เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 551 กฎที่สาบสูญ

ตอนที่ 551 กฎที่สาบสูญ

ตอนที่ 551 กฎที่สาบสูญ


ตอนที่ 551 กฎที่สาบสูญ

“เมื่อกี้เหมือนฉันได้ยินว่าใครอยากจะจับตัวฉันใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างเย่อหยิ่งขณะกวาดสายตามองทุกคนด้วยแววตาอันดุร้าย จากนั้นเขาก็กล่าวต่อไปว่า

“นี่ไงฉันเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว หากใครกล้าก็เข้ามาจับตัวฉันไปสิ”

“ทหารจัดการมันซะ!” หมิงกุยตะโกนออกคำสั่งอย่างเย็นชา

“เลิกแหกปากได้แล้ว! ตอนนี้ทั้งยานเหลือแค่พวกแกเท่านั้นแหละ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์

“อะไรนะ?!” หมิงกุยอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง เพราะทั่วทั้งยานลำนี้มีคนของเขาอยู่มากกว่า 1,000 คนและมีผู้ใช้กฎอยู่ไม่น้อยกว่า 300 คน แต่ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที คนเหล่านี้กลับถูกพวกเซี่ยเฟยสังหารโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัวเลย

ในเวลาเดียวกันมู่หลินไป๋กับหยวนเตี้ยนก็เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ โดยเฉพาะหยวนเตี้ยนผู้ซึ่งเคยถูกกฎแห่งความโกลาหลของเซี่ยเฟยทำร้ายมาครั้งหนึ่งแล้ว เขาจึงต้องการที่จะแก้มืออีกครั้งเพื่อกู้คืนเกียรติยศของตัวเอง

แต่ทางด้านชานหยิงกำลังขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาเป็นราชากฎเพียงคนเดียวของทางฝ่ายหมิงกุย ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับหยูฮัวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

อย่างไรก็ตามท่าทางของหยูฮัวก็ไม่ได้มีความวิตกแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าอีกฝ่ายมีความมั่นใจในชัยชนะทั้ง ๆ ที่พวกเขาบุกเข้ามาที่นี่กันเพียงแค่สองคน

“ชานหยิงงั้นเหรอ?” หยูฮัวถาม

“ใช่ ฉันเอง” ชานหยิงตอบ

“ฉันรู้ดีว่ากว่าจะผ่านขึ้นมากลายเป็นราชากฎมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ถ้านายยอมจากไปแต่โดยดี ฉันก็จะปล่อยให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไป” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ทำไม?”

“ไม่มีเหตุผล เรื่องนี้มันเป็นความขัดแย้งระหว่างเซี่ยเฟยกับหมิงกุย ดังนั้นถ้านายไม่เข้าไปยุ่งฉันก็จะไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน”

“แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?” ชานหยิงกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

หยูฮัวสะบัดมือออกไปเบา ๆ พร้อมกับเรียกวิชาเจ็ดมังกรแยกฟ้าขึ้นมาภายในมือ

“เจ็ดมังกรแยกฟ้า!! นี่นายกลายเป็นราชากฎขั้นสูงแล้วงั้นเหรอ?!” ชานหยิงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

หยูฮัวเผยรอยยิ้มและพยักหน้ากลับไปเป็นคำตอบ

“แบบนี้ฉันก็ไม่มีหวังที่จะได้รับชัยชนะเลยสินะ” ชานหยิงกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์

“ถ้านายรู้สถานะของตัวเอง สักวันหนึ่งฉันก็เชื่อว่านายจะขึ้นมายืนบนจุดนี้ได้” หยูฮัวกล่าว

บทสนทนาระหว่างราชากฎทั้งสองเริ่มทำให้พวกหมิงกุยรู้สึกกังวล เพราะถ้าชานหยิงละทิ้งพวกเขาไปจริง ๆ มันก็จะทำให้พวกเขาขาดกำลังรบที่สำคัญ

“จำได้ไหมว่าฉันเคยช่วยชีวิตของคุณเอาไว้ แล้วคุณก็สัญญาว่าจะคอยอยู่รับใช้ฉันเป็นเวลา 3 ปี!!” หมิงกุยตะโกนทวงสัญญาออกไปเสียงดัง

“ฉันสัญญาว่าจะคอยอยู่รับใช้แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะขายชีวิตของตัวเองสักหน่อย อีกอย่างอย่าลืมนะว่าที่นี่คือดินแดนของผู้ใช้กฎ คุณคงไม่คิดว่าคำสัญญาของที่นี่จะเป็นเรื่องจริงจังใช่ไหม?” ชานหยิงกล่าว

คำตอบของชานหยิงทำให้หมิงกุยหน้าซีดอย่างฉับพลัน เพราะท้ายที่สุดชานหยิงก็เป็นถึงราชากฎขั้นที่ 5 ดังนั้นถ้าหากชานหยิงเลือกที่จะทิ้งพวกเขาไป มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะรอดพ้นไปจากน้ำมือของหยูฮัว

“จบแล้ว มันจบแล้ว!” หมิงกุยทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นพร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างสิ้นหวัง

“คนพวกนั้นคือพวกที่ต้องการไปจับตัวนายเมื่อครั้งก่อนนี่ ดังนั้นพวกเขาคือศัตรูของนายใช่ไหม? ฉันจำได้ว่านายเคยบอกว่าศัตรูทุกคนจะต้องตาย เอาเป็นว่าฉันให้โอกาสนายฆ่าพวกเขาด้วยมือของนายเองก็แล้วกัน” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับตบไหล่เซี่ยเฟยเบา ๆ

เซี่ยเฟยพยักหน้าตอบกลับโดยยังคงรักษาความสงบของตัวเองเอาไว้

บทสนทนาระหว่างหยูฮัวกับเซี่ยเฟยทำให้มู่หลินไป๋กับหยวนเตี้ยนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะถ้าหากหยูฮัวไม่ได้เคลื่อนไหว การจัดการกับเซี่ยเฟยเพียงคนเดียวก็ถือว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ สำหรับพวกเขา

ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ยังมีพลังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ดังนั้นถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีพลังในการจู่โจมที่แปลกประหลาด แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะเอาชนะพวกเขาได้ ส่วนเหตุผลที่วันนั้นหยวนเตี้ยนได้รับความพ่ายแพ้นั่นก็เป็นเพราะความประมาทของตัวเขาเอง

“อย่าพยายามใช้เข็มทิศมิติล่ะ ยานลำนี้ถูกฉันผนึกเอาไว้หมดแล้ว”

ทันทีที่หยูฮัวพูดจบลงร่างของเขาก็หายไปจากห้องพร้อมกับชานหยิง เหลือเพียงแค่เซี่ยเฟยกับพวกหมิงกุยเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในห้อง

“ฮ่า ๆ ๆ วันนี้แหละฉันจะต้องแก้แค้นเรื่องในวันนั้นให้ได้” หยวนเตี้ยนกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ไหนนายบอกว่านายจะปล่อยฉันไป?” ชานหยิงกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้วขณะที่เขาถูกหยูฮัวลากออกมาในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

หยูฮัวเผยรอยยิ้มก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังยานบรรทุกสินค้าของหมิงกุย

“ไม่ต้องห่วง ฉันแค่อยากให้นายดูอะไรดี ๆ ก่อนไป”

“เด็กที่นายพามาด้วยไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่หลินไป๋กับหยวนเตี้ยนหรอก ถ้าหากว่านายไม่รีบกลับไประวังว่าเขาจะตายไปเสียก่อนล่ะ” ชานหยิงกล่าว

“นายคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“ถึงแม้ว่าฉันจะมีตาเดียวแต่ฉันก็ไม่เคยมองใครผิดมาก่อน”

“ถ้าอย่างนั้นคราวนี้มันก็เป็นครั้งแรกที่นายมองคนผิดแล้วล่ะ เซี่ยเฟยไม่ใช่คนที่จะถูกจัดการได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น”

ชานหยิงขมวดคิ้วจนเห็นรอยย่นบนหน้าผาก แต่เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับไป

“พวกเรามารอดูสิ่งที่น่าสนใจกันเถอะ หลังจากที่ได้ดูเรื่องนี้แล้วเดี๋ยวนายก็จะเข้าใจเรื่องทุกอย่างเอง” หยูฮัวกล่าว

มู่หลินไป๋กับหยวนเตี้ยนแยกกันเคลื่อนไหวออกไปทางซ้ายและทางขวา เพื่อพยายามล้อมร่างของเซี่ยเฟยเอาไว้

“ถึงยังไงหยูฮัวก็ไม่มีทางปล่อยพวกเราไปอยู่แล้ว อย่างน้อยพวกเราก็ต้องลากไอ้เด็กนี่ไปลงนรกพร้อมกับพวกเราให้ได้!” หมิงกุยส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ฉันไม่ได้มาที่ดินแดนของผู้ใช้กฎเพื่อให้ใครมาฆ่าฉันหรอกนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“เรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่แกจะเป็นคนตัดสินใจ ท้ายที่สุดแกก็เป็นเพียงแค่นักรบกฎขั้นที่ 4 ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น ส่วนเหตุผลที่หยวนเตี้ยนพลาดในครั้งที่แล้วนั่นก็เพราะว่ามันโง่ประมาทศัตรูมากเกินไป” มู่หลินไป๋กล่าวอย่างเหยียดหยาม

หยวนเตี้ยนมองไปทางมู่หลินไป๋ด้วยแววตาที่แข็งกร้าว เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาต่อว่าตัวเองแบบนี้

“ระดับ 6 ต่างหากล่ะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเริ่มถักทออักขระนักรบกฎขั้นที่ 6 ขึ้นมาในอากาศ

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกตกตะลึง เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนเซี่ยเฟยยังคงเป็นนักรบกฎขั้นที่ 4 จริง ๆ แต่หลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปเพียงแค่สัปดาห์เดียว ชายหนุ่มคนนี้กลับพัฒนากลายเป็นนักรบกฎขั้นที่ 6 ซึ่งมันเป็นความเร็วในการพัฒนาที่น่าอัศจรรย์มากจนเกินไป

“นี่มันเป็นไปไม่ได้?! มันไม่มีใครเคยพัฒนาด้วยความเร็วระดับนี้มาก่อน” หยวนเตี้ยนส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับดวงตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบโดยไม่ตอบคำถาม เพราะเขาไม่จำเป็นจะต้องตอบคำถามของศัตรู

“ถึงแกจะเลื่อนระดับมาเป็นนักรบกฎขั้นที่ 6 แล้วยังไงล่ะ? ถึงยังไงแกก็ไม่สามารถต่อกรกับอัศวินกฎแบบฉันได้อยู่แล้ว”

ทันใดนั้นหยวนเตี้ยนก็เริ่มลงมือก่อนเป็นคนแรก โดยการใช้มีดที่อาบไปด้วยกระแสไฟฟ้าจู่โจมเข้าใส่เซี่ยเฟยอย่างฉับพลัน

หมัดพายุคลั่ง!

เซี่ยเฟยก้าวเท้าไปข้างหน้าเพื่อต้องการที่จะปะทะกับหยวนเตี้ยนโดยตรง

“ทำลายมันไปซะ!”

ทันใดนั้นหยวนเตี้ยนก็นึกถึงภาพที่จู่ ๆ กระแสไฟฟ้าได้ย้อนกลับมาจู่โจมตัวเขาเอง เขาจึงรีบเบี่ยงหลบออกไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็วและดึงกระแสไฟฟ้าทั้งหมดภายในมีดกลับมา

เหตุการณ์นี้คล้ายกับสำนวนที่เคยพูดกันในสมัยโบราณว่าคนที่โดนงูกัด 1 ครั้งจะกลัวเชือกป่านไปเป็นเวลานับ 10 ปี ด้วยเหตุนี้หยวนเตี้ยนที่เคยทุกข์ทรมานจากการปะทะกับเซี่ยเฟยจึงไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับชายหนุ่มคนนี้โดยตรง

การกระทำของหยวนเตี้ยนทำให้มู่หลินไป๋ขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาก็ได้มองไปยังสหายร่วมรบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง

ทริปเปิ้ลมูนชาร์ป!!

ในเวลาต่อมาคลื่นแสงรูปพระจันทร์ครึ่งซีก 3 ดวงก็ถูกปล่อยออกมาเข้าหาเซี่ยเฟย แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าการโจมตีในครั้งนี้ไม่ใช่การโจมตีด้วยแสง แต่มันคือหนึ่งในวิชาของกฎแห่งมิติ

พายุมิติปิดล้อม!

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็ทำการปล่อยคลื่นมิติ 4 ระลอกออกไปปะทะกับคลื่นแสงโดยตรง ซึ่งในตอนนี้เซี่ยเฟยก็ได้ฝึกวิชาพายุมิติปิดล้อมมาจนถึงขั้นที่ 4 แล้ว และเขายังได้แฝงพลังของกฎแห่งความโกลาหลเข้าไปภายใต้การโจมตีในครั้งนี้ด้วย

ตูม!

มู่หลินไป๋คืออัศวินกฎขั้นที่ 3 พลังมิติที่เขาได้ปล่อยออกมาจึงมีความแข็งแกร่งกว่าเซี่ยเฟยเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมากลับสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนมาก เพราะคลื่นมิติของเซี่ยเฟยสามารถที่จะทำลายคมดาบแสงจันทร์ของมู่หลินไป๋ลงไปได้

ยิ่งไปกว่านั้นคลื่นมิติของเซี่ยเฟยก็ยังไม่มีท่าทีที่จะหยุดลง มันจึงยังคงพุ่งไปใส่มู่หลินไป๋ด้วยความรวดเร็ว

“แย่แล้ว!” มู่หลินไป๋อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะรีบหลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามา

ตูม

เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับกำแพงห้องที่พังทลาย และแม้แต่ตัวยานบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ก็กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินเซี่ยเฟยต่ำเกินไปจริง ๆ สินะ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่นักรบกฎแต่พลังทำลายของเขากลับเทียบเท่าได้กับอัศวินกฎขั้นสูง” ชานหยิงอุทานขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่ ความแข็งแกร่งของเซี่ยเฟยไปถึงระดับอัศวินกฎขั้นสูงแล้ว แต่นายไม่คิดเหรอว่าการโจมตีของเขาค่อนข้างจะแปลกประหลาดไปกว่าการโจมตีทั่ว ๆ ไป” หยูฮัวกล่าว

“การโจมตีของเขาแปลกมากจริง ๆ ปกติการโจมตีของกฎแห่งมิติไม่ควรจะมีพลังทำลายรุนแรงถึงขนาดนี้ และถึงแม้ว่ามันจะมีหลาย ๆ ตระกูลที่พัฒนาแนวทางการใช้กฎแห่งมิติแตกแขนงออกไปอย่างมากมาย แต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นใครใช้กฎแห่งมิติในลักษณะนี้มาก่อนเลย”

“ดูเหมือนกฎแห่งมิติของเซี่ยเฟยจะมีคุณลักษณะของการเปลี่ยนแปลง โดยมันสามารถเปลี่ยนแปลงการโจมตีของคนอื่นได้ทันทีที่การโจมตีพวกนั้นได้สัมผัสเข้ากับการโจมตีของเขา” ชานหยิงพยายามวิเคราะห์สถานการณ์

“นายคิดว่ามันพอจะมีโอกาสที่เซี่ยเฟยแฝงพลังของกฎอื่น ๆ เข้าไปในกฎแห่งมิติหรือเปล่า?” หยูฮัวกล่าว

“มันก็พอมีโอกาสเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปอย่างที่เรารู้กันดีว่ากฎหลักของจักรวาลทั้งสามข้อยืนหยัดอยู่กับจักรวาลมาอย่างภาคภูมิเป็นเวลานาน กฎข้ออื่น ๆ จึงกลายเป็นเพียงแค่กฎเล็ก ๆ หรือกฎเสริมที่แตกแยกย่อยออกไปจากกฎหลักเท่านั้น และการเอากฎข้อเล็ก ๆ เข้ามารวมกับกฎหลักมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่ากฎเสริมชนิดไหนถึงสามารถเสริมพลังการโจมตีได้มากขนาดนี้ ฉันเลยคิดว่าเซี่ยเฟยน่าจะมีการตีความกฎแห่งมิติในลักษณะใหม่มากกว่า”

“พรสวรรค์ของเขาเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาจริง ๆ ถ้าหากว่าเขายังคงเติบโตอย่างดีต่อไป บางทีในอนาคตเขาก็อาจจะเริ่มก่อตั้งตระกูลเป็นของตัวเอง หรือบางทีเขาก็อาจจะพัฒนาจนเข้าไปยังเผ่าเทพเลยก็ได้ใครจะรู้”

น้ำเสียงของชานหยิงตื่นเต้นมาก แต่หยูฮัวยังคงความสงบของตัวเองเอาไว้

“นายคิดว่ามันพอจะมีโอกาสเป็นกฎแห่งเวลาที่หายสาบสูญไปได้หรือเปล่า?” หยูฮัวกล่าวถาม

เมื่อได้ยินคำถามนี้ชานหยิงก็หันไปมองหยูฮัวด้วยความระแวดระวัง

“พวกเราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าถึงแม้กฎหลักของจักรวาลจะมีสามข้อ แต่กฎแห่งเวลาที่สำคัญที่สุดได้สูญหายไปเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ส่วนชื่อเดิมของนายก็คือว่านเยียนยู่ตู้จากตระกูลว่านเยียน ที่ในตำนานเล่าขานกันว่าตระกูลของนายคือตระกูลสุดท้ายที่เคยได้สัมผัสกฎแห่งเวลา”

“ในฐานะที่นายเป็นลูกหลานของตระกูลว่านเยียน นายเคยเรียนรู้เรื่องของกฎแห่งเวลามาบ้างหรือเปล่า?”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะขุดคุ้ยเรื่องของนายขึ้นมาหรอกนะ ฉันแค่บังเอิญรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนายจากเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น และในวันนี้ฉันก็แค่เจอนายโดยบังเอิญ ฉันเลยอยากจะให้นายช่วยดูว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังใช้มีลักษณะใกล้เคียงกับกฎแห่งเวลาหรือเปล่า?” หยูฮัวถาม

สีหน้าของชานหยิงเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด และเขาก็ไม่อยากที่จะยอมรับเรื่องที่หยูฮัวพูดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

“ตอนฉันยังเด็กฉันเคยเห็นคุณปู่ใช้กฎแห่งเวลามาก่อน แต่ฉันสามารถพูดได้ตรงนี้เลยว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังใช้ไม่ได้ใกล้เคียงกับกฎแห่งเวลาเลยแม้แต่น้อย”

“ตระกูลว่านเยียนคือผู้ใช้กฎแห่งเวลาจริง ๆ งั้นเหรอ?”

“ฉันก็อยากให้ตระกูลของฉันไม่เคยเรียนรู้กฎที่โหดร้ายนั้นเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นตระกูลของฉันก็คงจะไม่ถูกกวาดล้าง และฉันก็คงจะไม่เสียดวงตาและสูญเสียบ้านของตัวเองไปแบบนี้” ชานหยิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“เซี่ยเฟยไม่ได้ใช้กฎแห่งเวลา ส่วนนายก็ยังไม่ทันที่จะได้เรียนรู้กฎแห่งเวลาสินะ... ถ้าอย่างนั้นนายก็ไม่มีประโยชน์สำหรับฉันแล้ว” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ไหนนายบอกว่านายจะปล่อยฉันไป?!” ชานหยิงอุทานขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

“นายบอกเองนี่ว่าที่นี่คือดินแดนของผู้ใช้กฎ นายคงไม่คิดว่าคำสัญญาของที่นี่จะเป็นเรื่องจริงจังใช่ไหม?” หยูฮัวกล่าวอย่างเยาะเย้ย เพราะประโยคนี้คือประโยคเดียวกันกับที่ชานหยิงเคยพูดกับหมิงกุยเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

***************

จบบทที่ ตอนที่ 551 กฎที่สาบสูญ

คัดลอกลิงก์แล้ว