เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 546 ออกไปแก้แค้น?

ตอนที่ 546 ออกไปแก้แค้น?

ตอนที่ 546 ออกไปแก้แค้น?


ตอนที่ 546 ออกไปแก้แค้น?

เซี่ยเฟยรู้ดีว่าหยูฮัวแข็งแกร่งกว่าที่ทุกคนคาดคิดเอาไว้มาก ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะไม่มีกองกำลังเสริม แต่หยูฮัวก็น่าจะสามารถจัดการกับพวกหมิงกุยด้วยตัวคนเดียวได้

อย่างไรก็ตามการเดินทางระหว่างเซี่ยเฟยกับหยูฮัวก็ค่อนข้างจะเป็นการจับคู่ที่แปลกประหลาดไปสักหน่อย

เซี่ยเฟยยังเป็นเพียงแค่นักรบกฎที่อ่อนแอ และเขาก็ยังคงทำตัวเหมือนกับตอนที่อยู่ในพันธมิตรที่ใช้เวลาในการฝึกฝนเพียงลำพังโดยไม่ค่อยจะขอคำแนะนำจากผู้อื่น

ขณะเดียวกันแม้หยูฮัวจะเป็นสมาชิกของตระกูลหยู แต่เขาก็ไม่ค่อยได้พึ่งพาอำนาจของตระกูลทำให้เขาไม่มีตำแหน่งใด ๆ ในตระกูลแห่งนี้เลย เพราะเขาชอบที่จะเคลื่อนไหวอย่างอิสระและเขาก็ไม่ชอบพึ่งพาคนอื่นไม่ต่างไปจากเซี่ยเฟย

การจับคู่ของพวกเขาจึงกลายเป็นการจับคู่ของผู้ที่แสวงหาอิสระ และเป็นพวกที่ไม่ชอบเดินตามเส้นทางของคนอื่น

หลังจากเดินผ่านประตูมิติ ชายหนุ่มก็ได้ปรากฏตัวในเมืองขนาดใหญ่ที่วุ่นวาย โดยดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งกำลังจะตกยังทิศตะวันตก แต่มันกลับมีดวงอาทิตย์อีกดวงหนึ่งกำลังจะขึ้นทางทิศตะวันออก มันจึงทำให้ภาพของท้องฟ้าของเมืองแห่งนี้ค่อนข้างที่จะดูแปลกตาไปเล็กน้อย

“ที่นี่คือดาวคาซา เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์การค้าที่รุ่งเรืองที่สุดในดินแดนของเรา บนท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์หมุนเวียนขึ้นลงทั้งหมด 3 ดวง ทำให้ดาวดวงนี้ไม่เคยตกอยู่ในความมืดมิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว” หยูฮัวกล่าวอธิบาย

“ไม่ใช่ว่าพวกเราจะไปหาหมิงกุยเหรอครับ แล้วทำไมพวกเราถึงมาที่นี่?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“หมิงกุยเป็นพวกระวังตัวมากทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แต่หลังจากการสืบสวนของฉัน ร่องรอยของหยูกู่เหอ, หยูชิงเหอและพวกชายชุดดำที่ต้องการจับตัวนายได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่”

“หากมีการเคลื่อนไหวผ่านประตูมิติหรือเข็มทิศมิติ มันก็พอมีวิธีการที่จะติดตามร่องรอยของผู้ใช้งานได้ แต่ร่องรอยของพวกเขากลับหายไปหลังจากที่ได้เดินทางมายังเมืองแห่งนี้ ฉันจึงสันนิษฐานว่ามันน่าจะมีสนามบินอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน แล้วพวกเขาก็อาศัยการเดินทางผ่านยานอวกาศเพื่อเดินทางไปยังฐานของหมิงกุยอีกต่อหนึ่ง”

“ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำเป็นอย่างแรกคือการตรวจสอบที่นี่ให้ละเอียด และค้นหาลูกน้องของหมิงกุยที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเมืองให้เจอ” หยูฮัวอธิบาย

แม้ว่าหยูฮัวจะอธิบายออกมาแบบนั้นแต่เมือง ๆ นี้ก็มีขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา และมันก็มีคนหลาย ๆ คนเดินทางเข้าออกเมืองนี้ทุกวินาที การพยายามค้นหาร่องรอยของหมิงกุยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

“จำไว้ว่าเมืองการค้ามักจะมีด้านมืดอยู่เสมอ นอกเหนือจากคาซาจะเป็นเมืองการค้าขนาดใหญ่แล้ว มันยังเป็นสถานที่ตั้งของตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนอีกด้วย ครั้งนี้ฉันจะพานายไปเปิดหูเปิดตาเองว่าด้านมืดของดินแดนผู้ใช้กฎมันเป็นยังไง” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยไม่ได้มีความคิดที่จะคัดค้าน เพราะเขาเป็นพวกชอบมองหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว นอกจากนี้ตลาดมืดก็เป็นแหล่งรวมความเสี่ยงและโอกาสเอาไว้ในที่เดียวกัน แต่ตราบใดก็ตามที่เขามีสายตาที่ดีมากพอ เขาก็อาจจะสามารถหาสมบัติจากเศษซากขยะในตลาดมืดได้

หลังจากนั้นหยูฮัวก็พาเซี่ยเฟยเดินเข้าไปในตลาดที่วุ่นวาย ซึ่งศูนย์การค้าบริเวณนี้ดูไม่ต่างไปจากโซนขายของให้นักท่องเที่ยวที่มีทั้งบาร์และร้านค้าอยู่ตามข้างถนน

“พวกเราไปหาพี่พักกันก่อน แล้วค่อยเริ่มสำรวจกันทีหลัง” หยูฮัวกล่าว

ต่อมาพ่อค้าตระกูลหยูก็นำชายหนุ่มเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอย ก่อนที่จะเดินทางมาถึงโรงแรมธรรมดา ๆ แห่งหนึ่งที่มีชายขี้เมา 2 คนกอดคอกันอ้วกอยู่ตรงประตู จนทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะยกมือขึ้นมาอุดจมูกเอาไว้ไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมในบริเวณนี้ให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากการได้อยู่ในสลัม

หลังจากเปิดประตูเข้าไปในโรงแรมเล็ก ๆ พวกเขาก็ได้พบกับพนักงานหญิงอ้วนเพียงคนเดียว โดยภายในมือของเธอกำลังถือของกินอะไรสักอย่างสีดำแล้วเคี้ยวมันอย่างมูมมามด้วยความเอร็ดอร่อย

เมื่อเห็นหยูฮัวกับเซี่ยเฟยเดินเข้ามาในโรงแรม หญิงอ้วนก็รีบวางอาหารเอามือเช็ดปากและหยิบกุญแจออกมาวางบนโต๊ะ

หยูฮัวพยักหน้าให้กับเธอก่อนที่จะคว้ากุญแจที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน และเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 พร้อมกับเซี่ยเฟย

“ข้อดีของที่แบบนี้คือไม่มีใครมาสนใจว่าเราจะทำอะไร ในทางกลับกันถ้าหากว่าเราไปเข้าพักโรงแรมที่มีมาตรฐาน ตัวตนของเราก็จะเริ่มดึงดูดความสนใจของคนอื่น ๆ อย่างที่เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้” หยูฮัวอธิบายให้เซี่ยเฟยฟัง

หลังจากเดินไปจนสุดทางเดินพวกเขาก็เดินมาจนถึงห้องที่มีเลขตรงตามกุญแจ แต่เมื่อพวกเขาเปิดประตูออกพวกเขากลับได้พบกับกลิ่นอับที่พัดโชยออกมา

ในความเป็นจริงห้อง ๆ นี้ถือได้ว่าเป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงแรมแล้ว เพราะมันเป็นห้องที่อยู่สุดทางเดินมันจึงเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้มากที่สุด แต่น่าเสียดายที่เสียงที่ดังทะลุเข้ามาจากหน้าต่างเป็นเสียงที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์นัก พวกเขาจึงเลือกที่จะปิดหน้าต่างและทนกับกลิ่นอับมากกว่าที่จะฟังเสียงพวกนั้น

ภายในห้องประกอบไปด้วยเตียง 2 เตียง, เก้าอี้ 2 ตัว, ตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ ซึ่งหนึ่งในตู้เสื้อผ้านั้นมีประตูหลุดออกไปหนึ่งบาน ขณะที่ผ้าปูที่นอนก็มีสีสันสดใสแตกต่างจากผ้าปูที่นอนที่ควรจะเป็นสีขาวเหมือนโรงแรมทั่ว ๆ ไปที่ชายหนุ่มเคยเข้าพัก

หยูฮัวหยิบน้ำเปล่าออกมาจากแหวนมิติ 2 ขวดและหยิบเม็ดยาสีแดงออกมา 2 เม็ด

“นี่คือยาศัลยกรรมที่ช่วยเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเราได้ ผลของยาอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ พวกเรามาเปลี่ยนรูปลักษณ์กันก่อนดีกว่าจะได้สืบหาเรื่องของหมิงกุยได้ง่ายขึ้น” หยูฮัวกล่าว

หลังจากที่ทั้งคู่กลืนยาลงไปภายในคอ ไม่กี่วินาทีต่อมารูปลักษณ์ของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

แต่เดิมหยูฮัวเป็นคนที่มีผิวขาวมาก แต่ทันทีที่เขากินยาเข้าไปใบหน้าของเขากลับกลายเป็นใบหน้าของคนผิวดำที่มีหนวดเคราขึ้นมาอย่างรกรุงรัง

“อืม…พอใช้ได้” หยูฮัวกล่าวอย่างพึงพอใจ หลังจากที่หยิบกระจกขึ้นมาพิจารณาหน้าใหม่ของตัวเอง

“ยานี้มีประโยชน์มากเลยนะเนี่ย!” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้าหลังจากที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของหยูฮัว

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็ได้กลายเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าอันดุร้ายและมีแผลเป็นอันน่ากลัวบริเวณแก้มทางซีกขวา ซึ่งใบหน้าในปัจจุบันของเขาสามารถที่จะขู่ให้ผู้คนหวาดกลัวได้โดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องปริปากพูดออกไปเลยแม้แต่น้อย

อันธอดที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะโดยปกติเซี่ยเฟยมักจะดูติ๋ม ๆ อยู่เสมอ มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ศัตรูเป็นจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนที่อ่อนแอ แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาชอบโดนคนอื่นรังแกมาตั้งแต่อดีต

แน่นอนว่าคนที่เข้ามารังแกเซี่ยเฟยย่อมมีจุดจบที่ไม่น่าอภิรมย์นัก เพราะถึงแม้ภายนอกชายหนุ่มจะดูติ๋ม แต่นิสัยภายในของเขากลับกลายเป็นคนที่มีนิสัยที่โหดร้าย

เซี่ยเฟยไม่ค่อยพอใจกับใบหน้าใหม่ของตัวเองมากนัก เพราะมันเป็นใบหน้าที่ดึงดูดความสนใจของคนอื่นได้มากเกินไป แตกต่างจากสไตล์ปกติที่เขามักจะชอบทำตัวจืดจางท่ามกลางฝูงชน

“ไม่เลวเลย ฉันสาบานได้ว่าต่อให้เป็นคนที่นายสนิทก็จำนายตอนนี้ไม่ได้แน่ ๆ” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เอาล่ะเดี๋ยวฉันออกไปหาคนข้างนอกก่อน นายจะอยู่ในโรงแรมหรือจะออกไปข้างนอกก็ได้ แต่ถ้าหากว่ามีปัญหาอะไรรีบติดต่อมาหาฉันทันที” หยูฮัวกล่าวก่อนที่จะโยนเครื่องสื่อสารไปให้กับเซี่ยเฟย

ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนที่หยูฮัวจะเดินออกจากห้องไป

ภายในห้องค่อนข้างจะมีสภาพแวดล้อมที่ห่วยแตกมาก มันจึงทำให้แม้แต่ขนอุยที่มักจะหนีไปนอนบนเตียงก็ยังต้องถอนหายใจและเกาะอยู่บนไหล่ของเซี่ยเฟยไปตามเดิม

เซี่ยเฟยนำกระป๋องออกมาจากแหวนมิติ และเมื่อหุ่นยนต์ตัวน้อยได้เห็นสภาพห้องที่เหม็นอับ มันก็เริ่มทำความสะอาดอย่างขยันขันแข็งโดยไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย

หลังจากกระป๋องจัดการทำความสะอาดเตียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยกับขนอุยก็ได้ขึ้นไปพักบนเตียง ซึ่งเจ้าตัวน้อยก็นอนหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเหนื่อยล้า ขณะที่เซี่ยเฟยได้ใช้ช่วงเวลาว่างในการฝึกฝนกฎแห่งมิติ

กฎแห่งมิติของเขาใกล้ที่จะพัฒนากลายเป็นนักรบกฎขั้นที่ 5 แล้ว ซึ่งการที่เขามีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 1 ขั้น มันก็หมายความว่าเขาจะมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขั้นเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มจึงพยายามระงับความปรารถนาที่จะออกไปเดินสำรวจด้านนอกและนั่งฝึกฝนอยู่บนเตียงอย่างอดทน

เมื่อคริสตัลขาวภายในมือหมดพลังงานลง เซี่ยเฟยก็หยิบคริสตัลขาวชิ้นใหม่ออกมาและเริ่มการฝึกฝนใหม่ในทันที โดยการพยายามจะเร่งการฝึกฝนแบบนี้จำเป็นจะต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาลในทุก ๆ วัน ซึ่งแต่เดิมชายหนุ่มได้ใช้คริสตัลม่วงเพียงแค่วันละประมาณ 10 กว่าชิ้นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเขาต้องใช้คริสตัลขาวในการเติมเต็มพลังงานวันละ 2-3 ชิ้นเลยทีเดียว

“ใกล้แล้ว! ตอนนี้อักขระกฎแห่งมิติตัวที่ 5 เสร็จสมบูรณ์ไปมากกว่า 90% แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาหลังจากที่เขาหยุดพักจากการฝึกฝน

“ฉันว่านายพักบ้างก็ดีนะ หลังจากสมองได้พักแล้วการฝึกในครั้งต่อไปจะได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลังจากที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าห้องทั้งห้องถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี จนทำให้แม้แต่ขนอุยก็ยังนอนหลับสนิทอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจจะออกไปด้านนอก เขาจึงยกขนอุยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากโรงแรมและมุ่งหน้าตรงไปยังตลาด

นี่คือครั้งแรกที่เซี่ยเฟยได้เดินทางมายังคาซา เขาจึงไม่รู้ว่าพื้นที่บริเวณไหนเป็นจุดที่น่าสนใจ เขาจึงเดินไปเดินมาโดยไม่มีจุดหมาย

แต่สายตาของคนบริเวณโดยรอบก็ค่อนข้างจะผิดแปลกไปจากสายตาที่เขาคุ้นเคย เพราะมีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่กล้าจ้องมองมายังใบหน้าของเขาในตอนนี้ตรง ๆ นั่นก็เพราะว่าใบหน้าของเขามีความดุร้ายมากจนเกินไป

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าคนอื่นจะคิดกับเขายังไง เขาจึงเดินสำรวจต่อไปโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นมากนัก

หลังจากเดินผ่านถนนไปหลายเส้น ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เดินมาจนถึงถนนที่ค่อนข้างกว้างขวาง โดยพ่อค้าทั้งสองฝั่งของถนนต่างก็กำลังขายอาวุธ ชายหนุ่มจึงเดินไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจสินค้าอย่างสนใจ

บรรดาอาวุธที่ถูกวางขายตามร้านค้าต่าง ๆ มีทั้งอาวุธธรรมดาและอาวุธกฎที่หาได้ยาก แน่นอนว่าราคาของพวกมันย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ชนิดที่ว่าพวกมันไม่สมควรจะนำมาวางขายอยู่ภายในร้านเดียวกันเลย

“นี่คือเกราะแขนระดับอัศวินกฎ ถ้าหากว่าคุณถูกโจมตีตัวเกราะจะเปิดใช้งานสร้างเกราะป้องกันมิติขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และปกป้องให้คุณรอดพ้นจากอันตราย!”

พ่อค้าคนหนึ่งเริ่มโฆษณาเกราะแขนสีเงินซึ่งถูกสลักด้วยอักษรกฎอันแวววาว

“เกราะป้องกันระดับอัศวินกฎงั้นเหรอ? พ่อค้าเกราะชิ้นนี้ขายยังไง?” เซี่ยเฟยถาม

“เกราะชิ้นนี้มีราคาแค่ 1,000 คริสตัลขาวเท่านั้นครับคุณลูกค้า แต่ถ้าหากว่าคุณลูกค้าต้องการจริง ๆ ผมจะให้ส่วนลด 10%” พ่อค้าหนวดสั้นกล่าวตอบ

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่ส่ายหัว เพราะถึงแม้ว่าชุดเกราะระดับอัศวินกฎจะมีการป้องกันที่ดี แต่เงินในกระเป๋าของเขาก็มีอยู่อย่างจำกัด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเหลือคริสตัลขาวอยู่เพียงแค่ 700 กว่าชิ้น ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะต้องการมันจริง ๆ แต่เขาก็เหลือเงินไม่มากพอที่จะซื้อมันมาได้

เซี่ยเฟยเดินออกจากร้านและเงยหน้าสังเกตดูพระอาทิตย์บนท้องฟ้า ซึ่งในตอนนี้หยูฮัวได้ออกไปจากห้องนานเกินกว่า 10 ชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มจึงเริ่มที่จะรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็มีจุดสีดำเล็ก ๆ เริ่มพุ่งเข้ามาใกล้พื้นผิวอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างอย่างเจิดจ้า ทำให้เซี่ยเฟยยากที่จะระบุว่าวัตถุที่กำลังตกลงมาจากฟ้าเสมือนคืออะไรกันแน่

“นั่นมันอุกกาบาตเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำขณะจ้องมองไปยังวัตถุปริศนาบนท้องฟ้า

ฟิ้ว!!

อุกกาบาตพุ่งเข้ามาในดาวคาซาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะพุ่งผ่านเมืองที่เซี่ยเฟยอยู่ไปแล้วตกกระทบเข้ากับพื้นดินที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร

ฝูงชนทั่วทั้งท้องถนนต่างก็หยุดการกระทำของตัวเองอย่างกะทันหัน ขณะเดียวกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดก็หยุดการทำงานลงราวกับว่าพวกมันพังในเวลาเดียวกัน

“อุกกาบาตนั่นปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมารุนแรงมาก!” เซี่ยเฟยอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

****************

ตอนต่อไปพี่เฟยต้องวิ่งไปดูแน่ๆ ไม่ต้องสืบเลย 555

E-Book เล่ม 9 (ตอนที่ 487-533) เปิดขายแล้วน๊า สำหรับใครที่อยากอ่านแบบยาว ๆ หรือเก็บไว้สะสม เราก็ขอให้คิดพิจารณาพี่เฟยไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆ น๊า (´▽`).。o♡

ช่องทาง MEB >> https://bit.ly/3NZ3Qca   ช่องทางเด็กดี >> https://bit.ly/3LDePFC  ช่องทางปิ่นโต >> https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 546 ออกไปแก้แค้น?

คัดลอกลิงก์แล้ว