เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 600 การทดสอบการเตือนเริ่มต้นขึ้น

ตอนที่ 600 การทดสอบการเตือนเริ่มต้นขึ้น

ตอนที่ 600 การทดสอบการเตือนเริ่มต้นขึ้น


ตอนที่ 600 การทดสอบการเตือนเริ่มต้นขึ้น

เรื่องนิสัยเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบายออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และถึงแม้ว่าในช่วงเวลาปกติเซี่ยเฟยจะเป็นคนอารมณ์ดี แต่ถ้าหากว่ามันมีใครแสดงเจตนาร้ายต่อเขาขึ้นมาเขาก็จะมองว่าคนคนนั้นคือศัตรูที่ต้องถูกกำจัด

ขณะเดียวกันมีดที่กำลังจี้คอของเขาอยู่นั้นก็เป็นมีดที่ถูกสร้างเอาไว้เพื่อประดับมากกว่าจะเอาไว้ใช้ในการสังหารจริง ๆ เพราะด้ามจับของมีดถูกฝังเอาไว้ด้วยอัญมณีสีสันสวยงามราคาแพง ซึ่งมันก็หมายความว่าคุณชายคนนี้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยจริง ๆ

ทันใดนั้นเองแววตาของเซี่ยเฟยก็เปลี่ยนไปอย่างดุร้ายพร้อมกับจิตสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างกะทันหัน จนทำให้ใบหน้าของนายน้อยคนนั้นกระตุกขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่น่าตกใจ

“นี่แกคิดจะต่อต้านงั้นเหรอ?” นายน้อยจากตระกูลไบร์ทซีตวัดมีดออกไปในทันที โดยมีเป้าหมายคือลำคอของเซี่ยเฟย ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นชายหนุ่มก็ได้ทำการหยิบหิมะโปรยออกมาจากแหวนมิติของเขา

ในที่สาธารณะแบบนี้เซี่ยเฟยยังไม่ต้องการที่จะใช้อาวุธที่มีความโดดเด่นอย่างบลัดบิวเทียส เพราะมันอาจจะดึงดูดปัญหามาให้กับเขาอย่างมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นมีดของฝ่ายตรงข้ามยังดูบอบบางในสายตาของเขามาก เขาจึงคิดว่าเพียงแค่หิมะโปรยก็สามารถที่จะทำลายอาวุธชิ้นนั้นได้แล้ว

เพล้ง!

เมื่ออาวุธทั้งสองชิ้นได้ปะทะกัน หิมะโปรยก็ตัดผ่านอาวุธชิ้นนั้นไปเหมือนกับใบมีดที่กำลังผ่าเนย

อย่างไรก็ตามหิมะโปรยก็ไม่ได้หยุดลงเพียงแค่เท่านั้น เพราะใบมีดได้ลากผ่านลำคอของทุกคนก่อนที่เขาจะนำมันกลับไปไว้ภายในแหวนมิติดังเดิม

การเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยรวดเร็วมากและก่อนที่ใครจะทันได้รู้ตัว นายน้อยจากตระกูลไบร์ทซีคนนั้นกับผู้ติดตามอีกเจ็ดคนก็ล้มลงไปบนพื้นโดยทุกคนต่างก็มีรอยบาดอยู่บนลำคอ

กลสังหาร!

นี่คือเทคนิคการลอบฆ่าขั้นสูงสุดของสำนักเงาสังหาร!

“ทำไมนายต้องลงมือสังหารคนจากตระกูลชั้นยอดด้วยเนี่ย! นายรีบหนีไปเร็วเข้า!! ไม่อย่างนั้นมันคงจะมีปัญหาใหญ่ตามมาแน่ ๆ” อันธตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก

“เดี๋ยวก่อนนะ! ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เรื่องอะไร?” อันธถาม

“คนพวกนี้มันอ่อนแอเกินไป” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

คำอธิบายนี้ทำให้อันธตกตะลึงในทันที และมันก็ทำให้เขาได้นึกออกว่าถึงแม้ว่าใบหน้าของคนพวกนี้จะดูน่ากลัวแต่พวกเขากลับมีความอ่อนแอมากเกินไป ซึ่งเมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาของอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว อย่างมากที่สุดนายน้อยคนนี้ก็คงจะเป็นเพียงแค่นักรบกฎเท่านั้น ส่วนพวกผู้ติดตามก็ดูไม่ต่างไปจากอันธพาลข้างถนน

“ดูนั่น! เซี่ยเฟยฆ่าคน!!”

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเซี่ยเฟยจะกล้าฆ่าคนจากตระกูลไบร์ทซีจริง ๆ”

“พวกเรารีบหนีกันเถอะ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็อาจจะถูกลูกหลงจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย”

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้สมัครจากตระกูลเล็ก ๆ รู้สึกตกตะลึง และพวกเขาก็ต้องการที่จะจากไปในทันที ส่วนทางรูดี้เขาก็รู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเลือกยืนเคียงข้างเซี่ยเฟยด้วยท่าทางที่กล้าหาญ

แปะ ๆ ๆ

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมาจากด้านหลัง ก่อนที่ชายหนุ่มในชุดขาวจะเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

“เขาคือเฝิงซินเหนียนเป็นสมาชิกรุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลเฝิง ซึ่งเป็นตระกูลที่คอยดูแลกลุ่มมังกรฟ้าอยู่” รูดี้กระซิบบอกใกล้ ๆ หูของเซี่ยเฟย

รูดี้ถือได้ว่าเป็นคนดีคนหนึ่งแต่เขามักที่จะพูดมากเกินไปอยู่เล็กน้อย ซึ่งในระหว่างการประเมินเขาก็เคยเล่าเรื่องของเฝิงซินเหนียนให้เซี่ยเฟยฟังแล้วหลายครั้ง ชายหนุ่มจึงพอจะรู้จักประวัติของบุคคลนี้อยู่บ้างจากปากของรูดี้

“พวกที่กล้าปลอมตัวเป็นคนของตระกูลชั้นยอดพวกนี้สมควรตายแล้ว” เฝิงซินเหนียนกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางที่นิ่งเฉย

“อะไรนะ?! คนพวกนี้คือพวกที่ปลอมตัวเป็นคนของตระกูลชั้นยอดงั้นเหรอ!?”

เหล่าบรรดาฝูงชนต่างก็รู้สึกตกตะลึงเมื่อพวกเขาได้ยินคำอธิบายจากเฝิงซินเหนียน

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกัน และถึงแม้เขาจะรู้สึกแปลก ๆ กับความแข็งแกร่งของคนพวกนี้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมีคนกล้าปลอมแปลงเป็นคนจากตระกูลชั้นยอดด้วย เพราะถ้ามันมีใครรู้เรื่องนี้ขึ้นมาพวกที่กล้าปลอมแปลงเป็นคนของตระกูลชั้นยอดย่อมจะต้องถูกลงโทษถึงตายโดยไม่ต้องสงสัย

“คนพวกนี้จะต้องกล้าหาญแค่ไหนที่กล้าปลอมตัวเป็นคนของตระกูลไบร์ทซีในช่วงกลางวันแสก ๆ และพวกเขายังกล้ามาหาเรื่องคนอื่นที่หน้าสำนักงานมังกรฟ้าอันโด่งดังด้วย”

เฝิงซินเหนียนคุกเข่าลงบนพื้นก่อนที่จะหยิบตราสัญลักษณ์ตระกูลตรงหน้าอกของศพขึ้นมาถือไว้บนฝ่ามือ

กร๊อบ!

เพียงแค่การบีบเบา ๆ ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลเหล่านั้นก็ถูกบีบจนแตกละเอียดในทันที

“ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลชั้นยอดของจริงต่างก็ล้วนแล้วแต่ทำขึ้นมาจากโลหะผสมซูล่าที่แข็งแกร่งและเงางาม สิ่งนี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพวกมันคือพวกแอบอ้าง รีบเอาศพของพวกมันไปโยนทิ้งเดี๋ยวนี้!” เฝิงซินเหนียนกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

ทันใดนั้นชายฉกรรจ์หลายคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่พวกเขาจะเก็บศพทั้งแปดออกไปในเวลาเพียงแค่พริบตา

เซี่ยเฟยสัมผัสได้เลยว่าเหตุการณ์นี้ผิดปกติมาก แต่ไม่ว่าเขาจะพิจารณายังไงเขาก็ยังมองหาสาเหตุของความผิดปกติไม่ได้

รูดี้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะถ้าหากคนที่เซี่ยเฟยสังหารคือคนจากตระกูลชั้นยอดจริง ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาจากเหตุการณ์ในวันนี้ย่อมเป็นหายนะอย่างแน่นอน

“ฉันชื่อเฝิงซินเหนียน”

“เซี่ยเฟย”

“นายลงมือเด็ดขาดดีนี่”

“พวกมันกระจอกเกินไปต่างหาก”

“เดี๋ยวเรื่องนี้ทางมังกรฟ้าจะเป็นคนจัดการให้เอง ดังนั้นนายไม่จำเป็นจะต้องกังวล” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าคนพวกนี้เป็นตัวปลอมแล้วพวกมันกล้ามาหาเรื่องหน้าสำนักงานมังกรฟ้าได้ยังไง? ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันก็เหมือนจะเอาเรื่องมู่ฟู่ผิงมายั่วยุฉันโดยเฉพาะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปทางเฝิงซินเหนียนอย่างจริงจัง

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทั่วทั้งจักรวาลก็มีคนแปลก ๆ อยู่อย่างมากมาย บางทีคนพวกนี้อาจจะกินยาอะไรที่ทำให้พวกเขาเกิดบ้าขึ้นมาก็ได้” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นั่นสินะ ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องขอบคุณนายด้วยที่ช่วยเปิดโปงว่าพวกมันไม่ใช่คนจากตระกูลชั้นยอด” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างใจเย็น

“เกือบถูกจับได้แล้วไหมล่ะ ความสามารถในการวิเคราะห์ของเซี่ยเฟยคนนั้นช่างน่ากลัวจริง ๆ” เฝิงซินเหนียนเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากหลังจากที่เขากลับเข้ามาภายในห้อง

“การแสดงนั่นมันห่วยแตกเกินไปต่างหาก คิดได้ยังไงเอาพวกนักเลงไปปลอมตัวเป็นคนจากตระกูลชั้นยอด?” บรูซกล่าวด้วยท่าทางอันเย็นชา

“ที่ผมทำแบบนี้ก็เพื่อต้องการแสดงให้คุณเห็นมากกว่าว่าถึงแม้อีกฝั่งจะเป็นคนของตระกูลไบร์ทซี แต่เซี่ยเฟยก็ไม่ลังเลที่จะฆ่าพวกเขาด้วยซ้ำ” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“การลงมือของเขาเด็ดขาดมากจริง ๆ ว่าแต่นายเลือกใครอีกนอกเหนือจากเซี่ยเฟย” บรูซกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

เฝิงซินเหนียนส่งรายชื่ออันยาวเหยียดให้กับบรูซ โดยรายชื่อเหล่านี้ได้มีรายละเอียดภูมิหลังระดับพลังและข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยบันทึกเอาไว้อย่างครบถ้วน

“ดูเหมือนว่านายจะเตรียมตัวมาดีพอสมควรเลยนะ หวังว่านายจะมองคนไม่ผิด” บรูซกล่าว

“นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อมอบงานสำคัญให้ผมทำ ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องพิสูจน์ความสามารถของตัวเองออกมาให้ได้” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“เหตุผลที่งานชุมนุมมังกรฟ้าเป็นงานชุมนุมครั้งใหญ่ในดินแดน นั่นก็เพราะว่ามันไม่มีใครสามารถคาดเดาเกณฑ์ในการคัดเลือกที่แท้จริงของพวกเราได้ ในระหว่างที่ทุกคนกำลังหมกมุ่นอยู่กับคะแนน พวกเขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าการประเมินที่แท้จริงมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคะแนนพวกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว” บรูซกล่าวก่อนที่เขาจะเก็บรายชื่อพวกนั้นไป

“ความจริงพวกผู้สมัครก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน แต่พวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่พวกเรากำลังพิจารณาไม่ใช่คะแนนพวกนั้นเลย” เฝิงซินเหนียนกล่าวพร้อมกับยักไหล่

ท่าทางของบรูซกับเฝิงซินเหนียนคล้ายกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ 2 ตัวที่กำลังซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด และแอบคัดเลือกคนจากการประเมินอย่างลับ ๆ

“คนที่ถูกคัดเลือกจะถูกส่งตัวเข้าสู่การประเมินในครั้งสุดท้าย ส่วนใครจะสามารถผ่านการประเมินไปได้หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาและความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้ว” บรูซกล่าว

“นั่นสินะ หลังจากนี้การทดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” เฝิงซินเหนียนพยักหน้าพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยแววตาอันเป็นประกาย

วันต่อมาเซี่ยเฟยกับรูดี้ก็เดินทางมายังสำนักงานมังกรฟ้าพร้อมกับผู้สมัครคนอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนนับหมื่นคน

ผู้สมัครทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันว่าตัวเองจะได้เข้าร่วมกลุ่มมังกรฟ้า แต่มันไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาส่วนใหญ่ถูกคัดออกเรียบร้อยแล้วก่อนที่การประเมินจะสิ้นสุดลงเสียอีก

“การประเมิน 3 หัวข้อสุดท้ายจะมีสถานที่และวิธีการประเมินที่แตกต่างกัน ขอให้ทุกคนเข้าแถวหน้าประตูมิติตามรายชื่อของตัวเอง หลังจากนี้ขอให้พวกคุณทุกคนโชคดี” ชิลลี่ประกาศด้วยใบหน้าที่เย็นชา

หลังจากเสียงประกาศทุกคนก็แยกย้ายกันไปเข้าแถวตามรายชื่อของตัวเอง โดยรูดี้จะต้องเดินทางผ่านประตูมิติหมายเลข 3 ขณะที่เซี่ยเฟยต้องเดินทางผ่านประตูมิติหมายเลข 11

“ครั้งนี้พวกเราต้องแยกกันเหรอเนี่ย?” รูดี้บ่นเพราะเขาไม่อยากแยกจากตัวนำโชคอย่างเซี่ยเฟย

หลังจากที่เซี่ยเฟยเดินผ่านประตูมิติเข้ามาเขาก็ได้มายืนอยู่บนแท่นโลหะที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 10 กิโลเมตรที่ถูกสร้างขึ้นริมชายหาด ทำให้วิวทิวทัศน์ในบริเวณนี้ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย แต่เนื่องจากเขาเดินทางเข้ามาก่อนผู้สมัครคนอื่น ๆ เขาจึงหามุมมืดยืนรออยู่อย่างเงียบ ๆ

“แปลกมาก” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“แปลกยังไง?” อันธถามด้วยความสงสัย

“ทำไมคนที่ถูกส่งตัวมาที่นี่ถึงมีแต่พวกราชากฎหรือไม่ก็อัศวินกฎขั้นสูงสุด?”

ความเป็นจริงไม่ต่างไปจากสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดไปเลยแม้แต่น้อย เพราะคนที่ถูกส่งเข้ามาในประตูมิติหมายเลข 11 ประกอบไปด้วยราชากฎกว่า 50 คน และคนที่อยู่ที่นี่หลาย ๆ คนก็สามารถอ่านการประเมินลับได้เช่นเดียวกันกับเซี่ยเฟย

ในที่สุดชายผิวดำก็เดินทางเข้ามาในมิติแห่งนี้เป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ประตูมิติจะถูกปิดตัวลงในทันทีหมายความว่าหลังจากนี้จะไม่มีใครเข้ามาในมิติแห่งนี้อีกแล้ว

“ฉันชื่อบรูซเป็นผู้คุมการประเมินในรอบนี้” บรูซกล่าวแนะนำอย่างเรียบง่าย

“นั่นมันผู้พิทักษ์มังกรฟ้า 1 ใน 4 ผู้พิทักษ์มาทำหน้าที่เป็นผู้คุมการประเมินรอบนี้ด้วยตัวเองเลยงั้นเหรอ?!”

“ไม่ใช่ว่าการประเมินรอบนี้เป็นการประเมินรอบแรกหรือยังไง? ทำไมมันถึงมีผู้พิทักษ์มาปรากฏตัวในงานประเมินรอบนี้ได้?”

เหล่าบรรดาฝูงชนต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจและถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่รู้ว่าบรูซคนนี้คือใคร แต่จากที่เขาได้ประเมินจากท่าทางของคนรอบ ๆ แล้ว เขาก็สามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่าสถานะของชายผิวดำคนนี้คงจะต้องสูงส่งมากแน่ ๆ

“ในทะเลมีปลาไหลหัวเพชร ฉันให้เวลาประเมิน 1 ชั่วโมง ใครสามารถนำปลาไหลกลับมาได้ 100 ตัวถือว่าผ่านการประเมิน”

“เริ่มได้!!”

บรูซกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ก่อนที่เขาจะกดนิ้วลงไปเพื่อเริ่มจับเวลา

ชั่วขณะหนึ่งนั้นทุกคนต่างก็ชะงักค้างไป เพราะมันไม่มีใครคาดคิดว่าผู้คุมสอบจะเริ่มการประเมินอย่างเรียบง่ายแบบนี้

ปลาไหลหัวเพชรเป็นสัตว์อสูรใต้น้ำที่ทรงพลังมาก และการที่พวกเขาจะต้องล่าพวกมันให้ได้ 100 ตัวภายใน 1 ชั่วโมง มันก็หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้วพวกเขาจะต้องล่าพวกมันให้ได้ตัวละ 36 วินาที ซึ่งมันเป็นเงื่อนไขที่บ้ามากพอสมควร

“อะไรกัน นี่พวกคุณไม่อยากเข้าร่วมกลุ่มมังกรฟ้าแล้วงั้นเหรอ?” บรูซถามขึ้นมาเบา ๆ

ตูม ๆ ๆ ๆ

ในที่สุดผู้สมัครก็เริ่มรู้สึกตัว ก่อนที่พวกเขาจะรีบกระโดดลงไปในทะเลอย่างรวดเร็ว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 600 การทดสอบการเตือนเริ่มต้นขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว