เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 625 เปิดเผยผนึกมังกร

ตอนที่ 625 เปิดเผยผนึกมังกร

ตอนที่ 625 เปิดเผยผนึกมังกร


ตอนที่ 625 เปิดเผยผนึกมังกร

พลังระเบิดอันรุนแรงจากการที่อสูรเทวะระเบิดร่างสร้างหายนะไปทั่วทั้งเกาะอสรพิษพิทักษ์อย่างฉับพลัน เซี่ยเฟย, หยูเจียง, หยูกู่ติงและขนอุยที่ถูกส่งออกไปภายใต้การคุ้มครองของบอลพลังงานก็ทำได้เพียงแต่เฝ้าดูโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นโดยไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย

“ท่านชิงเหมิง!!” หยูกู่ติงร้องโหยหวนขึ้นมาด้วยความเสียใจ

เขาอยู่กินร่วมกันกับสัตว์อสูรตัวนี้มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว การจากไปของชิงเหมิงจึงทำให้เขารู้สึกไม่ต่างไปจากการสูญเสียบรรพบุรุษของตัวเอง

ลูกบอลแสงมุ่งตรงไปยังทางทิศใต้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยแรงระเบิดในการผลักดันมันออกไป ขณะเดียวกันแสงสว่างจากการระเบิดก็ส่องแสงสีขาวออกมาอย่างเจิดจ้า ทำให้ทุกชีวิตในบริเวณนั้นต้องเผชิญหน้ากับระเบิดพลังอันมหาศาลชนิดที่ยากจะต้านทานได้

แม้ว่าสถานการณ์นี้จะน่าหดหู่ใจไปสักหน่อย แต่เซี่ยเฟยก็ไม่มีเวลามานั่งเสียใจแม้แต่วินาทีเดียว เพราะชิงเหมิงยอมแลกชีวิตเพื่อสร้างโอกาสให้กับพวกเขา ชายหนุ่มจึงไม่สามารถที่จะพลาดโอกาสที่ดีในครั้งนี้ได้

ระหว่างหลบหนีเซี่ยเฟยได้หยิบน้ำยาเชื่อมกระดูกออกมาจากแหวนมิติ เนื่องมาจากว่าเขามักจะได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงพกน้ำยาเหล่านี้เตรียมเอาไว้ในแหวนมิติอยู่เสมอ ซึ่งน้ำยาเชื่อมกระดูกไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดภายในร่างของเขาได้อีกด้วย

ไม่กี่วินาทีต่อมาพวกเซี่ยเฟยก็เดินทางมาจนถึงม่านพลังทางทิศใต้ เซี่ยเฟยจึงเตรียมที่จะใช้พลังของกฎแห่งความโกลาหลเพื่อหลบหนีออกไปยังพื้นที่เกาะด้านนอก

ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ชายหนุ่มไม่คิดที่จะปกปิดพลังของกฎแห่งความโกลาหลอีกต่อไป เพราะการพยายามเอาชีวิตรอดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นไม่ว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นยังไง แต่สิ่งแรกที่เขาจำเป็นจะต้องทำคือการเอาชีวิตรอดไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้เสียก่อน

แต่ในทันใดนั้นลูกบอลพลังงานที่คลุมร่างของพวกเขาอยู่ก็ถูกบล็อกด้วยอากาศที่มองไม่เห็น และในพริบตาต่อมาลูกบอลพลังงานที่ครอบคลุมร่างกายของพวกเขาอยู่ก็หายไปอย่างฉับพลัน

“ศัตรูยังไม่ตายงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

อย่าลืมว่าปรากฏการณ์ในครั้งนี้คือการระเบิดร่างของอสูรเทวะ มันจึงเป็นระเบิดที่ก่อกำเนิดขึ้นมาจากพลังงานปริมาณมหาศาล แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีศัตรูหลบหนีออกมาจากสถานที่เกิดเหตุได้สำเร็จ และยังตามมาขัดขวางพวกเขาอย่างรวดเร็วเกินไปอีกด้วย

คนที่สามารถทำแบบนี้ได้จะต้องมีทักษะที่น่าทึ่งมาก มันจึงทำให้หยูเจียงและหยูกู่ติงต่างก็หน้าซีดลงอย่างฉับพลัน

เมื่อแสงสว่างเจิดจ้าจางหายไปในที่สุดเซี่ยเฟยก็มองเห็นฝ่ามือของผู้มีอายุซึ่งเป็นมนุษย์ที่สวมใส่ชุดสีดำ บนใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากที่มีรูปทรงอันแหลมคม และเขาคนนี้ก็คือผู้ที่ขัดขวางการหลบหนีของพวกเขาด้วยมือเดียว

ชิงเหมิงถึงกับยอมแลกชีวิตของมันเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาหลบหนี แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีคนมาขัดขวางเส้นทางการหลบหนีของพวกเขาเอาไว้

สิ้นหวัง!

ผู้ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในขณะนี้ย่อมมีระดับพลังที่สูงมากอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถึงแม้ว่าชิงเหมิงจะระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง แต่ชุดสีดำของเขากลับยังคงเหมือนใหม่ คล้ายกับว่าเขาไม่ได้รับผลกระทบจากพลังงานที่ระเบิดออกมาเลยแม้แต่น้อย

“แกเป็นใคร?” หยูเจียงส่งเสียงคำรามถามขึ้นมาอย่างสิ้นหวัง

ชายสวมหน้ากากไม่พูดเพียงแต่ยืนรออยู่อย่างเงียบ ๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงร้องคำรามจากหยูเจียง

ฟุบ ๆ ๆ ๆ

หลังจากนั้นไม่นานมันก็มีร่างหลายร่างเคลื่อนที่ไล่ตามพวกเขามา และแน่นอนว่าร่างเหล่านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากพวกหยูฮัวและคนจากตระกูลไบร์ทซี

เมื่อคนจากตระกูลไบร์ทซีเห็นชายสวมหน้ากาก พวกเขาก็ตกใจก่อนจะรีบก้มหน้าลงอย่างอับอายโดยไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบสายตา

“ฮึ่ม! ตระกูลเฝิงกำลังเคลื่อนไหวแล้ว รีบจัดการเรื่องทุกอย่างที่นี่เดี๋ยวนี้!!” ชายสวมหน้ากากส่งเสียงขึ้นมาอย่างเย็นชา ก่อนที่ร่างของเขาจะหายตัวไปราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวที่นี่มาก่อนเลย

เซี่ยเฟยรู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะชายคนนี้สามารถเดินทางผ่านม่านพลังได้อย่างอิสระหรือว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิกฎในตำนาน!!

หากผู้มีพลังระดับนี้มาปรากฏตัวในตระกูลหยู มันก็แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยูตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามมาเป็นเวลานานแล้ว และถ้าหากว่าศัตรูมีจักรพรรดิกฎร่วมอยู่ด้วย มันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะหลบรอดออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้อย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมคนของตระกูลเฝิงจะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ เซี่ยเฟยก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันเลวร้ายมากเกินไป สิ่งเดียวที่เขาพยายามคิดคือการพยายามหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้เสียก่อน

ในเวลาเดียวกันสภาพของหยูฮัวก็ไม่ได้ดูดีมากนัก เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถรอดชีวิตมาจากการระเบิดพลังของชิงเหมิงได้ แต่มันก็ทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน

ความเป็นจริงถ้าหากชิงเหมิงได้ระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่ คนพวกนี้ก็น่าจะเสียชีวิตไปเป็นเวลานานแล้ว แต่ท้ายที่สุดชิงเหมิงก็เลือกที่จะกักเก็บพลังงานส่วนหนึ่งเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเซี่ยเฟยได้รับอันตราย ความเสียหายที่เกิดจากการระเบิดจึงเกิดขึ้นมาเพียงแค่ประมาณครึ่งหนึ่งจากพลังที่ควรจะเป็น

