เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 577 แววตาอาฆาต

ตอนที่ 577 แววตาอาฆาต

ตอนที่ 577 แววตาอาฆาต


ตอนที่ 577 แววตาอาฆาต

“ถึงจะเข้าใจแต่นายก็ยังเลือกที่จะเป็นนักสู้มากกว่าปรมาจารย์ด้านการกลั่นพลังงานงั้นเหรอ?!” มู่หนานเฉินเริ่มถามด้วยความหงุดหงิด

เหตุการณ์นี้ทำให้มู่ฟู่ผิงรู้สึกสับสนมาก เพราะเธอไม่สามารถทำความเข้าใจได้จริง ๆ ว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงได้ปฏิเสธโอกาสที่ดีแบบนี้ไป

“มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรที่ผมจะเลือกเดินในเส้นทางสายนักสู้ และอย่างที่ผมได้บอกเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าผมจะต้องเป็นนักสู้ที่ดีก่อนเท่านั้น ผมถึงจะเอาเวลาว่างไปฝึกกฎแห่งการกลั่นพลังงาน”

“ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ผมก็ยังอาศัยอยู่ในตระกูลหยู มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสะดวกมากนักถ้าหากว่าผมต้องเดินทางออกไปศึกษาเรื่องกฎแห่งการกลั่นพลังงานในตระกูลอื่น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยเผยให้เห็นด้านที่ดื้อด้านของเขาอีกครั้ง

คำพูดของเขาชัดเจนมากราวกับจะบอกทุกคนว่าเขาจะเป็นผู้เลือกเส้นทางการเติบโตด้วยตัวเอง และคนอื่นไม่จำเป็นจะต้องมาตัดสินใจในเรื่องนี้แทนเขา

คำตอบของเซี่ยเฟยทำให้มู่หนานเฉินรู้สึกเสียหน้ามาก เขาจึงปล่อยเสียงลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่จะกล่าวคำลาและรีบเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร

ระหว่างทางกลับบ้านหยูฮัวก็ได้เดินตามชายหนุ่มมาตลอดทาง

“จริง ๆ นายควรตอบรับคำเชิญของคุณมู่หนานเฉินเขานะ ท้ายที่สุดเขาก็เป็นคนที่มีแนวโน้มจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลในอนาคต และตระกูลวิทเทอร์ก็ยังเป็นตระกูลชั้นยอดในดินแดนนี้ การเข้าไปพัฒนาในตระกูลวิทเทอร์มันย่อมดีกว่าการอยู่ในตระกูลหยูอยู่แล้ว” หยูฮัวกล่าว

“ถ้าหากว่าพวกเขาเชิญผมมาด้วยความจริงใจตั้งแต่แรกผมก็อาจจะตอบตกลงไปแล้วก็ได้ แต่นี่พวกเขาเริ่มจากการดูถูกผมก่อนแล้วค่อยมาให้ความสนใจผมในภายหลัง ผมไม่สามารถทำใจอยู่กับคนกลับกลอกแบบนั้นได้จริง ๆ นอกจากนี้ผมยังเกลียดการถูกคนอื่นหลอกใช้มากที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เมื่อเซี่ยเฟยพูดมาจนถึงคำว่าเขาเกลียดการถูกคนอื่นหลอกใช้มากที่สุด หยูฮัวก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่การเคลื่อนไหวของเขาจะกลับมาเป็นปกติในพริบตา

“แต่ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าสิ่งที่นายแสดงออกไปจะเป็นความลับทั้งหมดของนายแล้วจริง ๆ ตั้งแต่ที่ฉันรู้จักนายมาฉันก็ได้รู้แล้วว่านายคือพวกชอบเก็บซ่อนความลับเอาไว้ในมุมมืด และถึงแม้ว่าฉันจะเคยรู้จักคนนิสัยแบบนายมาแล้วหลายคน แต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นใครเก็บซ่อนความลับเอาไว้อย่างซับซ้อนเหมือนกับนายเลย” หยูฮัวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่ออันนั้นมันก็เรื่องของคุณ ผมคงบอกได้แค่ว่าเรื่องทุกอย่างในวันนี้คือความลับทั้งหมดของผมแล้วจริง ๆ และที่ผมเผลอพลั้งพูดออกไปนั่นก็เพราะว่าผมทนให้คนพวกนั้นมาดูถูกผมต่อไม่ไหวแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวตอบก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเรื่องไปถามเรื่องอื่น

“พรุ่งนี้ผมจะต้องไปเมืองอีกาดำ คุณพอจะมีคำแนะนำอะไรให้ผมไหม?”

“นายต้องการจะถามหาเทคนิคการทะลวงผ่านไปเป็นอัศวินกฎจากฉันใช่ไหม?” หยูฮัวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับตรง ๆ โดยไม่คิดที่จะอ้อมค้อม

“ถึงนายไม่ถามฉันก็คิดที่จะบอกนายอยู่แล้ว แต่พูดตามตรงนะว่าฉันก็ไม่แน่ใจว่าเทคนิคของฉันจะช่วยให้นายพัฒนาได้ก่อนเวลาชุมนุมหรือเปล่า ท้ายที่สุดการพยายามก้าวข้ามผ่านกำแพงของแต่ละระดับก็เป็นเรื่องที่ยากมาก และความยากลำบากในการทะลุทะลวงก็แตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน”

“จากประสบการณ์ของฉันการพยายามก้าวข้ามผ่านระดับอัศวินกฎแตกต่างจากการพยายามก้าวข้ามผ่านนักรบกฎขั้นที่ 6 มาก ซึ่งถ้าหากว่าการก้าวข้ามผ่านนักรบกฎขั้นที่ 6 จำเป็นจะต้องใช้พลังมหาศาล การพยายามก้าวข้ามผ่านระดับนายก็แทบที่จะไม่ต้องใช้พลังงานเลย”

“ไม่ต้องใช้พลังงาน?” เซี่ยเฟยอุทานด้วยความสงสัย

“เทคนิคการก้าวข้ามผ่านระดับอัศวินกฎให้ได้อย่างรวดเร็วคือ นายจะต้องฝึกฝนในสภาวะที่พลังงานภายในร่างกายกำลังขาดแคลน แต่มันก็จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาแรงใจเยอะมากพอสมควร” หยูฮัวกล่าว

“อ๋อ ในระหว่างที่พลังงานขาดแคลนจนถึงขีดสุดจิตใจของคนเราก็มักที่จะตกอยู่ในความว่างเปล่า ในเวลานั้นเราก็มักที่จะเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ และคุณก็กำลังจะบอกให้ผมใช้สัญญาตญาณในการทะลวงผ่านไปยังระดับอัศวินสินะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากพิจารณาเทคนิคของหยูฮัว

“ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะว่าสภาวะขาดแคลนพลังงานเป็นสภาวะที่อันตรายมาก ถ้าหากว่ามันเกิดข้อผิดพลาดแม้แต่เพียงเล็กน้อย มันก็อาจจะทำให้พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนายได้รับบาดเจ็บได้เลย” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยรู้ดีว่าความเจ็บปวดของการที่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้รับความเสียหายมันเป็นยังไง แต่ปัจจุบันเขาเหลือเวลาอีกเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้นก่อนที่งานชุมนุมมังกรฟ้าจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าเขาพลาดรถไฟขบวนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสอีกครั้งเมื่อไหร่ ดังนั้นเขาก็จำเป็นจะต้องสู้จนสุดใจเพื่อคว้าโอกาสที่ดีในครั้งนี้เอาไว้ให้ได้

ในระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น พวกเขาก็เดินสวนกับชายร่างใหญ่คนหนึ่งไป แต่เซี่ยเฟยกลับสัมผัสได้ว่าชายคนนี้กับหยูฮัวมองหน้ากันภายใต้ความเงียบงัน คล้ายกับว่าพวกเขาไม่ชอบขี้หน้ากันมานานแล้ว

“ใครเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“เขาชื่อหยูจินเป็นนักสู้ที่เก่งกาจที่สุดในตระกูลรองจากผู้อาวุโสเท่านั้น และเขาก็จะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลในอนาคตด้วย ความจริงในช่วงหลายปีมานี้ผู้อาวุโสก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเรื่องการจัดการของตระกูลแล้ว เพราะหน้าที่เกือบทุกอย่างถูกโอนให้หยูจินเอาไปดูแลทั้งหมด” หยูฮัวอธิบาย

“แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งเท่ากับคุณหรอกนะครับ แล้วทำไมเขาถึงขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ในตระกูล?” เซี่ยเฟยกล่าว

“ถึงเขาจะไม่ได้มีพลังถึงระดับราชากฎเหมือนกับฉัน แต่เขาก็มีพลังอยู่ในระดับอัศวินกฎขั้นสูงสุด อีกอย่างอย่าลืมนะว่าฉันไม่ได้เป็นสมาชิกทางการของตระกูลอีกต่อไปแล้ว และถึงแม้ว่าฉันจะยังคอยช่วยเหลือผู้อาวุโสจัดการเรื่องต่าง ๆ อยู่บ้าง แต่นั่นมันก็เป็นเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ใช่คำสั่งที่ถูกส่งตรงมาจากตระกูล” หยูฮัวกล่าว

“พวกคุณสองคนเคยมีเรื่องบาดหมางกันงั้นเหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างมันกลายเป็นเพียงแค่อดีตไปแล้ว”

แม้ว่าหยูฮัวจะตอบออกมาแบบนั้นแต่เซี่ยเฟยก็ไม่ได้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกันกับพ่อค้าคนนี้เลย เพราะในแววตาของหยูฮัวเต็มไปด้วยเจตนาสังหารและเขาก็ได้เห็นแววตานี้จากหยูฮัวด้วยตัวเอง

“ฉันคิดว่าที่หยูฮัวละทิ้งตระกูลแล้วไปเป็นพ่อค้าจะต้องเกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อหยูจินคนนั้นแน่ ๆ แว้บแรกที่ฉันเห็นหน้าเขาฉันก็รู้สึกได้เลยว่าเขาจะต้องเป็นพวกคนไม่ดี แม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้านั้นก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับคนทั้งจักรวาลจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา” อันธกล่าว

เซี่ยเฟยไม่ค่อยสนใจความรู้สึกจากการแรกพบมากนัก เพราะความรู้สึกพวกนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่เขาก็ยังคงจดจำความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ภายในใจ

“เอาล่ะนายกลับบ้านไปก่อนเถอะ ฉันยังมีเรื่องอื่นต้องไปจัดการ บางทีเราอาจจะได้พบกันอีกครั้งก่อนที่นายจะได้เดินทางไปที่งานชุมนุมมังกรฟ้า” หยูฮัวกล่าว

“ดูเหมือนว่าคุณจะมั่นใจจังเลยนะว่าผมจะสามารถพัฒนาจนกลายเป็นอัศวินกฎได้ภายใน 15 วัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่สำหรับนายมันมีโอกาสเป็นไปได้อย่างแน่นอน” หยูฮัวกล่าว

หลังจากนั้นหยูฮัวก็ปลีกตัวออกไป ก่อนที่เขาจะใช้กฎแห่งมิติหายตัวไปอย่างฉับพลันเรียกสายตาอิจฉาริษยาจากชายหนุ่มได้อยู่พักหนึ่ง ที่เขาได้เห็นอีกฝ่ายสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ

กระป๋องรออยู่ในบ้านอย่างกระวนกระวาย และเมื่อมันได้พบกับเซี่ยเฟยหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมามากกว่า 10 วัน มันก็เริ่มกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันบึ้งตึง

“หลังจากนี้ไม่ว่าเจ้านายจะไปไหน กระป๋องจะไปด้วย! กระป๋องจะอยู่ในแหวนมิติของเจ้านายให้เป็นเหมือนบ้านของกระป๋องเลย!!”

คำพูดจากหุ่นยนต์ตัวนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปอยู่พักหนึ่ง และเขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้นอกเสียจากจะต้องตอบตกลงกลับไปเท่านั้น

วันนี้ถือเป็นวันที่โชคดีมาก เพราะนอกเหนือจากเขาจะได้ของรางวัลเป็นสิทธิ์เข้าร่วมงานชุมนุมมังกรฟ้าแล้ว เขายังสามารถติดต่อกลับไปหาแอวริลในพันธมิตรได้อีกด้วย

ในหน้าจอแอวริลกำลังจดบันทึกอะไรสักอย่างโดยใช้ดินสอทัดหูเอาไว้ แต่ดวงตาสดใสทั้งสองข้างของเธอก็กำลังหรี่ลงเรื่อย ๆ คล้ายกับเธอรู้สึกง่วงนอนมาก

“นั่นเธอกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเหนื่อยก็ไปนอนพักก่อนดีไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างเป็นห่วง

“ฉันกำลังร่างแผนพัฒนาบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดอยู่ ตอนนี้พ่อมอบหน้าที่ให้ฉันดูแลงานบริหารจัดการในส่วนการวิจัยและพัฒนาแล้ว ดังนั้นฉันจะต้องตั้งใจทำงานไม่ให้คนอื่นมาว่าฉันได้” แอวริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถึงยังไงงานก็คืองาน เธอไม่จำเป็นจะต้องทำงานหนักขนาดนั้นก็ได้ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะกลับไปดูแลเธอตลอดชีวิตอยู่แล้ว”

คำพูดของเซี่ยเฟยทำให้แก้มของแอวริลเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งหญิงสาวทุกคนในจักรวาลแห่งนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่อยากจะได้ยินประโยคเดียวกันกับเธอทั้งนั้น

“ถ้าฉันไม่ยุ่งกับงาน ฉันก็ว่างไปคิดถึงนายน่ะสิ”

เสียงของแอวริลแผ่วเบามาก แต่เซี่ยเฟยก็ยังรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อได้ยินความคิดถึงจากหญิงสาวที่เขารัก

การแยกกันอยู่ไกลกันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทั้งสองคนเลย ซึ่งในความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นเซี่ยเฟยหรือแอวริลต่างก็พยายามจะทำให้ตัวเองยุ่งเพื่อไม่ให้พวกเขาคิดถึงอีกฝ่ายเหมือน ๆ กัน

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เซี่ยเฟยก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า

“เมื่อกี้ฉันได้คุยกับชาร์ลีและลูกน้องฉันคนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องพันธุกรรมมาก พวกเขาบอกว่าตอนนี้พวกเขากำลังวิจัยน้ำยาปรับสภาพยีนที่ปลอดภัยออกมาโดยเร็วที่สุด หลังจากที่พวกเขาทำการวิจัยเสร็จแล้วฉันจะเอามันไปให้เธอนะ” เซี่ยเฟยกล่าว

แอวริลพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

“เธอไม่ถามฉันเลยเหรอว่าทำไมฉันถึงอยากให้เธอเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7?” เซี่ยเฟยถาม

“ไม่ล่ะ ฉันรู้ว่านายจะต้องมีเหตุผล” แอวริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยรู้สึกอบอุ่นภายในใจอีกครั้ง เพราะความรู้สึกไว้วางใจโดยปราศจากเงื่อนไขของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก

หลังจากวางสายจากแอวริล เซี่ยเฟยก็ติดต่อไปหาชาร์ลีอีกครั้ง

“ฉันขอย้ำอีกครั้งว่าน้ำยาปรับสภาพยีนที่กำลังวิจัยอยู่จะต้องทดสอบกับมนุษย์และมีความปลอดภัย 100% เท่านั้น ฉันไม่สนว่าผู้ทดลองจะต้องตายไปกี่คน แต่ฉันจะไม่ให้แอวริลเสี่ยงอย่างเด็ดขาด!” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

แน่นอนว่าทางพันธมิตรออกกฎห้ามไม่ให้มีการทดลองกับมนุษย์แล้ว แต่เซี่ยเฟยก็มีแฮร์ริสที่พร้อมจะทำเรื่องนี้ให้กับเขาอยู่แล้ว

“ผมจำได้ที่คุณเคยบอกว่าตราบใดก็ตามที่คนของคุณรอด คุณก็ไม่สนว่าคนทั้งโลกจะต้องตายหรือไม่ ผมไม่เคยลืมประโยคนี้เลยสักครั้ง ไม่ต้องห่วงผมจะทำทุกอย่างไม่ให้มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ตราบใดก็ตามที่คนของคุณรอด คุณก็ไม่สนว่าคนทั้งโลกจะต้องตายหรือไม่” โอโร่พึมพำกับตัวเองหลังจากได้ยินคำพูดของชาร์ลี

หลังจากอธิบายเรื่องต่าง ๆ กับชาร์ลีแล้ว เซี่ยเฟยก็ทำการติดต่อไปหาโซฟีเพื่อถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการสร้างไททัน ซึ่งทุก ๆ อย่างก็ยังคงดำเนินการไปอย่างราบรื่น แต่เนื่องจากว่าไททันมีขนาดใหญ่มากเกินไป มันจึงจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลานานหลายปีจึงจะสร้างยานลำนี้ได้แล้วเสร็จ

ในตอนเช้าชายหนุ่มก็เดินทางไปยังท่าน้ำที่หยูเจียงชอบมาตกปลาตามที่เขาได้นัดหมายเอาไว้ และเขาก็ได้พบกับคอปเปอร์ทันทีที่เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้

“เซี่ยเฟย!”

“ครูฝึก!”

ทั้งสองฝ่ายเริ่มทักทายกันอย่างดีใจ ซึ่งคอปเปอร์ก็ดูผอมลงไปกว่าเดิมมาก ส่วนเท้าซ้ายของเขาก็ดูเหมือนคนที่ได้รับบาดเจ็บ

“ขาคุณ…”

“ไม่มีอะไร มันก็แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย” คอปเปอร์กล่าวพร้อมกับรีบปกปิดอาการบาดเจ็บของตัวเองไว้

เมื่อได้เห็นสภาพของคอปเปอร์มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเกาะอสรพิษพิทักษ์จะต้องเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก ไม่อย่างนั้นคอปเปอร์ก็คงจะไม่ได้มีสภาพเป็นแบบนี้หลังจากถูกย้ายไปอยู่ที่เกาะนั้นเพียงแค่ 2 เดือน

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วและสาปแช่งดูบาร์อยู่ภายในใจ ซึ่งถ้าหากว่าเขาไม่ได้รีบเรียกคอปเปอร์กลับมา เขาก็เกรงว่าเขาคงจะพบกับครูฝึกคนนี้ตอนที่อีกฝ่ายกลายเป็นศพไปแล้ว

เมื่อคอปเปอร์ถูกย้ายกลับมาด้วยความช่วยเหลือของเซี่ยเฟย เขาจึงกล่าวขอบคุณชายหนุ่มซ้ำ ๆ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เซี่ยเฟยยังได้กลายเป็นนักรบกฎขั้นสูงสุดแล้ว สถานะระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“เอาล่ะมีอะไรอยากจะคุยค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางไปที่เมืองอีกาดำแล้ว” หยูเจียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

***************

จบบทที่ ตอนที่ 577 แววตาอาฆาต

คัดลอกลิงก์แล้ว