เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 564 วิธีควบคุมอาวุธมายา

ตอนที่ 564 วิธีควบคุมอาวุธมายา

ตอนที่ 564 วิธีควบคุมอาวุธมายา


ตอนที่ 564 วิธีควบคุมอาวุธมายา

“ว่าแต่ทำไมนายถึงไม่ใช้หงส์ครามในระหว่างการต่อสู้ล่ะ ทั้ง ๆ ที่นายมีอาวุธมายาที่ทรงพลังอยู่ในมือแท้ ๆ” ผู้อาวุโสดำเริ่มถามเปลี่ยนหัวข้อ

ข้อความจากผู้อาวุโสดำทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย และเขาก็ยกมือซ้ายออกมาสัมผัสแขนขวาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะแขนขวาคือที่อยู่ของหงส์คราม

ชายหนุ่มรู้ดีว่าหงส์ครามเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากและมันก็มีความยืดหยุ่นอยู่ในระดับที่น่าตกใจ ซึ่งในก่อนหน้านี้มันก็ได้ช่วยเหลือเขาออกมาจากขอบเหวแห่งความตายในระหว่างที่เขาได้เผชิญหน้ากับหนอนด้วงมิติ

“พูดตามตรงว่าผมยังไม่เข้าใจวิธีการใช้หงส์ครามเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขายังไม่สามารถควบคุมอาวุธชิ้นนี้ได้จริง ๆ

ผู้อาวุโสดำชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเป็นเวลานาน เพราะเขาไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะยังไม่สามารถควบคุมหงส์ครามได้แบบนี้

“นายมีอาวุธมายาแต่ไม่รู้วิธีใช้งั้นเหรอ? ใครเป็นคนให้หงส์ครามกับนายมา ทำไมเขาถึงไม่บอกวิธีใช้มันมาด้วย”

ความจริงแล้วเทพขาวดำก็ตั้งใจที่จะสอนเซี่ยเฟยให้ใช้หงส์ครามอยู่เหมือนกัน แต่ก่อนที่เขาจะได้ติดต่อมาหาชายหนุ่มพวกเขากลับถูกไล่ล่าเสียก่อน พวกเขาจึงไม่มีเวลาอธิบายวิธีการใช้หงส์ครามให้ชายหนุ่มฟัง

เซี่ยเฟยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากฎแห่งความโกลาหลได้นำภัยพิบัติมาสู่เทพขาวดำ และมันก็เป็นเรื่องที่โชคดีที่เขายังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปทำความรู้จักกับเผ่าเทพ ไม่อย่างนั้นถ้าหากว่าเรื่องที่เขาครอบครองกฎแห่งความโกลาหลถูกเปิดเผยออกไป ชะตากรรมของเขาก็คงจะไม่แตกต่างไปจากเทพขาวดำมากนัก

ผู้อาวุโสดำพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง จากนั้นเขาก็เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า

“หงส์ครามคืออาวุธมายาที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ พลังของมันจึงแข็งแกร่งมากอย่างไม่ต้องสงสัยและมันก็ยังถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ามันคือวัชพืชที่ดื้อรั้นที่สุดในจักรวาลอีกด้วย”

“ฉันเคยเห็นคนอื่นใช้อาวุธมายาชนิดอื่น ๆ มาก่อน ว่ากันว่าวิธีการใช้หงส์ครามได้ดีที่สุดคือการใช้มันในการทำลายการป้องกันและใช้มันในการจับกุม”

“นักรบส่วนใหญ่ในดินแดนของผู้ใช้กฎมักที่จะเรียนรู้วิชาป้องกันติดตัวเอาไว้ประมาณ 2 วิชาทุกคนอยู่แล้ว และหงส์ครามก็มีความสามารถพิเศษในการเจาะทะลุการป้องกันนั้นและเข้าไปจับกุมร่างของอีกฝ่ายได้”

เซี่ยเฟยพยายามจดจำวิธีการใช้หงส์ครามเอาไว้ เพราะคำอธิบายเหล่านี้ย่อมลดเวลาในการลองผิดลองถูกไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าหากว่าศัตรูโดนจับกุมโดยหงส์ครามจริง ๆ ชายหนุ่มก็จะสามารถลงมือจัดการอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

“แม้ว่าตอนนี้หงส์ครามจะยอมรับนายแล้วแต่มันก็ยังไม่ได้สร้างพันธสัญญาที่แท้จริงกับนายเลย และมันก็ต้องการที่จะสร้างความคุ้นเคยกับนายเสียก่อน” ผู้อาวุโสดำกล่าว

“สร้างความคุ้นเคย? หงส์ครามมันอยู่ในแขนขวาของผมตลอดเวลา แล้วมันยังจะต้องการสร้างความคุ้นเคยอีกงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสับสน

“เหตุผลที่มันยอมยึดติดอยู่กับนายนั่นก็เพราะว่านายมีความดื้อรั้นเหมือนกับมัน แต่การยึดติดแบบนี้เป็นเพียงแค่การพึ่งพาอาศัยนายเท่านั้นนายยังไม่สามารถที่จะเข้าควบคุมมันได้ หากนายต้องการที่จะควบคุมมันจริง ๆ นายก็จำเป็นจะต้องเสนอข้อแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างพันธสัญญากับมันขึ้นมา แล้วในเวลานั้นมันจึงจะถือได้ว่านายคือผู้ครอบครองหงส์ครามที่แท้จริง”

“เสนอข้อแลกเปลี่ยน? ผมต้องแลกเปลี่ยนอะไรกับมัน” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เงื่อนไขของหงส์ครามคือเลือด มันจะดูดเลือดภายในร่างกายของนายแล้วหยั่งรากลึกลงมาในร่างกายของนาย, ใช้ร่างกายของนายเป็นสารอาหาร, ใช้การต่อสู้เป็นเหมือนกับแสงอาทิตย์เพื่อที่จะให้ร่างกายของมันค่อย ๆ เติบโตขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ” ผู้อาวุโสดำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

“อะไรนะ?! นี่ผมต้องสังเวยเลือดให้มันงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ถูกต้อง เมื่อไหร่ก็ตามที่นายยอมสังเวยเลือดให้กับมัน หงส์ครามก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของนายอย่างแท้จริง และหลังจากนั้นมันก็จะเริ่มปฏิบัติตามคำสั่งของนายอย่างเคร่งครัด กลายเป็นมือเป็นเท้าให้นายใช้ได้ทุกเมื่อตามที่นายต้องการ”

“น่าเสียดายที่นายไม่ได้สังเวยเลือดให้กับมันตั้งแต่แรก เพราะในตอนนี้ใบหญ้าของหงส์ครามได้แตกออกเป็น 2 ใบแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่ามันจำเป็นจะต้องใช้เลือดปริมาณมากขึ้นเพื่อหยั่งรากลึกลงมาในร่างกายของนาย แล้วมันก็จะทำให้นายต้องพบเจอกับความเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม”

“ถ้าหากว่านายกลัวนายก็แค่ต้องไปหาคนอื่นเพื่อถ่ายโอนหงส์ครามออกไป หลังจากนั้นอาวุธมายาชิ้นนี้ก็จะไม่เป็นภัยอันตรายใด ๆ กับนายแล้ว” ผู้อาวุโสดำกล่าว

“กลัว? ในพจนานุกรมของผมไม่มีคำว่ากลัว ตราบใดก็ตามที่ความเสี่ยงนั้นแลกมากับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ผมก็ยินดียอมรับความเสี่ยงได้ทุกอย่าง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ผู้อาวุโสดำพยายามเน้นย้ำให้เซี่ยเฟยทราบถึงความอันตรายของการสังเวยเลือด แต่ชายหนุ่มกลับใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีในการยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบถึงชีวิต ซึ่งความเด็ดขาดนี้อยู่เหนือเกินกว่านักรบธรรมดาแล้วมันก็ถึงกับทำให้ผู้อาวุโสดำชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง

เมื่อตัดสินใจได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยก็หยิบมีดออกมากรีดแขนขวาตามแนวขวางทำให้เลือดปริมาณมหาศาลไหลออกมาในทันที

เกือบจะในเวลาเดียวกันหงส์ครามก็เริ่มทำการเคลื่อนไหว โดยการยื่นใบหญ้าทั้งสองใบไปพันบาดแผลเอาไว้อย่างกะทันหัน ต่อมามันก็เริ่มดูดซับเลือดของชายหนุ่มเข้าสู่ร่างกาย จนทำให้ทั่วทั้งใบหญ้าสีฟ้าค่อย ๆ ปรากฏเส้นสีแดงออกมาคล้ายกับเส้นเลือดฝอยในร่างกายของมนุษย์

ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาบาดแผลของเซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ ดีขึ้น และถึงแม้ว่ากระบวนการนี้จะค่อนข้างน่าตื่นเต้น แต่มันก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกอ่อนเพลียอย่างรุนแรง เนื่องมาจากว่าเขาได้เสียเลือดออกไปจากร่างกายในปริมาณที่เยอะมาก

แต่ในเวลาเพียงแค่ไม่นานหงส์ครามก็เริ่มคืนเลือดที่ดูดไปผ่านทางรากเข้าสู่ร่างกายของชายหนุ่ม ซึ่งเลือดที่ไหลผ่านร่างของหงส์ครามมันก็กลายเป็นเลือดที่มีความบริสุทธ์มากยิ่งขึ้น

เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ช่วยสร้างความประหลาดใจให้กับเซี่ยเฟยเพิ่มเติม เพราะการให้เลือดเป็นอาหารกับหงส์ครามไม่เพียงแต่จะไม่สร้างอันตรายให้กับเขาเท่านั้น แต่มันยังช่วยเสริมประโยชน์ให้กับร่างกายของเขาอีกด้วย

“นี่คุณโกหกผมงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถ้าฉันโกหกแล้วยังไง? นายจะกระทืบฉันงั้นเหรอ?” ผู้อาวุโสดำกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วจนเริ่มมีเส้นเลือดปรากฏขึ้นบนศีรษะ แต่เขาก็พยายามประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าผู้อาวุโสดำคือคนของเผ่ามาร และการที่คนของเผ่ามารมีนิสัยแบบนี้มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

“ถ้าหากว่านายสังเกตดี ๆ ตอนนี้บนใบหญ้าของหงส์ครามมีเลือดของนายไหลเวียนอยู่ภายในร่างของมันแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่ามันได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับนายโดยสมบูรณ์ หลังจากนี้มันจะใช้เลือดของนายเป็นอาหาร และยิ่งนายมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะส่งผลกระทบให้หงส์ครามยิ่งเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น”

เซี่ยเฟยพยายามหลับตาลงและสัมผัสถึงหงส์ครามที่ฝังตัวอยู่ภายในแขน จากนั้นเขาก็พยายามควบคุมหงส์ครามให้เคลื่อนที่ออกมาจากแขนของเขา

“ออกไป!”

ใบหญ้าค่อย ๆ ยืดตัวออกไปอย่างช้า ๆ ซึ่งหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นาน ใบหญ้าที่เหมือนหนวด 2 เส้นก็กำลังโบกไปมาในอากาศคล้ายกับพวกมันคือหนวดของปลาหมึก

เซี่ยเฟยพยายามควบคุมใบหญ้าให้เคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ และถึงแม้ว่าการควบคุมหงส์ครามในครั้งแรกจะค่อนข้างยากลำบากอยู่เล็กน้อย แต่ในที่สุดเขาก็สามารถควบคุมมันได้แล้ว

“เก็บ”

ทันใดนั้นหงส์ครามก็หดตัวกลายเป็นใบหญ้าเล็ก ๆ พันรอบแขนของชายหนุ่มอีกครั้ง

“ออกไป”

“เก็บ”

“ออกไป”

ชายหนุ่มพยายามฝึกฝนอย่างแข็งขัน ซึ่งความเข้าใจในการควบคุมหงส์ครามก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านพ้นไป

ในที่สุดชายหนุ่มก็สามารถควบคุมอาวุธโบราณชิ้นนี้ได้แล้ว เขาจึงลุกยืนขึ้นและเดินมุ่งหน้าออกไปจากสุสานแห่งนี้

หงส์ครามเป็นทั้งพืชและอาวุธ ซึ่งการที่จะทำให้เขากับมันคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็วมากที่สุดมันก็จำเป็นจะต้องพึ่งพาการต่อสู้

เซี่ยเฟยพยายามหลีกเลี่ยงมู่ฉิวโป๋และมองหาแมงมุมขาวในทุ่งน้ำแข็ง

เมื่อเทียบกับสองวันก่อน ตอนนี้ในทุ่งน้ำแข็งมีแมงมุมขาวอยู่มากขึ้นกว่าเดิมและพวกมันก็กำลังอาละวาดหนักขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ปกติสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้อาศัยอยู่ใต้พื้นผิวลงไปหลายกิโลเมตร แต่เนื่องจากเซี่ยเฟยได้ขุดดินไปรบกวนพวกมันโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกมันจึงคลานออกมาเหนือพื้นดินและเริ่มจู่โจมทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นเซี่ยเฟยหรือมู่ฉิวโป๋

พื้นที่ของสุสานที่ถูกครอบเอาไว้ด้วยกฎแห่งแสงมีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งมู่ฉิวโป๋ก็ได้อยู่ทางทิศตะวันตกของสุสาน ชายหนุ่มจึงได้ออกเดินทางไปทางฝั่งทิศตะวันออก

เมื่อไหร่ก็ตามที่มู่ฉิวโป๋เริ่มสัมผัสได้ถึงตัวตนของชายหนุ่ม เซี่ยเฟยก็จะหลบหนีเข้าไปภายในพื้นที่สุสานทันที และเมื่อมันได้ประกอบกับอุปสรรคอย่างแมงมุมจำนวนหลายหมื่นตัว มันจึงทำให้มู่ฉิวโป๋ไม่สามารถที่จะเข้าใกล้เซี่ยเฟยได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

มัด!

หลังจากผ่านการต่อสู้จริงอย่างต่อเนื่องเซี่ยเฟยก็สามารถควบคุมหงส์ครามได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในตอนนี้ใบหญ้าทั้งสองใบต่างก็มีความยาวถึง 30 เมตรแล้ว มันจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถใช้หงส์ครามในการโจมตีระยะกลางได้

ขวับ!

หงส์ครามเคลื่อนไหวเหมือนหนวดปลาหมึก 2 เส้นมัดร่างของแมงมุมขาวเอาไว้จนแน่น และถึงแม้ว่าแมงมุมขาวจะพยายามดิ้นรนอย่างหนัก แต่มันก็ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นออกไปจากใบหญ้าสีฟ้าได้ ท้ายที่สุดใบหญ้าของหงส์ครามก็มีความแข็งแรงมาก จนถึงขนาดที่แม้แต่หนอนด้วงมิติก็ยังไม่สามารถจะทำลายมันลงได้ง่าย ๆ

ฉึก!

เซี่ยเฟยแท่งบลัดบิวเทียสเข้าไปภายในร่างของแมงมุมขาวอย่างง่ายดาย ก่อนที่อาวุธชิ้นนี้จะเริ่มดูดเลือดของสัตว์ประหลาดเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม

หลังจากที่บลัดบิวเทียสถูกเปลี่ยนคุณสมบัติจากกฎแห่งความโกลาหล ข้อจำกัดของมันก็ไม่ใช่การดูดเลือดมนุษย์เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่มันสามารถที่จะดูดเลือดของสิ่งมีชีวิตได้ทุกชนิด มันจึงกลายเป็นอาวุธที่มีประโยชน์สำหรับชายหนุ่มมาก แตกต่างจากในอดีตที่เขาแทบที่จะไม่เคยหยิบมันออกมาใช้ในระหว่างการต่อสู้จริงเลย

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานร่างของแมงมุมขาวก็เริ่มเหี่ยวเฉา และเมื่อเขาสะบัดนิ้วดีดมันเบา ๆ ร่างของแมงมุมก็กลายเป็นฝุ่นที่ค่อย ๆ ล่องลอยไปในอากาศ

แมงมุมขาวทุกตัวที่ถูกบลัดบิวเทียสดูดเลือดเข้าไปต่างก็ล้วนแล้วแต่กลายเป็นฝุ่นภายในเวลาเพียงแค่ 3 วินาที ทั้ง ๆ ที่แมงมุมพวกนี้มีร่างกายขนาดใหญ่กว่าวัว ซึ่งมันก็หมายความว่าอัตราการดูดเลือดของบลัดบิวเทียสอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก

ชายหนุ่มกลับเข้าไปภายในสุสานอีกครั้ง จากนั้นเขาก็นำคริสตัลต้นกำเนิดออกมาเพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้า

“วันนี้ได้ 87 ตัวงั้นเหรอ? ไม่เลวเลยนี่” ผู้อาวุโสดำกล่าวขึ้นมา

วันต่อมาเซี่ยเฟยก็ยังคงฝึกฝนในรูปแบบเดิม โดยการออกไปจากสุสานจัดการกับแมงมุมขาวและเมื่อไหร่ก็ตามที่มู่ฉิวโป๋เริ่มเคลื่อนไหว เขาก็จะรีบหลบหนีออกไปปรากฏตัวอีกด้านของสุสานในทันที

“วันนี้ได้ 275 ตัว ดูเหมือนว่าเขาจะค่อย ๆ คุ้นเคยกับการใช้หงส์ครามมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสินะ” ผู้อาวุโสดำพึมพำกับตัวเอง

ในวันที่ 3 ชายหนุ่มก็สามารถที่จะสังหารแมงมุมขาวไปได้ถึง 910 ตัว วิชาพายุมิติปิดล้อมได้พัฒนาไปจนถึงระดับที่ 5 เหลือเพียงอีกแค่สองระดับก่อนที่เขาจะสามารถใช้วิชานี้ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในวันที่ 4 เขาสามารถสังหารแมงมุมขาวไปได้ 3,255 ตัว

ในวันที่ 5 เขาสามารถสังหารแมงมุมขาวไปได้ 9,118 ตัว

ในวันที่ 6 คือวันพักผ่อนและเขาก็ได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนวิชาหมัดพายุคลั่ง

ในวันที่ 7 เขาได้สังหารแมงมุมขาวไปทั้งสิ้น 10,348 ตัว โดยในระหว่างนั้นบลัดบิวเทียสก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ระยะเวลาในการดูดกลืนเลือดของแมงมุมขาวหดสั้นลงเหลือเพียงแค่ 2.5 วินาที ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าแม้กระทั่งอาวุธชิ้นนี้ก็กำลังเติบโตไปพร้อม ๆ กับเขาเช่นเดียวกัน

ในวันที่ 8 เขาเริ่มทำการฝึกฝนวิชาหมัดพายุคลั่งอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้เขาก็ได้บรรลุวิชาขั้นที่ 5 ของวิชาหมัดพายุคลั่งแล้ว เหลืออีกเพียงแค่สี่ระดับก่อนที่เขาจะสามารถใช้วิชานี้ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ในวันที่ 9 เขาได้จัดการแมงมุมขาวไปทั้งสิ้น 11,265 ตัว ซึ่งตลอดทั้งวันนั้นชายหนุ่มก็ได้ทำการสังหารแมงมุมทั้งวันแบบไม่มีหยุด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้หงส์ครามเริ่มมีประโยชน์ในการต่อสู้มากขึ้นเรื่อย ๆ และเซี่ยเฟยก็พยายามทดลองใช้กลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน ซึ่งมันก็ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการจู่โจมของเขาได้อย่างมากมายกว่าเดิม

14 วันต่อมาในที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้กลายเป็นนักรบกฎขั้นที่ 9 อยู่ห่างจากการพัฒนาจนกลายเป็นอัศวินกฎเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

ในวันนี้ชายหนุ่มได้เดินออกมาจากสุสานตามปกติ แต่จู่ ๆ เขากลับได้พบว่าในทุ่งน้ำแข็งนิรันดร์กลับตกอยู่ในความเงียบสงบ ไม่มีแมงมุมขาวให้เขาพบเห็นเลยแม้แต่ตัวเดียว

เมื่อไม่กี่วันก่อนสถานที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยแมงมุมขาวนับแสนตัว แล้วจู่ ๆ แมงมุมพวกนั้นมันได้หายตัวไปไหน

“พวกมันหายไปไหนกันนะ?” เซี่ยเฟยพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้ว

ยิ่งไปกว่านั้นร่องรอยของมู่ฉิวโป๋ก็ได้หายไปด้วยเหมือนกัน ชายหนุ่มจึงเริ่มสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี

***************

แล้วทุกคนล่ะคิดว่ามันหายไปไหนกันหมด?

จบบทที่ ตอนที่ 564 วิธีควบคุมอาวุธมายา

คัดลอกลิงก์แล้ว