เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 666 ทาสแถมเงิน

ตอนที่ 666 ทาสแถมเงิน

ตอนที่ 666 ทาสแถมเงิน


ตอนที่ 666 ทาสแถมเงิน

ในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา เซี่ยเฟยก็เดินทางไปจนถึงเมืองลอสซิตี้ผ่านการนำทางของโอโร่

บริเวณรอบ ๆ เมืองถูกล้อมรอบด้วยภูเขามากกว่า 10 ลูก ก่อให้เกิดเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้หุบเขาขนาดใหญ่ ซึ่งภายในเมืองมีกรงโลหะมากมายที่บรรจุทาสที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาด ๆ ถูกขังเอาไว้เหมือนกับสัตว์

“คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามันมีเมืองตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งเมืองลอสซิตี้จะเป็นเมืองที่พ่อค้ารายใหญ่ปล่อยทาสที่ขายยากไปให้พ่อค้าทาสรายย่อย เพื่อรับทาสพวกนั้นไปตระเวนขายในเมืองเล็ก ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งแดนเนรเทศ ภายในเมืองนี้จึงมีของดีราคาถูกอยู่มากพอสมควร” โอโร่กล่าว

แม้ว่าโอโร่จะไม่ได้มาที่เมืองนี้เป็นเวลานานแล้ว แต่สภาพแวดล้อมภายในเมืองก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าขนาดของเมืองมีขนาดใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นในอดีตเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าการค้าขายทาสภายในเมืองยังคงเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้

“คุณกำลังบอกว่าเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการขายทาสที่มีตำหนิใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“จะเรียกแบบนั้นมันก็ไม่ผิด แต่สิ่งที่สำคัญคือพวกพ่อค้าทาสรายย่อยพวกนี้คือเป้าหมายหลักของพวกเรา เพราะนอกเหนือจากพวกเขาจะขายทาสแล้ว พวกเขายังขายทุกอย่างที่ขายได้ตราบใดก็ตามที่พวกเขาจะได้รับเงินมาเป็นของตอบแทน”

“ประชากรในดินแดนเนรเทศมีความหลากหลายมาก และมันก็มีเมืองขนาดใหญ่ภายในดินแดนนี้อยู่ไม่มากนัก เผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่กระจายกันอยู่บนดวงดาวต่าง ๆ แบ่งแยกออกเป็นกลุ่มก้อนเผ่าพันธุ์ตัวเองอย่างชัดเจน”

“ทั้งพ่อค้ารายใหญ่และเผ่าพันธุ์พวกนี้ระมัดระวังตัวมาก และถ้าหากว่าเราถามคำถามอะไรมากเกินไป พวกเขาก็จะเริ่มระแวงพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“แต่ในกรณีของเมืองลอสซิตี้เป็นกรณีที่แตกต่างออกไป เพราะพวกพ่อค้ารายย่อยยินดีที่จะขายข่าวทุกอย่างออกไป ตราบใดก็ตามที่นายให้ค่าข่าวพวกเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ การเริ่มต้นหาข่าวจากพวกพ่อค้ารายย่อยจึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว” โอโร่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะเท่าที่เขาเคยมีประสบการณ์มา ยิ่งสังคมอยู่ในระดับต่ำมากเท่าไหร่ คนในสังคมก็จะยิ่งระมัดระวังตัวน้อยลงเท่านั้น

ชายหนุ่มเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยโคลน โดยมีคนจากทั้งสองฟากฝั่งถนนมองมายังชายหนุ่มอย่างสงสัย ซึ่งคนพวกนี้สวมใส่ผ้าคลุมหลากหลายสีสันเพื่อปกปิดร่างกายส่วนบนของพวกเขาเอาไว้

หลังจากเดินไปได้ไม่นานเขาก็ได้พบกับกรงขนาดใหญ่ที่ผู้คนในกรงกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นดิน พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าขาด ๆ และมีโซ่โลหะหนักพันธนาการทั้งมือและเท้า ประตูกรงถูกแง้มเอาไว้เล็กน้อยเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกซื้อหาทาสได้ตามต้องการ ส่วนพวกพ่อค้าก็นั่งกินอาหารอยู่บนโต๊ะตรงบริเวณประตู

“เอ้า! ได้เวลาอาหารแล้ว” พ่อค้าถาดร่างอ้วนโยนน่องไก่ที่ถูกกัดเข้าไปภายในกรง ทำให้เหล่าบรรดาทาสที่หิวโหยรีบออกมาแย่งอาหารกันในทันที

ในที่สุดชายร่างใหญ่ที่มีตาบอดข้างซ้ายก็ซัดทาสคนอื่น ๆ ออกไป และกินน่องไก่ส่วนที่เหลืออย่างมูมมาม โดยไม่สนใจดินโคลนที่เปรอะเปื้อนอาหารเลยแม้แต่น้อย

พวกพ่อค้าทาสต่างก็ส่งเสียงหัวเราะราวกับว่าพวกเขากำลังสนุกสนานจากการที่พวกทาสมาแย่งชิงอาหารที่เขาโยนไปให้

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะในฐานะที่เขาเป็นคนในยุคสมัยใหม่ของดาวโลก การปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดเหมือนกับพวกสัตว์ป่าแบบนี้ มันก็ค่อนข้างที่จะขัดต่อสามัญสำนึกของเขาอยู่นิดหน่อย

หลังจากได้ตรวจดูทาสภายในกรงแล้วเขาก็ได้พบว่าทาสเหล่านี้เป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และมันก็มีแม้กระทั่งศพนอนอยู่ในกรงพร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นหึ่งออกมายังด้านนอก แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของดินแดนเนรเทศแห่งนี้

“พวกนี้คือพ่อค้าทาสรายย่อยที่มีทาสในครอบครองเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ส่วนพวกพ่อค้าทาสรายใหญ่มักที่จะมีทาสอยู่ในครอบครองตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนคน การค้าทาสถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมในดินแดนเนรเทศมาก”

“เนื่องจากพวกที่ไม่มีเงินมักที่จะขายตัวเองเพื่อพวกเขาจะได้มีอาหารกิน แน่นอนว่าพวกที่มีลูกแต่ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ก็จะขายลูกออกไปเป็นทาสด้วยเหมือนกัน แล้วมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงพวกที่ออกไปตระเวนปล้นชิงดาวน้อยใหญ่ต่าง ๆ แล้วจับประชากรภายในดาวมาขายเป็นทาสเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับตัวเองเลย”

“โดยสรุปก็คือแดนเนรเทศเป็นดินแดนที่ป่าเถื่อนมาก และมันก็มีสิ่งที่นายไม่อาจจินตนาการเกิดขึ้นที่นี่ได้ทุกเมื่อ” โอโร่กล่าวแนะนำ

ระหว่างทางเซี่ยเฟยยังคงเห็นกรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่ภายในกรงเต็มไปด้วยทาสจำนวนนับหมื่นคน น่าเสียดายที่ทาสพวกนี้ต่างกันล้วนแล้วแต่เจ็บป่วย, อ่อนแอหรือโง่เขลามากจนเกินไป เรียกได้ว่าพวกเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าด้อยคุณภาพอย่างแท้จริง

บริเวณใจกลางเมืองมีโรงแรมที่ค่อนข้างสะอาดสูง 3 ชั้นดูค่อนข้างที่จะสะดุดตามากเป็นพิเศษ เซี่ยเฟยจึงเข้ามาตั้งหลักภายในโรงแรมแห่งนี้ก่อน โดยค่าเข้าพักกับค่าอาหารเช้ารวมแล้วก็แค่วันละ 1 คริสตัลม่วงเท่านั้น

แม้ว่าชายหนุ่มจะคิดว่าราคานี้เป็นราคาที่ถูกมาก แต่คนท้องถิ่นกลับคิดว่าราคานี้เป็นราคาที่ขูดเลือดขูดเนื้อพวกเขามากพอสมควร มันจึงมีพ่อค้าเข้าพักโรงแรมนี้ไม่มากนัก ทำให้สภาพแวดล้อมภายในโรงแรมค่อนข้างที่จะสงบ

คนที่เดินนำเซี่ยเฟยไปที่ห้องคือเด็กสาวตัวอ้วนที่มีร่างสีฟ้าซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของโรงแรม

“เอานี่ไป” เซี่ยเฟยกล่าวขณะโยนคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 3 ไปให้กับเด็กสาว

เด็กสาวรีบเช็ดคริสตัลต้นกำเนิดด้วยผ้ากันเปื้อนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะยัดคริสตัลไปเก็บไว้บริเวณร่องหน้าอกด้วยความดีใจ โดยในสายตาของเธอนั้นเซี่ยเฟยคือเศรษฐีที่เดินทางมาจากนอกเมือง เพราะคนส่วนใหญ่ในเมืองนี้เป็นพวกพ่อค้าและทาสที่สกปรก มันจึงมีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่แต่งกายอย่างสะอาดเรียบร้อยเหมือนกับชายหนุ่ม

