เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 579 ปีศาจในส่วนลึกของจิตใจ

ตอนที่ 579 ปีศาจในส่วนลึกของจิตใจ

ตอนที่ 579 ปีศาจในส่วนลึกของจิตใจ


ตอนที่ 579 ปีศาจในส่วนลึกของจิตใจ

วี้ด!

ทันทีที่หยูเผิงเปิดประตูเสียงร้องคำรามของปีศาจก็ดังขึ้นมาในทันที ซึ่งระยะห่างของเสียงร้องให้ความรู้สึกที่ใกล้มากราวกับว่ามันกำลังมีปีศาจมาส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ข้างหู

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ชายหนุ่มเวียนหัวไปชั่วขณะ เขาจึงจำเป็นจะต้องใช้มือจับบานประตูเอาไว้ จากนั้นเขาก็หลับตาลงและพยายามทุ่มสมาธิอย่างสุดกำลังเพื่อต่อต้านการรุกรานที่พยายามมุ่งหน้าสู่เบื้องลึกของจิตใจ

หยูเผิงพยายามที่จะเอื้อมมือออกไปช่วยเซี่ยเฟยเอาไว้ แต่มือของเขากลับถูกหยุดไว้โดยหยูเจียงเสียก่อน

“ยังก่อน มารอดูกันว่าเซี่ยเฟยจะทนไหวไหม?”

ในความเป็นจริงเสียงกรีดร้องของปีศาจไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะบ้าคลั่งคล้ายกับว่าปีศาจภายในตัวของเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ทำให้ในชั่วพริบตาต่อมาดวงตาของเซี่ยเฟยก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่เขาจะส่งเสียงร้องคำรามออกมาราวกับสัตว์ป่า

“ผมว่าท่าทางของเขาไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นะครับ” หยูเผิงก้าวถอยหลังไปอย่างกะทันหัน ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดี

“ไม่ต้องห่วง มันเป็นเรื่องปกติแล้วที่เขาจะมีปฏิกิริยาแบบนี้” หยูเจียงกล่าวอย่างใจเย็น

“ปกติ?” ไม่ว่าหยูเผิงจะมองยังไงปฏิกิริยาของเซี่ยเฟยก็ไม่ปกติเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นความรู้สึกที่ชายหนุ่มปลดปล่อยออกมาก็เหมือนกับปีศาจภายในร่างของเขากำลังถูกปลุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนทำให้จิตสังหารอันรุนแรงแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง

“ปกติสิ เพราะเขาคือคนจากตระกูลสกายวิง” หยูเจียงกล่าวพร้อมกับดวงตาอันเป็นประกาย

ครั้งหนึ่งเขาเคยสัมผัสถึงสายเลือดสกายวิงในร่างของเซี่ยเฟยมาก่อนแล้ว ยิ่งปีศาจภายในร่างของชายหนุ่มถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาแบบนี้ มันยิ่งยืนยันการตัดสินใจของหยูเจียงมากขึ้นไปอีกว่าเซี่ยเฟยคือทายาทของตระกูลสกายวิงจริง ๆ

ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็จำเป็นจะต้องพยายามควบคุมความบ้าคลั่งภายในจิตใจของเขาเอาไว้ ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปนานกว่า 10 นาทีเซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าดวงตาของเขากลับมาเป็นดวงตาตามปกติแล้ว

หยูเจียงกับหยูเผิงไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยได้ผ่านการต่อสู้อันโหดร้ายอะไรมา แต่เมื่อสังเกตจากปฏิกิริยาที่เจ็บปวดของชายหนุ่มแล้ว พวกเขาก็สามารถอนุมานได้อย่างชัดเจนว่าการต่อสู้ภายในจิตใจของเซี่ยเฟยย่อมเป็นการต่อสู้ที่ทุกข์ทรมานสาหัสมากแน่ ๆ

ชายหนุ่มพยายามก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ก่อนที่เสียงกรีดร้องของปีศาจจะดังขึ้นมาอีกครั้ง

เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่ว่าเสียงกรีดร้องของปีศาจจะโหยหวนมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่สามารถที่จะหยุดรั้งชายหนุ่มเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว

ห้องขังของปราสาทถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย โดยที่บนผนังถูกฝังคริสตัลทำให้มันยังคงมีแสงสลัว ๆ ให้มองเห็นบรรยากาศรอบ ๆ ตัวบ้าง แต่แสงสว่างยังคงสั่นไหวไปมามันจึงทำให้ห้องขังแห่งนี้ยิ่งดูลึกลับมากขึ้นกว่าเดิม

ภายในห้องขังมีเก้าอี้โลหะตั้งอยู่หลายตัว ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหาเก้าอี้ตัวหนึ่งเพื่อนั่งพักและมองไปรอบ ๆ

พื้นที่ในห้องขังมีความกว้างประมาณ 500 ตารางเมตร ทั่วทั้งห้องขังถูกแบ่งออกเป็นห้องย่อย 13 ห้อง มีอุปกรณ์ทรมานแขวนอยู่บนผนังทุกชนิด ทำให้ภาพภายในห้องขังแห่งนี้ดูน่าขนลุกมากขึ้นกว่าเดิม

เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากพื้นที่ใต้ห้องขังอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามสังเกตอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่เขาก็ยังหาแหล่งกำเนิดเสียงร้องโหยหวนนี้ไม่ได้

“ฉันขอบอกเลยนะว่าสมัยก่อนเคยมีคนขุดดินลงไปลึกกว่า 3 กิโลเมตร แต่พวกเขาก็ยังหาแหล่งกำเนิดเสียงไม่พบ คล้ายกับว่าเสียงกรีดร้องของปีศาจดังขึ้นมาจากอากาศเฉย ๆ และไม่ว่านายจะคิดวิธีแบบไหนอยู่แต่ฉันก็เชื่อว่าบรรพบุรุษของตระกูลหยูเคยทดสอบวิธีที่นายกำลังคิดอยู่มาหมดแล้ว” หยูเจียงกล่าวเมื่อได้เห็นสีหน้าอันสงสัยของเซี่ยเฟย

“ยินดีด้วยเซี่ยเฟย ตอนนี้นายเป็นนักรบกฎขั้นที่ 9 คนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของตระกูลที่สามารถทนอยู่ภายในห้องนี้ได้ ศักยภาพของนายจะต้องพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นราชากฎอย่างแน่นอน” หยูเผิงกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ตอนแรกผมก็เกือบจะเสียสติไปแล้วเหมือนกัน ยังดีที่ผมยังสามารถรักษาความสงบเอาไว้ได้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“พูดตามตรงนะว่าฉันมักจะพาผู้มาใหม่มาที่นี่อยู่เสมอ แต่ปฏิกิริยาของนายดูดีกว่าคนอื่น ๆ มากและมันก็ไม่น่าเชื่อเลยที่นายจะสามารถสงบสติอารมณ์ได้แบบนี้” หยูเผิงกล่าว

“ผู้อาวุโส ผมขอใช้ที่นี่เป็นที่ฝึกของผมได้ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามเบา ๆ

คำร้องขอของเซี่ยเฟยถึงกับทำให้หยูเจียงและหยูเผิงตกตะลึง เพราะถึงแม้ว่าในอดีตจนถึงปัจจุบันจะมีนักรบพรสวรรค์เข้ามาทดสอบจิตใจในกรงขังปีศาจเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พวกเขาก็สามารถบอกได้เลยว่าเซี่ยเฟยเป็นคนแรกที่ต้องการจะใช้กรงขังปีศาจเป็นสถานที่สำหรับการฝึกฝน

มีห้องฝึกชั้นยอดแต่ไม่คิดจะใช้งาน!?

ต้องการฝึกในคุกใต้ดินที่น่ากลัว??

การกระทำของเซี่ยเฟยบ้าบิ่นมากจนเกินไปแล้ว เพราะในความเป็นจริงเมื่อนักสู้คนอื่น ๆ ได้ยินเพียงแค่ชื่อของกรงขังปีศาจ มันก็เพียงพอที่จะทำให้คนพวกนั้นหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวแล้ว

“นี่น้องชายลองคิดดูใหม่ก่อนไหม? ที่ห้องนี้มีเสียงกรีดร้องดังตลอดทั้งวัน และมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับนักรบที่ต้องใช้สมาธิสำหรับการฝึกฝน” หยูเผิงพยายามโน้มน้าวใจให้เซี่ยเฟยไปฝึกฝนในห้องฝึกที่เขาได้จัดเอาไว้ให้

ทางด้านหยูเจียงยังคงขมวดคิ้วโดยไม่พูดอะไร แต่ภายในแววตาของเขากลับกำลังเต็มไปด้วยคำถาม

“แต่พลังงานในห้องนี้หนาแน่นมากที่สุดภายในปราสาทเลยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวโดยพยายามให้เหตุผล

“เพราะเรื่องนี้เหรอ?” หยูเผิงถามอย่างสงสัย

“ความจริงมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานซะทีเดียว แต่ผมรู้สึกเหมือนมีปีศาจอยู่ในส่วนลึกของจิตใจและถึงแม้ว่าผมจะพยายามกดมันเอาไว้ แต่ผมก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะมันได้จริง ๆ ผมจึงต้องการที่จะอยู่ที่นี่จนกว่าผมจะสามารถปราบปีศาจในส่วนลึกของจิตใจของผมได้” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับอย่างใจเย็น

“ต้องการปราบปีศาจในจิตใจของตัวเองงั้นเหรอ? เอาล่ะในเมื่อนายอยากจะฝึกอยู่ที่นี่ก็ตามสบายเลย” หยูเจียงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

เมื่อพวกเซี่ยเฟยกลับไปยังห้องโถงของปราสาท ชายหนุ่มก็ได้พบกับชายรูปร่างกำยำกำลังจ้องมองมาที่เขา ซึ่งชายคนนี้นั้นก็คือฮานหยูตงผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของฮานหยูเป่ย

ย้อนกลับไปในตอนที่เขาทดสอบวัดระดับการเป็นนักรบกฎครั้งแรก เขาได้ทำการสังหารฮานหยูเป่ยด้วยความโกรธ โดยมีฮานหยูตงเป็นพยานรับชมเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย แล้วในตอนนี้เมื่อเซี่ยเฟยได้เดินทางมายังเมืองอีกาดำ มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดาว่าฮานหยูตงกำลังคิดอะไร

ฮานหยูตงเริ่มทักทายหยูเจียงและหยูเผิง ก่อนที่เขาจะจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต

“ในที่สุดแกก็มาแล้วสินะ ตอนแรกฉันก็คิดว่าฉันจะต้องรอจนกว่าฉันจะออกจากเมืองนี้แล้วค่อยตามหาตัวแกทีหลัง” ฮานหยูตงกล่าว

“ตอนนี้นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ฉันไม่เชื่อ! ในเมื่อแกล่าสังหารน้องชายฉัน ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแกจะต้องชดใช้ความผิดเรื่องนี้ด้วยกันทั้งหมด!” ฮานหยูตงกล่าวพร้อมกับยกกำปั้นที่ถูกบีบจนแน่นขึ้นมาบริเวณหน้าอก

เซี่ยเฟยรู้สึกว่าฮานหยูตงเป็นคนที่โง่มาก ถึงขนาดที่ไม่ยอมประเมินความแข็งแกร่งของศัตรู แต่ในเมื่ออีกฝ่ายประกาศออกมาชัดว่าเขาต้องการที่จะตั้งตัวเป็นศัตรู เซี่ยเฟยก็พร้อมที่จะกำจัดศัตรูทุกคนที่เข้ามาขวางหน้าของตัวเอง

แม้ว่าในปัจจุบันผู้นำตระกูลหยูอย่างหยูเจียงและผู้จัดการเมืองอีกาดำอย่างหยูเผิงจะยืนอยู่ตรงนี้ และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ได้เริ่มท้าทายเขาอย่างเป็นทางการ แต่ในความเห็นของเขาแล้วคนที่กล้าตั้งตัวเป็นศัตรูของเขาจะต้องตาย

“พอแล้ว!!” หยูเผิงตะโกนออกไปเสียงดัง แต่น่าเสียดายที่เสียงของเขายังคงเคลื่อนที่ช้ามากจนเกินไป ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็เป็นผู้ใช้พลังสายความเร็วและความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขามันก็เร็วยิ่งกว่าความเร็วเสียงไปเกือบ 100 เท่า

ภายในระยะทางเพียงแค่สั้น ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่พริบตา และถึงแม้ว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนชายหนุ่มยังบอกฮานหยูตงด้วยรอยยิ้มว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่ในวินาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจที่จะสังหารอีกฝ่ายที่นี่ตอนนี้ในทันที มันจึงทำให้ไม่มีใครสามารถคาดเดาความคิดของเขาได้

กฏแห่งความโกลาหลถูกรวบรวมเข้าใส่ฝ่ามืออย่างฉับพลัน ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะพุ่งเข้าใส่หน้าผากของฮานหยูตงโดยไม่มีความเมตตาใด ๆ

โพละ!

สมองผสมเลือดพุ่งกระจาย!

การจู่โจมด้วยกฎแห่งความโกลาหลของชายหนุ่มสามารถที่จะทำลายการป้องกันของราชากฎลงได้อย่างง่ายดาย แล้วฮานหยูตงที่เป็นนักรบกฎระดับเดียวกันกับเซี่ยเฟยจะสามารถต้านทานการโจมตีที่รุนแรงแบบนี้ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วมากจนทำให้ฮานหยูตงเสียชีวิตก่อนที่เขาจะทันได้รู้ตัวเสียอีก

ตูม!

ในเวลาเดียวกันกับกำปั้นของชายหนุ่มปะทะเข้ากับศีรษะของฮานหยูตง กำแพงมิติของหยูเจียงกับหยูเผิงก็ปรากฎขึ้นมาจนทำให้ร่างของชายหนุ่มถูกสะท้อนกลับไป

แม้ว่าชายชราเหล่านี้จะเคลื่อนไหวอย่างไม่ทันการณ์ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าความเร็วในการตอบสนองของพวกเขาจะเชื่องช้า ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็เคลื่อนไหวเกินกว่าความคาดหมายของพวกเขาไปไกล ชายชราทั้งสองจึงไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยได้ทัน

ชายหนุ่มพลิกตัวตีลังกากลางอากาศด้วยท่าทางอันแปลกประหลาด ก่อนที่ร่างกายของเขาจะพลิกกลับมาทรงตัวบนพื้นได้อีกครั้ง ขณะที่ร่างของฮานหยูตงก็กำลังค่อย ๆ ล้มลงไปกองกับพื้น

พลั่ก!

ร่างของศพตกกระทบกับพื้นพร้อมกับเลือดสีแดงที่ไหลออกไปทั่วทั้งห้องโถง แต่บรรยากาศภายในห้องนี้กลับตกอยู่ในความเงียบสงัด เพราะทุกคนต่างก็ไม่เชื่อว่าเหตุการณ์มันจะดำเนินมาจนถึงตรงนี้จริง ๆ

“นายฆ่าเขาทำไม?! นายฆ่าเขาต่อหน้าฉันกับผู้อาวุโสเนี่ยนะ! แบบนี้ใครมันจะมาเชื่อถือฉันอีกในอนาคต!!” หยูเผิงตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ

สีหน้าของหยูเจียงก็ดูไม่ค่อยดีเช่นเดียวกัน เพราะเขาเป็นถึงราชากฎขั้นสูงสุด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดเซี่ยเฟยเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาคิดพิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนที่จะเดินออกไปโดยไม่สนใจทั้งเซี่ยเฟยและหยูเผิง

เมื่อเซี่ยเฟยกล้าที่จะเคลื่อนไหวต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งสอง เขาก็ได้ทำใจเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะต้องถูกลงโทษ แต่หยูเจียงกลับเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ มันจึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก

“เซี่ยเฟยมีปีศาจในส่วนลึกของจิตใจจริง ๆ สินะ” หยูเจียงทิ้งคำพูดประโยคนี้เอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากเมืองอีกาดำด้วยรอยยิ้ม

หยูเผิงกระทืบเท้าอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ แต่ในเมื่อหยูเจียงตัดสินใจไม่ลงโทษอะไรเซี่ยเฟย เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากจะต้องเดินตามชายชราออกไปยังด้านนอก

“ท่านผู้นำ คุณจะไปแล้วงั้นเหรอ?” หยูเผิงถามอย่างกังวล

“แล้วฉันจะอยู่ที่นี่ไปทำไม? รอให้คนอื่นมาป่าวประกาศออกไปหรือยังไงว่าฉันไม่สามารถหยุดเซี่ยเฟยเอาไว้ได้” หยูเจียงกล่าวพร้อมกับกรอกสายตา

คำตอบของชายชราทำให้หยูเผิงตระหนักได้ในทันทีว่ากุญแจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่ฮานหยูตงถูกเซี่ยเฟยสังหาร แต่มันคือเซี่ยเฟยสังหารคนอื่นต่อหน้าพวกเขาต่างหาก

หากว่าข่าวลือแพร่กระจายออกไปว่าพวกเขาไม่สามารถหยุดเซี่ยเฟยที่กำลังจะลงมือต่อหน้าพวกเขาได้ คนที่อับอายจากเหตุการณ์นี้มากที่สุดย่อมจะต้องเป็นพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ในความเป็นจริงหยูเจียงเชื่อว่าถ้าหากเซี่ยเฟยแสดงท่าทางว่าจะลงมือแม้แต่เพียงเล็กน้อย เขาก็จะสามารถหยุดชายหนุ่มเอาไว้ได้ทันเวลา แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยเติบโตมากับคำสอนของนักฆ่า ชายหนุ่มคนนี้จึงสามารถลงมือสังหารด้วยท่าทางที่กำลังยิ้มแย้มได้ด้วยซ้ำ

“ท่านผู้นำแล้วแบบนี้ผมจะทำยังไง?” หยูเผิงถามด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง

“ไม่รู้ ๆ ๆ” หยูเจียงทิ้งคำพูดไว้ 3 คำ ก่อนที่เขาจะจากไปในทันที

“คุณหนีไปได้แต่ผมหนีไปไหนไม่ได้นะ ท่านผู้นำ!!!” หยูเผิงส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างอ่อนใจ แต่ในระหว่างที่มันไม่มีใครทันสังเกต มันกลับได้มีรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา

***************

ยิ้มอะไรอีกกกกกกกก เดาไม่ไหวแล้วนะ T^T

จบบทที่ ตอนที่ 579 ปีศาจในส่วนลึกของจิตใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว