เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 654 กำจัดกลุ่มเผ่ามาร?

ตอนที่ 654 กำจัดกลุ่มเผ่ามาร?

ตอนที่ 654 กำจัดกลุ่มเผ่ามาร?


ตอนที่ 654 กำจัดกลุ่มเผ่ามาร?

“เยว่เกอ? เยว่เกอก็อยู่ในดินแดนกฎด้วยงั้นเหรอ? ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ที่ดินแดนกฎใช้เข็มทิศมิติในการสื่อสารไม่เหมือนกับในพันธมิตรที่ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ ช่องทางการติดต่อสื่อสารแบบเก่าของเราจึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป แล้วมันก็ไม่น่าแปลกที่นายจะไม่รู้ว่าเยว่เกอเข้าไปอยู่ในดินแดนกฎแล้ว เว้นแต่ว่านายจะบังเอิญเจอเธอแล้วค่อยแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน” เฉินตงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นั่นสินะ ตอนอยู่ในพันธมิตรพวกเรายังมีช่องทางการติดต่ออยู่บ้าง แต่หลังจากที่เข้าไปในดินแดนกฎแล้วฉันไม่มีช่องทางการติดต่อไปหาคนอื่นเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ความจริงฉันได้ข่าวเรื่องที่นายเข้าร่วมงานชุมนุมมังกรฟ้ามาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ฉันไม่สามารถหาช่องทางติดต่อไปหานายได้ และฉันก็ไม่สามารถไปหานายที่ตระกูลหยูได้ด้วยเหมือนกัน ถ้าเราไม่ได้บังเอิญมาเจอกันในครั้งนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องรออีกนานแค่ไหนก่อนที่เราจะได้มาพบกันอีกครั้ง”

“ตั้งแต่ที่นายสอนทฤษฎีเยสให้กับฉัน มันก็ทำให้ฉันต้องเดินทางไปนู่นมานี่อยู่ตลอดเวลา โดยในระหว่างนั้นฉันก็ได้ถูกพาไปยังสถานที่ที่เรียกว่าดาวมรดกโดยบังเอิญ ก่อนที่มันจะมีคนพาฉันไปยังดินแดนกฎ ซึ่งฉันก็ได้มารู้ทีหลังว่าดินแดนกฎที่ฉันเดินทางเข้ามามันคือมุมมืดของดินแดนกฎไม่ใช่มุมสว่างเหมือนตระกูลหยูที่พานายเข้าไป”

“แต่ถึงแม้ว่าฉันจะได้เดินทางมายังมุมมืด ฉันก็คิดว่ามันไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่ฉันต้องการคือการฝึกฝนวิชาการต่อสู้ ดังนั้นไม่ว่าฉันจะอยู่ในมุมมืดหรือมุมสว่าง ขอแค่ฉันมีโอกาสพัฒนาตัวเองแค่นั้นฉันก็พอใจแล้ว” เฉินตงอธิบาย

“ที่แท้ครั้งสุดท้ายที่นายมาบอกลาฉัน มันก็เป็นเพราะว่านายกำลังจะเดินทางเข้าไปในดินแดนกฎใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ใช่ ตอนนั้นฉันกำลังจะเดินทางเข้าสู่ดินแดนกฎจริง ๆ แต่ฉันไม่สามารถที่จะบอกนายตรง ๆ ได้” เฉินตงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ก่อนนั้นฉันก็ใกล้จะออกเดินทางมายังดินแดนกฎแล้วเหมือนกัน และฉันก็ไม่สามารถที่จะบอกความจริงกับนายได้ ว่าแต่ตอนนี้นายมีพลังอยู่ในระดับไหนแล้ว?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ฉันเป็นอัศวินกฎที่เชี่ยวชาญกฎแห่งสสารและกฎน้ำแข็งขั้นที่ 8” เฉินตงกล่าว

“นี่นายมีพลังระดับอัศวินกฎขั้นที่ 8 แล้วงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะตอนแรกเขาคิดว่าการเลื่อนระดับพลังของเขาเร็วมากแล้ว แต่ในความเป็นจริงเฉินตงกลับสามารถเลื่อนระดับได้เร็วกว่าเขาเสียอีก

“ฉันเริ่มเรียนรู้พลังกฎมาก่อนนาย ความจริงฉันเริ่มเรียนรู้พลังกฎมาตั้งแต่ตอนที่ได้เข้าไปในดาวเคราะห์มรดกแล้ว เพียงแต่คนที่สอนฉันไม่ได้บอกว่าพลังนี้คือพลังกฎ ฉันเลยยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพลังกฎจนกระทั่งฉันได้เดินทางเข้ามายังดินแดนกฎ” เฉินตงกล่าว

เมื่อพูดถึงดาวเคราะห์มรดกมันก็ทำให้เขานึกขึ้นได้ว่าตัวเขาเคยได้เดินทางไปยังดาวเคราะห์มรดกเช่นเดียวกัน เพียงแต่ดาวเคราะห์ดวงนั้นถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานานแล้ว มันจึงไม่มีใครคอยมาสอนวิธีการใช้พลังกฎเหมือนกันกับเฉินตง

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมซัลลิแวนถึงได้พาเฉินตงเดินทางไปไหนมาไหนด้วย ท้ายที่สุดคนที่สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ล้วนแล้วแต่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ การที่ซัลลิแวนรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเฉินตงมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดอะไร

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มันก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกหนักใจอยู่เล็กน้อย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้แอวริลต้องมาซ่อนตัวอยู่ในดินแดนลับเท่านั้น แต่มันยังทำให้เฉินตงต้องบอกลาดินแดนกฎอีกด้วย ซึ่งถ้าหากว่าเฉินตงไม่ได้ยื่นมือมาช่วยเขาเอาไว้ อนาคตของชายคนนี้ก็คงจะพัฒนาไปได้ไกลมาก ๆ อย่างแน่นอน

แม้ว่าการเติบโตในโลกใต้ดินของดินแดนกฎจะไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจนัก แต่อย่างน้อยเฉินตงก็ยังคงมีเส้นทางพัฒนาตัวเองต่อไปได้ ไม่เหมือนในตอนนี้ที่พวกเขาเหมือนเดินทางมาจนถึงทางตัน และการที่เฉินตงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เซี่ยเฟยย่อมจะต้องตอบแทนหนี้บุญคุณในครั้งนี้อย่างแน่นอน

โชคดีที่พวกชาร์ลียังคงไม่ถูกลากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเซี่ยเฟยก็คงจะรู้สึกหนักใจมากกว่านี้

“ตอนนี้เยว่เกอเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันได้เจอกับเธอมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะได้เข้าไปอยู่ในตระกูลเล็ก ๆ ของดินแดนกฎ ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอมาที่ดินแดนกฎได้ยังไง แต่โดยรวมเธอก็ยังคงเป็นเธอเหมือนเดิมที่มักจะดึงแตงกวาออกมากัดในระหว่างที่เธอไม่รู้จะทำอะไร” เฉินตงกล่าว

“ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเธอก็ยังไม่สูญเสียความเป็นตัวเองไปสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เธอเคยให้หมายเลขเข็มทิศมิติกับฉันไว้ แต่ฉันก็ยังไม่เคยติดต่อไปหาเธอเหมือนกัน ถ้าหากว่านายต้องการจะหาแหล่งข่าวที่เราเชื่อถือได้ เยว่เกอก็คงจะเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือมากที่สุดสำหรับพวกเราแล้ว” เฉินตงกล่าวก่อนที่จะมอบหมายเลขเข็มทิศมิติของเยว่เกอให้กับเซี่ยเฟย

“ถ้าฉันดึงเธอเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย มันจะทำให้เธอเดือดร้อนหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นี่นายยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเธอชอบนาย! อย่าว่าแต่การขอให้เธอช่วยรวบรวมข้อมูลให้นายเลย แม้ว่านายจะบอกให้เธอไปตระกูลหยูเธอก็คงจะรีบเดินทางไปที่นั่นโดยไม่ลังเล” เฉินตงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

เซี่ยเฟยทำหน้ามุ่ยขึ้นมาเล็กน้อย เพราะในความจริงคนที่มาหลงชอบเขาไม่ได้มีเพียงแต่เยว่เกอเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงซาร่า, เย่เสี่ยวหาน, นิโคลและแม้กระทั่งคุณหนูมู่ฟู่ผิงจากตระกูลวิทเทอร์ก็คงจะหลงชอบเขาอยู่ด้วย

หากพิจารณาจากสถานะของเซี่ยเฟยก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากว่าเขาจะมีภรรยาสัก 3-4 คน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเซี่ยเฟยมีแอวริลอยู่ก่อนแล้วต่างหาก

เซี่ยเฟยกับแอวริลเริ่มพูดคุยกันตั้งแต่สมัยพวกเขายังเป็นเด็ก ยิ่งไปกว่านั้นแอวริลยังยอมรับชายหนุ่มตั้งแต่ในตอนที่เซี่ยเฟยไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งในตอนที่เขาหลงไปในกลุ่มดาววิลเดอร์เนสหญิงสาวก็ยังส่งกองยานที่ 1 ของบริษัทไปตามหาเขาโดยไม่ลังเล

ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่แอวริลเคยทำให้กับเขาในอดีต มันก็ทำให้เซี่ยเฟยไม่สามารถที่จะแบ่งปันความรักไปให้กับผู้หญิงคนอื่นได้จริง ๆ

“ไม่ต้องคิดมากหรอก เยว่เกอก็รู้อยู่แล้วว่านายไม่ได้ชอบเธอ พูดตามตรงว่าตอนนี้เราไม่เหลือทางเลือกที่ดีกว่าเธอแล้ว อย่างน้อยการให้เธอช่วยรวบรวมข้อมูลให้มันก็ดีกว่าการที่เราไม่รู้ข่าวคราวจากโลกภายนอกเลย” เฉินตงกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากที่ได้เห็นสีหน้าอันลังเลของสหาย

“อืม เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อเธอไปก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

แม้ว่าภายนอกเยว่เกอมักจะทำตัวกระโตกกระตาก แต่ภายในผู้หญิงคนนี้ก็ถือว่ามีความคิดความอ่านมากพอสมควร การที่ได้เธอมาช่วยสืบหาข้อมูลให้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาในเวลานี้จริง ๆ

“ช่วงนี้เราคงจะกลับไปที่ดินแดนกฎไม่ได้สักระยะ นายคิดว่าหลังจากนี้นายจะเอายังไงต่อ?” เซี่ยเฟยถามเปลี่ยนเรื่อง

“ถึงจะกลับไปที่ดินแดนกฎไม่ได้แล้วยังไงล่ะ ไม่ใช่ว่าที่นี่มีทั้งน้ำทั้งอาหารให้พวกเราอยู่แล้วงั้นเหรอ และก่อนหน้านี้ฉันก็ได้คริสตัลต้นกำเนิดมาเยอะมาก ฉันคิดว่าฉันจะฝึกอยู่ที่นี่อีกสัก 10 ปี มันน่าจะทำให้ฉันก้าวหน้าไปได้มากพอสมควร” เฉินตงกล่าวพร้อมกับตบกล้ามแขนของตัวเอง

เซี่ยเฟยรู้ดีว่าสิ่งที่เฉินตงพูดออกมานั้นไม่ใช่ความจริง ท้ายที่สุดการฝึกฝนก็ไม่ใช่เพียงแต่การนั่งเก็บตัวดูดซับพลังงานอยู่เฉย ๆ แต่มันยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และต้องอาศัยประสบการณ์จริงในการต่อสู้เพื่อพัฒนาตัวเองด้วย

เขารู้ดีว่าเฉินตงเป็นพวกบ้าการต่อสู้มากขนาดไหน และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการเก็บตัวฝึกอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลา 10 ปีเลย เพราะการที่ชายคนนี้ไม่ได้สู้กับใครสัก 10 วันมันก็คงจะทำให้เขาเริ่มรู้สึกอึดอัดแล้ว ดังนั้นคำพูดของอีกฝ่ายก็เป็นเพียงการพูดเพื่อไม่ให้เขารู้สึกลำบากใจก็เท่านั้น

หลังจากพูดคุยกันมาเป็นเวลานานเฉินตงก็ขอตัวออกไปพักผ่อน ซึ่งเซี่ยเฟยก็ได้มอบยารักษาไปให้กับอีกฝ่ายหลายขวดเพื่อที่เฉินตงจะได้ฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากเฉินตงจากไปเซี่ยเฟยก็ชกเข้าใส่กำแพงหลายสิบครั้ง พร้อมกับใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“ทำไมแอวริลกับเฉินตงถึงจะต้องมาซวยไปกับฉันด้วย!” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันขมขื่น

“เลิกโทษตัวเองเถอะ นายก็น่าจะรู้ดีว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของนาย อย่างน้อยโอโร่ก็ยังอยู่ที่นี่ นายใช้ช่วงเวลานี้ให้เขาสอนเรื่องต่าง ๆ ให้กับนายก็ได้” อันธพยายามปลอบใจเซี่ยเฟย

“นั่นสินะ ถึงจะบ่นไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา คืนนี้ฉันจะใช้พลังในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ทะลวงผ่านไปยังอัศวินกฎขั้นที่ 7 ให้ได้ แล้วฉันจะฝึกกฎแห่งความโกลาหลไปให้ถึงกับขั้นที่ 3” เซี่ยเฟยร้องคำรามขึ้นมาด้วยความแค้น ซึ่งวิกฤตที่เขากำลังพบพานในขณะนี้ก็กำลังผลักดันให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ยิ่งศัตรูบีบคั้นเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งต้องการที่จะแก้แค้นศัตรูกลับไปเป็นร้อยเท่าพันเท่า

“คนที่ชื่อเฉินตงนั่นเป็นเพื่อนของนายใช่ไหม?” โอโร่กล่าวถามขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งลงเพื่อฝึกฝน

“ใช่”

“ตอนนี้เขาไม่มีที่ไปงั้นเหรอ?”

“ใช่ มันคือความผิดของผมเอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขาไปอยู่กับตระกูลไลอ้อนฮาร์ทของฉันสิ” โอโร่กล่าว

“เฉินตงเป็นมนุษย์ที่อยู่ฝั่งของเผ่าเทพแล้วเขาจะไปอยู่กับตระกูลไลอ้อนฮาร์ทที่อยู่ทางฝั่งเผ่ามารได้ยังไง? คุณเลิกพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้เถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับกรอกตา

“ฉันพูดเรื่องไร้สาระที่ไหน นี่ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ” โอโร่กล่าวด้วยความโกรธเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า

“นายมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลานชายของฉัน ถ้าหากว่านายพาเฉินตงไปหาฮีธฟิลด์เขาจะต้องตกลงรับเฉินตงเข้าตระกูลแน่นอน”

“ถึงแม้ว่าผมจะเคยช่วยลูกชายของเขาไว้ แต่เขาก็ช่วยซื้ออาวุธดาร์คเมทัลไปจากผมด้วยราคาแพงกว่าปกติหลายเท่าด้วยเหมือนกัน หนี้บุญคุณระหว่างพวกเรามันก็น่าจะจบลงแค่นั้นแล้วสิ” เซี่ยเฟยกล่าว

“นี่นายกำลังสับสนอะไร? การพาเฉินตงไปให้ตระกูลไลอ้อนฮาร์ทไม่ใช่การที่นายไปขอความช่วยเหลือจากเขา แต่มันคือการที่นายกำลังหยิบยื่นความช่วยเหลือไปให้กับเขาต่างหาก” โอโร่กล่าว

“ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?” เซี่ยเฟยถาม

“เฉินตงคืออัจฉริยะที่สามารถพัฒนาเข้าใกล้ราชากฎได้ในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 2 ปี ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังไม่ได้พัฒนาในตระกูลใหญ่แต่พัฒนาในมุมมืดของดินแดนกฎ พูดตามตรงนะว่าคนแบบนี้ไม่ใช่อัจฉริยะที่สามารถหาพบได้ง่าย ๆ และตระกูลไลอ้อนฮาร์ทของฉันก็ต้องการอัจฉริยะเพื่อเข้ามาพัฒนากองกำลังของเราเอง” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังชื่นชมเฉินตงอยู่จริง ๆ

“ฉันถามหน่อยเถอะว่าทั่วทั้งดินแดนกฎจะมีคนสักกี่คนที่สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับนาย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังพัฒนาในที่ที่แทบจะไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่ถ้าหากว่าเขาได้มาอยู่ในตระกูลไลอ้อนฮาร์ทของเรา ป่านนี้เขาก็คงจะกลายเป็นราชากฎไปตั้งนานแล้ว ดังนั้นถ้าหากว่านายแนะนำอัจฉริยะคนนี้ให้กับฮีธฟิลด์ ฉันรับประกันว่าเขาจะต้องขอบคุณนายมากแน่นอน”

เซี่ยเฟยรู้สึกว่าสิ่งที่โอโร่กำลังพูดอยู่นั้นค่อนข้างที่จะสมเหตุสมผล เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเฉินตงคืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก และในเมื่อเขาไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในฝั่งของดินแดนเทพได้ การไปใช้ชีวิตในดินแดนเผ่ามารก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่แย่อะไร

อย่างน้อยการที่เฉินตงได้ไปอยู่ตรงนั้นมันก็ยังมีเส้นทางให้เขาพัฒนาต่อไปได้ ที่สำคัญคือเขาจะมีโอกาสกระชับความสำพันธ์ที่ดีกับตระกูลไลอ้อนฮาร์ทอีกครั้งหนึ่งด้วย

“ความจริงมันก็คงจะดีไม่น้อยถ้าหากว่านายเข้าร่วมกับตระกูลไลอ้อนฮาร์ทของฉันเหมือนกัน เพราะแม้แต่ฮีธฟิลด์ก็ยังมองเห็นพรสวรรค์ที่อยู่ภายในตัวของนาย” โอโร่กล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ให้ฉันเข้าร่วมกับเผ่ามารงั้นเหรอ? ฉันขอใช้เวลาคิดอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ถึงยังไงมันก็เป็นเส้นทางที่ฉันไม่มีทางเดินย้อนกลับได้” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหันไปให้ความสนใจกับกล่องสมบัติ 2 ใบที่อยู่ข้าง ๆ เขา

***************

เอาแล้ว! ทุกคนคิดว่าเฉินตงกับพี่เฟยจะตัดสินใจยังไง?

จบบทที่ ตอนที่ 654 กำจัดกลุ่มเผ่ามาร?

คัดลอกลิงก์แล้ว