล่าวขึ้นมาอย่างเศร้าใจ

“อะไรนะ?! พี่คาเซะถูกเปิดเผยตัวงั้นเหรอ?”

“ใคร? เขาคนนั้นเป็นใคร? กล้าดียังไงถึงมารังแกซากุระของเรา”

“เรื่องนี้มันน่าอับอายจริง ๆ พวกเราจะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด”

เมื่อทุกคนเริ่มเดือดดาลซากุระก็เริ่มแสร้งทำเป็นเสียใจและบีบน้ำตาออกมาเล็กน้อย แต่ภายในใจเธอกำลังมีความสุขมากและพยายามคิดถึงภาพที่เซี่ยเฟยได้รับความพ่ายแพ้

“ความจริงเรื่องที่ซากุระโดนรังแกกับเรื่องที่คาเซะถูกเปิดเผยตัวมันก็ยังไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะเรื่องที่สำคัญกว่าคือเขาคนนั้นบอกว่าทักษะการปลอมตัวของพวกเรามันใช้การไม่ได้” รัคโค่พยายามพูดปลุกใจต่อไป

ทันทีที่ชายชราพูดจบทุกคนก็แสดงอาการไม่พอใจออกมาในทันที

“มันกล้าดียังไงมาดูถูกพวกเรา!”

“พี่คาเซะจะต้องถูกกลอุบายอะไรของมันเข้าแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นการปลอมตัวของเขาจะถูกเปิดโปงออกมาได้ยังไง”

รัคโค่ยกแขนขึ้นมาบนอากาศช้า ๆ เป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลงก่อน

คาเซะเปรียบเสมือนกับวีรบุรุษของเผ่าพันธุ์ที่ได้ก่อตั้งกลุ่มซุยเซนขึ้นมา มันจึงทำให้เขาได้รับความเคารพจากทุกคนอย่างสูง การที่คาเซะโดนพูดจาดูถูกพร้อมกับหลานสาวของพวกเขาถูกรังแก มันจึงทำให้ทุกคนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป

“เขาคนนั้นใช้ชื่อแทนตัวเองว่าอาเฟย แต่เรายังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่าเขาเป็นใครมาจากไหนกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ เขาคนนี้กล้าที่จะมาดูหมิ่นพวกเราถึงถิ่นฐานของพวกเราเอง”

“ตอนแรกฉันก็คิดที่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป เพราะไม่อยากจะไปโต้เถียงกับคนที่ไม่รู้ความ แต่เขายังพูดจาดูถูกเผ่าพันธุ์มุราซากิของเรา ฉันจึงไม่สามารถทนอยู่นิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป”

เมื่อชายชราพูดจบลงทุกคนก็ตกตะลึงในทันที โดยในตอนแรกพวกเขาไม่พอใจเซี่ยเฟยที่มารังแกซากุระอยู่แล้ว แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าชายหนุ่มคนนี้ดูถูกเผ่าพันธุ์ของพวกเขา มันจึงทำให้ความไม่พอใจถูกเปลี่ยนไปกลายเป็นความโกรธแค้น

คนที่ใจร้อนเริ่มยกอาวุธขึ้นมาในทันทีเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะไปจัดการกับเซี่ยเฟย และแม้แต่คนที่ใจเย็นที่สุดภายในกลุ่มก็กำลังยืนกำหมัดพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธ

“คอยดูเถอะ คราวนี้นายโดนพวกฉันอัดแน่ ๆ” ซากุระที่แอบดูความเดือดดาลของทุกคนอยู่ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“พวกเราพอกันแค่นี้ดีกว่าไหม? ไม่อย่างนั้นลุงคาเซะจะโกรธเอานะ” โคตะพูดขึ้นมาอย่างลังเลใจ

“พี่โคตะกลัวว่าพ่อจะโกรธแต่ไม่สนใจที่ฉันถูกเขารังแกงั้นเหรอ?” ซากุระกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอันออดอ้อน

“เอ่อ…” ใบหน้าของโคตะเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที เพราะเขาไม่มีภูมิคุ้มกันที่จะสามารถต่อต้านเสน่ห์ของเด็กสาวคนนี้ได้ ก่อนที่เขาจะสาบานว่าจะไปจัดการกับเซี่ยเฟยพร้อมกับทุกคน แม้ว่าความผิดในครั้งนี้มันจะทำให้เขาต้องถูกลงโทษก็ตาม

“หยุด!” รัคโค่ลุกยืนขึ้นพร้อมกับหยุดทุกคนเอาไว้

“เรื่องของสายลับจะต้องถูกจัดการตามกฎเกณฑ์ของสายลับมืออาชีพ ดังนั้นห้ามใครก็ตามเคลื่อนไหวโดยพลการอย่างเด็ดขาด”

ทุกคนต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของรัคโค่

ในความเป็นจริงรัคโค่ได้พิจารณาแล้วว่าเซี่ยเฟยเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจจะเอากำลังไปปะทะกับชายหนุ่มโดยตรงได้

ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังมีเซธคอยพิทักษ์อยู่เคียงข้าง ซึ่งถ้าหากว่าพวกเซี่ยเฟยเกิดอาละวาดขึ้นมาจริง ๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาทนรับไหวอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ถ้าหากว่าพวกเขาต้องการจะแก้แค้น พวกเขาก็จะต้องใช้สิ่งที่พวกเขาถนัดมากที่สุดนั่นก็คือการปลอมตัว

“ฉันเห็นด้วยตาตัวเองเลยว่าอาเฟยใช้ดาบสีแดงไปที่ซากุระและดาบเล่มนั้นมันก็เกือบจะปลิดชีวิตของเธอไปแล้ว ครั้งนี้พวกเราจะต้องสั่งสอนบทเรียนที่ไม่มีวันลืมให้กับเขา ให้เขาได้รู้ว่ากลุ่มซุยเซนที่ไม่เคยทำภารกิจผิดพลาดมาตลอด 25 ปีมีความแข็งแกร่งมากขนาดไหน”

“เป้าหมายของพวกเราคืออาวุธหรือแหวนมิติของเขา ไม่ว่ายังไงเขาก็จะต้องกลับไปด้วยความเสียใจที่กล้ามาดูถูกพวกเรา”

ทุกคนต่างก็ส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้นในทันที เพราะถ้าหากอาวุธสุดที่รักของเซี่ยเฟยถูกพรากไป มันก็ถือว่าอีกฝ่ายได้สูญเสียศักดิ์ศรีในฐานะของนักรบไปด้วยเช่นเดียวกัน

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่เลวร้ายมากยิ่งกว่าการสังหารเซี่ยเฟยเสียอีก!

เมื่อได้รับคำสั่งสมาชิกภายในทีมต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในทันที โดยทุกคนต่างก็พยายามอดใจเอาไว้เพื่อให้เซี่ยเฟยได้ลิ้มรสถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา

หลังออกมาจากบ้านของคาเซะ เซี่ยเฟยที่กำลังเดินอยู่ก็พยายามคิดถึงแผนการขั้นต่อไป

คาเซะได้แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่ากลุ่มซุยเซนไม่ต้องการที่จะรับการว่าจ้างจากเขา ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องหาตัวเลือกใหม่

น่าเสียดายที่สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปใกล้กลุ่มดาวม้าขาวหรือตระกูลหยูได้ เพราะเขาถูกตั้งค่าหัวด้วยคริสตัลต้นกำเนิดมูลค่าที่สูงมาก ดังนั้นทันทีที่เขาปรากฏตัวมันก็จะมีคนออกมาตามล่าเขาอย่างมากมาย

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซี่ยเฟยถูกตามล่า แต่มันก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เขาได้ตกเป็นเป้าหมายของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาเป็นจำนวนมากมายขนาดนี้ การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของเขาจึงจำเป็นจะต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวมันอาจจะหมายถึงชีวิตของเขาได้เลย

แม้ว่าปัจจุบันเยว่เกอจะพยายามจับตาดูตระกูลหยูให้กับเขาอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะให้เธอเข้าไปเสี่ยงอันตรายมากกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องการเข้าไปสืบข่าวที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มดาวม้าขาวอีกด้วย เขาจึงจำเป็นที่จะต้องออกหาสายลับที่จะเข้าไปล้วงข้อมูลมาให้กับเขา

น่าเสียดายที่สายลับที่เก่งกาจในแดนเนรเทศมีเพียงแค่สองเผ่าพันธุ์เท่านั้น และเมื่อพวกซุยเซนปฏิเสธเขา เซี่ยเฟยจึงเริ่มลังเลว่าเขาควรจะไปว่าจ้างพวกเชพเพิร์ดดีหรือเปล่า

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็รีบสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นทิ้งไป เพราะสิ่งที่เขาต้องการเป็นเพียงแค่การสืบหาข่าวไม่ใช่การทำร้ายคนของทางฝั่งศัตรู การว่าจ้างพวกเชพเพิร์ดมันจึงไม่ใช่สิ่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เขาต้องการในปัจจุบัน

“พวกเราไปจัดการควินซี่ก่อนไหม? แล้วค่อยมาหาพวกสายลับกันทีหลัง ถ้าหากว่าควินซี่หนีไปบางทีพวกเราอาจจะหาร่องรอยของเขาไม่พบอีกเลย” โอโร่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้รีบออกไปจากแดนเนรเทศในเร็ว ๆ นี้สักหน่อย อีกอย่างการที่เขากล้าที่จะปรากฏตัวออกมา มันก็แสดงว่าเขามั่นใจว่าไม่มีใครตามล่าหาตัวเขาอีกต่อไปแล้ว ว่าแต่ทำไมคุณถึงได้มารบเร้าผมแบบนี้หรือว่าคุณยังมีจุดประสงค์อื่นที่ยังไม่ได้บอกผม?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“ความจริงควินซี่ถือสำเนาของกฎแห่งชีวิตเอาไว้ เราจึงจำเป็นจะต้องจัดการเขาให้ได้โดยเร็วที่สุด ถ้าหากศัตรูของฉันได้กฎแห่งชีวิตไปความพยายามทั้งหมดที่ฉันได้ทำมามันก็จะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องที่ไร้ประโยชน์”

“นอกจากกฎแห่งชีวิตแล้วควินซี่ยังได้ขโมยของสำคัญออกไปอีกหลายอย่าง เราจึงจำเป็นจะต้องยึดคืนพวกมันกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด” โอโร่กล่าวตอบอย่างหดหู่

“ถ้าคุณร้อนใจขนาดนั้นแสดงว่าพวกมันจะต้องเป็นของที่ดีมาก ๆ เลยใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

คำถามนี้ทำให้โอโร่เงียบเสียงไป ชายหนุ่มจึงแอบคาดเดาว่าของพวกนั้นมันจะต้องมีความสำคัญมากแน่ ๆ

“นายท่าน ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปไหนกันงั้นเหรอ?” เซธถามด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง และการที่พวกซุยเซนที่เขาแนะนำมาปฏิเสธเซี่ยเฟย มันก็ทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามาก

“กลับไปที่สมาคมทหารรับจ้างในเมืองกันก่อน ฉันต้องการที่จะหาคนว่าจ้างมาช่วยงานสักหน่อย” เซี่ยเฟยตอบ

“ในสมาคมทหารรับจ้างมีกลุ่มทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงอยู่อย่างมากมาย แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ติดต่อกับพวกกลุ่มทหารรับจ้างพวกนี้นานแล้ว และชื่อเสียงของผมก็ไม่ค่อยดีมากนัก ผมเกรงว่าบางทีกลุ่มทหารรับจ้างพวกนั้นอาจจะปฏิเสธไม่รับงานจากพวกเรา” เซธกล่าวอย่างหดหู่

“ไม่เป็นไรหรอก เพราะสิ่งที่ฉันกำลังมองหาอยู่ไม่ใช่กลุ่มทหารรับจ้าง” เซี่ยเฟยกล่าวตอบอย่างสบาย ๆ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะบอกความคิดทั้งหมดของเขาออกไป

ขณะที่พวกเขาเดินออกจากป่าไผ่และได้มาถึงสะพานไม้ที่ถูกแขวนเอาไว้เหนือลำธารที่อยู่ด้านล่าง เซี่ยเฟยก็ได้พบกับฝูงชนเป็นจำนวนมากกำลังถกเถียงกันอยู่บนสะพาน โดยฝูงชนกลุ่มหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดต่อสู้ ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นชายชรากับกิ้งก่าอีกหนึ่งตัว

“พวกเขาน่าจะเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่เดินทางผ่านมา ถึงแม้ว่าชุดเกราะของพวกเขาจะแตกต่างกัน แต่สังเกตได้เลยว่าพวกเขาสวมผ้าพันคอสีเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ทหารรับจ้างใช้กันโดยทั่วไป เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาจู่โจมใส่พวกเดียวกันในระหว่างการต่อสู้” เซธกระซิบข้าง ๆ หูเซี่ยเฟย

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบ โดยสิ่งหนึ่งที่กำลังดึงดูดความสนใจของเขาในตอนนี้ได้นั่นก็คือกิ้งก่าตัวใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ ชายชรา

กิ้งก่าตัวนี้มีเกล็ดสีแดงสดตั้งเป็นแนว 9 ชั้นคล้ายกับพระอาทิตย์ที่สวยงาม ดวงตาสีทองของมันกำลังจับจ้องมองไปยังกลุ่มทหารรับจ้างที่ขวางทางอยู่ตรงหน้า แล้วมันก็แลบลิ้นสีชมพูออกมาด้านนอกเป็นครั้งคราว

“นั่นมันมังกรแดงเกล็ด 9 ชั้นงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาด้วยดวงตาอันเป็นประกาย

***************

ไม่ต้องจ้างละ พวกไม่มีเหตุผลแบบนี้ พี่เฟยจัดการพวกมันเลย!! เอ่อ… แต่ปกติพี่เฟยก็ไม่ค่อยมีเหตุผลเหมือนกันนี่นา

จบบทที่ ตอนที่ 674 มังกรแดงเกล็ด 9 ชั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว