เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 543 การต่อสู้บนภูเขา

ตอนที่ 543 การต่อสู้บนภูเขา

ตอนที่ 543 การต่อสู้บนภูเขา


ตอนที่ 543 การต่อสู้บนภูเขา

ภายในห้องฝึก

กลิ่นหอมจากน้ำยาค่อย ๆ จางหายไป ขณะที่น้ำภายในอ่างอาบน้ำจากสีฟ้าใสก็ค่อย ๆ จืดจางลงเปลี่ยนกลับมาเป็นสีใส ๆ ธรรมดาด้วยเหมือนกัน

เซี่ยเฟยถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกมาจากอ่างอาบน้ำ, เช็ดตัวให้สะอาดและสวมเสื้อผ้ากลับไปตามเดิม

“เส้นทางยังอีกยาวไกลจริง ๆ ถึงแม้ว่ายาชนิดนี้จะสามารถป้องกันการรั่วไหลของความร้อนภายในร่างกายได้ แต่มันก็ยังไม่สามารถทำให้เส้นใยพลังงานในสมองของนายเชื่อฟังคำสั่งของนายได้อยู่ดี พวกเรามาลองยาตัวอื่นกันเถอะ” อันธกล่าวอย่างหมดหนทาง

วันเวลาได้ผ่านมา 3 วันแล้วแต่เซี่ยเฟยยังไม่มีความคืบหน้าในการฝึกฝนกฎแห่งการกลั่นพลังงานเลยแม้แต่น้อย และถ้าหากพิจารณาจากผลของน้ำยาที่อยู่ได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว มันก็หมายความว่าน้ำยาภายในอ่างอาบน้ำสามารถที่จะใช้งานได้อีกเพียงแค่ประมาณ 3 วัน

“ดูเหมือนการพยายามฝึกฝนกฎแห่งการกลั่นพลังงานจะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เหมือนกับที่พวกเราได้คิดกันเอาไว้” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างครุ่นคิด

“แค่นายสามารถคลำทางได้มากกว่า 50% โดยไม่มีใครชี้นำก็ถือว่าคืบหน้าไปมากแล้ว นายอย่าโทษตัวเองเลย” อันธพยายามปลอบเซี่ยเฟย

“ดูเหมือนว่าฉันจะยังไม่เข้าใจมันมากพอสินะ กฎแห่งการกลั่นพลังงานแตกต่างจากกฎแห่งมิติและกฎแห่งความโกลาหลมาก ฉันคงจะต้องหาโอกาสสัมผัสกับพลังของกฎที่ลึกลับนี้ให้ได้มากกว่านี้ก่อน” เซี่ยเฟยกล่าว

การพยายามอย่างหนักคือเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน แต่เซี่ยเฟยรู้ดีว่าหากเขาต้องการที่จะฝึกฝนกฎแห่งการกลั่นพลังงานให้สำเร็จ ก่อนอื่นเขาจะต้องทำความเข้าใจกฎชนิดนี้เสียก่อน

เมื่อได้เห็นเซี่ยเฟยเดินทางกลับมาในห้องนั่งเล่น กระป๋องก็รีบทำหมี่ผัดของโปรดให้ชายหนุ่มกินในทันที แต่เซี่ยเฟยยังไม่ค่อยอยากอาหารเขาจึงเลือกดูดซับพลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิดไปพร้อม ๆ กับขนอุย และวางแผนที่จะออกไปเดินเล่นข้างนอกแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลากลางคืนก็ตาม

ทันทีที่ดูดซับพลังงานจากคริสตัลม่วงจนหมด ขนอุยก็รีบกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของเซี่ยเฟยทันที โดยพยายามเอาอกเอาใจเจ้านายของมันคนนี้และแลบลิ้นเลียคอเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากเมืองไปตามถนนสู่พื้นที่ที่ทุรกันดาร

แม้ว่าตระกูลหยูจะตั้งอยู่บนยานอวกาศ แต่ยานลำนี้ก็มีขนาดใหญ่มากพอ ๆ กับดาวเคราะห์ มันจึงมีสถานที่ที่เซี่ยเฟยยังไม่เคยเดินทางไปเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เขาจึงตัดสินใจที่จะออกไปสำรวจพื้นที่รกร้างพวกนั้นสักหน่อยในระหว่างที่เขาอารมณ์ไม่ค่อยดี

ระยะทางไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับผู้มีพลังสายความเร็วอยู่แล้ว และก่อนที่เขาจะทันได้รู้ตัวเขาก็เดินทางมาจนถึงภูเขาที่เต็มไปด้วยพืชพรรณอันเขียวขจี

เซี่ยเฟยปีนขึ้นไปบนยอดของภูเขาที่เต็มไปด้วยก้อนหิน จากนั้นเขาก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

อย่างไรก็ตามดวงดาวเทียมพวกนี้ก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกแปลก ๆ เพราะมันดูขัดกับธรรมชาติในความเป็นจริง

“มีคนมา” อันธกล่าวอย่างจริงจัง

“อืม ฉันรู้แล้ว”

เซี่ยเฟยไม่ได้สนใจผู้มาใหม่มากนัก เพราะทั่วทั้งตระกูลหยูมีประชากรอยู่มากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งมันก็อาจจะมีใครบางคนกำลังนอนไม่หลับเหมือนกับเขาก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นภายในตระกูลยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราเป็นอย่างดี การพยายามสร้างความวุ่นวายในตระกูลหยูจึงไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำกันได้ง่าย ๆ

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็มีร่างของชายในชุดสีดำเคลื่อนไหวมาหยุดอยู่ด้านหลังของเซี่ยเฟยอย่างรวดเร็ว

“นายคือเซี่ยเฟยที่เป็นนักรบกฎคนใหม่ของตระกูลใช่ไหม?” ชายคนนั้นกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เมื่อเซี่ยเฟยหันศีรษะกลับไป เขาก็ได้พบว่าอีกฝ่ายเป็นชายหัวโล้นที่ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยสักกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาอันเย็นชา

“ใช่ มีอะไรหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างสบาย ๆ

“ท่านหมิงกุยต้องการจะเชิญนายไปพูดคุยด้วยสักหน่อย” ชายหัวโล้นกล่าว

“ทำไมฉันต้องไปด้วย? ฉันไม่ได้รู้จักกับเขาสักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

“หลังจากที่นายไป เดี๋ยวนายก็จะได้รู้จักกับท่านหมิงกุยเอง”

“แล้วถ้าหากว่าฉันไม่อยากไปล่ะ?” เซี่ยเฟยถามกลับ

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงจะไม่มีทางเลือกนอกเสียจากจะต้องใช้กำลังพาตัวนายไป” ชายหัวโล้นตอบ

“คิดจะมาหาเรื่องกันงั้นเหรอ?”

เซี่ยเฟยกำลังรู้สึกหงุดหงิดและยังไม่มีที่ระบาย หรือว่าชายหัวโล้นคนนี้ต้องการที่จะมาเป็นกระสอบทรายให้กับเขา

“ถ้าอยากจะคุยกับฉันก็ให้เขามาหาฉันเอง” เซี่ยเฟยตอบกลับไปห้วน ๆ

“หึ!” ชายหัวโล้นพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา และเขาก็ได้รู้จากพี่น้องตระกูลหยูแล้วว่าเซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่นักรบกฎขั้นที่ 4 เท่านั้น แต่เด็กคนนี้กลับกล้าทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้าเขา

ขณะเดียวกันขนอุยบนไหล่ของเซี่ยเฟยก็กำลังจ้องมองไปทางชายหัวโล้นด้วยแววตาอันเหยียดหยาม และถึงแม้ว่าชายหัวโล้นจะไม่รู้ว่าขนอุยคือตัวอะไร แต่เมื่อพิจารณาจากท่าทางของมันแล้วมันก็คงจะต้องเป็นสัตว์อสูรระดับสูงที่มักจะมีนิสัยเย่อหยิ่งอย่างแน่นอน

‘ทั้งคนทั้งอสูรต่างก็เป็นพวกหยิ่งเหมือนกันเลยสินะ’ ชายหัวโล้นอุทานภายในใจ จากนั้นเขาก็โบกมือส่งสัญญาณทำให้มีชายชุดดำอีกหกคนปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบเซี่ยเฟยเอาไว้ตรงจุดศูนย์กลาง

“รีบเอาตัวเขาไปเร็ว ๆ เข้า” ชายหัวโล้นตะโกนสั่งการอย่างเย็นชา

“ครับ”

ชายชุดดำทั้งหกคนเร่งดำเนินการในทันทีและเซี่ยเฟยก็เริ่มตอบโต้กลับในเวลาเดียวกัน

สิ่งที่พวกเขาทั้งหกกำลังทำคือการพยายามทำตัวเป็นตาข่ายดักจับเซี่ยเฟยเอาไว้ตรงกลาง และสิ่งที่เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องทำนั่นก็คือการพยายามทำลายตาข่ายให้หลุดออกมาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

แม้ว่าเซี่ยเฟยอาจจะเป็นเพียงแค่ผู้ใช้กฎหน้าใหม่ที่มีระดับพลังอยู่เพียงแค่ระดับนักรบกฎขั้นที่ 4 แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นนักรบที่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้

หากใครรู้จักชายหนุ่มคนนี้ดีพวกเขาก็จะรู้ว่าเซี่ยเฟยเคยเฉียดตายมาแล้วเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน และเขาก็เคยได้เผชิญหน้ากับศัตรูมาแล้วอย่างมากมาย ดังนั้นเมื่อศัตรูเริ่มทำการเคลื่อนไหวชายหนุ่มก็สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวต่อไปของอีกฝ่ายได้ในทันที

“นี่เขาคิดที่จะสู้กลับงั้นเหรอ?!” ชายหัวโล้นอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ในสถานการณ์ปกตินักสู้ที่ไม่มีประสบการณ์ที่ได้พบกับศัตรูจำนวนมากกว่า จะเลือกรักษาตำแหน่งของตัวเองอย่างมั่นคงแทนที่จะรีบพุ่งตัวไปข้างหน้า เพราะมันจะทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ

นักสู้ที่เขาพามาด้วยไม่ใช่นักสู้ระดับสูงมากนัก แต่พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้กฎแห่งมิติและกฎแห่งสสารในการดักจับสัตว์โดยเฉพาะ มันจึงทำให้แม้แต่อัศวินกฎโดยทั่วไปก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการจับกุมของคนกลุ่มนี้ไปได้

ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยจะค่อนข้างดูบ้าบิ่น แต่มันก็เป็นหนึ่งในวิธีที่เหมาะสมสำหรับการทำลายวงล้อม

“ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะไม่ใช่มือใหม่ในการต่อสู้ ซึ่งในความเป็นจริงเขาก็อาจจะมีประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างโชกโชนด้วย”

หมัดพายุคลั่ง!

เซี่ยเฟยกระโจนเข้าใส่ศัตรูคนแรกพร้อมกับออกแรงชกออกไปด้วยความรุนแรง

เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าคนพวกนี้ต้องการจะจับตัวเขาไปทำไม แต่สิ่งที่เขารู้คือตอนนี้เขากำลังต้องการหาที่ระบายอยู่พอดี

จะเรียกได้ว่าคนพวกนี้คือพวกคนซวยที่กำลังมาหาเขาในช่วงที่เขาอารมณ์ไม่ดีก็ได้

กลยุทธ์การปิดล้อมที่ดีจะต้องเริ่มต้นจากผู้ปิดล้อมจะต้องรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ได้อย่างมั่นคง เซี่ยเฟยจึงตั้งใจที่จะทำลายตำแหน่งของศัตรูเพื่อทำให้คนอื่นรู้สึกสับสน

ตูม!

หมัดที่ผสมกับพลังของกฎแห่งความโกลาหลรุนแรงมาก จนทำให้ผู้ใช้กฎฝั่งตรงข้ามปลิวออกไปอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะทันได้เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ

กร๊อบ!

เพียงแค่หมัดเดียวก็ทำให้นักสู้คนนั้นกระดูกหักไปทั่วทั้งตัว และมันก็ทำให้เกิดช่องว่างในวงล้อมของศัตรู

พายุมิติปิดล้อม!

เซี่ยเฟยเริ่มขยับไปยังชายชุดดำที่อยู่ด้านข้างและเริ่มใช้การจู่โจมที่มีระยะในการโจมตีกว้างกว่าเดิม

กำแพงเหล็ก!

ผู้ใช้กฎที่เป็นเป้าหมายสามารถตอบสนองต่อการโจมตีของชายหนุ่มได้ทัน เขาจึงรีบใช้กฎแห่งสสารสร้างกำแพงเหล็กขึ้นมาป้องกันอย่างรวดเร็ว

เอี๊ยด!!

คลื่นมิติที่เซี่ยเฟยจู่โจมออกไปนั้นไม่ใช่การโจมตีในรูปแบบธรรมดา เพราะเขาได้แฝงกฎแห่งความโกลาหลเข้าไปภายในการโจมตีด้วย คลื่นมิติทั้งสามคลื่นจึงฉีกกระชากกำแพงเหล็กออกจากกันโดยตรง คล้ายกับสัตว์ประหลาดที่กำลังแหวกตัวออกมาจากร่างของศัตรู

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ากำแพงเหล็กจะไม่สามารถหยุดยั้งคลื่นมิติทั้งสามลูกของเซี่ยเฟยได้ แต่มันก็ทำให้ความเร็วและพลังของคลื่นมิติลดลงจากเดิมเป็นอย่างมาก

‘ขอแค่สร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันอีกครั้งก็น่าจะพอแล้วใช่ไหม?’ ผู้ใช้กฎแห่งสสารคิดขึ้นมาภายในใจ ก่อนที่เขาจะรีบใช้กฎแห่งสสารเพื่อสร้างกำแพงเหล็กขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อคลื่นมิติปะทะเข้ากับกำแพงเหล็กชั้นที่ 2 กำแพงเหล็กที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ก็กันคลื่นมิติของเซี่ยเฟยให้ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะเดินหน้าต่อไปอีกแล้ว

ชายชุดดำที่เรียกกำแพงเหล็กออกมาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถหยุดคลื่นมิติของเซี่ยเฟยเอาไว้ได้ แต่เซี่ยเฟยก็ไม่ได้หยุดการโจมตีของตัวเองลงไปด้วย

“แหลกไปซะ!!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับจับหิมะโปรยไว้ในมือและชกไปยังกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเขากับศัตรูเอาไว้ ซึ่งการจู่โจมในครั้งนี้ได้พุ่งทะลุกำแพงเข้าไปโดยตรง และหมัดของชายหนุ่มก็ได้ปะทะเข้ากับหน้าผากของชายชุดดำคนนั้นเต็ม ๆ

ตูม!

สมองระเบิด!

การจู่โจมของเซี่ยเฟยยังไม่หยุดลงไปเพียงแค่นั้น ก่อนที่ชายชุดดำคนอื่นจะทันได้ตอบโต้เซี่ยเฟยก็ขยับหิมะโปรยปากลำคอของชายชุดดำอีกคนหนึ่งลงไปแล้ว

รวดเร็ว! แม่นยำ! เฉียบขาด!

ชายหนุ่มสะบัดมือเบา ๆ ก่อนที่จะทำให้หัวของชายชุดดำคนที่ 3 กระเด็นหลุดออกไปจากบ่า

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ชายชุดดำทั้งหกคนที่เคยล้อมรอบเขาเอาไว้ในก่อนหน้านี้ก็ได้เสียชีวิตลงไปถึงครึ่งนึงแล้ว

“อา! สบายตัวดีจริง ๆ”

การปิดล้อมของชายทั้งหกพังทลายลงไปแล้ว ส่วนนักรบอีกสามคนที่เหลือก็มีโอกาสน้อยมากที่จะทำอะไรกับเซี่ยเฟยได้

ตูม!

ชายชุดดำคนสุดท้ายร่างระเบิดไปหลังจากที่ได้รับหมัดพายุคลั่งของเซี่ยเฟย

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็สามารถระบายความทุกข์ภายในใจออกไปได้จนหมดแล้ว เขาจึงมองไปยังชายหัวโล้นที่ห่างออกไปหลายสิบเมตรพร้อมกับขนอุยที่กำลังอ้าปากหาวอยู่ข้าง ๆ

ตั้งแต่ต้นขนอุยทำได้เพียงแต่เฝ้าดูการต่อสู้เท่านั้น เพราะศัตรูพวกนี้กระจอกมากเกินไปไม่เพียงพอที่จะให้มันต้องตื่นขึ้นมาเพื่อลงมือ

“มันช่างเป็นหมัดที่รุนแรงจริง ๆ ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินนายต่ำเกินไปสินะ ถึงแม้ว่าระดับพลังของนายจะเป็นเพียงแค่นักรบกฎขั้นที่ 4 แต่พลังต่อสู้ที่แท้จริงของนายกลับเทียบได้กับอัศวินกฎขั้นที่ 1” ชายหัวโล้นกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนท่าทางไปอย่างจริงจังและกล่าวถามขึ้นมาว่า

“กฎมิติของนายน่าสนใจดีนี่ พอจะบอกหน่อยได้ไหมว่านายตีความกฎแห่งมิติไปในทิศทางไหนกันแน่?”

แน่นอนว่าสิ่งที่ชายหัวโล้นหมายถึงย่อมเป็นกฎแห่งความโกลาหล แต่เนื่องจากกฎแห่งความโกลาหลเป็นกฎลึกลับที่เขาได้รับมาจากเผ่าเทพ มันจึงไม่มีใครคนไหนในดินแดนนี้ที่เคยเห็นกฎแห่งความโกลาหลมาก่อน

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมไม่โง่ถึงขนาดบอกความลับของกฎแห่งความโกลาหลให้กับคนอื่น

ทันใดนั้นมันก็เริ่มมีแสงสว่างปรากฏให้เห็นในระยะไกล เซี่ยเฟยจึงเผยรอยยิ้มและกล่าวขึ้นมาว่า

“ดูเหมือนทหารรักษาการณ์ของตระกูลหยูจะตรวจพบการต่อสู้ระหว่างพวกเราแล้วนะ ตอนนี้นายควรคิดดีกว่าว่านายจะหนีออกไปจากที่นี่ยังไง?”

“พวกนั้นเป็นแค่นักรบของตระกูลหยู แล้วพวกเขาจะมีสิทธิ์อะไรมาหยุดฉันเอาไว้” ชายหัวโล้นกล่าวอย่างเย้ยหยัน

“ไหนมาลองดูซิว่าจะมีฝีมือดีเหมือนฝีปากไหม?” เซี่ยเฟยกล่าว

ทันใดนั้นร่างของชายหัวโล้นก็หายไปในพริบตา ก่อนที่จะมีกระแสไฟฟ้าปรากฏขึ้นมาบนแขนขวาของชายคนนั้น

“เทเลพอร์ตบวกกับไฟฟ้างั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยอุทานด้วยความประหลาดใจ ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังพุ่งตรงมาที่หัวใจของเขา

***************

มาเอาก่อนว่าจะสู้กันจนจบหรือจะหนีไปก่อน…

จบบทที่ ตอนที่ 543 การต่อสู้บนภูเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว