เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 537 กิจการของสวนเสือคำราม

ตอนที่ 537 กิจการของสวนเสือคำราม

ตอนที่ 537 กิจการของสวนเสือคำราม


ตอนที่ 537 กิจการของสวนเสือคำราม

เมื่อเซี่ยเฟยจากไปแล้วหยูฮัวก็หยิบคันเบ็ดขึ้นมา ก่อนที่จะมานั่งตกปลาอยู่ข้าง ๆ หยูเจียง

“ทำไมตระกูลม่อถึงยอมปล่อยเซี่ยเฟยกลับมาและรับซื้อศพของหนอนด้วงมิติในราคาที่สูงมาก ผมว่าเรื่องนี้มันดูผิดปกติมากเกินไป” หยูฮัวกล่าว

“พวกเขาแค่ต้องการผูกมิตรกับพวกเรา และพวกเขาก็น่าจะคิดว่าตระกูลหยูไม่ได้ใกล้จะล่มสลายเหมือนกับข่าวลือที่หลุดออกมา ใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ เซี่ยเฟยจะสังหารหนอนด้วงมิติได้แบบนั้น ฉันเชื่อว่าพวกเขาก็คงจะไม่คิดว่าเซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่นักรบกฎขั้นที่ 4 หรอก” หยูเจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

“เพราะแบบนั้นตระกูลม่อจึงคิดว่าตระกูลของเราแอบซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้สินะครับ และที่พวกเขายอมรับซื้อศพของหนอนด้วงมิติในราคาที่สูงขนาดนั้น นั่นก็เพราะว่าพวกเขาต้องการจะผูกความสัมพันธ์กับเซี่ยเฟยที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นชนชั้นสูงในอนาคต” หยูฮัวพยายามสันนิษฐาน

“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เซี่ยเฟยเป็นคนที่พิเศษมากแม้แต่ฉันก็ยังไม่สามารถมองทะลุถึงความลับที่เขากำลังพยายามซ่อนพวกเราอยู่ได้ แต่อย่างน้อยความลับของเขาก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับพวกเราและเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปบีบคั้นเขามากนัก สักวันหนึ่งคำตอบก็คงจะถูกเฉลยออกมาเองนั่นแหละ” หยูเจียงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“นั่นสินะครับ เดี๋ยวสักวันหนึ่งพวกเราก็คงจะรู้เรื่องความลับของเขาเอง” หยูฮัวกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เจ้านาย! ในที่สุดเจ้านายก็กลับมาแล้วพวกเราคิดถึงเจ้านายจังเลย” กระป๋องรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับเซี่ยเฟยอย่างดีใจ

“ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน แต่ฉันต้องทิ้งนายเอาไว้กับขนอุย เพราะว่าครั้งนี้ฉันเอาขนอุยไปที่อ่างน้ำด้วยไม่ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับตบหัวกระป๋องเบา ๆ

กระป๋องให้อาหารขนอุยทุกวันตามที่เจ้านายสั่ง แต่ขนอุยกินอาหารหมดตั้งแต่เมื่อวานเขาเลยรู้สึกหิวมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” กระป๋องกล่าว

ในเวลาเดียวกันนั้นขนอุยก็พยายามซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ราวกับว่ามันกำลังงอนชายหนุ่มที่ทิ้งมันไปเป็นเวลานาน

“ออกมานี่เลยไม่ต้องงอน เดี๋ยววันนี้ฉันชดเชยอาหารให้” เซี่ยเฟยยกผ้าห่มขึ้นก่อนที่จะโยนคริสตัลม่วงให้กับขนอุย 3 ก้อน

ขนอุยเป็นพวกเห็นแก่กินมาตั้งแต่เด็กแล้ว ดังนั้นเมื่อมันได้เห็นอาหารมันจึงไม่ได้รู้สึกโกรธเซี่ยเฟยอีกต่อไปและพุ่งตัวเข้าไปกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะขายศพหนอนด้วงมิติได้ 1,000 คริสตัลขาว แต่เขาก็ยังไม่คิดจะมอบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 3 ให้ขนอุยกิน เพราะท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่มีแหล่งรายได้ที่แน่นอน หมายความว่าไม่ช้าก็เร็วเงินจำนวนนี้ก็คงจะหมดลงในสักวันหนึ่งถ้าหากว่าเขายังไม่สามารถคิดหาวิธีทำเงินแบบใหม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้นชายหนุ่มยังรู้ดีว่าขนอุยเป็นพวกหัวสูงมากแค่ไหน ดังนั้นถ้าหากว่ามันได้มีโอกาสลิ้มรสคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 3 เมื่อไหร่ มันก็จะไม่ยอมกินอาหารระดับต่ำกว่านั้นอีก ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องวางแผนค่าใช้จ่ายเอาไว้ล่วงหน้า และถ้าหากว่าเขามีคริสตัลต้นกำเนิดอย่างเหลือเฟือ เขาค่อยให้คริสตัลระดับ 3 กับขนอุยทีหลังก็ไม่ใช่เรื่องที่สายเกินไปมากนัก

“วันนี้ฝากทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่ด้วย แล้วพรุ่งนี้พวกเราจะย้ายไปบ้านใหม่กัน” เซี่ยเฟยอุ้มขนอุยที่กำลังกินอาหารแก้มตุ่ยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับหันไปสั่งงานกับกระป๋อง

“ได้ครับ” กระป๋องรับคำสั่งอย่างขยันขันแข็งและมันก็รู้สึกดีใจมากที่เซี่ยเฟยได้มอบงานให้กับมันแบบนี้

ปัจจุบันชายหนุ่มได้กลายเป็นนักรบกฎขั้นที่ 4 แล้ว ทางตระกูลหยูจึงจัดหาบ้านเดี่ยวให้กับเขาและเขาก็สามารถที่จะเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อเซี่ยเฟยเดินทางไปที่สวนเสือคำรามเขาก็รู้สึกสับสนกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก เพราะจู่ ๆ มันก็มีสัตว์อสูรหน้าใหม่มากกว่า 10 ตัวถูกขังอยู่ในกรง แล้วมันก็มีคนอีก 2-3 คนกำลังนั่งรอเขาอยู่ที่อาคารสำนักงาน

“คุณคือผู้จัดการสวนเสือคำรามคนใหม่ใช่ไหม?” หญิงสาววัยประมาณ 20 ปีลุกขึ้นก่อนที่จะเดินเข้ามาทักทายเซี่ยเฟย

“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“พอดีว่าฉันพึ่งได้งูเหลือมเขาฟ้ามา ฉันต้องการให้คุณฝึกมันให้กับฉันหน่อย” หญิงสาวกล่าว

แม้ว่าการฝึกสัตว์อสูรจะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ สำหรับเขา แต่เขาก็ไม่รู้ว่าคนพวกนี้รู้ได้ยังไงว่าเขาสามารถทำให้สัตว์อสูรกลายเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่อง ๆ ได้ หรือว่าข่าวที่เขาสามารถฝึกสัตว์อสูรได้จะแพร่กระจายไปในตระกูลแล้ว

“เอาล่ะเดี๋ยวผมขอเวลาสักครู่” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่เขาจะโบกมือเรียกหยูซานสุ่ยให้เดินมาหาเขา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยเฟยถามด้วยเสียงกระซิบ

“ในตระกูลหยูของเรามีนักรบหลาย ๆ คนชื่นชอบการเลี้ยงสัตว์อสูร แต่พวกเขายังไม่สามารถหาวิธีฝึกให้สัตว์อสูรพวกนั้นกลายเป็นสัตว์เชื่อง ๆ ได้ แต่จู่ ๆ พวกเขาก็ได้ยินข่าวมาว่าคุณสามารถฝึกอสูรราชาทั้งสองตัวในสวนเสือคำรามได้สำเร็จ พวกเขาเลยเดินทางมาที่นี่เพื่อขอให้คุณฝึกสัตว์อสูรของพวกเขา” หยูซานสุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างโล่งใจ เพราะท้ายที่สุดมันก็ยังไม่มีใครรู้ความลับเรื่องวิชามนตราอสูรของเขา และการฝึกสัตว์อสูรให้คนอื่นก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาด้วยเหมือนกัน

“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะเข้าไปรอข้างในห้อง แล้วนายค่อยให้พวกเขาเอาสัตว์อสูรเข้ามาทีละตัว” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไม่ทราบว่าเจ้านายจะเรียกเก็บค่าบริการฝึกสัตว์อสูรยังไง?” หยูซานสุ่ยรีบถามเซี่ยเฟยไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าไปภายในห้อง

“ค่าบริการ?”

“ใช่ครับ มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับที่เราจะเรียกเก็บค่าบริการในการฝึกสัตว์อสูรให้กับพวกเขา”

นับตั้งแต่ที่เขาได้เห็นเซี่ยเฟยสามารถควบคุมอสูรราชาได้ตามใจนึก เขาก็ตัดสินใจไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับชายหนุ่มอีกต่อไป เขาจึงพูดคุยกับเจ้านายคนใหม่ด้วยความเคารพอย่างสูง

นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังเลื่อนระดับพลังกลายเป็นนักรบกฎขั้นที่ 4 ได้ในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่กระจายไปทั้งนอกและในตระกูลหยู ด้วยเหตุนี้หยูซานสุ่ยจึงตั้งใจที่จะผูกมิตรกับเซี่ยเฟยอย่างจริงจัง

‘แค่ช่วยคนอื่นฝึกสัตว์อสูรก็หาเงินได้ด้วยงั้นเหรอ?’ เซี่ยเฟยคิดในใจอย่างมีความสุข

เพื่อเร่งการฝึกฝนเซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องบริโภคคริสตัลม่วงไม่น้อยกว่า 10 ชิ้นในทุก ๆ วัน และอัตราการบริโภคพลังงานก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามระดับพลังที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นค่าใช้จ่ายประจำวันของเขาจึงเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้นขนอุยก็ยังต้องการพลังงานปริมาณมหาศาลในทุก ๆ วันด้วยเหมือนกัน และถ้าหากว่าเขาต้องการให้มันโตไว ๆ มันก็จำเป็นจะต้องใช้คริสตัลต้นกำเนิดในปริมาณที่เยอะมาก

ปัจจุบันนอกเหนือจากเงินเดือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาได้รับจากการเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการสวนเสือคำรามแห่งนี้แล้ว เขาก็ไม่มีรายได้ช่องทางอื่นเลย และถึงแม้ว่าเขาจะมีคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 3 กว่า 1,000 ชิ้นอยู่ในแหวนมิติ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะนำพวกมันออกมาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เพราะเขายังต้องวางแผนเดินทางกลับไปยังพันธมิตร ด้วยเหตุนี้เขาจึงจำเป็นจะต้องเก็บเงินเอาไว้ซื้อเข็มทิศมิติและต้องเผื่อเงินเอาไว้สำหรับค่าเดินทางด้วย

เท่าที่เขารู้แม้แต่เข็มทิศมิติที่มีราคาถูกที่สุดก็มีราคาสูงถึง 100 คริสตัลขาว ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่สามารถนำเงินจำนวนนั้นออกมาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้จริง ๆ

ขณะเดียวกันถ้าหากว่าเขาสามารถหารายได้เสริมจากการช่วยคนอื่นฝึกสัตว์อสูรได้ มันก็จะทำให้เขาพอจะได้รับค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้เขาหาค่าใช้จ่ายรายวันได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้จ่ายคริสตัลขาวที่เขาได้รับมาจากการขายศพของหนอนด้วงมิติเลย

“ปกติที่อื่นเขาคิดค่าฝึกสัตว์อสูรกันยังไง?” เซี่ยเฟยถาม

หยูซานสุ่ยอาศัยอยู่ในตระกูลหยูเป็นเวลานานแล้ว เขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับเรื่องต่าง ๆ ภายในตระกูลเป็นอย่างดี เซี่ยเฟยจึงต้องการจะสอบถามความคิดเห็นของอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะเริ่มตั้งราคา

“คนส่วนใหญ่ที่เริ่มเลี้ยงสัตว์อสูรระดับปกติไม่ใช่คนที่ร่ำรวยเท่าไหร่นัก ถ้าหากพวกเราเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 10 คริสตัลม่วงขึ้นไป พวกเขาก็น่าจะมีเงินมากพอมาจ่ายค่าบริการให้กับพวกเราได้”

“แต่ในกรณีของอสูรราชาเป็นกรณีที่แตกต่างออกไป เพราะคนที่สามารถเลี้ยงสัตว์อสูรระดับนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ผมคิดว่าเราควรเริ่มเก็บค่าบริการสำหรับอสูรราชาที่ 100 คริสตัลม่วง และค่อย ๆ เพิ่มค่าบริการอีก 10 คริสตัลม่วงตามแต่ละระดับของพวกมัน” หยูซานสุ่ยกล่าวแสดงความคิดเห็น

เซี่ยเฟยคิดว่าราคานี้สมเหตุสมผลมาก เขาจึงพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

เมื่อตกลงเรื่องราคาค่าบริการกันได้แล้ว เซี่ยเฟยก็เข้าไปนั่งในห้องทำงานพร้อมกับนำขนอุยมาวางเอาไว้บนไหล่ประจำตำแหน่ง เพราะท้ายที่สุดเจ้านี่ก็เป็นถึงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเพียงแค่สัตว์อสูรตัวอื่นเข้ามาพวกมันก็จะรู้สึกเกรงกลัวขนอุย จนไม่กล้าที่จะอาละวาดและสร้างความวุ่นวายในสำนักงานของเขาแล้ว

แต่จากประสบการณ์ครั้งก่อนที่ขนอุยส่งเสียงร้องคำรามและทำให้สัตว์อสูรตกใจกลัวจนเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก ชายหนุ่มจึงกำชับไม่ให้มันส่งเสียงออกมาอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสัตว์อสูรของลูกค้าของเขาก็อาจจะตกใจกลัวเสียงของเจ้านี่จนตายคาที่ไปด้วยเหมือนกัน

ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เซี่ยเฟยก็ได้รับคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 2 เข้ามาเพิ่มอีก 137 ชิ้น และเมื่อมันได้รวมกับคริสตัล 16 ชิ้นที่เหลืออยู่ในก่อนหน้านี้ มันจึงทำให้เขามีคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 2 จำนวน 153 ชิ้นและคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 3 อีก 1,000 ชิ้นอยู่ในแหวนมิติ

แม้ว่าเงินจำนวนร้อยกว่าคริสตัลม่วงนี้จะดูเหมือนเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก แต่อย่าลืมว่าเงินเบี้ยเลี้ยงของเซี่ยเฟยมีเพียง 14 คริสตัลม่วงเท่านั้น และเมื่อมันได้รวมกับเงินเดือน 30 คริสตัลม่วงที่เขาเป็นผู้จัดการของสวนเสือคำราม

มันก็หมายความว่าชายหนุ่มจะได้รับเงินเดือนทั้งเดือนเพียงแค่ 44 คริสตัลม่วงเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็หมายความว่าในวันนี้ที่เขาใช้เวลาฝึกสัตว์อสูรให้คนอื่นไม่ถึง 1 ชั่วโมง เขากลับสามารถสร้างเงินได้เท่า ๆ กับการทำงานแบบปกติเป็นเวลาถึง 3 เดือน

ยิ่งไปกว่านั้นทั่วทั้งตระกูลหยูยังมีคนที่มีปัญหาเรื่องสัตว์อสูรอีกเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งลูกค้าในวันนี้ยังไม่ถึง 1 ใน 10 ของลูกค้าที่มีอยู่ทั้งตระกูลด้วยซ้ำ และด้วยข่าวลือที่กำลังแพร่กระจายออกไป มันก็คงจะเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาก่อนที่ลูกค้าพวกนั้นจะเดินทางมาหาเขา

หลังจากจัดการลูกค้าวันนี้จนหมดแล้ว เซี่ยเฟยก็ได้มอบโบนัสให้กับพนักงานแต่ละคนเป็นคริสตัลม่วงคนละ 2 ชิ้น พนักงานทุกคนจึงรู้สึกซาบซึ้งมากและพูดขอบคุณเขาเป็นเวลานาน

วันรุ่งขึ้นมันก็มีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งนำสัตว์อสูรมาให้ชายหนุ่มช่วยฝึกให้ และเมื่อเวลาผ่านไปชื่อเสียงเรื่องการฝึกสัตว์อสูรของเขาก็แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งตระกูลอย่างรวดเร็ว

บ้านพักประจำตำแหน่งที่เซี่ยเฟยเพิ่งได้รับมาเป็นบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมือง โดยมันเป็นบ้านพัก 3 หลังเรียงตัวกันเป็นแนวยาว นอกจากนี้มันยังมีต้นไม้ในสวนที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม

เมื่อเดินทางมายังบ้านใหม่กระป๋องก็เริ่มงานทำความสะอาดของมันอีกครั้ง มันจึงเริ่มทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในตัวอาคาร แต่มันอาจจะเป็นเพราะที่นี่ยังขาดแอวริลไปเซี่ยเฟยจึงรู้สึกเหงาอยู่พอสมควร

อาคารทางด้านซ้ายเป็นอาคารที่มีเอาไว้สำหรับการฝึกฝน ชายหนุ่มจึงเข้าไปในห้องและนำดาบบลัดบิวเทียสออกมาวางเพื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของมันอย่างถี่ถ้วน

“ดูเหมือนว่าบลัดบิวเทียสจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเลยนะ ตอนนี้มันให้สัมผัสที่ดุร้ายมากไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มันดูเป็นอาวุธที่ไม่มีความอันตรายอะไรเลย” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

หลังจากสังเกตตัวดาบอย่างละเอียด พวกเขาก็ได้พบว่าบริเวณด้านข้างของตัวดาบดูเหมือนจะมีเส้นบอกระดับความก้าวหน้าของบลัดบิวเทียสประดับเอาไว้อยู่

“นี่มันประมาณแค่ 1 ใน 10 นายคงจะต้องสังหารหนอนด้วงมิติอีก 10 ตัว นายถึงจะสามารถฟื้นคืนพลังที่แท้จริงให้กับมันได้” อันธกล่าว

“ปล่อยสัตว์ประหลาดตัวนั้นไปเถอะ ยังดีว่าตอนนั้นหงส์ครามออกมาช่วยชีวิตฉันเอาไว้ แต่ครั้งต่อไปฉันอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนั้นก็ได้ อย่าลืมนะว่าตอนนี้ฉันยังหาวิธีควบคุมหงส์ครามไม่ได้เลย ฉันว่าเราพักเรื่องบลัดบิวเทียสไปก่อนดีกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ จากนั้นเขาก็หยิบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 3 ออกมาจากแหวนมิติและถือมันเอาไว้ภายในมือ

สิ่งที่ชายหนุ่มเริ่มฝึกฝนในตอนนี้คือกฎแห่งการกลั่นพลังงาน เพราะถ้าหากว่าเขาสามารถฝึกฝนกฎ ๆ นี้ได้สำเร็จ มันก็จะทำให้เขาค้นพบทางลัดไปสู่ความร่ำรวย

เส้นใยพลังงานเริ่มถักทอเป็นอักขระของกฎแห่งการกลั่นพลังงานในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาอย่างช้า ๆ และเนื่องมาจากว่ามันไม่มีใครคอยให้คำแนะนำ เขาจึงจำเป็นจะต้องค่อย ๆ คลำทางไปท่ามกลางความมืดมิด

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็รู้ดีว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ยากลำบากมากอยู่แล้ว เพราะทั่วทั้งตระกูลหยูมีประชากรอยู่นับล้าน ๆ คน แต่มันกลับมีผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นพลังงานอยู่เพียงแค่คนเดียว ซึ่งมันเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าการพยายามเดินทางบนเส้นทางนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากแค่ไหน

***************

ทุกคนคิดว่าตอนหน้าพี่เฟยจะฝึกกฎการกลั่นพลังงานได้เลยไหม? คอมเมนต์หน่อยเร็ววว

จบบทที่ ตอนที่ 537 กิจการของสวนเสือคำราม

คัดลอกลิงก์แล้ว