เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 639 ร่องรอยของลินนิจ

ตอนที่ 639 ร่องรอยของลินนิจ

ตอนที่ 639 ร่องรอยของลินนิจ


ตอนที่ 639 ร่องรอยของลินนิจ

เข็มทิศมิติจากบริษัทฟิกส์มีตำแหน่งจุดหมายปลายทางกรอกให้โดยอัตโนมัติ แต่เนื่องจากชายหนุ่มต้องการที่จะมุ่งหน้าไปยังดินแดนลับของหุ่นยนต์ เขาจึงกรอกตำแหน่งของดินแดนลับแทนเข้าไปในตำแหน่งของพันธมิตร

ในที่สุดหน้าจอก็แสดงผลว่าตำแหน่งปลายทางเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัย ชายหนุ่มจึงกดปุ่มยืนยันเพื่อเริ่มการเดินทาง ซึ่งเขาก็สามารถเดินทางจากดินแดนเผ่ามารมายังดินแดนลับของหุ่นยนต์ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที

“อื้อหือ! เข็มทิศมิติมันสะดวกขนาดนี้เลยเหรอ!!” อันธอุทานออกมาอย่างตกใจ

“นั่นสิ เข็มทิศนี่เหมือนกับเวทมนตร์เลย ไม่ว่าระยะทางจะไกลสักแค่ไหนแต่มันกลับช่วยให้เราเดินทางได้เพียงแค่แป๊ปเดียว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เมื่อบรรดาหุ่นยนต์ได้เห็นเซี่ยเฟยพวกมันก็ลื่นเปิดทางให้กับชายหนุ่มในทันที เนื่องมาจากว่าโซฟีได้ป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบของหุ่นยนต์ทุกตัวแล้ว พวกมันจึงรู้ว่ามนุษย์คนนี้คือเจ้านายของกระป๋องผู้ซึ่งเป็นราชาของพวกมัน

ในที่สุดเมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปในตึกสีขาว เขาก็ได้พบกับแอวริลและชนเผ่าจักรกลทั้งสามคน

แอวริลกระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของเซี่ยเฟยอย่างโหยหา ขณะที่มอร์โรว์, วอร์สตาร์และโซฟีได้จ้องมองมนุษย์ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

“นายไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม?” แอวริลผละออกมาอย่างเขินอายเล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดมันก็ยังมีพวกหุ่นยนต์กำลังเฝ้ามองพวกเธออยู่ในตอนนี้

“ฉันไม่เป็นอะไร แล้วเธอล่ะ?” เซี่ยเฟยถามโดยไม่พูดถึงอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับมาจากความวุ่นวายในตระกูลหยู

“เพื่อน ๆ พวกนี้ใจดีกับฉันมาก นายรู้ไหมว่ากองยานที่พวกเขาเอาไปรับฉันมันใหญ่โตมากแค่ไหน…”

แอวริลเล่าประสบการณ์ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้อย่างมีความสุข ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่มีหญิงสาวคนไหนที่ไม่อยากให้ผู้ชายของเธอเป็นคนที่แข็งแกร่ง เพียงแต่ความแข็งแกร่งที่เซี่ยเฟยได้ซุกซ่อนเอาไว้ ค่อนข้างที่จะเหนือจินตนาการของเธอมากเกินไป จนทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ขนอุย! นี่นายตัวเล็กลงอีกแล้วเหรอ?” แอวริลกล่าวพร้อมกับใช้มือดึงหน้าของเจ้าตัวเล็ก พร้อมกับนึกถึงนิสัยของขนอุยที่ไม่ชอบกินอาหารที่เธอป้อนมากเท่าไหร่

ขนอุยทำได้เพียงแต่ปล่อยให้แอวริลดึงแก้มของมันต่อไป แต่เมื่อหญิงสาวเริ่มวางแผนถึงมื้ออาหารของมัน เจ้าตัวน้อยก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาในทันตา

ฉันไม่อยากกินของพวกนั้น!!

หากพูดได้ขนอุยก็คงจะตะโกนคำพวกนี้ออกมา แต่น่าเสียดายที่แอวริลคงจะไม่มีวันได้ยินความคิดของมัน

“แอวริล ฉันขอเวลาคุยธุระแป๊บหนึ่งได้ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

“ได้สิ เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างนอกนะ” แอวริลกล่าวก่อนที่เธอจะออกไปจากห้องพร้อมกับขนอุยที่อยู่ในอ้อมแขนและกระป๋องที่ติดตามเธอไปอย่างระมัดระวัง

แม้ว่าตอนนี้กระป๋องจะถูกเลื่อนระดับกลายเป็นราชาของเหล่าหุ่นยนต์แล้ว แต่สิ่งที่มีในหัวของมันอยู่ทุกวันก็ยังคงเป็นเรื่องการให้บริการเจ้านายของมัน ทั้งเรื่องการทำอาหารและเรื่องการทำความสะอาด โดยพยายามให้เซี่ยเฟยใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมากที่สุด

“คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” โซฟีกล่าวถาม

“ฉันถูกหลอกและเกือบเอาชีวิตไม่รอด ช่วงนี้ฉันคงจะต้องอยู่ห่างจากดินแดนกฎไปก่อน ฝ่ายตรงข้ามมีพลังมากกว่าฉันมาก ฉันเชื่อว่าตอนนี้ทั่วทั้งพันธมิตรคงจะเต็มไปด้วยคนของพวกมันแล้ว และเป้าหมายของมันก็คงจะไม่พ้นฉันกับแอวริล” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับกัดฟัน

“ศัตรูของคุณทรงพลังถึงขนาดไล่ตามมาจนถึงเขตแดนพันธมิตรเลยงั้นเหรอ?” วอร์สตาร์กล่าวถาม

“ฉันยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าศัตรูของฉันมีใครบ้าง บางทีพวกเขาก็อาจจะเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในเผ่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในดินแดนกฎ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ฉันดีใจนะที่คุณกลับมาได้ แต่ฉันก็อยากจะรู้จริง ๆ ว่าคนแบบไหนถึงหลอกคุณได้สำเร็จ เรารู้ดีว่าคุณเป็นคนขี้ระแวงมากแค่ไหน และการที่คุณตกหลุมพรางได้มันก็แสดงว่ากับดักของคนคนนั้นจะต้องแยบยลมาก” มอร์โรว์กล่าว

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่แบะริมฝีปากออกมาอย่างไม่พอใจ ท้ายที่สุดหยูฮัวก็เข้ามาช่วยดูแลเขาตั้งแต่ที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในดินแดนกฎ มันจึงทำให้เขาตกหลุมพรางคิดว่าพ่อค้าคนนั้นคือสหายที่ดีของเขา

“ช่างเรื่องนั้นไปก่อนเถอะ ว่าแต่ตอนนี้พวกชาร์ลีเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยถาม

“พวกเราได้ส่งหุ่นยนต์นาโนออกไปติดตามการเคลื่อนไหวพวกชาร์ลีตลอดเวลา นอกจากนี้เรายังได้ส่งหน่วยปฏิบัติการลับออกไปเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว หากมันมีอะไรเกิดขึ้นเพื่อน ๆ ของคุณจะถูกนำตัวมาที่นี่ในทันที” วอร์สตาร์กล่าว

หุ่นยนต์ชีวภาพที่ถูกส่งไปประจำการยังสถานที่ต่าง ๆ ของพันธมิตรถูกพัฒนาขึ้นมาจากเซียน่าเพื่อแก้แค้นมนุษย์ แต่ในปัจจุบันพวกมันถูกใช้ในการสอดแนมและทำภารกิจลับ ซึ่งตัวตนของพวกมันกลมกลืนกับมนุษย์มาก ๆ จนยากที่จะแยกออกว่าหุ่นยนต์ชีวภาพเหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ

“ดีมาก ถึงแม้ฉันจะคิดว่าพวกมันคงจะไม่ลงมือจู่โจมใครคนอื่นนอกจากแอวริลก็เถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“พวกเขาคงจะคิดว่าชาร์ลีเป็นเพียงแค่ลูกน้องของคุณ ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะจับพวกชาร์ลีเป็นตัวประกันแต่คุณก็คงจะไม่สนใจ แต่กรณีของแอวริลเป็นกรณีที่แตกต่างกันออกไป เพราะคุณประกาศให้คนทั่วทั้งพันธมิตรได้เห็นว่าคุณรักเธอมากแค่ไหน เธอจึงกลายเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของคุณ” มอร์โรว์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ลองดูภาพพวกนี้สิ นี่คือภาพเหตุการณ์ที่หุ่นยนต์นาโนบันทึกเอาไว้ได้หลังจากที่พวกเราไปรับแอวริลมา 27 นาที”

หลังจากพูดจบมอร์โรว์ก็เปิดหน้าจอเผยให้เห็นร่างสีดำ 2 ร่างที่พุ่งตัวเข้าไปในห้องส่วนตัวของแอวริล และเมื่อพวกเขาพบว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว หนึ่งในชายชุดดำก็ระเบิดกำแพงห้องของหญิงสาวด้วยความโกรธ

ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยเหงื่อไหลออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และถ้าหากว่ากองทัพหุ่นยนต์เคลื่อนไหวช้ากว่านี้อีกนิด ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คงจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายแน่นอน

ตูม!

เซี่ยเฟยชกเข้าใส่กำแพงโลหะหนาจนทำให้กำแพงยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึก

“พวกมันตั้งเป้าหมายไปที่แอวริลจริง ๆ สินะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

“โชคดีที่คุณได้เตรียมความพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าพวกเราจึงรับตัวแอวริลมาได้ทัน แต่ตอนนี้ถึงแม้ว่าคุณจะอารมณ์เสียไปแต่มันก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้คุณควรจะไปพักผ่อนกับแอวริลก่อนแล้วเราค่อยมาคิดมาตรการการรับมือหลังจากนี้จะดีกว่า” โซฟีกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับและเนื่องจากเขายังไม่รู้ถึงตัวตนของศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังหยูฮัว ตอนนี้การพยายามใช้ชีวิตเงียบ ๆ ก็คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

“ว่าแต่คุณเดินทางกลับมาที่ดินแดนลับเร็วขนาดนี้ได้ยังไง? ยิ่งไปกว่านั้นทำไมคุณถึงผ่านเส้นทางอันซับซ้อนได้โดยไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากพวกเรา” มอร์โรว์พยายามถามเปลี่ยนเรื่อง

“ฉันเคลื่อนที่ผ่านของสิ่งนี้มา” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหยิบเข็มทิศมิติของบริษัทฟิกส์มาวางไว้บนโต๊ะ

“นี่มันอะไร?” จักรกลทั้งสามกล่าวถามพร้อมกัน

“มันชื่อเข็มทิศมิติเป็นเครื่องมือเดินทางผ่านประตูมิติที่ใช้กันในดินแดนกฎ”

สิ้นคำอธิบายสีหน้าของพวกมอร์โรว์ก็เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมาก

“เครื่องมือนี้มัน... มันจะน่าอัศจรรย์มากจนเกินไปแล้ว!” มอร์โรว์กล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

หลังจากนั้นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของเหล่าบรรดาหุ่นยนต์ก็เริ่มทำการตรวจสอบเครื่องมืออัศจรรย์ที่อยู่ตรงหน้า

“นี่มันจะซับซ้อนจนเกินไปแล้ว! คล้ายกับคนสร้างใส่จักรวาลอันเล็ก ๆ เอาไว้ในเข็มทิศเลย แม้แต่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเผ่าจักรกลก็ยังไม่สามารถที่จะลอกเลียนเทคโนโลยีในเข็มทิศนี้ได้” มอร์โรว์กล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

“อุปกรณ์ชิ้นนี้สร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีที่สูงมากจริง ๆ บางทีพวกเราอาจจะต้องสร้างอุปกรณ์ใหม่เพื่อเอาไว้ค้นคว้ามันโดยเฉพาะ” โซฟีกล่าว

“ถ้าคุณไม่ว่าอะไรฉันกับเทพธิดาขอลองศึกษามันดูหน่อยได้ไหม?” มอร์โรว์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ได้แต่ระวังด้วย ของชิ้นนี้มันแพงมาก” เซี่ยเฟยกล่าว

“ว่าแต่มันมีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้นกับบริษัทของฉันในช่วงเวลาที่ฉันไม่อยู่หรือเปล่า?”

“มันไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรนะ บริษัทควอตัมได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีจากฉันจนสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่บริษัทสตาร์ลิงก็พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด จนทำให้บริษัทควอนตัมกับบริษัทสตาร์ลิงกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในพันธมิตรไปแล้ว” มอร์โรว์กล่าว

“บริษัทสตาร์ลิงไม่ใช่ของฉัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ตอนนี้ไม่ใช่ แต่อีกหน่อยก็ไม่แน่” มอร์โรว์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแค่ยักไหล่ตอบกลับไปโดยไม่พูดอะไรอีก

“อ๋อฉันจำได้แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ทีมสำรวจของบริษัทควอนตัมที่นำโดยบุชเชอร์ติดต่อมาหาชาร์ลี บอกว่ามีเรื่องน่าสนใจจะรายงานไปที่คุณโดยตรง บางทีเรื่องนี้มันอาจจะเกี่ยวกับสวนเอเดนในตำนานก็ได้” มอร์โรว์กล่าวหลังจากนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ครั้งหนึ่งสวนเอเดนเคยได้รับความสนใจจากพันธมิตรเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่หลังจากสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ได้ปะทุขึ้นมา เรื่องนี้มันก็ค่อย ๆ ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา

เพียงแค่พริบตาเวลาก็ได้ผ่านพ้นไปนานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้พวกบุชเชอร์ก็อาจจะค้นพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจมาแล้วก็ได้

“น่าสนใจดีนี่ แต่การติดต่อชาร์ลีตอนนี้อาจจะทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย พวกเรารอไปสักพักก่อนก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

พวกมอร์โรว์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหุ่นยนต์ชีวภาพคอยสอดแนมอยู่ทั่วทั้งพันธมิตร แต่มันก็ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่มีศัตรูที่เล็ดลอดสายตาของพวกเขาอยู่จริง ๆ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็ควรจะติดต่อกลับไปยังบริษัทควอนตัมให้ได้น้อยที่สุด

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็ได้ทำการเชื่อมต่อแหวนมิติ 2 วงเพื่อนำของจากแหวนมิติขนาดเล็กที่ฮีธฟิลด์ให้เขามากลับไปเก็บไว้ในแหวนมิติของเขาเอง

“มอร์โรว์ ในระหว่างที่นายศึกษาเข็มทิศมิตินายช่วยดูชุดเกราะนี่ให้ฉันด้วยได้ไหม? ดูเหมือนว่ามันจะมีอุปกรณ์ติดตามติดตั้งอยู่ ถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยถอดอุปกรณ์ติดตามออกให้ฉันหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นแหวนมิติให้มอร์โรว์

“มันคือชุดเกราะต่อสู้จากดินแดนกฎงั้นเหรอ? ไหนฉันขอดูหน่อยสิ”

“ระวังหน่อยนะ จะทำอะไรก็ให้ทำแต่ในแหวนมิติเท่านั้น ถ้าหากเอามันออกมาข้างนอกตำแหน่งของเราก็อาจจะถูกค้นพบ” เซี่ยเฟยสั่ง

“ได้ ไม่มีปัญหา” มอร์โรว์กล่าวก่อนที่จะปล่อยร่างโคลนที่เป็นหุ่นยนต์แมลงสาบคลานเข้าไปในแหวนมิติ

ทันใดนั้นมอร์โรว์ก็ชะงักค้างไป ก่อนที่เขาจะยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน

“เซี่ยเฟย! นี่คุณเจอนายท่านลินนิจแล้วงั้นเหรอ?!” มอร์โรว์ถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

“อะไรนะ?! นี่คุณเจอท่านพ่อแล้วเหรอ?” โซฟีหันไปมองเซี่ยเฟยอย่างสงสัยด้วยเหมือนกัน

“นี่นายกำลังพูดถึงอะไร? ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ชื่อลินนิจมาก่อนเลย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสับสน

***************

หรือว่าชุดเกราะนั้นจะเป็น….

จบบทที่ ตอนที่ 639 ร่องรอยของลินนิจ

คัดลอกลิงก์แล้ว