เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 630 หลบหนี

ตอนที่ 630 หลบหนี

ตอนที่ 630 หลบหนี


ตอนที่ 630 หลบหนี

ณ คฤหาสน์ฮาฟมูนวิลล่า ในพันธมิตรมนุษย์

ในช่วงค่ำคืนอันมืดมิดแอวริลกำลังลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบ ๆ จากนั้นเธอก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้าพร้อมกับหยิบชุดที่กระฉับกระเฉงขึ้นมาสวมใส่

ต่อมาเธอก็เดินไปหยิบแหวนมิติที่เธอเตรียมเอาไว้ขึ้นมาสวมใส่ลงบนนิ้ว ก่อนที่หญิงสาวจะเปิดประตูระเบียงเดินออกไปยังด้านนอกของตัวคฤหาสน์จนทำให้ผิวพรรณของเธอสัมผัสแสงจันทร์

ผมสีทองของเธอปลิวไสวไปตามสายลม และถึงแม้ว่าท่าทางของเธอจะดูโศกเศร้าเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น

ทำไมจู่ ๆ เธอถึงลุกขึ้นมากลางดึก?

ทำไมเธอถึงเตรียมสัมภาระทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้า?

นี่เธอกำลังจะออกเดินทางไกลอย่างเงียบ ๆ คนเดียวงั้นเหรอ?

ทันใดนั้นมันก็มียานอวกาศลำเล็กรูปร่างแปลก ๆ ปรากฏขึ้นบริเวณลานคฤหาสน์ของตระกูลเจี่ยนอย่างเงียบ ๆ และมันยังสามารถเข้ามาในคฤหาสน์โดยหลีกเลี่ยงระบบความปลอดภัยอันเข้มงวดของกลุ่มดาวนครหลวงได้อีกด้วย

หากใครมีความคุ้นเคยกับยานรบในพันธมิตร พวกเขาจะสามารถบอกได้อย่างรวดเร็วว่ายานลำนี้มีรูปร่างไม่เหมือนยานรบลำใดในพันธมิตรที่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน แล้วถึงแม้ว่ามันจะมีการเปิดรูหนอนขึ้นมา แต่กระบวนการนั้นกลับไม่ก่อให้เกิดความผันผวนของพลังงานเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อยานรบลำเล็กมุ่งหน้าขึ้นสู่อวกาศอีกครั้ง ร่างของแอวริลก็ไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ฮาฟมูนวิลล่าอีกต่อไป แต่เหตุการณ์อันแปลกประหลาดไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะในทันทีที่แอวริลหายตัวไปจากคฤหาสน์มันก็มีเสียงดังขึ้นมาจากคฤหาสน์อันเงียบสงบ

ตูม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมกับกำแพงห้องแอวริลที่ถูกระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ

หลังจากที่มันมีเสียงระเบิดดังขึ้นมาเพียงแค่ไม่นาน เหล่าบรรดาบอดี้การ์ดของตระกูลเจี่ยนก็รีบมุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว โดยในแววตาของพวกเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความร้อนรน เพราะพวกเขารู้ดีว่าจุดหมายปลายทางของพวกเขาในตอนนี้คือห้องของใคร

“คุณหนูอยู่ไหน?”

“ผมไม่รู้”

“แล้วใครเป็นคนระเบิดกำแพง?”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“นี่พวกนายรู้อะไรบ้าง?!” ผางชิงร้องคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ

“รีบออกหาตัวคุณหนูเดี๋ยวนี้! ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหนูฉันจะ... ฉันจะจัดการพวกนายแน่!!” ผางชิงกล่าวด้วยใบหน้าที่เริ่มซีดเผือด

บอดี้การ์ดหลายร้อยร่างรีบเคลื่อนที่ท่ามกลางความมืดมิดอย่างรวดเร็ว แต่โชคไม่ดีที่ไม่ว่าพวกเขาจะออกค้นหาแค่ไหนแต่พวกเขาก็หาร่องรอยของแอวริลไม่พบเลยแม้แต่น้อย

ไม่ไกลจากคฤหาสน์ฮาฟมูนวิลล่า

ร่างสีดำ 2 ร่างกำลังยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างในตระกูลเจี่ยนอย่างพิจารณา

“ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ไม่รู้นะว่าแอวริลหายไปไหน”

“นั่นสินะ”

“แล้วพวกเราควรจะทำยังไงต่อ?”

“รอจนถึงตอนเช้า ถ้าเรายังหาเธอไม่เจอเราก็แค่ต้องรายงานตามความเป็นจริง”

“แปลกมาก พวกเราเพิ่งจะมาถึงแท้ ๆ แต่เธอก็หายตัวไปทันที เป็นไปได้ไหมที่เธอจะมีพลังพิเศษเกี่ยวกับการทำนายอนาคต?”

“ไม่มีทาง! มันไม่มีใครมีพลังที่สามารถทำนายอนาคตได้สักหน่อย”

“แล้วนายจะอธิบายเหตุการณ์ที่จู่ ๆ แอวริลหายตัวไปได้ยังไง?”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

สถานการณ์อันตื่นตระหนกแพร่กระจายไปทั่วทั้งคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว เหล่าบรรดาคนรับใช้และบอดี้การ์ดต่างก็ล้วนแล้วแต่พยายามค้นหาแอวริลทั่วทุกหนทุกแห่ง

10 นาทีต่อมากองบัญชาการตำรวจของกลุ่มดาวนครหลวงก็ได้รับสัญญาณฉุกเฉิน จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายแสนคนถูกส่งออกไปทั่วทุกพื้นที่ เพื่อตรวจสอบทุกซอกซอยของท้องถนนเพื่อพยายามค้นหาร่องรอยการหายตัวไปของหญิงสาว

20 นาทีต่อมาทางกองทัพก็เริ่มออกค้นหาแอวริลเช่นเดียวกัน

30 นาทีต่อมาเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนของกองกำลังพิเศษและทีมข่าวกรองภายใต้กรมทหารต่างก็ได้รับรูปถ่ายของแอวริล และได้รับคำสั่งให้เริ่มออกค้นหาหญิงสาวโดยเร็วที่สุด

“คุณปู่!” มู่ฟู่ผิงรีบวิ่งไปด้วยใบหน้าอันบูดบึ้ง ก่อนที่จะฝังใบหน้าอันสวยงามของเธอเอาไว้ในอ้อมแขนของมู่ฉีหยุน เมื่อเธอได้เห็นสภาพของเกาะอสรพิษพิทักษ์ที่ถูกทำลาย

ชายชราคนนี้ไม่ได้เคลื่อนที่ออกจากตระกูลมาเป็นเวลานานแล้ว และการที่เขาถูกลากมาจนถึงเกาะอสรพิษพิทักษ์ของตระกูลหยู มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามู่ฟู่ผิงเป็นหลานสาวที่ได้รับความโปรดปรานจากเขาขนาดไหน

น่าเสียดายที่พวกเขามาถึงช้าเกินไปทั่วทั้งตัวเกราะจึงเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง แล้วมันก็ไม่เหลือร่องรอยของเซี่ยเฟยอีกต่อไปแล้ว

หยูจินรีบเดินเข้าไปหามู่ฉีหยุนด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว โดยในตอนนี้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำตระกูลเป็นการชั่วคราว และถูกมอบหมายให้สืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาะแห่งนี้

“ไม่ทราบว่าทำไมผู้อาวุโสมู่ถึงต้องการพบผมงั้นเหรอครับ?” หยูจินกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับด้วยความเคารพ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากสนใจคนนอกพวกนี้แต่เขาก็ยังคงต้องเข้าไปทักทายมู่ฉีหยุนด้วยความเคารพอยู่ดี เพราะท้ายที่สุดมู่ฉีหยุนก็คือผู้นำของตระกูลวิทเทอร์ มันจึงไม่มีใครกล้าที่จะละเลยการปรากฏตัวของชายชราคนนี้ได้

“พอดีว่าหลานสาวของฉันต้องการจะมาหาคนจากตระกูลหยูคนหนึ่ง…” มู่ฉีหยุนกล่าวพร้อมกับกระแอมออกมาเบา ๆ

“เขาชื่อเซี่ยเฟย” มู่ฟู่ผิงแอบกระซิบจากทางด้านหลัง

“ใช่ เขาชื่อเซี่ยเฟย ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? รีบเรียกเขามาหาฉันเร็ว ๆ เข้า”

คำถามของชายชราถึงกับทำให้หยูจินขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยเฟยกับมู่ฟู่ผิงเป็นอย่างดี แต่เขาก็ไม่คิดว่ามู่ฟู่ผิงจะจริงจังกับเรื่องนี้ถึงขนาดพามู่ฉีหยุนมายังตระกูลของเขา

“เรียนผู้อาวุโสมู่ ครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็นเซี่ยเฟยเขาได้ทำลายเกราะป้องกันภายนอกของตระกูลเราออกไปยังอวกาศ และในตอนนี้เราก็ยังไม่พบร่องรอยของเขาเลย”

หลังจากพูดจบหยูจินก็ชี้นิ้วไปยังรูโบ๋บนท้องฟ้า โชคดีที่เขามาถึงทันเวลาเขาจึงใช้พลังมิติปิดผนึกช่องว่างช่องนี้ได้

“เขาทำลายม่านพลังก่อนที่จะหนีไปงั้นเหรอ? เขามีพลังอยู่ในระดับไหนแล้ว?” มู่ฉีหยุนกล่าวถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“อัศวินกฎขั้นที่ 2 ครับ” หยูจินกล่าวตอบด้วยความเคารพ

“นั่นมันตอนก่อนที่เขาจะเข้ารับการประเมินของานชุมนุมมังกรฟ้า ตอนนี้เขาได้เลื่อนระดับเป็นอัศวินกฎขั้นที่ 4 แล้วต่างหาก”

เมื่อหยูจิน, มู่ฉีหยุนและมู่ฟู่ผิงมองไปยังต้นเสียงของผู้มาใหม่ พวกเขาก็ได้พบกับบรูซผู้ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้พิทักษ์มังกรฟ้าที่เดินมาเคียงข้างกับเฝิงซินเหนียนผู้ซึ่งเป็นนายน้อยจากตระกูลเฝิง

“ทำลายม่านพลังทั้ง ๆ ที่มีพลังอยู่แค่ระดับอัศวินกฎขั้นที่ 4 เนี่ยนะ!” มู่ฉีหยุนอุทานขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เฝิงซินเหนียนกับบรูซเดินเข้ามาทักทายมู่ฉีหยุนด้วยความเคารพ ขณะที่เฝิงซินเหนียนพยักหน้าเป็นการทักทายให้กับมู่ฟู่ผิงเบา ๆ

การปรากฏตัวของบรูซทำให้หยูจินขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด เพราะจู่ ๆ มันก็ได้มีจักรพรรดิกฎปรากฏตัวขึ้นบนเกาะอสรพิษพิทักษ์พร้อมกันถึงห้าคน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการรวมตัวกันของนักรบที่ทรงพลังมากมายขนาดนี้

“เมื่อกี้คุณกำลังบอกว่าเซี่ยเฟยทำลายท้องฟ้าแล้วหนีไปงั้นเหรอ ทำไมเขาถึงจะต้องหลบหนีด้วย?” บรูซกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ทุกคนเป็นพยานได้ว่าเราเห็นเขาหลบหนีออกไปผ่านช่องทางนั้นจริง ๆ... บางทีเขาอาจจะกลัวความผิดอยู่ก็ได้” หยูจินกล่าว

“กลัวความผิด!?”

ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความสับสน เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเฟยจะต้องกลัวความผิดด้วย

“เป็นไปไม่ได้! เซี่ยเฟยไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยแล้วทำไมเขาถึงจะต้องกลัวความผิดด้วย” มู่ฟู่ผิงพยายามตอบโต้แทนเซี่ยเฟย

มู่ฉีหยุนทำได้เพียงแต่ส่ายหัว เพราะหลานสาวคนเก่งของเขาอ่อนต่อโลกมากจนเกินไป จนไม่รู้ว่าในดินแดนอันโหดร้ายแห่งนี้มันสามารถมีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ทุกเวลา

“เซี่ยเฟยแอบเข้าไปในม่านพลังเพียงลำพังทั้ง ๆ ที่คนของตระกูลหยูไม่สามารถเจาะเข้าไปในม่านพลังนั้นได้เลย อย่าลืมว่าเขาเป็นเพียงแค่อัศวินกฎเท่านั้นแล้วเขาจะทำลายม่านพลังเข้าไปได้ยังไง เว้นแต่ว่ามันจะมีคนเปิดทางให้เขาเข้าไปด้านใน”

“นอกจากนี้ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วทำไมเขาถึงจะต้องหนีไปแบบนั้นด้วย?” หยูจินกล่าว

ทุกคนชะงักค้างไปเล็กน้อย แม้แต่มู่ฟู่ผิงก็พูดอะไรไม่ออก เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียวและการกระทำของเขาก็น่าสงสัยมากเกินไป

“ท่านผู้นำคนเก่าของเราเสียชีวิต ผมยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่จะต้องกลับไปจัดการ เชิญทุกท่านเดินสำรวจตามสบาย ผมขอตัวไปจัดการเรื่องอื่น ๆ ก่อน ส่วนใครจะผิดใครจะถูกในเหตุการณ์นี้พวกเราได้ยกหน้าที่ให้ทางสมาคมผู้คุมกฎแล้ว ดังนั้นเซี่ยเฟยจะมีความผิดหรือไม่เรื่องนั้นผมไม่สามารถจะเป็นคนออกมาตัดสินใจแทนทางสมาคมได้” หลังจากกล่าวจบหยูจินก็จากไปทิ้งแขกทั้งสี่ไว้ตามลำพัง

“คราวนี้เซี่ยเฟยคงจะเจอปัญหาหนักแล้วสินะ” เฝิงซินเหนียนกล่าว

ความลำบากของเซี่ยเฟยทำให้ดวงตาของมู่ฟู่ผิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง มู่ฉีหยุนจึงรีบปลอบหลานสาวคนโปรดในทันทีแต่น่าเสียดายที่มันมีผลเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

“ฉันได้ลองสอบถามเหตุการณ์จากทางสมาคมดูแล้ว ดูเหมือนว่านอกเหนือจากสมาชิกของตระกูลหยูมันยังมีโครงกระดูกสีทองปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ด้านในของเกาะด้วย แต่พวกเขาไม่พบร่องรอยของพวกนักฆ่าเลย เกรงว่าศพของพวกนักฆ่าน่าจะถูกทำความสะอาดไปจนหมดแล้ว” บรูซกล่าว

“มีนักสู้คนหนึ่งที่มีพลังไม่ด้อยกว่าฉันเข้ามาปกปิดร่องรอยในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ฉันเกรงว่าถึงแม้ว่าทางสมาคมจะลงมาจัดการแต่พวกเขาก็คงจะไม่สามารถตามหาร่องรอยของผู้ลงมือได้” มู่ฉีหยุนกล่าว

“ส่วนพวกโครงกระดูกสีทองพวกนั้นคือร่างของอดีตนักรบของตระกูลหยูที่ถูกปิดผนึกด้วยวิชาผลึกมังกรสวรรค์ เพื่อวันหนึ่งพวกเขาจะได้ตื่นขึ้นมาช่วยเหลือตระกูลหยูในยามมีภัย การที่หยูเจียงได้ปลุกพวกเขาขึ้นมาแบบนี้มันก็แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงต่อตระกูลหยูมาก” มู่ฉีหยุนกล่าวเสริม

การที่หลักฐานทุกอย่างถูกลบออกไป มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือแผนการที่ถูกตระเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว เพียงแต่ในช่วงเวลาสุดท้ายมีผู้พบเห็นเซี่ยเฟยหลบหนีไป มันจึงทำให้พวกเขาต่างก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงจะต้องหลบหนีไปกันแน่

“เซี่ยเฟยเป็นคนฉลาดและการเคลื่อนไหวของเขาย่อมต้องมีเหตุผลรองรับ ผมคิดว่าเขาจะต้องพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาพูดอะไรไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่เลือกหลบหนีไปแบบนี้” เฝิงซินเหนียนกล่าว

มู่ฟู่ผิงมองไปทางเฝิงซินเหนียนอย่างขอบคุณ เพราะในที่สุดมันก็มีคนลุกยืนขึ้นมาพูดแทนเซี่ยเฟย มันจึงทำให้เธอรู้สึกเบาใจอยู่เล็กน้อย

“ผมพอจะคิดถึงเหตุผลหนึ่งที่ถ้าเป็นผมแล้วผมก็คงจะเลือกหนีไปเหมือนกัน” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“เหตุผลอะไร?”

“ถ้าหากว่าฝ่ายตรงข้ามมีอิทธิพลสูงมากจนทำให้คำพูดของผมไม่น่าเชื่อถือ ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็คงจะเลือกหนีไปเหมือนกัน เพราะไม่ว่าผมจะพูดอะไรท้ายที่สุดมันก็จะเป็นเพียงแค่คำแก้ตัว”

“การที่เซี่ยเฟยหลบหนีออกมาจากม่านพลังแต่ไม่ได้มุ่งหน้ากลับมาหาคนของตระกูลหยู มันก็หมายความว่าเขาไม่ไว้วางใจคนในตระกูลหรือทางสมาคมผู้คุมกฎอีกต่อไป แผนการครั้งนี้มันจึงอาจจะเป็นแผนการครั้งใหญ่ที่เซี่ยเฟยก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดบ้าง”

“สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้คือการหนีออกไปตั้งหลัก เพราะศัตรูที่มองไม่เห็นย่อมน่ากลัวกว่าศัตรูที่อยู่ในแสงสว่าง” เฝิงซินเหนียนอธิบาย

“นายกำลังหมายความว่าเซี่ยเฟยสัมผัสได้ถึงอันตรายถ้าหากว่าเขายังคงอยู่ในตระกูลหยู เขาจึงหลบหนีออกไปถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาถูกเข้าใจผิดว่าเขาคือผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการครั้งนี้งั้นเหรอ?!” บรูซกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

เฝิงซินเหนียนพยักหน้าก่อนที่เขาจะจ้องมองไปยังหยูจินในระยะไกล

“บางทีทางเลือกของเขาอาจจะถูกต้องแล้วก็ได้ และเนื่องจากเขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากภัยพิบัติครั้งนี้ ทางสมาคมคงจะต้องขอคำอธิบายจากเขาอย่างแน่นอน” บรูซกล่าว

แน่นอนว่าการคาดเดาของบรูซคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะทางสมาคมผู้คุมกฎไม่สามารถหาร่องรอยของใครอื่นในที่เกิดเหตุได้เลย ความสงสัยทั้งหมดจึงถูกมุ่งเป้าไปที่เซี่ยเฟย และด้วยสถานการณ์มันบีบบังคับมันจึงทำให้เซี่ยเฟยต้องเริ่มออกเดินทางเพื่อหลบหนีอีกครั้ง

***************

ถ้ายังอยู่มีแต่ตายกับตาย เตรียมตัวเป็นแพะรับบาปได้เลย!

จบแล้วสำหรับกลุ่ม VIP7 [541-630] สำหรับใครที่สนใจเข้ากลุ่มสามารถติดต่อได้ที่ เพจสนพ.เซียนอ่าน ได้เลยนะคะ โดยทางกลุ่ม VIP จะค่าปลดตอนถูกกว่าทางหน้าเว็บแต่อัปตอนพร้อมกันน๊า

จบบทที่ ตอนที่ 630 หลบหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว