เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 633 เมืองชายแดน

ตอนที่ 633 เมืองชายแดน

ตอนที่ 633 เมืองชายแดน


ตอนที่ 633 เมืองชายแดน

“ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะเป็นลูกหลานของคุณนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะบอกว่าชายคนนั้นเป็นเด็ก แต่ความจริงแล้วเขาก็ไม่ใช่มนุษย์ที่มีร่างกายเล็ก ๆ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีความสูงมากกว่า 2 เมตร

เมื่อเติบโตขึ้นจนกลายเป็นผู้ใหญ่สมาชิกของเผ่าไลอ้อนฮาร์ทจะสวมหน้ากากเอาไว้ตลอดเวลาเว้นแต่ว่าพวกเขาจะพูดคุยกับญาติคนสนิท แต่ใบหน้าของไลอ้อนฮาร์ทที่กำลังถูกปล้นอยู่นั้นกลับว่างเปล่า ซึ่งมันเห็นได้ชัดว่าเขายังไม่บรรลุนิติภาวะแต่รูปร่างอันสูงใหญ่ของเขาก็ทำให้เซี่ยเฟยมีความสูงเพียงแค่ประมาณไหล่ของเขาเท่านั้นเอง

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? พวกโอฮานที่ต่ำต้อยกล้าที่จะรังแกชาวไลอ้อนฮาร์ทงั้นเหรอ?!” โอโร่ที่อยู่ในแหวนตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว

ชาวโอฮานคือสิ่งมีชีวิตผิวเขียวซึ่งเป็นเผ่ามารที่อยู่ในระดับต่ำมาก โดยเผ่าพันธุ์นี้มีสันดานเป็นพวกขี้ขโมยและมักจะใช้วิธีที่น่ารังเกียจต่าง ๆ ในการจัดการกับศัตรู

การที่โอโร่ได้มาเห็นเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยคุกคามเผ่าพันธุ์ที่สูงศักดิ์ของเขา มันก็ทำให้อดีตจอมมารผู้นี้แทบจะอกแตกตาย เพราะไม่รู้ว่าในช่วงเวลาที่เขาถูกขังอยู่นั้นมันมีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนไปบ้างกันแน่

น่าเสียดายที่ชาวโอฮานทั้งสามไม่รู้ว่าอดีตจอมมารกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จากระยะไกล ดังนั้นพวกเขาจึงยังคงคุกคามเด็กชาวไลอ้อนฮาร์ทคนนั้นต่อไปคล้ายกับพวกนักเลงที่กำลังรีดไถคนข้างทาง

“ถอดเสื้อกับกางเกงของแกออกซะ! ระวังอย่าให้เสื้อผ้าของแกเลอะด้วย” โอฮานคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับเลียคมมีดภายในมือ

“ใช่! ถอดสร้อยบนคอของแกออกด้วย”

“ไหน? อะไรอยู่ที่เอวของแกขอฉันดูหน่อยสิ”

หลังจากพูดจบโอฮานคนนั้นก็ยื่นมือออกไปคว้าป้ายที่เอวของชายหนุ่ม ซึ่งเป็นหยกสีน้ำเงินที่มีคุณภาพดีมาก

“ผมขอเถอะอย่าเอาป้ายนั่นไปเลย มันเป็นของที่แม่ของผมทิ้งไว้ให้ พวกคุณอยากจะเอาอะไรไปก็ได้แต่ผมขอเก็บป้ายชิ้นนั้นเอาไว้ชิ้นเดียว” เด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันอ้อนวอน โดยไม่มีศักดิ์ศรีของชาวไลอ้อนฮาร์ทให้เห็นอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

น่าเสียดายที่พวกโอฮานไม่ได้สนใจคำขอร้องของเด็กหนุ่มคนนี้เลย พวกมันทั้งสามคนจึงยังคงค้นหาสิ่งมีค่าบนตัวของเด็กหนุ่มต่อไป

“ของชิ้นนี้น่าจะขายได้มากกว่า 3 คริสตัลม่วงเลยล่ะมั้ง” โอฮานร่างเล็กพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นคล้ายกับว่าเงินจำนวน 3 คริสตัลม่วงก็ถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพวกมันแล้ว

“แกนี่ไม่รู้อะไรเลย นี่มันคือของระดับสูงมากเลยนะ มันควรจะต้องขายได้เงินมากกว่า 5 คริสตัลม่วงด้วยซ้ำ!” โอฮานอีกคนกล่าวขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม และมันก็ทำให้โอฮาน 2 คนที่เหลืออ้าปากค้างในทันที

“5 คริสตัลม่วง!! แบบนี้เราก็ซื้อเนื้อได้หลายกิโลเลยใช่ไหม?”

เพียะ!

“นี่แกรู้จักแต่เนื้อหรือยังไง ถ้าเรามีเงินมากขนาดนี้เราสามารถซื้อเหล้ามากินได้ด้วยซ้ำ” โอฮานร่างใหญ่ตบหัวของโอฮานร่างเล็กอย่างหงุดหงิด ก่อนที่มันจะยืดอกขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

ในทางกลับกันเด็กหนุ่มจากเผ่าไลอ้อนฮาร์ทที่ถูกปล้นชิงสมบัติล้ำค่าของตัวเองไปกลับมีสีหน้าที่สิ้นหวังมากยิ่งขึ้น และมันก็ดูคล้ายกับว่าเขาเริ่มที่จะร้องไห้ออกมาแล้ว

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่แบะริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ เพราะหยกสีน้ำเงินชิ้นนั้นควรจะนำไปขายได้หลายร้อยคริสตัลเหลืองด้วยซ้ำ แต่พวกโอฮานพวกนี้กลับต้องการเอามันไปแลกเปลี่ยนเป็นเนื้อหรือสุรา ทำให้เซี่ยเฟยตระหนักได้ในทันทีว่าพวกมันเป็นเพียงแค่โจรกระจอกชั้นต่ำอย่างที่โอโร่ได้บอกเอาไว้จริง ๆ

เด็กชายชาวไลอ้อนฮาร์ทคนนั้นยอมถูกโอฮานพวกนี้รังแกได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่ด้วยร่างกายขนาดใหญ่เขาสามารถที่จะตบพวกโอฮานให้กระเด็นได้อย่างง่ายดายด้วยซ้ำ

“คุณอยากจะให้ผมเข้าไปช่วยเขาไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ไม่! ปล่อยให้มันตายไปเลย พวกเราชาวไลอ้อนฮาร์ทไม่ยอมรับเรื่องที่อัปยศแบบนั้น” โอโร่ร้องคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยรู้ดีว่าโอโร่กำลังโกรธอยู่จึงได้พูดออกมาแบบนั้น เพราะท้ายที่สุดความผูกพันระหว่างเผ่าพันธุ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถตัดขาดออกจากกันได้ง่าย ๆ

สมมุติว่าผู้ที่ถูกรังแกคือมนุษย์ เซี่ยเฟยก็คงจะจัดการกับพวกโอฮานทั้งสามคนไปตั้งนานแล้ว แต่เนื่องมาจากความโกรธที่เกียรติยศของเผ่าพันธุ์ถูกรุกราน มันจึงทำให้โอโร่พูดออกมาแบบนั้นโดยไม่ทันคิดพิจารณาให้ดี

เซี่ยเฟยเลิกสนใจโอโร่และเดินตรงไปข้างหน้าราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่คนสัญจรที่เดินผ่านมา

“มนุษย์!? พี่น้องวันนี้เป็นวันโชคดีของพวกเราแล้ว”

โอฮานทั้งสามจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย และเมื่อเด็กหนุ่มจากเผ่าไลอ้อนฮาร์ทเห็นใครบางคนเดินเข้ามามันก็ดูเหมือนกับว่าเขาจะมองเห็นผู้ช่วยชีวิต

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้เห็นว่าเซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่มนุษย์ ใบหน้าของเขาก็แสดงออกถึงความผิดหวัง เพราะมนุษย์ในเผ่าพันธุ์ปีศาจมีสถานะที่ต่ำต้อยมาก ถึงขนาดที่มีสถานะต่ำต้อยกว่าพวกโอฮานเหล่านี้ด้วยซ้ำ

เซี่ยเฟยไม่สนใจโอฮานทั้งสามคนและเดินเข้าไปยกร่างของเด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทขึ้นมาโดยใช้นิ้วเพียงแค่ 2 นิ้ว

เหตุการณ์นี้ทำให้พวกตัวเขียวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะเด็กชายชาวไลอ้อนฮาร์ทคนนี้มีน้ำหนักมากกว่า 300 กิโลกรัม แล้วเซี่ยเฟยจะต้องมีความแข็งแรงถึงระดับไหนถึงใช้นิ้วเพียงแค่ 2 นิ้วยกร่างขนาดใหญ่ร่างนั้นขึ้นมาได้

ฉากต่อไปเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้น เพราะจู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ตบหน้าเด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทเข้าไปถึงสองครั้ง

เสียงตบหน้าของเซี่ยเฟยดังขึ้นอย่างชัดเจนจนทำให้เด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทอ้าปากกว้างและมันก็ทำให้เขาเกือบที่จะร้องไห้ออกมาอีกครั้งหนึ่ง

“อย่าร้อง! นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทผู้สง่างามจะมาทำตัวอ่อนแอแบบนี้ได้ยังไง” หลังจากพูดจบเซี่ยเฟยก็หยิบดาบดราก้อนสเกลที่เปลี่ยนเป็นดาบขนาดใหญ่ยัดมันใส่ไว้ในมือของเด็กหนุ่ม

ตอนแรกเซี่ยเฟยมีความคิดที่จะยัดหิมะโปรยให้เด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่เขาได้เห็นมือขนาดใหญ่ของชาวไลอ้อนฮาร์ทแล้วเขาก็เปลี่ยนใจไปใช้ดาบขนาดใหญ่คงจะเหมาะมือมากกว่า

“เอาดาบเล่มนี้ฟันร่างพวกมันซะ!” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับชี้นิ้วไปยังโอฮานร่างใหญ่

“ฟันพวกเขางั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มถามด้วยความสับสน

“ใช่ ผ่าร่างของมันออกจากกันได้เลย!”

เมื่อถูกมนุษย์ดูถูกโอฮานทั้งสามก็เริ่มส่งเสียงร้องคำราม ก่อนที่จะพยายามใช้มีดเก่า ๆ ภายในมือของพวกมันเพื่อโจมตี

อิ้ว!

ทันใดนั้นเองขนอุยก็กระโดดขึ้นมาบนไหล่ของเซี่ยเฟย ก่อนที่จะส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งการร้องคำรามในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้โอฮานทั้งสามหวาดกลัวเท่านั้น แต่มันยังทำให้เด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทรู้สึกหวาดกลัวอีกด้วย

หลังจากดูดซับพลังจากคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 เข้าไปมากกว่า 100 ชิ้น ขนอุยก็สามารถฟื้นฟูพลังงานส่วนใหญ่กลับมาได้แล้ว เสียงร้องคำรามของมันจึงมากพอที่จะทำให้ราชากฎรู้สึกสั่นสะท้านได้ด้วยซ้ำ แล้วมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงโจรกระจอกพวกนี้เลย

“นี่มันจะน่าอายจนเกินไปแล้ว! ลูกหลานของฉันเป็นพวกขี้ขลาดแบบนี้ได้ยังไง ฝากบอกเขาทีว่า@#%)&%$^&*#$%^&*@” โอโร่กล่าวหลังจากพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่เข้าใจความหมายแต่ชายหนุ่มก็พยายามเลียนแบบคำพูดของโอโร่ออกไป

ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้เด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทก็สะดุ้งทันที ก่อนที่เขาจะจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“เมื่อกี้คุณฝากผมพูดอะไรกับเขากันแน่?” เซี่ยเฟยถาม

“เด็กคนนั้นไม่ใช่ชาวไลอ้อนฮาร์ทธรรมดาแต่เป็นราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทเหมือนกับฉัน สิ่งที่ฉันพึ่งพูดออกไปคือภาษาของราชวงศ์ที่หมายความว่า ‘นักรบไลอ้อนฮาร์ทผู้ยิ่งใหญ่สมควรจะต้องตายในสนามรบเท่านั้น’” โอโร่กล่าวอธิบาย

ภาษาของราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทมีความซับซ้อนมากจนถึงขนาดที่ทำให้ชิพแปลภาษาในสมองของเซี่ยเฟยไม่สามารถประมวลผลได้ ความเป็นจริงนับตั้งแต่เดินทางไปยังดินแดนกฎชิพแปลภาษาในสมองของชายหนุ่มก็ทำงานได้ไม่ค่อยดีนัก ถึงขนาดที่คำบางคำถูกแปลออกมาอย่างผิด ๆ อยู่บ่อย ๆ

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะชิพแปลภาษาในสมองของเซี่ยเฟยเป็นชิพแปลภาษาจากพันธมิตร เมื่อเขาเดินทางมายังดินแดนกฎมันจึงเป็นโลกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ชิพแปลภาษาที่เคยเป็นชิพระดับสูงในพันธมิตรจึงเป็นเพียงแค่ชิพแปลภาษาที่ล้าหลังในดินแดนกฎ คล้ายกับในพันธมิตรคิดว่านักสู้ผู้ใช้พลังพิเศษคือนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในความเป็นจริงนักรบเหล่านั้นกลับเป็นเพียงแค่นักรบตัวน้อย ๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักรบผู้ใช้กฎ

ใบหน้าของเด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทถูกปกคลุมไปด้วยผมสีทองหนาจนแทบที่จะไม่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าได้ แต่เมื่อพิจารณาจากแววตาของเขาแล้วตอนนี้เขาดูสงบลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“ผมไม่รู้ว่าคุณรู้จักภาษาราชวงศ์ของเราได้ยังไง แต่คุณพูดถูกว่าผมไม่ควรจะต้องมาตายอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จริง ๆ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับกระชับดาบดราก้อนสเกลภายในมือแน่น

“แม้ว่าอดีตจะผิดพลาดไปแล้วแต่นายยังสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้เสมอ ตราบใดก็ตามที่นายยังจำตัวตนของนายได้ ในอนาคตนายย่อมเติบโตจนกลายเป็นนักรบที่กล้าหาญได้อย่างแน่นอน จำเอาไว้ให้ดีว่าภายในร่างของนายมีสายเลือดอะไรไหลเวียนอยู่ อย่าทำตัวให้บรรพบุรุษของตัวเองต้องผิดหวังแบบนี้อีก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

โอโร่แอบพยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ เพราะสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดคือความจริงทุกประการ ท้ายที่สุดลูกหลานของตระกูลใหญ่ย่อมมีภาระความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับเอาไว้บนบ่ากันทุกคน และยิ่งตระกูลนั้นมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ความรับผิดชอบที่พวกเขาจะต้องแบกรับเอาไว้ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปเท่านั้น

เด็กหนุ่มกัดฟันยกดาบขึ้นพร้อมกับหลับตาลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้โอฮานทั้งสามคนตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

สาเหตุที่พวกเขากล้ารังแกเด็กหนุ่มคนนี้นั่นก็เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้กลัว เพราะถ้าหากเด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทต้องการที่จะตอบโต้จริง ๆ พวกมันก็ไม่มีทางต่อต้านเผ่าพันธุ์ที่เป็นนักรบตั้งแต่กำเนิดอย่างเผ่าพันธุ์ไลอ้อนฮาร์ทได้เลย

สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือพวกเขาเพิ่งได้ยินว่าคำว่าราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ท ซึ่งมันเป็นความรู้โดยทั่วไปในดินแดนของเผ่ามารว่าราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทคือตัวตนที่พวกเขาไม่สามารถเข้าไปยั่วยุได้ แต่ในวันนี้พวกเขาดูเหมือนจะทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตลงไปแล้ว…

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือเด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทหลับตาลงและฟาดฟันดาบตรงหน้าออกไปอย่างไร้ทิศทาง จนทำให้เศษเลือดเศษเนื้อกระเด็นไปทั่วทุกที่พร้อมกับชีวิตของโอฮานทั้งสามคนที่จบสิ้นลงอย่างทรมาน

เมื่อสังหารศัตรูกลุ่มแรกจนเสร็จเด็กหนุ่มก็คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับอาเจียนออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาปกติของการลงมือสังหารเป็นครั้งแรก จนทำให้เด็กหนุ่มคนนี้เกือบที่จะเป็นลมล้มหมดสติลงไป

“ครั้งแรกมันก็ยากแบบนี้แหละ แต่หลังจากลงมือไปบ่อย ๆ อีกหน่อยมันก็จะไม่รู้สึกอะไรเอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับทำความสะอาดดาบดราก้อนสเกลและเก็บมันเข้าไปไว้ในแหวนมิติ จากนั้นเขาก็เดินจากไปโดยไม่สนใจที่จะสนทนากับเด็กหนุ่มคนนั้นต่อเลย

อันธแบะฝีปากออกมาเล็กน้อยเพราะคำพูดของเซี่ยเฟยฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

“ผมชื่อไฮน์ริช คุณชื่ออะไรเหรอครับ?” เด็กหนุ่มชาวไลอ้อนฮาร์ทตะโกนดังขึ้นมาจากด้านหลังของเซี่ยเฟย

“ฉันก็แค่นักผจญภัยคนหนึ่งที่เดินผ่านมา” เซี่ยเฟยกล่าวตอบโดยไม่คิดที่จะบอกชื่อของตัวเอง

หลังจากเดินไปสักพักในที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้พบกับกำแพงเมืองสีดำที่ทอดยาวไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร

“ที่นี่คือเมืองแบล็กไลออนเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ชายแดนที่ถูกปกครองโดยตระกูลไลอ้อนฮาร์ทของเรา” โอโร่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“หากนายต้องการจะรวมอาวุธมายาเข้าด้วยกัน นายจะต้องเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อม แต่เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างที่จะอยู่ห่างไกล ฉันไม่รู้ว่านายจะหาซื้อทุกอย่างได้ตามต้องการหรือเปล่า แต่ฉันรับประกันได้ว่าที่นี่มีเข็มทิศมิติระดับสูงที่นายต้องการอยู่อย่างแน่นอน” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับและถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรวมอาวุธมายา 2 ชิ้นเข้าด้วยกันมันจะเป็นราคาที่สูงมาก แต่ตราบใดก็ตามที่เขาสามารถรวมพลังของอาวุธมายาเข้าด้วยกันได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายออกไปสักเท่าไหร่เขาก็คิดว่ามันเป็นราคาที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

“เอาล่ะพวกเราเข้าไปในเมืองกันเถอะ”

***************

หนีหัวซุกหัวซุนจากเผ่าเทพมาเดินชอปปิงในเผ่ามาร อิอิ

เปิดแล้วสำหรับกลุ่ม VIP8 [631-720] สำหรับใครที่สนใจเข้ากลุ่มสามารถติดต่อได้ที่ เพจสนพ.เซียนอ่าน ได้เลยนะคะ โดยทางกลุ่ม VIP จะค่าปลดตอนถูกกว่าทางหน้าเว็บแต่อัปตอนพร้อมกันน๊า

จบบทที่ ตอนที่ 633 เมืองชายแดน

คัดลอกลิงก์แล้ว