เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 592 ราชาอสูรระดับ 9.5

ตอนที่ 592 ราชาอสูรระดับ 9.5

ตอนที่ 592 ราชาอสูรระดับ 9.5


ตอนที่ 592 ราชาอสูรระดับ 9.5

เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเซี่ยเฟย ซึ่งอสูรภายในงานทั้ง 120 ตัวต่างก็ล้วนแล้วแต่คลั่งภายใต้การควบคุมของเขาทั้งหมด

สำหรับอัศวินกฎเหล่านี้การพยายามจัดการกับราชาอสูรไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรเลย แต่เมื่อมันมีเงื่อนไขว่าพวกเขาไม่สามารถแตะต้องสัตว์อสูรเหล่านั้นได้ มันก็จะทำให้สถานการณ์กลับตาลปัตรไปจากเดิม

ท้ายที่สุดมันก็มีผู้สมัครเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถสร้างแรงกดดันเพื่อกำราบสัตว์อสูรที่กำลังบ้าคลั่งได้ แล้วมันก็มีผู้ที่มีวิธีพิเศษในการทำให้สัตว์อสูรเชื่องอยู่อีกเล็กน้อยเช่นเดียวกัน ส่วนผู้สมัครที่เหลือต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้รับ 0 คะแนนหรือได้คะแนนติดลบไปเลยก็มี

“การประเมินของนายเป็นยังไงบ้าง?”

“ฉันได้ 0 คะแนนน่ะสิ นี่โชคดีที่วันนี้ฉันสวมใส่ชุดเกราะโลหะเหลวไว้ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะได้รับบาดเจ็บหนักไปแล้ว”

“ได้ 0 คะแนนก็อย่าบ่นไปหน่อยเลย ฉันนี่โดนหักคะแนนไปตั้ง 100 คะแนน”

“ทำไมนายถึงเลือกสู้มันกลับล่ะ?”

“ถ้าไม่สู้ฉันก็โดนมันขย้ำน่ะสิ”

“จะว่าไปการประเมินครั้งนี้มันก็ยากเกินไปจริง ๆ คิดได้ยังไงให้พวกเรามาปราบสัตว์อสูรที่กำลังบ้าคลั่งให้เชื่องโดยห้ามไม่ให้พวกเราแตะต้องพวกมัน”

“แล้วสถานการณ์ของพี่สามล่ะเป็นยังไงบ้าง?”

“พี่สามเผลอซัดสัตว์อสูรเข้าไปเหมือนกัน แล้วมันก็ทำให้เขาถูกหัก 100 คะแนน”

“ตอนนี้พี่สองอยู่ไหน?”

“พี่สองถูกสัตว์อสูรกัดนอนอยู่ในโรงบาล”

เหล่าบรรดาผู้สมัครต่างก็ล้วนแล้วแต่พูดคุยกันด้วยความหดหู่ ซึ่งสถานการณ์ของพวกเขาค่อนข้างที่จะคล้าย ๆ กัน โดยที่บางคนได้รับบาดเจ็บ บางคนคะแนนติดลบ แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับคะแนนเพิ่มในวันนี้

เซี่ยเฟยยกรอยยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขในระหว่างที่เขากำลังแอบฟังบทสนทนาจากผู้สมัครบริเวณโดยรอบ เพราะท้ายที่สุดคนพวกนี้ก็เลือกที่จะมาพูดจาถากถางเขาก่อน ซึ่งโดยนิสัยของเขาแล้วมันก็ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยทุกคนออกไปแต่โดยดี

ในพริบตาผู้สมัครมากกว่า 90% ก็ได้รับการประเมินไปจนหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่มีทีท่าว่าเซี่ยเฟยจะถูกเรียกตัว

ในเวลาเดียวกันแท่นโลหะขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปจากพื้นอย่างเงียบ ๆ และชายชราผมขาวก็กำลังนั่งไขว่ห้างจ้องมองเซี่ยเฟยจากระยะไกลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

เซี่ยเฟยเริ่มสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองมา และเมื่อเขาได้หันศีรษะไปทางทิศเหนือสายตาของเขาก็สบเข้ากับสายตาของเนอร่าพอดี

ชายชราร่างผอมพยักหน้าทักทายเซี่ยเฟยเล็กน้อย แต่ภายในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง

เซี่ยเฟยคำนับกลับไปอย่างรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี เพราะจู่ ๆ การที่มีชายชราคนหนึ่งทักทายเขาโดยที่ไม่รู้จักกัน มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับเขาเท่าไหร่นัก

ในที่สุดการประเมินก็เข้าสู่รอบรองสุดท้าย แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่ถูกเรียกตัวไปอยู่ดี ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาจะถูกส่งตัวไปในรอบสุดท้ายอย่างแน่นอนแล้ว

“ดูนั่น! มีคนฆ่าสัตว์อสูรลงไปด้วย”

ฝูงชนอุทานขึ้นมาด้วยความโกลาหล เพราะหากมันมีใครพลาดสังหารสัตว์อสูรขึ้นมาจริง ๆ คนคนนั้นจะถูกหักคะแนนถึง 1,000 คะแนน

เซี่ยเฟยหันมองไปตามเสียงโดยอยากรู้ว่าใครเป็นคนลงมือสังหารสัตว์อสูรในงานประเมิน ก่อนที่เขาจะได้พบชายอ้วนผิวดำที่กำลังเผชิญหน้ากับงูหลามยักษ์เกล็ดทองที่นอนสิ้นลมอยู่บนพื้น

“มันตายแล้วจริง ๆ เหรอ?” อันธถามด้วยความงุนงง

“งูหลามตัวนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากว่ามันจะถูกจู่โจมจนตาย แต่คนที่พลาดสังหารมันก็คงจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายแล้วล่ะ” เซี่ยเฟยกล่าว

แว้บ!

ชายร่างอ้วนถูกส่งกลับมาท่ามกลางฝูงชนห่างจากเซี่ยเฟยไปไม่มากนัก แต่ในขณะนี้ใบหน้าของเขากำลังซีดขาวและเนื้อตัวก็กำลังสั่นเทาราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินข่าวญาติคนสนิทเสียชีวิต

“บูเหนี่ยน! นี่นายตั้งใจสังหารสัตว์อสูรตัวนั้นงั้นเหรอ?” คนที่รู้จักรีบเข้าไปถามชายอ้วนคนนั้นในทันที

“ฉันยังไม่ทันได้ออกแรงเลย ฉันแค่ผลักร่างของมันออกไปเบา ๆ” ชายอ้วนกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหมือนกับคนจะร้องไห้

“นี่นายเก่งถึงขนาดสามารถสังหารราชาสัตว์อสูรได้เพียงแค่ผลักมือออกไปเบา ๆ งั้นเหรอ ฉันต้องขอชื่นชมความแข็งแกร่งของนายจริง ๆ”

“ก่อนลงสนามแข่งฉันย้ำกับตัวเองแล้วนะว่าฉันจะพยายามไม่ตอบโต้สัตว์อสูรกลับไป เพราะถึงแม้ว่าฉันจะได้ 0 คะแนนแต่มันก็ยังดีกว่าการถูกหักคะแนนอย่างแน่นอน แต่งูเหลือมตัวนั้นเคลื่อนที่ได้เร็วมากและฉันก็พลาดถูกมันรัดร่างโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันเลยพยายามจะผลักร่างของมันออกไป แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะตายหลังจากที่ฉันได้ออกแรงไปแค่นั้นเอง” ชายอ้วนยังคงบ่นไม่หยุดแต่มันก็ไม่มีใครสนใจว่าเขาได้พูดความจริงหรือเปล่า

เมื่อมีสัตว์อสูรเสียชีวิตร่างของงูหลามเกล็ดทองก็ถูกนำออกไปแทนที่ด้วยสัตว์อสูรตัวใหม่ที่ถูกนำเข้ามาภายในกรง

“นั่นมันปีศาจสายลม!”

“สัตว์อสูรที่ถูกเอาเข้ามาแทนคือปีศาจสายลมงั้นเหรอ?”

