- หน้าแรก
- เช็คอินสามปี กลายเป็นเทพแห่งหน่วยรบพิเศษระดับโลก
- บทที่ 1150 - ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง
บทที่ 1150 - ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง
บทที่ 1150 - ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง
บทที่ 1150 - ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง
เฉินหยวนสั่งเสียงเข้ม "รักษาความเร็วสูงสุดไว้!"
"ครับ!"
"โดรนจะถึงในอีกกี่นาที?"
"รายงาน หลังขีปนาวุธระเบิด ห้านาทีจะไปถึงครับ"
"ถึงแล้ว ส่งรูปภาพกลับมาทันที!"
"ครับ!"
เฉินหยวนไม่มีความกังวลใดๆ ในฐานะผู้ข้ามมิติที่มีระบบช่วย หากเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ ยังมัวแต่กลัวหัวหด หน้าพะวงหลัง เขาคงรู้สึกผิดต่อตัวเอง และผิดต่อระบบ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เฒ่าเย่บอกแล้ว ครั้งนี้เขารับผิดชอบเต็มที่ สถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า เขาสามารถตัดสินใจเองได้ ไม่ต้องรายงานเบื้องบน ก่อนทำแล้วค่อยรายงานทีหลังได้!
ตอนนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้ายังไม่ยิง จะรอไปเก็บศพพี่น้องร่วมชาติหรือไง?
เป็นไปไม่ได้!
คนอื่นอาจจะทำได้ แต่เฉินหยวนไม่มีทางทำเด็ดขาด
หลังจากเฉินหยวนออกคำสั่งโจมตี ที่บริเวณท่าเรือ ฝูงชนที่แออัดเบียดเสียดกันเต็มท่าเรือ ยึดพื้นที่ท่าเรือไว้จนหมด
ในฝูงชนมีทั้งคนขาว คนดำ คนผิวเหลือง คนทุกสีผิวรวมกันอยู่ที่นั่น แต่ละคนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตาย
เสียงกรีดร้องด้วยความกลัวดังขึ้นในฝูงชนไม่ขาดสาย
พวกเขามองไปข้างหน้าด้วยความสิ้นหวัง
"ไม่ ไม่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ใครก็ได้ช่วยพวกเราที"
"พระเจ้า ทำไมถึงเกิดสงคราม"
คนพวกนี้คือคนที่หนีออกจากที่นี่ไม่ทัน
เพราะสงครามปะทุขึ้นกะทันหัน ตอนที่พวกเขาอยากจะหนีก็สายไปแล้ว โดนลูกหลงเข้าเต็มๆ
ตอนนี้ท่าเรือเป็นที่พึ่งเดียวของพวกเขา หากถูกกลุ่มกบฏตีแตก ชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้
พวกกบฏที่โหดเหี้ยมพวกนั้นไม่เห็นคนเป็นคน พวกมันจะเมตตาปล่อยชาวต่างชาติอย่างพวกเขาไปเหรอ? ไม่มีทาง!
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เห็นชาวต่างชาติไม่น้อยตายอย่างอนาถใต้คมกระสุนของพวกมัน
ปัง ปัง...
ตู้ม ตู้ม...
เสียงปืนแสบแก้วหู เสียงระเบิดดังไม่ขาดสาย ดังมาจากที่ที่ไม่ไกลนักข้างหน้า
ยืนอยู่ที่ท่าเรือก็มองเห็นเปลวไฟที่ม้วนตัวขึ้นมา ควันไฟหนาทึบ และศพคนที่ถูกยิงตาย
นั่นคือกองทัพรัฐบาลที่กำลังต้านทานการบุกของกลุ่มกบฏ
ในอากาศค่อยๆ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นดินปืน ไฟสงครามกำลังลามมาทางพวกเขา
คาดว่าอีกไม่นาน กลุ่มกบฏจะฝ่าแนวป้องกันสุดท้าย พุ่งมาถึงที่นี่...
คนที่หลบอยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนธรรมดา ไม่เคยเห็นภาพอันน่าสยดสยองแบบนี้ รู้สึกเหมือนอยู่ในนรก
ความกลัวตายปกคลุมอยู่ในใจพวกเขา
ตู้ม ตู้ม...
ลูกปืนใหญ่ตกใส่ไม่หยุด ลูกไฟม้วนตัว กลืนกินชีวิตรอบข้างไปเรื่อยๆ
แนวป้องกันข้างหน้าของพวกเขาถูกฉีกกระชาก!
ทหารรัฐบาลท้องถิ่นที่เหลือล้มลงกับพื้นทีละคน กลายเป็นศพ
อำนาจการยิงของกลุ่มกบฏรุนแรงเกินไป พวกเขาต้านทานไม่ไหว
ฟิ้ว!
ลูกปืนใหญ่ลูกหนึ่งลอยข้ามท้องฟ้า ตกลงกลางท่าเรือ
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง เมฆรูปดอกเห็ดยักษ์ลอยขึ้น
ชาวต่างชาติดวงซวยไม่กี่คนในรัศมีระเบิด ถูกระเบิดร่างเละเป็นชิ้นๆ เลือดสาดกระเซ็น ตกลงพื้นดังแปะๆ
คนธรรมดาเคยเห็นภาพเลือดสาดขนาดนี้ที่ไหน?
เสียงกรีดร้องดังระงม เสียงร้องโหยหวนดังต่อเนื่อง
"กรี๊ด รีบถอย รีบถอย ใครก็ได้ช่วยด้วย พระเจ้า"
"พวกเราเป็นคนจักรวรรดิอังกฤษ ทำไมเรือรบของเราไม่มาช่วยเรา?"
"กองทัพเรืออันเกรียงไกรของเราอยู่ที่ไหน?"
เสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังดังขึ้นทั่วทุกสารทิศ
กลุ่มกบฏพวกนี้บุกเข้ามา ไม่สนชีวิตใครทั้งนั้น พวกมันต้องการแค่ชัยชนะ ควบคุมที่นี่ให้เบ็ดเสร็จ
เวลานี้ ในกลุ่มคนผิวเหลือง เด็กหญิงอายุเจ็ดแปดขวบดึงมือแม่ แววตาสดใสเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร้องไห้ตะโกนว่า "แม่จ๋า แม่จ๋า หนูเกลัว หนูเกลัว"
แม่ยังสาวกอดเด็กหญิงไว้ "หนูหนิว ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเราแล้ว รออีกแป๊บนะ อีกเดี๋ยวก็ไม่เป็นไรแล้ว"
เด็กหญิงมองแม่ด้วยความสงสัย "จริงเหรอคะ?"
แม่พยักหน้าอย่างหนักแน่น "จริงสิจ๊ะ ลูกมองไปทางทะเลนะ รอให้ลูกเห็นธงชาติสีแดงสด ก็จะเห็นพี่ๆ ทหารของเรามาแล้ว"
ปัง ปัง...
เวลานั้น เสียงกราดยิงหนาแน่นดังขึ้น กลบเสียงของแม่
แม่อุ้มลูกวิ่งไปทางท่าเรือ พลางหันกลับไปมอง
เงาร่างของกลุ่มกบฏปรากฏขึ้นแล้ว และคนที่ขวางหน้าพวกเขาคือกองทัพรัฐบาลท้องถิ่น ทั้งสองฝ่ายกำลังยิงกันอย่างดุเดือด
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ อำนาจการยิงของกลุ่มกบฏเหนือกว่า
ทหารรัฐบาลล้มลงเรื่อยๆ...
ตู้ม ตู้ม!
แนวป้องกันถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่อย่างหนัก
ควันดินปืนลอยโขมง
ทหารรัฐบาลที่ต้านทานอยู่ถูกแรงระเบิดซัดกระเด็น ล้มลงในกองเลือด ไม่มีความสามารถจะต้านทานได้เลย มีแต่ตายสถานเดียว
แนวป้องกันพังทลายอย่างสิ้นเชิงภายใต้อำนาจการยิงที่ดุเดือด
ตึก ตึก...
กลุ่มกบฏวิ่งออกมาจากที่ซ่อนอย่างได้ใจ ชูปีนโห่ร้องไม่หยุด สายตาแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ทรัพย์สินเงินทองและผู้หญิงสวยๆ ของคนธรรมดาข้างหน้านั้น เป็นของพวกเขาหมด!
นี่คือสงคราม นั่นคือของสงครามของพวกเขา
"รีบหนี! รีบหนี!"
"พวกมันจะบุกเข้ามาแล้ว!"
"พวกมัน... จะฆ่าเราไหม?"
"พวกมันเป็นพวกโจร ฆ่าคนไม่กะพริบตา..."
ทุกคนเห็นกลุ่มติดอาวุธทะลักออกมาจากข้างหน้า ก็กลัวจนตัวสั่น หันหลัง วิ่งหนีไปทางท่าเรืออย่างสุดชีวิต
แต่ข้างหน้าคือทะเล จะหนีไปไหน?
เสียงโห่ร้องของกลุ่มกบฏใกล้เข้ามาแล้ว
ทุกคนเบียดเสียดกันอยู่ที่ขอบท่าเรือ มองดูผิวน้ำอย่างสิ้นหวัง บนผิวน้ำนอกจากคลื่น ก็ไม่มีอะไรเลย
พวกเขาจบเห่แล้ว!
กลุ่มกบฏพวกนี้คือพวกวายร้าย ฆ่าคนวางเพลิง...
ในฝูงชน เด็กหญิงร้องไห้จ้าออกมาอีกครั้ง เสียงเล็กๆ ตะโกนว่า "แม่จ๋า แม่หลอกหนู เราจะตายแล้วใช่ไหม? ไม่มีใครมาช่วยเรา เราต้องตายกันหมดใช่ไหม? แม่จ๋า ใช่ไหม?"
"หนูหนิว ไม่อยากตาย หนู หนูยังไม่ได้เจอพ่อ พ่อยังไม่เจอหนูหนิว..."
แม่ยังสาวพูดคำปลอบโยนไม่ออก กอดลูกสาวแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ลูกสาวเพิ่ง 7 ขวบ เธอไม่รู้อะไรเลย ไม่ควรมาตายที่นี่
"หนูหนิว ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว มีแม่อยู่ มีแม่อยู่... ต้องมีคนมาช่วยเราแน่ ลูกชอบพี่ทหารไม่ใช่เหรอ? พวกเขาต้องมาช่วยหนูหนิวแน่ๆ" แม่ยังสาวพูดเสียงสะอื้น
"พวกเขาจะมาจริงเหรอ? จะมาเมื่อไหร่ คนเลว... คนเลวมาแล้ว ทำยังไงดี?" เด็กหญิงมองแม่ด้วยสายตาคาดหวังอีกครั้ง
แม่ยังสาวตอบ "ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว พวกเขากำลังเดินทางมา..."
ทันใดนั้น ดวงตาที่มองไปบนท้องฟ้าของเธอก็สว่างวาบขึ้นมาทันที มุมปากสั่นระริก
"นั่นคือ... นั่นคือ..."
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
เสียงแหวกอากาศดังถี่กระชั้นเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับจะฉีกกระชากมิติ
ทุกคนเงยหน้ามองฉากที่น่าตื่นตะลึงนี้