เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 646 อารยธรรมที่สูญหาย

ตอนที่ 646 อารยธรรมที่สูญหาย

ตอนที่ 646 อารยธรรมที่สูญหาย


ตอนที่ 646 อารยธรรมที่สูญหาย

รังอีกาดำคือกลุ่มเนบิวลาที่มารวมตัวกันเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ ซึ่งเซี่ยเฟยก็ไม่รู้ว่าปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดแห่งนี้จะได้นำพาเขาตรงไปยังที่ไหนกันแน่

ระบบมองกลางคืนของชุดเกราะถูกเปิดใช้งานในทันที เมื่อชายหนุ่มเข้ามาท่ามกลางกลุ่มเนบิวลาที่ไม่มีแสงสว่าง และถึงแม้ว่าพื้นที่ในบริเวณนี้จะมืดมิดมากแค่ไหน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของบริษัทฟิกส์ มันจึงทำให้ชายหนุ่มยังคงมองเห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างรอบ ๆ ตัวได้อย่างชัดเจน

เครื่องยนต์ควอนตัมพ่นเปลวไฟออกมาเล็กน้อยผลักดันเซี่ยเฟยเข้าไปภายในรังอีกาดำ โดยชายหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ เพื่อคอยสังเกตสถานการณ์โดยรอบอย่างใจเย็น

กองยานรบสีทองดูเหมือนจะได้หายตัวไปอย่างกะทันหัน เพราะในระหว่างการเดินทางชายหนุ่มกลับไม่ได้พบอุปสรรคใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว

ทันใดนั้นเองชายหนุ่มก็คล้ายกับมองเห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ และเมื่อเขาได้มุ่งหน้าไปจนถึงพื้นที่บริเวณนั้น เขาก็ได้พบว่าพื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยแสงสีขาว จนทำให้เขาสามารถมองเห็นพื้นที่รอบ ๆ ได้โดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาระบบมองกลางคืน

ภาพภายในรังอีกาดำกลับกลายเป็นเหมือนกับสวรรค์ในตำนานที่มียานรบและเกาะลอยฟ้าบินไปมาให้เห็นอย่างมากมาย

“นั่นมันอะไรน่ะ?” อันธกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปในระยะไกล

เมื่อเซี่ยเฟยมองตามอันธไปเขาก็ได้พบกับเกาะขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ท่ามกลางเนบิวลาสีขาว โดยบนตัวเกาะมีต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์และมันก็ยังมีโล่พลังงานป้องกันขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ จนทำให้เกาะแห่งนั้นดูคล้ายกับเกาะลอยฟ้าที่เคลื่อนตัวอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ

แปลก!

ลึกลับ!

น่าสนใจ!

ไม่ว่าเกาะอื่น ๆ หรือยานรบที่กำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าจะดูลึกลับมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ดูลึกลับเท่ากับเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ ที่สำคัญคือเซี่ยเฟยกลับรู้สึกคุ้นเคยเกาะลอยฟ้าแห่งนี้อย่างอธิบายไม่ถูก

“แปลกมาก! ทั้ง ๆ ที่นายบุกเข้ามาภายในรังของปรสิตพวกนั้นแล้ว แต่มันกลับไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย ระวังตัวเอาไว้ด้วย ฉันสัมผัสได้ว่ามันมีภัยคุกคามที่ฉันไม่รู้จักอยู่ในพื้นที่แห่งนี้” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

แม้แต่โอโร่ก็ยังสัมผัสถึงตัวตนในพื้นที่นี้อย่างชัดเจนไม่ได้งั้นเหรอ?

สถานที่แห่งนี้มันจะลึกลับมากจนเกินไปแล้ว!

เซี่ยเฟยเป็นคนที่ชอบอยากรู้เรื่องต่าง ๆ มาโดยตลอด และเกาะลอยฟ้าที่อยู่ห่างไกลนั้นก็กำลังดึงดูดความสนใจของเขาไปได้สูงมาก ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่อย่างเงียบ ๆ และพิจารณาสถานการณ์โดยรอบอย่างระมัดระวัง

เมื่อชายหนุ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เกาะลอยฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเขาก็ได้เห็นแผนผังของตัวเมืองที่อยู่บนตัวเกาะ

เมืองบนตัวเกาะมีการวางแผนผังโดยมีอาคารขนาดใหญ่สีทองอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบเอาไว้ด้วยแม่น้ำเป็นวงกลมในหลาย ๆ ชั้น ซึ่งอาคารที่อยู่ใกล้บริเวณจุดศูนย์กลางจะเป็นอาคารที่หรูหรา ขณะที่อาคารที่อยู่รอบนอกไปจะเป็นอาคารธรรมดาคล้ายกับอาคารของประชาชนทั่วไป

บริเวณกลางเมืองมีโดมสีทองขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบด้วยพีระมิด 3 แห่งถูกจัดเรียงเอาไว้เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า บริเวณรอบ ๆ เมืองเต็มไปด้วยป่าไม้ที่หนาทึบ, ทะเลทรายอันแห้งแล้ง, มหาสมุทรอันกว้างใหญ่และชายหาดที่สวยงาม

แม้ว่าเกาะลอยฟ้าแห่งนี้จะมีขนาดใหญ่โตมาก แต่มันก็ไม่มีประชากรให้เห็นเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ภายในป่าก็ไม่มีเสียงนกร้องอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่แห่งนี้ดูเป็นพื้นที่ที่ไม่มีชีวิตชีวา

เซี่ยเฟยพยายามบินไปรอบ ๆ เกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่อย่างไม่เร่งรีบ ก่อนที่เขาจะได้พบกับสิ่ง ๆ นั้นที่น่าตกใจมาก

“นี่มันเครื่องยนต์!”

ภาพที่ชายหนุ่มเห็นคือเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ถูกติดตั้งเอาไว้ใต้เกาะลอยฟ้าขนาดมหึมา โดยเครื่องยนต์นี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายสิบกิโลเมตร

เซี่ยเฟยรีบใช้ระบบสแกนของชุดเกราะทำการสแกนเกาะลอยฟ้าตรงหน้าในทันที ซึ่งหลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นานโครงสร้างของเกาะก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอตรงหน้าของเขา

โครงสร้างภายในเกาะลอยฟ้าถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้ภาพเครื่องยนต์ที่เขาเห็นด้านใต้เกาะนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ ของยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะในความเป็นจริงพื้นที่มากกว่าครึ่งเกาะต่างก็ล้วนแล้วแต่ถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ชิ้นนี้ทั้งหมด

ภาพเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้านี้ทำให้เซี่ยเฟยนึกถึงยานอวกาศของตระกูลหยูที่ทำหน้าที่แบกทวีปทั้งทวีปเอาไว้ในระหว่างที่มันเคลื่อนที่ไปในอวกาศ ซึ่งเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ทำหน้าที่คล้ายคลึงกับยานอวกาศของตระกูลหยูมาก เพียงแต่ว่ามันมีขนาดที่หดเล็กลงจากยานอวกาศของตระกูลหยูเท่านั้น

แผนผังของเมืองทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกคุ้นเคยอย่างแท้จริง แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามนึกเท่าไหร่เขาก็ยังคงนึกไม่ออกว่าเขาเคยเห็นแผนผังเมืองแบบนี้มาจากที่ไหน

ฝ่ามือใบไม้ร่วง!

ในเมื่อเขานึกไม่ออกเขาก็แค่ต้องบุกเข้าไปยังด้านใน เมื่อนั้นคำตอบก็จะค่อย ๆ ถูกเขาเปิดเผยออกมาเอง

ชายหนุ่มใช้พลังของกฎแห่งความโกลาหลเพื่อเจาะรูในชั้นเกราะป้องกันและเล็ดลอดเข้าไปภายในเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่

เมื่อเกราะพลังงานถูกเปิดออกเป็นช่องน้อย ๆ มันก็ปิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็วหลังจากที่ชายหนุ่มได้เล็ดลอดเข้าไปภายในเกราะพลังงานของเกาะลอยฟ้าแล้ว

แม้ว่าภายในเกาะนี้จะมีอากาศเพียงพอให้มนุษย์อยู่อาศัย แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่เลือกที่จะเปิดหน้ากาก เพราะท้ายที่สุดภายในรังอีกาดำก็ยังคงเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของพวกปรสิต และตราบใดก็ตามที่เขายังคงสวมใส่ชุดต่อสู้พวกนี้ ปรสิตที่น่ารังเกียจพวกนั้นก็ไม่มีทางเจาะเข้ามาภายในร่างของเขาได้

ชายหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ และในที่สุดเขาก็ได้ร่อนลงบนสะพานหินที่อยู่บริเวณชายขอบของตัวเมือง

สะพานหินที่ชายหนุ่มร่อนลงจอดเป็นสะพานที่ทอดจากตัวเมืองไปสู่ป่า แต่ถึงแม้ด้านใต้สะพานจะเป็นคูน้ำใส แต่มันกลับไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในน้ำเลยแม้แต่ตัวเดียว

ตัวของสะพานหินมีขนาดกว้างใหญ่และแข็งแรงมาก จนทำให้ผู้คนหลายร้อยคนสามารถเดินผ่านได้อย่างง่ายดาย แล้วถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านพ้นมาเนิ่นนาน แต่สะพานแห่งนี้ก็ยังคงดูเหมือนใหม่และไม่มีร่องรอยของความเก่าให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว

ทั่วทั้งเมืองมีสะพานลักษณะนี้กระจายกันอยู่ทั้งสิ้น 12 แห่ง ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างเขตเมืองกับเขตป่าที่อยู่ด้านนอก

เซี่ยเฟยค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปภายในเมือง โดยเมืองบริเวณนี้เป็นวงแหวนรอบที่ 9 หรือมันก็คือสถานที่อยู่อาศัยของพลเมืองชั้นล่าง

ถัดจากวงแหวนชั้นที่ 9 ไปสู่วงแหวนชั้นที่ 8 ก็มีคูน้ำใสขวางกั้นอยู่เชื่อมต่อด้วยสะพานหินทั้ง 12 แห่งรอบ ๆ คูน้ำวงกลมแห่งนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนวงแหวนชั้นที่ 8 นี้ดูดีกว่าบ้านเรือนในวงแหวนชั้นที่ 9 อย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งเซี่ยเฟยเดินลึกเข้าไปจนถึงวงแหวนรอบที่ 6 เขาก็ได้พบว่าระดับของอาคารดูมีความหรูหรามากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการบ่งบอกว่าเมืองแห่งนี้มีการแบ่งระดับชนชั้นอย่างชัดเจน และยิ่งพื้นที่ที่อยู่ใกล้กลางเมืองมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นพื้นที่สำหรับชนชั้นสูงมาขึ้นเท่านั้น

“ฉันรู้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน!” เซี่ยเฟยกล่าวขณะที่เขาเดินเข้ามายังวงแหวนชั้นที่ 5

“ที่ไหน!?” ทั้งอันธและโอโร่ต่างก็ตะโกนถามขึ้นมาพร้อมกัน

“ที่นี่คือแอตแลนติส! มันคือหนึ่งในเมืองตำนานของมนุษย์โลก!!”

โอโร่ไม่เข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ของมนุษย์โลก เขาจึงทำได้เพียงแต่ยักไหล่อย่างเมินเฉย เพราะในมุมมองของเขาเมืองเล็ก ๆ แบบนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญในสายตาของเขาด้วยซ้ำ

แต่ในกรณีของอันธและเซี่ยเฟยที่เคยออกไปผจญภัยร่วมกันหาเมืองแห่งนี้บนดาวโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง พวกเขาต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

นี่คือเมืองในตำนานของโลกมนุษย์!

เมืองที่บางตำนานบอกว่ามันคือเมืองของโพไซดอน!

นี่คือเมืองที่เป็นตัวแทนของอารยธรรมขั้นสูงสุดที่เคยมีมาในบรรดาเมืองโบราณทั้งหมดในตำนานของดาวโลก!

ตำนานเคยเล่าขานว่าแอตแลนติสคือเมืองที่สะดวกสบายมาก ประชากรภายในเมืองนี้ไม่จำเป็นจะต้องทำงาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต่างก็ล้วนแล้วแต่ดำเนินไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนภายในเมืองสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้ผู้คนภายในเมืองยังสามารถดูดซับความรู้ได้ผ่านทางอุปกรณ์พิเศษ มันจึงทำให้แม้แต่เด็ก ๆ ในแอตแลนติสก็ยังมีสติปัญญาเหนือกว่าเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ชาวโลกในยุคปัจจุบันด้วยซ้ำ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับแอตแลนติสคือระบบพลังงานที่ตำนานเคยเล่าขานกันไว้ว่า สถานที่แห่งนี้ใช้พลังงานจักรวาลในการขับเคลื่อนและที่มาของแหล่งพลังงานนั้นก็คือคริสตัลอันลึกลับ

หากจะต้องเล่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับตำนานแอตแลนติส มันก็อาจจะต้องใช้เวลาในการเล่ายาวนานถึง 3 วัน 3 คืน แต่ตำนานเหล่านั้นกลับกลายเป็นเรื่องไม่สำคัญเมื่อเซี่ยเฟยได้พบว่าทวีปแอตแลนติสกำลังมาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้วจริง ๆ

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่เขายังเป็นเพียงแค่นักรบตัวเล็ก ๆ บนดาวโลก เขาเคยออกผจญภัยตามหาแอตแลนติสพร้อมกับพวกอันเดร์ แต่น่าเสียดายที่แอตแลนติสที่เขาค้นพบในตอนนั้นมันเป็นเพียงแค่พื้นที่ส่วนที่เหลือเพียงแค่เล็กน้อยที่แอตแลนติสได้ทิ้งเอาไว้บนดาวโลก

แต่ในวันนี้ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่บนทวีปในตำนานจริง ๆ มันจึงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

“ดูนั่นสิ! ตัวอักษรบนผนังเป็นตัวอักษรของชาวแอตแลนติสอย่างชัดเจน แม้แต่รูปลักษณ์ของอาคารก็เป็นเหมือนกับอาคารในตอนที่เราเคยพบแอตแลนติสบนดาวโลก” เซี่ยเฟยพูดอย่างตื่นเต้นขณะชี้นิ้วไปยังสิ่งต่าง ๆ ตามสองฟากฝั่งของถนน

“ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นทวีปแอตแลนติสในตำนานจริง ๆ พีระมิดสีทองที่ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองพวกนั้นเหมือนกับสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้ในตำนานเลย” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ดูเหมือนว่าชาวแอตแลนติสจะไม่ใช่มนุษย์โลกสินะ และเมืองของพวกเขาก็ไม่ได้หายสาบสูญไป เพียงแต่พวกเขายกทวีปทั้งทวีปลอยออกไปในอวกาศมากกว่า แท้ที่จริงแล้วมันคือยานอวกาศที่ได้ไปอาศัยอยู่บนดาวโลก” เซี่ยเฟยกล่าว

“แล้วทำไมแอตแลนติสถึงได้มาติดอยู่ในรังอีกาดำแบบนี้? ผู้ก่อตั้งแอตแลนติสเป็นนักรบที่แข็งแกร่งมากไม่ใช่เหรอหรือว่าพวกเขาจะถูกปรสิตพวกนั้นจัดการจนหมดแล้ว แต่นักรบที่แข็งแกร่งแบบนั้นจะพ่ายแพ้ให้กับปรสิตพวกนั้นได้ยังไง?” อันธพึมพำขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

เซี่ยเฟยอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่อยู่เหมือนกัน ว่าทำไมทวีปที่ยิ่งใหญ่ถึงได้มาติดอยู่ในรังอีกาดำแห่งนี้กันแน่

การที่ชาวแอตแลนติสได้ครอบครองเทคโนโลยีที่สามารถสร้างทวีปทั้งทวีปขึ้นมาบนยานอวกาศขนาดใหญ่ได้ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาย่อมไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแออย่างแน่นอน แล้วสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งแบบนั้นจะพ่ายแพ้ให้กับพวกปรสิตที่อ่อนแอเหล่านี้ได้ยังไง

ทันใดนั้นเองเซี่ยเฟยก็เหงื่อออกขึ้นมาอย่างฉับพลัน เพราะถ้าหากว่าชาวแอตแลนติสไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับพวกปรสิตที่อ่อนแอพวกนั้นจริง ๆ มันก็อาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ภายในรังอีกาดำแห่งนี้

“เดี๋ยวก่อนนะ! เราได้รับวิชามนตราอสูรมาจากแอตแลนติสใช่ไหม? ไม่แน่ที่นี่อาจจะมีวิชามนตราอสูรอีก 3 ขั้นที่เหลือถูกทิ้งเอาไว้ที่ไหนสักที่ก็ได้” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

***************

พี่เฟยไม่มีทางพลาดในการตามล่าหามนตราอสูรขั้นที่ 7-9 แน่ๆ ว่างั้นไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 646 อารยธรรมที่สูญหาย

คัดลอกลิงก์แล้ว