“โอ้แม่เจ้า! มันเป็นปีศาจสายลมจริง ๆ นี่ถ้าหากใครถูกส่งเข้าไปในกรงนั้นก็เตรียมตัวถูกหักคะแนนได้เลย”

ทุกคนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ เพราะในขณะที่การประเมินในครั้งนี้กำลังจะจบลงสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้นมา

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะการประเมินเหลือรอบเก็บตกอีกเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น และมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปล่อยสัตว์อสูรที่ทรงพลังออกมาในตอนนี้เลย

สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายตัวนิ่มนอนอยู่ในกรง โดยทั่วทั้งร่างของมันมีขนสีเขียวยาว เวลาลมพัดขนบนร่างของมันจะโอนอ่อนไปตามแรงลมเบา ๆ ราวกับว่าขนพวกนั้นเป็นทุ่งหญ้าที่กำลังถูกพัดพาไปตามสายลม

“อยู่ ๆ ไอ้ตัวเขียวนั่นมันมาที่นี่ได้ยังไง?” อันธถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“มันชื่อปีศาจสายลม” เซี่ยเฟยบอกชื่อของสัตว์อสูรตัวนั้นให้อันธฟัง

“มันเก่งไหม?”

“มันคือราชาสัตว์อสูรที่ใกล้เคียงกับอสูรเทวะมากที่สุด นายคิดว่ามันเก่งไหมล่ะ?”

“ราชาสัตว์อสูรที่ใกล้จะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอสูรเทวะเนี่ยนะ! นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?” อันธอุทานขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

“ปกติระดับสูงสุดของราชาอสูรจะถูกกำหนดเอาไว้ที่ระดับ 9 หลังจากนั้นมันจะกลายเป็นอสูรเทวะในทันที แต่ระดับของอสูรตัวนี้ถูกขนานนามว่าอยู่ในระดับ 9.5 หรืออาจจะเรียกได้ว่ามันอ่อนแอกว่าอสูรเทวะเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางอันจริงจัง

“ราชาอสูรระดับ 9.5 มันมีการให้คะแนนแบบนี้อยู่ด้วยงั้นเหรอ?” อันธอุทานอย่างสับสน

“ความจริงถ้าหากปีศาจสายลมมีสติปัญญามันก็คงจะถูกจัดอันดับให้เป็นอสูรเทวะไปแล้ว ดังนั้นหากวัดที่ระดับพลังเพียงอย่างเดียวมันย่อมมีพลังเทียบเท่ากับอสูรเทวะอย่างแน่นอน เพียงแต่มันเป็นสัตว์อสูรที่ไม่มีสติปัญญา มันเลยไม่ถูกจัดอันดับให้อยู่ในระดับอสูรเทวะ”

“ไม่มีสติปัญญา... แบบนี้มันก็หมายความว่าวิชามนตราอสูรของนายใช้กับมันไม่ได้ใช่ไหม?” อันธถาม

“ฉันลองแล้ว มันใช้กับเจ้านี่ไม่ได้จริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันจริงจัง

ทั่วทั้งห้องสอบมีสัตว์อสูรอยู่ทั้งหมด 120 ตัว แต่จู่ ๆ มันกลับได้มีสัตว์อสูรที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นมา

ชิลลี่กับเคดิร่าคอยอยู่ใกล้ ๆ กับเนอร่าอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์ที่น่าสนใจกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และพวกเขาก็อยากจะรู้ว่าชายชราคนนี้จะจัดการกับผู้ก่อความวุ่นวายยังไงกันแน่

“ท่านอาจารย์ คนคนนั้นสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้ทั้ง 120 ตัว ในเวลาเดียวกันปีศาจสายลมจะสามารถต้านทานการควบคุมของเขาได้งั้นเหรอ?” เคดิร่ากล่าวถามด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก

“นี่นายคิดว่าฉันไม่รู้วิธีจัดการกับเรื่องนี้หรือยังไง?” เนอร่ากล่าวพร้อมกับกรอกตา ก่อนที่เขาจะเริ่มอธิบายต่อว่า

“วิชาการควบคุมสัตว์อสูรของเด็กคนนั้นแข็งแกร่งมาก ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะเรียนรู้วิชานั้นจากเขาอยู่เหมือนกัน”

ขอเรียนรู้!?

คำ ๆ นี้คงจะสามารถอธิบายความชื่นชมที่เนอร่ามีให้กับวิชามนตราอสูรเป็นอย่างดี เพราะท้ายที่สุดชายชราคนนี้ก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญการฝึกสัตว์อสูรภายในกลุ่มมังกรฟ้า แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังออกปากว่าต้องการเรียนรู้วิชาจากเซี่ยเฟย

ในความเป็นจริงถ้าหากเนอร่าได้รู้ว่าเซี่ยเฟยยังสำเร็จวิชามนตราอสูรไม่ถึงขีดสุด เขาก็คงจะต้องรู้สึกประหลาดใจมากกว่านี้อย่างแน่นอน

“วิธีที่เขาใช้คือการใช้กระแสพลังจิตเข้าควบคุมสัตว์อสูรแทนที่จะใช้พลังกฎ และเพื่อปกป้องไม่ให้ปีศาจสายลมถูกเขาเข้ามาควบคุม ฉันเลยจำเป็นจะต้องใช้กฎหมอกอสูรคลุมร่างปีศาจสายลมเอาไว้” เนอร่ากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ชิลลี่ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการควบคุมสัตว์อสูรมากนัก เธอจึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากคำอธิบายของชายชรา แต่ในกรณีของเคดิร่ากลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะทันทีที่เขาได้ฟังคำอธิบายเขาก็รีบกล่าวถามออกไปด้วยความตกใจ

“กฏแห่งหมอกอสูร!! ถ้าอาจารย์ใช้พลังกฎออกมาแบบนี้ มันก็หมายความว่า…”

“ใช่ วิชาควบคุมสัตว์อสูรของฉันสู้วิชาการควบคุมสัตว์อสูรของเขาไม่ได้ ดังนั้นฉันเลยต้องใช้พลังของกฎเข้ามาช่วย” เนอร่ากล่าวตอบ

เคดิร่าถึงกับหน้าซีดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะท้ายที่สุดการที่ผู้สมัครคนหนึ่งสามารถบังคับให้เนอร่าใช้พลังของกฎออกมา มันก็แสดงว่าวิชาควบคุมสัตว์อสูรของผู้สมัครคนนั้นจะต้องอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก

ในฐานะศิษย์ของเนอร่าแล้วเคดิร่ารู้ถึงความแข็งแกร่งของชายชราคนนี้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีวิชาควบคุมสัตว์อสูรวิชาไหนแข็งแกร่งกว่าวิชาควบคุมสัตว์อสูรของเนอร่ามาก่อนเลย และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกตกใจมากขนาดนี้

“เอาล่ะไม่ว่ายังไงที่นี่ก็คือดินแดนของผู้ใช้กฎ ถึงแม้ว่าวิชานั่นจะเป็นวิชาที่ทรงพลังในดินแดนชั้นต่ำ แต่มันก็ยังสู้กฎแห่งหมอกอสูรไม่ได้อยู่ดี คราวนี้เราต้องสั่งสอนบทเรียนให้เขาได้รู้ว่าการที่เขาได้มาก่อกวนในงานชุมนุมมังกรฟ้า มันจะต้องทำให้เขาได้พบเจอกับอะไร” เคดิร่ากล่าวหลังจากที่เขาพยายามสงบสติอารมณ์ได้แล้ว

“ผู้ฝึกสัตว์อสูรจะต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์ห้ามมีสภาวะจิตใจที่ชั่วร้ายอย่างเด็ดขาด ตอนนี้นายกำลังเดินออกนอกเส้นทาง แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการฝึกวิชาของนายอย่างแน่นอน” เนอร่ากล่าวเตือนสติลูกศิษย์ของตัวเอง

เคดิร่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะก้มศีรษะลงโดยไม่กล้าพูดอะไร

“สิ่งที่ฉันกังวลมากที่สุดคือเจ้าหนุ่มนั่นมีสัตว์อสูรที่ทรงพลังมากกว่าปีศาจสายลมตัวนี้ แต่ฉันก็อดใจรอให้พวกเขาเผชิญหน้ากันไม่ไหวแล้ว” เนอร่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เขามีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าปีศาจสายลมงั้นเหรอคะ?” ชิลลี่กล่าวถามขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่ต้องห่วง สัตว์อสูรของเขาไม่ใช่อสูรเทวะหรอก” เนอร่ากล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“นั่นสินะ เขาจะมีอสูรเทวะเป็นอสูรในพันธสัญญาได้ยังไง” เคดิร่ากล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“มันก็จริงที่สัตว์อสูรของเขาไม่ใช่อสูรเทวะ แต่มันเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 592 ราชาอสูรระดับ 9.5

คัดลอกลิงก์แล้ว