แต่ถึงแม้ว่าความเสียหายจะลดลงไปประมาณครึ่งหนึ่งแล้ว มันก็ยังทำให้ราชากฎทั้งเก้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งมันก็ต้องยอมรับว่าอสูรเทวะสมควรแล้วที่จะถูกยกย่องให้เป็นอสูรที่มีความแข็งแกร่งเป็นรองเพียงแค่อสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

ถ้าการระเบิดพลังเมื่อสักครู่นี้เกิดขึ้นจากการระเบิดพลังของขนอุย ยานอวกาศซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของตระกูลหยูแห่งนี้ก็คงจะถูกระเบิดหายไปทั้งหมด

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” จู่ ๆ หยูเจียงก็หัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหันคล้ายกับว่าเขาได้เสียสติไปแล้ว

“หยูฮัว! นายอยากจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลแทนที่ฉันใช่ไหม?” หยูเจียงถามอย่างเย็นชา

หยูฮัวก้มหน้าลงเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดการทรยศต่อตระกูลของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายกย่อง และถึงแม้ว่าเขาจะตัดสินใจทำเรื่องทุกอย่างดีแล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะมองหน้าหยูเจียงในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตได้

“วันนี้ฉันจะแสดงให้นายได้เห็นเองว่าความรับผิดชอบของหัวหน้าตระกูลคืออะไร ใช่แล้ว! ต้นพลัมเก้าราตรีอยู่ที่ฉันเอง ถ้าพวกนายมีความสามารถก็เข้ามาเอามันไปเลย” หยูเจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขารู้แล้วว่าวันนี้เขาไม่มีทางหลบหนีออกไปได้ เขาจึงตัดสินใจที่จะตายลงตรงนี้

เซี่ยเฟยไม่ได้ยินเสียงของหยูเจียงชัดเจนนัก เพราะในระหว่างที่ชายชรากำลังประกาศออกไปอย่างภาคภูมิใจ มันก็มีของสิ่งหนึ่งถูกยัดเข้าไปภายในแหวนมิติของเขา

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะยังไม่ทันได้สังเกตแต่เขาก็สามารถรับรู้ได้โดยไม่ต้องเดาว่าของสิ่งนี้จะต้องเป็นต้นพลัมเก้าราตรีอย่างแน่นอน

ทำไม?

ทำไมหยูเจียงถึงมอบต้นพลัมเก้าราตรีให้กับเขาแทนที่จะเป็นหยูกู่ติง!?

เซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่คนนอกและเป็นคนที่ชอบดึงปัญหาเข้ามาให้กับตระกูล การที่หยูเจียงตัดสินใจแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนัก

ระหว่างดึงมือกลับนิ้วของหยูเจียงก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาสัมผัสได้ถึงพลังของโอโร่ในแหวนมิติของชายหนุ่ม

‘นี่มันพลังของเผ่ามาร! ทำไมมันถึงมาอยู่ในพื้นที่ของเผ่าเทพได้!!’

‘ช่างมันเถอะ! นี่คงเป็นชะตากรรมของฉันสินะ’ หยูเจียงพึมพำพร้อมกับถอนหายใจ

คำพูดเหล่านี้อาจจะฟังดูเหมือนเป็นคำคร่ำครวญที่เขาได้พูดบอกตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นคำที่เขากำลังพูดบอกกับเซี่ยเฟยต่างหาก

ใครจะไปรู้ว่าผู้ที่เขาตัดสินใจมอบต้นพลัมเก้าราตรีให้จะเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเผ่ามาร แต่กว่าที่เขาจะรู้ตัวเขาก็ได้มอบของสำคัญให้กับอีกฝ่ายหนึ่งไปแล้ว เขาจึงทำได้เพียงแต่ถอนหายใจและบ่นพึมพำเพียงคนเดียวเท่านั้น

เบื้องหลังของเซี่ยเฟยมีความลับอยู่อย่างมากมายจึงทำให้หยูเจียงอดที่จะส่ายหัวขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขาไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจทำลงไปเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดกันแน่

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเผชิญกับปัจจัยที่ไม่แน่นอนเป็นจำนวนมาก การส่งมอบสมบัติชิ้นนี้ก็ยังทำให้หยูเจียงพอทำใจได้ เพราะท้ายที่สุดการส่งมอบมันให้กับเซี่ยเฟยย่อมดีกว่าการส่งมอบมันให้กับศัตรู

หยูกู่ติงเติบโตขึ้นมาบนเกาะอสรพิษพิทักษ์มาโดยตลอด มันจึงให้ชายหนุ่มคนนี้แทบที่จะไม่มีประสบการณ์ชีวิตในโลกภายนอกเลยแม้แต่นิดเดียว

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยเป็นคนใจเย็นและมีไหวพริบมาก แล้วเบื้องหลังของเขาก็มีความลับอยู่อย่างมากมาย และเขาก็ได้ครอบครองแม้กระทั่งอาวุธมายาและอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากมากแม้แต่ภายในเก้าตระกูลชั้นยอดก็ตาม

ถึงยังไงตัวเขาก็จะต้องเสียชีวิตที่นี่อยู่แล้วและระหว่างหยูกู่ติงกับเซี่ยเฟย เขาก็คิดว่าเซี่ยเฟยมีโอกาสที่จะหลบรอดออกไปได้มากกว่า

พลังเพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะนำไปตัดสินใจเรื่องราวได้ทุกสิ่ง แล้วเขาก็รู้ดีว่าหลานชายของตัวเองโง่เขลามากแค่ไหน และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงตัดสินใจมอบต้นพลัมเก้าราตรีให้กับเซี่ยเฟย

เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธมายาตกไปอยู่ในมือของศัตรู หยูเจียงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องตัดสินใจแบบนี้ แล้วถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนดีมากนัก แต่หลังจากที่ใช้ชีวิตมาหลายร้อยปีอย่างน้อยเขาก็ยังคงภูมิใจในสายตาที่ดีของเขามาโดยตลอด

ชายผมสั้นพยักหน้าให้สัญญาณทำให้ราชากฎทั้งเก้าล้อมรอบพวกเซี่ยเฟยเอาไว้และตัดสินใจที่จะลงมือพร้อมกัน

ในระหว่างนั้นหยูเจียงก็รีบขยับมือด้วยความรวดเร็ว ราวกับว่าเขากำลังทำอะไรบางอย่างเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ของเขาอย่างฉับพลัน

การพยายามเพิ่มพลังการต่อสู้อย่างฉับพลันเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงมาก เพราะถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาได้รับชัยชนะ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายมันก็จะนำมาซึ่งบาดแผลที่ไม่สามารถจะรักษาได้อยู่ดี

แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังหยูเจียงก็ไม่สนใจผลลัพธ์หลังจากนั้นอีกต่อไป เพราะในวันนี้เขาได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าเขาจะทำหน้าที่สุดท้ายในฐานะที่เขาเป็นผู้นำตระกูล

ปัจจุบันอสูรพิทักษ์ตระกูลหยูได้เสียชีวิตลงไปแล้ว และถ้าหากว่าเขาผู้ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันยังไม่สามารถปกป้องสมบัติของตระกูลได้ แล้วเขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบกับบรรพบุรุษที่รอเขาอยู่ในโลกหลังความตาย

ตูม!

พริบตาต่อมาพลังงานปริมาณมหาศาลก็พุ่งออกมาจากร่างของหยูเจียงอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับพลังงานทั้งหมดที่เขาสะสมมาหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยออกมาในคราวเดียว

“เขากำลังใช้วิชาปลดผนึกมังกรสวรรค์กับตัวเอง เขาตั้งใจที่จะแลกชีวิตกับพวกเรา!” หยูฮัวตะโกนเตือนพวกพ้อง

วิชาปลดผนึกมังกรสวรรค์ถือว่าเป็นวิชาลับของตระกูลหยู ซึ่งโดยปกติแล้ววิชานี้จะใช้เพื่อปลดผนึกหุ่นกลของตระกูลให้ออกมาจัดการกับคู่ต่อสู้ที่พวกเขาไม่สามารถรับมือได้ แต่ในกรณีที่พวกเขานำวิชานี้มาใช้กับร่างของตัวเอง มันก็เป็นวิชาที่จะปลดผนึกศักยภาพทั้งหมดของตัวเองออกมา โดยแลกกับพลังชีวิตที่จะสูญเสียไปในทุกวินาที

หยูเจียงคิดเอาไว้ในใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะพยายามสร้างโอกาสให้เซี่ยเฟยหลบหนีไป และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงมอบต้นพลัมเก้าราตรีให้กับเซี่ยเฟยก่อน เพราะชายหนุ่มคือคนที่มีโอกาสรอดชีวิตไปจากสถานที่แห่งนี้มากที่สุด

การปลดปล่อยพลังของชายชราทำให้สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน เพราะในตอนแรกหยูเจียงก็มีพลังอยู่ในระดับราชากฎขั้นสูงสุดอยู่แล้ว การที่เขาได้ปลดศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ มันก็ทำให้ชายชราคนนี้มีพลังเทียบเท่าได้กับจักรพรรดิกฎในตำนาน

“รีบฆ่ามันเร็ว ๆ เข้า!” ชายผมสั้นตะโกนสั่งพร้อมกับชี้นิ้วไปที่หยูเจียง

“ไปซะ!!” หยูเจียงโบกมือผลักร่างของเซี่ยเฟยกับหยูกู่ติงออกไป

“มันเป็นกลลวง! ต้นพลัมเก้าราตรีอาจจะไม่ได้อยู่กับเขา แต่เขากำลังสร้างโอกาสให้เซี่ยเฟยกับหยูกู่ติงพยายามหลบหนี”

ในพริบตาเดียวราชากฎตั้งเก้าก็แบ่งแยกออกเป็นสามกลุ่ม โดยมีกลุ่มหนึ่งไล่ตามเซี่ยเฟยไป กลุ่มหนึ่งไล่ตามหยูกู่ติงไป ขณะที่ราชากฎอีกสามคนจากตระกูลไบร์ทซีคอยปิดล้อมเพื่อลงมือสังหารหยูเจียง

เก้ามังกรแยกฟ้า!!

หากว่าวิชาเจ็ดมังกรแยกฟ้าของหยูฮัวเป็นการจู่โจมที่ทรงพลังแล้ว วิชาเก้ามังกรแยกฟ้าของหยูเจียงก็มีพลังทำลายที่น่าสะพรึงมากยิ่งกว่า แล้วมันก็เป็นพลังทำลายที่มากกว่าการจู่โจมของหยูฮัวหลายสิบเท่า

รอยแยกมิติแตกระแหงออกไปในระยะมากกว่า 10 กิโลเมตร คล้ายกับมังกรที่พยายามฉีกกระชากทุกสิ่งออกจากกัน

ค่ายกลระบำดารา!

นักรบทั้งสามจากตระกูลไบร์ทซีร่วมกันลงมืออีกครั้ง และเนื่องมาจากพวกเขาถูกฝึกฝนร่วมกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ การประสานงานระหว่างพวกเขาจึงจัดอยู่ในระดับที่เรียกว่าไร้ที่ติ

ร่างของชายทั้งสามเคลื่อนที่ราวกับดาวตกที่พุ่งเข้าใส่ชายชรา ขณะที่รอยแยกมิติทั้งเก้าก็กำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของชายทั้งสามจากตระกูลไบร์ทซีเช่นเดียวกัน

3 ต่อ 1!

ตระกูลหยูเชี่ยวชาญการใช้กฎแห่งมิติเพื่อฉีกกระชากมิติออกจากกัน ขณะที่ตระกูลไบร์ทซีเชี่ยวชาญการควบแน่นพลังมิติ

นี่คือการประลองพลังของกฎแห่งมิติที่มีการตีความหมายแตกต่างกันออกไปตามแต่ละแนวทางของตระกูล

***************

โอ๊ยยย ลุ้นใจจะขาดแล้ว!!

จบบทที่ ตอนที่ 625 เปิดเผยผนึกมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว