- หน้าแรก
- เช็คอินสามปี กลายเป็นเทพแห่งหน่วยรบพิเศษระดับโลก
- บทที่ 970 - แย่งคน
บทที่ 970 - แย่งคน
บทที่ 970 - แย่งคน
บทที่ 970 - แย่งคน
เฉินหยวนไม่สนข้ออ้างใดๆ สั่งการทันที "ก่อนที่ผมจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการทหารบก อัตรากำลังต้องเต็ม ไม่งั้น ผมจะจัดการพวกคุณ!"
ความจริงแล้ว เฉินหยวนมีแผนการในอนาคตที่ชัดเจนมาก ยิ่งตำแหน่งของเขาสูงขึ้น ฐานทัพมังกรวิญญาณที่เขาสร้างมาก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย
ขนาดในปัจจุบันยังห่างไกลจากที่เขาคาดหวังไว้มาก
มังกรวิญญาณเป็นหน่วยงานที่มีโครงสร้างชัดเจนมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ไม่เพียงเป็นหน่วยลำดับที่หนึ่ง แต่ยังขึ้นตรงต่อเบื้องบน มีพลังการรบที่สมน้ำสมเนื้อ
แต่จำนวนคนที่มีอยู่นี่สิ น่าขายหน้าชะมัด
ตอนนี้นับรวมหมดยังได้แค่หน่วยเดียว ถ้าจะเลื่อนสถานะขึ้นไปทั้งอย่างนี้ มังกรวิญญาณอาจกลายเป็นเรื่องตลก
มีทีมที่แข็งแกร่งขนาดนั้น ปั้นคนเก่งๆ ออกมาได้ตั้งเยอะ แต่กลับรวบรวมคนให้ครบหนึ่งหน่วยไม่ได้ ถึงตอนนั้นจะเลื่อนสถานะต่อได้ไหม ก็ยังเป็นปัญหา
อีกอย่าง การขยายกำลังพลไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ในวันสองวัน เฉินหยวนไม่อยากให้มีพวกเช้าชามเย็นชามมาอยู่ในทีมของเขา ทุกคนที่เข้ามังกรวิญญาณ ต้องเป็นหัวกะทิ
เฉินหยวนต้องรับคนล่วงหน้า ให้พวกเส้าปินใช้ช่วงเวลาที่เขาไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยการทหารบก ทำการฝึกอบรมเบื้องต้น คัดกรองพวกที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออกไป รอเขาและกลับมา ก็จะเริ่มการฝึกเฉพาะทางต่อได้พอดี
เส้าปินมองเฉินหยวน กัดฟันพูดว่า "ครับ! คุณไปเรียนอย่างสบายใจเถอะ เรื่องหาคนปล่อยเป็นหน้าที่พวกเรา ไม่มีภารกิจเมื่อไหร่ พวกเราจะออกไปตระเวนหาคนเอง"
พูดจบ เส้าปินก็หัวเราะออกมา ท่ามกลางสายตางุนงงของคนอื่น แล้วว่า "ฉันรู้สึกว่า ถ้าวันหลังต้องออกจากวงการเพราะบาดเจ็บ ไปเป็นแมวมองได้เลยนะเนี่ย ฝึกสายตาหาคน มองคนขาด สายตาเฉียบคม ถึงตอนนั้นฉันก็จะตั้งฉายาให้ตัวเองว่า เส้าจอมหลุมพราง"
ประโยคเดียว เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งห้องประชุม
ก็จริงไม่ใช่เหรอ ฟ่านเหลยวันๆ ไม่มีอะไรทำก็วิ่งไปหน่วยนั้นหน่วยนี้ เห็นใครเข้าตาก็ไปชวนลูกพี่เขาดื่มเหล้า หาทางดึงคนมาอยู่เขี้ยวหมาป่าให้ได้
เฉินหยวนพูดอย่างหมั่นไส้ "แมวมอง? ถึงตอนนั้นไปอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เลยไหม เป็นพิธีกรก็ไม่เลวนะ แฟนผมทำงานอยู่ที่นั่น เดี๋ยวฝากงานให้ได้"
จ้านเฟิงหัวเราะร่า พูดเสริม "ไอเดียดี หัวหน้าเส้าหน้าตาขี้ริ้วไปหน่อย ไม่หล่อเท่าผม ผิวก็ดำไปนิด แต่พูดจาฉะฉาน ไปเป็นพิธีกรประกาศรายการก็น่าจะไหว"
ติงเหย่ก็ร่วมวงด้วย "เดี๋ยวนี้หน้าตาไม่สำคัญแล้ว เขาใช้ฟิลเตอร์กัน แถมมีช่างแต่งหน้ามืออาชีพช่วยแต่งให้ ในทีวีดูไม่ออกหรอกว่าหน้าเดิมเป็นไง"
เห็นท่าทางออกรสออกชาติของแต่ละคน เส้าปินก็อดไม่ได้ที่จะด่ากลั้วหัวเราะ "เฮ้ยๆ พวกนายนี่ชักจะเกินไปแล้วนะ ลูกพี่แค่ล้อฉันเล่น พวกนายถึงกับรุมยำฉันขนาดนี้ เลิกคบเว้ย ไปไกลๆ เลย!"
เสียงหัวเราะเฮฮาดังลั่นห้องประชุม
อยู่กับพี่น้องบางทีก็เป็นแบบนี้ มีอะไรก็พูดกันตรงๆ ไม่มีความกดดันใดๆ ในใจมีความสุขมาก แม้แต่คนทื่อๆ อย่างเฉินหยวน บางครั้งก็ตามมุกทัน
นี่เป็นบรรยากาศที่เฉินหยวนชอบมาก เมื่อก่อนตอนหัวหน้าหมู่ยังอยู่ พวกเขาก็พูดคุยหยอกล้อกันแบบนี้บ่อยๆ
เพียงแต่ หัวหน้าหมู่กลับมาไม่ได้อีกแล้ว
หยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ โจวไห่ก็พูดขึ้นว่า "สถานการณ์ในประเทศเป็นยังไง ทุกคนก็รู้ดี แต่ละหน่วยพอมีต้นกล้าดีๆ ก็เก็บเงียบ กลัวโดนคนอื่นเล็งแล้วเอาตัวไป ขนาดฟ่านเหลยอยากได้คนสักคน ยังต้องแบกหน้าแก่ๆ หิ้วเหล้าดีๆ ไปหาถึงที่ ไปดวลเหล้ากับเขาแทบตาย..."
ประโยคเดียว ทำเอาทุกคนเงียบกริบอีกครั้ง
โจวไห่พูดถูก นี่คือสถานการณ์ปัจจุบัน
เด็กใหม่ที่เข้ามาแต่ละปีมีจำนวนจำกัด คนที่โดดเด่นจริงๆ มีแค่ไม่กี่คน หน่วยงานปกติพอเจอเข้า ก็ต้องประคบประหงม หวังฝากผีฝากไข้ให้สร้างชื่อเสียงให้หน่วยในอนาคต
ถ้าส่งไปหน่วยพิเศษหมด หน่วยปกติก็จะอ่อนแอลง
ดังนั้น จะโทษหัวหน้าหน่วยปกติที่ชอบซ่อนคนเก่งๆ ก็ไม่ได้
"เฮ้อ รู้สึกว่าหาคนนี่ยากกว่าไปรบฆ่าศัตรูอีกแฮะ"
ติงเหย่ที่อยู่ข้างๆ เริ่มปวดหัว
เขามาจากหน่วยปกติ เคยถูกหน่วยพิเศษหมายตาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับเลือกเพราะรูปร่างที่สูงใหญ่เกินไป จนกระทั่งเฉินหยวนตาถึงเลือกเขาออกมา
ดังนั้น เขาจึงไม่มีแนวคิดเรื่องการหาคนมาก่อน คิดเสมอว่าขอแค่หน่วยพิเศษชั้นยอดเอ่ยปากอยากคัดตัวคนเก่ง หน่วยต่างๆ ก็จะให้ความร่วมมือเต็มที่
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ความจริงจะเป็นแบบนี้
เฉินหยวนบ่น "ปกติฆ่าศัตรูไม่กลัวตาย แต่พอหาคนดันยากเย็นแสนเข็ญ"
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหยวนก็พูดต่อ "ความจริง เราไม่จำเป็นต้องไปแย่งคนจากหน่วยอื่นหรอก ไปไซต์งานก่อสร้าง ไปหาพวกขายของตามแผงลอย ก็ได้ คนพวกนี้เกิดมาเพื่อเป็นผู้แข็งแกร่งอยู่แล้ว ขอแค่ตรวจสอบประวัติให้ดี และผ่านการทดสอบความภักดีด่านสุดท้าย ก็ไม่มีปัญหา"
ฟังเฉินหยวนพูดจบ ตอนแรกทุกคนก็อึ้งไปพักหนึ่ง แต่แล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
คนงานก่อสร้างแรงเยอะอยู่แล้ว สู้งาน แบกทรายหนักหลายสิบกิโลเดินตัวปลิวในป่าคอนกรีตเพื่อหาเลี้ยงชีพ ขอแค่ฝึกฝนหน่อย จะเป็นคนเก่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก
พ่อค้าแผงลอยยิ่งแล้วใหญ่ หูตาไว ปกติก็มีความรู้สึกไวเป็นพิเศษ ตำแหน่งพลสังเกตการณ์เหมาะกับพวกเขาจริงๆ
และงานพวกนี้ต้องใช้ความอดทนสูง หนุ่มสาวที่ทนความลำบากพวกนี้ได้ มารับการฝึกแบบคนเก่ง ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือ ชนชั้นแรงงานระดับล่างเหล่านี้ มักมีความรักชาติแบบซื่อๆ ขอแค่ชี้แนะหน่อย เรื่องการตรวจสอบประวัติก็ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่อะไร
ตอนนั้นเอง เฉินหยวนหันไปมองฉู่หยุนเฟย "เหมือนในประวัตินาย เมื่อก่อนนายก็เคยขายของบนสะพานลอยใช่ไหม"
หน้าของฉู่หยุนเฟยดำคล้ำทันที ด่ากลั้วหัวเราะว่า "อย่าพูดออกมาสิ ผมก็มียางอายนะ ไม่งั้นเลิกคบกันจริงๆ ด้วย"
เฉินหยวนยิ้มแล้วตอบคำเดียว "ไสหัวไป"
ชั่วขณะหนึ่ง ห้องประชุมก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง
วันต่อมา เฉินหยวนเริ่มเขียนรายงาน
จนถึงห้าโมงเย็น เฉินหยวนถึงวางปากกา แล้วออกจากฐานทัพมังกรวิญญาณ
ก่อนจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยการทหารบก เขายังมีเรื่องสำคัญมากอีกเรื่องหนึ่งต้องไปจัดการ