เซี่ยเฟยขอให้เด็กสาวเข้ามานั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวภายในห้อง ซึ่งเด็กสาวก็เดินเข้าไปนั่งพร้อมกับยืดหน้าอกขนาดใหญ่ขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยไม่ได้รู้สึกสนใจรูปร่างของเธอมากนัก มันจึงทำให้เธอค่อนข้างที่จะรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย

“ถ้าหากคุณลูกค้าอยากรู้เรื่องตลาดค้าทาสภายในเมือง ฉันพอจะบอกคุณได้ แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการจะรู้เรื่องนอกเมือง คุณก็จำเป็นจะต้องไปถามพวกพ่อค้าเท่านั้น แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางวันพวกพ่อค้าที่พักอยู่ในโรงแรมต่างก็ล้วนแล้วแต่ออกไปด้านนอกกว่าจะกลับมาอีกครั้งก็คงจะเป็นช่วงค่ำ”

“ถ้าหากว่าคุณลูกค้ารีบ ฉันแนะนำให้คุณเข้าไปภายในเมือง ฉันได้ยินมาว่ามีพวกนักร้องสาวกลุ่มใหม่มาที่ร้านคุณหลิวบริเวณทางใต้ของเมือง ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นพวกแม่ม่าย แต่ฉันก็มั่นใจว่าพวกเธอคงจะให้บริการคุณได้เป็นอย่างดี” เด็กสาวกล่าวกับเซี่ยเฟย

เซี่ยเฟยชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะเมื่อพิจารณาจากคำพูดของเด็กสาวแล้ว มันก็ดูเหมือนกับว่าเด็กสาวคนนี้จะคิดว่าเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อซื้อทาสมาบำเรอกาม

‘นั่นสินะ พวกเศรษฐีจะมาทำอะไรที่เมืองนี้ถ้าหากว่าไม่ได้มาซื้อทาส?’

พวกบรรดาสาวสวยที่ร้องเพลงและเต้นรำได้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นทาสที่มีราคาแพงมาก พวกเธอจึงเป็นสินค้าที่จะถูกขายให้กับคนรวยเท่านั้น แต่พวกเศรษฐีที่เดินทางมายังเมืองนี้มักจะเป็นเศรษฐีตัวน้อย ๆ ที่มีเงินไม่มากนัก พวกเขาจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อหวังจะเสพสุขกับทาสที่พอจะมีของดีแต่ราคาไม่แพง

“เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นฉันจะแนะนำพวกพ่อค้าทาสให้คุณได้รู้จักเอง แต่คุณไม่ควรแต่งตัวแบบนี้เลย เพียงแค่มองแว๊บเดียวทุกคนก็รู้แล้วว่าคุณเป็นพวกมือใหม่ที่พร้อมจะถูกหลอกได้ทุกเวลา เดี๋ยวคุณรออยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกันฉันจะไปเอาของบางอย่างมาให้” เด็กสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความแปลกใจ

หลังจากผ่านไปสักพักเด็กสาวก็กลับเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับเสื้อคลุมของคนท้องถิ่นที่มีกลิ่นไม่ค่อยน่าอภิรมย์มากนัก

“ที่เมืองนี้ฝนตกบ่อยและมีอากาศค่อนข้างเย็น คนพื้นที่จึงมักจะใส่เสื้อคลุมแบบนี้เอาไว้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าชุด ๆ นี้จะทำให้คุณดูเหมือนมือสมัครเล่นไปบ้าง แต่อย่างน้อยฉันก็มั่นใจว่าชุด ๆ นี้จะช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้เยอะมาก”

หลังจากกล่าวจบเด็กสาวก็รีบช่วยเซี่ยเฟยแต่งตัวด้วยความกระตือรือร้น ก่อนที่เธอจะเรียกเด็กชายอายุประมาณ 12 ปีเข้ามาหา

“สโตนนี่ ช่วยพาลูกค้าคนนี้ไปเดินรอบ ๆ เมืองที เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะให้รางวัลเป็นข้าวหน้าเนื้อ 1 จานและถ้าหากว่านายทำหน้าที่ได้ดีฉันจะเพิ่มขนมให้นายด้วย”

เด็กชายที่ชื่อ ‘สโตนนี่’ มีรูปร่างผอมเพรียว แววตาของเขาค่อนข้างที่จะฉลาดหลักแหลม และเมื่อเขาได้ยินว่างานนี้ได้ผลตอบแทนเป็นอาหาร เขาก็รีบตอบตกลงและเอามือมาตบหน้าอกในทันที

“สโตนนี่เป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตขึ้นมาจากการช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในเมือง เขาจึงมีความคุ้นเคยกับตลาดค้าทาสภายในเมืองมาก และเขาก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในฐานะของไกด์นำทาง”

เซี่ยเฟยไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธความหวังดีของเด็กสาว ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปภายในเมืองพร้อมกับผ้าคลุมผืนใหม่

การสวมผ้าคลุมนี้ลดสายตาแปลก ๆ ที่มองมาทางเขาได้เยอะมาก ซึ่งมันก็แสดงให้เห็นว่าการทำตามคำแนะนำของคนท้องถิ่นมันช่วยให้เขาประหยัดเวลาไปได้มากเลยจริง ๆ

ระหว่างการนำทางสโตนนี่เอามือกุมท้องอยู่ตลอดเวลา เซี่ยเฟยจึงคิดว่าเด็กชายหิว เขาจึงซื้อเนื้อย่างริมถนนมากินชิ้นหนึ่งและมอบส่วนที่เหลือให้กับเด็กหนุ่ม

“ค่อย ๆ กินช้า ๆ ก็ได้” เซี่ยเฟยยื่นขวดน้ำให้เด็กชายหลังจากที่ได้เห็นสโตนนี่กินเนื้อย่างอย่างตะกละตะกลาม

อึก ๆ ๆ ๆ

สโตนนี่ดื่มน้ำเข้าไปครึ่งขวดในครั้งเดียวและเก็บน้ำในส่วนที่เหลือเอาไว้ในกระเป๋าของเขา

“คุณเป็นคนดีหรือเปล่า?”

“ใช่มั้ง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่ เพราะมันถือว่าเป็นเรื่องยากที่เขาจะตอบคำถามแบบนี้

“ถอดผ้าคลุมผืนนั้นออกซะ เงื่อนที่พี่สาวผูกไว้เป็นรหัสลับให้พวกพ่อค้าฟันราคาจากคุณอย่างเต็มที่ แล้วพวกเขาค่อยไปแบ่งเงินกันทีหลัง” สโตนนี่กล่าว

เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย ซึ่งในตอนแรกเขาก็คิดว่าเด็กสาวพยายามผูกเงื่อนเพื่อใช้ในเชิงสวยงาม แต่ในความเป็นจริงมันกลับเป็นรหัสลับที่เอาไว้บอกพ่อค้าทาสว่าเขาคือมือใหม่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“มันไม่สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก ถึงยังไงฉันก็ไม่คิดที่จะซื้อทาสอยู่แล้ว เธอคนนั้นคงไม่มีทางทำกำไรจากฉันได้” เซี่ยเฟยกล่าว

“คุณไม่ได้คิดจะซื้อทาสงั้นเหรอ?”

“อืม ฉันไม่ซื้อ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ถ้าหากพี่สาวเห็นว่าปมบนเสื้อคลุมถูกแก้ ไม่เพียงแต่ฉันจะไม่มีอาหารกินเท่านั้นแต่ฉันคงจะถูกทุบตีด้วย” สโตนนี่กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยเงียบเสียงโดยไม่พูดอะไรแล้วเขาก็เพิ่งตระหนักว่าทุกย่างก้าวภายในดินแดนเนรเทศแห่งนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยกับดัก

“คุณสนใจไปดูทาสที่ทรงพลังที่สุดไหม?”

“ทาสที่ทรงพลังที่สุดงั้นเหรอ? ถ้าเขาเก่งขนาดนั้นน่ะเขามาเป็นทาสได้ยังไง” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“การครอบครองทาสคนนี้ไม่เพียงแต่จะไม่เสียเงินเท่านั้น แต่คุณหลิวยังจะจ่ายเงินให้คนที่ยอมซื้อทาสคนนี้ไปจากเขาด้วย ทาสคนนี้เลยกลายเป็นตำนานในหมู่ทาสด้วยกันที่ทำให้แม้แต่พ่อค้าทาสก็ยังเกรงกลัวเขา” สโตนนี่กล่าวอธิบาย

เซี่ยเฟยอดที่จะส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าทาสคนนั้นจะต้องเป็นทาสแบบไหน จนถึงขนาดที่พ่อค้าทาสพร้อมที่จะแถมเงินให้กับคนที่นำตัวทาสออกไปแบบนี้

***************

ทาสตัวจี๊ดแน่ ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 666 ทาสแถมเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว