เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 515 ดูดซับพลังต้นกำเนิด

ตอนที่ 515 ดูดซับพลังต้นกำเนิด

ตอนที่ 515 ดูดซับพลังต้นกำเนิด


ตอนที่ 515 ดูดซับพลังต้นกำเนิด

กรงเล็บภูติโลหิตที่เซี่ยเฟยได้มาจากดินแดนเซิร์กเกิดการกลายพันธุ์มาแล้วถึง 7 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งทุกครั้งที่มันเกิดการกลายพันธุ์ผลทางยาของมันก็จะเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว

โดยปกติเซี่ยเฟยควรจะต้องดีใจที่กรงเล็บภูติโลหิตเกิดการกลายพันธุ์ซ้ำ ๆ เพราะท้ายที่สุดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และเขาก็จำเป็นที่จะต้องใช้ยาแรงในการฟื้นฟูพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ให้กลับมาเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการเติบโตของกรงเล็บภูติโลหิตเริ่มทำให้เซี่ยเฟยประสบปัญหาอย่างมากมาย และมันก็ทำให้เขารู้สึกร้อนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

พลังงานต้นกำเนิดถูกเติมเข้าไปเป็นสารอาหารให้กับกรงเล็บภูติโลหิต แน่นอนว่าพืชต้นนี้ย่อมดูดซับพลังงานทั้งหมดเข้าไปอย่างมีความสุข ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่มันได้เกิดการกลายพันธุ์ไปแล้ว 6 ครั้ง มันก็ปรับตัวเข้ากับการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความเร็วในการดูดซับพลังงานเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่มันกลายพันธุ์

“ถ้าฉันประเมินไม่ผิด ครั้งนี้มันน่าจะเติบโตเต็มที่ในเวลาครึ่งเดือน” อันธกล่าวอย่างตื่นเต้น

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง และเริ่มถักทอเส้นใยพลังงานภายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อีกครั้ง

“พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนายได้รับความเสียหายหนักมาก ฉันว่าตอนนี้นายควรพอก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นมันจะยิ่งทำให้สมองของนายได้รับบาดเจ็บมากขึ้นกว่าเดิม” อันธเตือนอย่างเป็นห่วง

“ฉันไม่ได้พยายามถักทออักขระของกฎแห่งมิติขึ้นมา แต่ฉันพยายามควบคุมเส้นใยพลังงานให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม ท้ายที่สุดอักขระของกฎแห่งมิติก็มีความซับซ้อนมาก อย่างน้อยการทำแบบนี้มันก็ถือว่าเป็นการเตรียมตัวเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต” เซี่ยเฟยกล่าว

ความอัปยศที่เขาได้รับไม่ได้ทำให้ความมั่นใจของเซี่ยเฟยลดน้อยถอยลง แต่มันยิ่งช่วยกระตุ้นให้เขาเพิ่มความพยายามในการเรียนรู้กฎเป็น 2 เท่า ซึ่งหลังจากที่ชายหนุ่มได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการทำความคุ้นเคยกับเส้นใยพลังงาน เขาก็ใช้เวลาที่เหลือในการพิจารณาอักขระของกฎแห่งความโกลาหลที่ถูกสลักลงบนแขนซ้ายของเขา

การใช้ชีวิตในดินแดนของผู้ใช้กฎไม่ได้มีการบังคับที่เข้มงวดมากเกินไป โดยในทุก ๆ เช้าคอปเปอร์จะมาช่วยฝึกสอนการใช้พลังของกฎให้กับทุกคน หากใครมีคำถามก็สามารถเข้าไปสอบถามเพิ่มเติมได้จนถึงเย็น หลังจากนั้นทุกคนก็จะมีเวลาเป็นอิสระที่จะสามารถเลือกไปทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจของแต่ละคนต้องการ

เนื่องจากว่าเซี่ยเฟยคือเด็กฝึกคนล่าสุดที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในตระกูลหยู คอปเปอร์จึงช่วยสั่งสอนเขาเป็นการส่วนตัวรวมถึงอธิบายทักษะที่จำเป็นในการเอาชีวิตรอดภายในดินแดนของผู้ใช้กฎด้วย

ในตอนเช้าเซี่ยเฟยก็เดินทางไปยังห้องว่างข้างสนามตามปกติ แต่เนื่องจากว่าในเมืองนี้เป็นเมืองของนักสู้ระดับต่ำในตระกูลหยู มันจึงไม่มีการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นให้เห็นมากเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่ที่ชายหนุ่มพบก็มีแต่คนที่กำลังฝึกพื้นฐานการใช้พลังกฎอยู่เท่านั้น

ระหว่างทางชายหนุ่มได้พบกับสาวผมสั้นอายุประมาณ 20 ปีที่มอบรอยยิ้มให้กับเขาจากบนหน้าต่างชั้นที่ 2 ซึ่งในช่วงหลาย ๆ วันมานี้เซี่ยเฟยได้เผชิญกับคำดูถูกถากถางมากเกินไป รอยยิ้มของเธอจึงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง เขาจึงส่งรอยยิ้มกลับไปให้เธอเช่นเดียวกัน

“วันนี้ฉันจะสอนเรื่องพื้นฐาน 2 เรื่องให้กับนาย เรื่องแรกคือการตรวจสอบพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเป้าหมาย ส่วนเรื่องที่ 2 คือการดูดซับพลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิด” คอปเปอร์กล่าวหลังจากที่เขาเดินเข้ามาภายในห้อง

เซี่ยเฟยรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะรอฟังคำแนะนำจากคอปเปอร์อย่างตั้งใจ

“ถึงแม้ว่าการที่เรามองเห็นพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของฝ่ายตรงข้าม จะไม่ได้ช่วยให้เราสามารถตัดสินความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามได้ แต่โดยปกติแล้วยิ่งนักสู้มีพื้นที่สมองส่วนที่ 7 เปิดกว้างมากเท่าไหร่ พวกเขาก็มักจะมีศักยภาพในการฝึกฝนที่โดดเด่นขึ้นมากเท่านั้น พวกเราจึงมักจะใช้การตรวจสอบพื้นที่สมองส่วนที่ 7 เพื่อเป็นการประเมินกำลังของคู่ต่อสู้”

“ส่วนวิธีการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของนักรบผู้ใช้กฎทุกคนอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นนักสู้ระดับไหนต่างก็จำเป็นจะต้องเติมเต็มพลังงานให้กับร่างกาย และแหล่งพลังงานสำคัญสำหรับพวกเราก็คือคริสตัลต้นกำเนิดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”

“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะเริ่มสอนวิธีตรวจสมองของคู่ต่อสู้ให้กับนายก่อน” คอปเปอร์กล่าวก่อนที่เขาจะเริ่มสอนวิธีการปล่อยคลื่นพลังออกไปเพื่อสำรวจพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ในหัวของเป้าหมาย

ในความเป็นจริงแล้ววิธีการนี้คล้ายกับการส่งคลื่นสัญญาณโซนาร์ในระบบเรดาร์สมัยเก่า โดยเขาจะต้องทำการปล่อยคลื่นสัญญาณจากพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของตัวเองออกมา เพื่อไปสะท้อนกับคลื่นพลังงานในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง

“เอาล่ะตอนนี้ลองตรวจสอบดูสิว่าพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของฉันถูกเปิดใช้งานไปเท่าไหร่?” คอปเปอร์กล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะปล่อยคลื่นพลังออกไปอย่างแผ่วเบา จากนั้นคลื่นพลังงานก็ถูกสะท้อนกลับมาเป็นชั้น ๆ เพื่อบ่งบอกถึงอัตราการเปิดใช้งานของพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเป้าหมาย

“อัตราการเปิดใช้งานพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของคุณอยู่ที่ประมาณ 53% ใช่ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าว

“ถูกต้อง นี่คือทักษะพื้นฐานที่ทุกคนจำเป็นจะต้องเรียนรู้เอาไว้ ส่วนวิธีการปกปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของตัวเองก็มีอยู่เหมือนกัน แต่มันยังไม่ใช่วิธีที่นายจะสามารถเรียนรู้ได้ในตอนนี้”

“แต่สิ่งหนึ่งที่นายควรจะต้องจดจำเอาไว้เสมอคืออัตราการเปิดของพื้นที่สมองส่วนที่ 7 แสดงถึงพรสวรรค์ของเป้าหมายเท่านั้น แต่มันไม่สามารถวัดระดับพรแสวงของคนคนนั้นได้”

“ซึ่งมันก็มีนักสู้บางคนพัฒนาพลังขึ้นไปอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัวด้วยการพึ่งพาเพียงแค่พรแสวงของตัวเองอยู่ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นการประเมินพื้นที่สมองส่วนที่ 7 จึงเป็นเพียงแค่การประเมินแบบคร่าว ๆ เท่านั้น”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“เอาล่ะเรื่องต่อไปคือเรื่องสำคัญที่สุดที่เราต้องพูดคุยกันในวันนี้ นั่นก็คือวิธีการดูดซับพลังต้นกำเนิดจากคริสตัล”

“ทักษะนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ จะสามารถเรียนรู้มันได้ภายในวันเดียว ดังนั้นถึงแม้ว่าวันนี้นายจะทำไม่ได้แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องเสียใจไป ไว้ฉันมีเวลาว่างฉันจะมาแนะนำนายอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง”

“เด็กฝึกหลาย ๆ คนจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนถึงจะสามารถดูดซับพลังงานต้นกำเนิดได้ แต่สำหรับนายหากนายสามารถดูดซับพลังงานได้อย่างเชี่ยวชาญภายใน 3 เดือน ฉันก็ถือว่ามันเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมแล้ว”

คอปเปอร์พยายามจะพูดถึงผลกระทบของความเสียหายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟย ว่ามันอาจจะส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในการฝึกฝนทักษะต่าง ๆ แต่เขาก็เลือกที่จะกลืนคำพูดพวกนั้นกลับลงไป

น่าแปลกที่วิธีการที่คอปเปอร์สอนกลับเหมือนวิธีการที่อันธได้สอนเซี่ยเฟยในก่อนหน้านี้ เพราะวิธีการดูดซับพลังงานคือการปล่อยให้พลังงานไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย ซึ่งเซี่ยเฟยได้เรียนรู้ตั้งแต่ที่เขาหาวิธีการควบคุมพลังงานในหัวใจจักรวาลสีขาวแล้ว มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการควบคุมพลังงานในคริสตัลม่วงที่มีพลังงานรุนแรงน้อยกว่าเลย

ชายหนุ่มถือคริสตัลม่วงเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง และชักนำพลังงานเคลื่อนที่ผ่านร่างกายของเขาไปอย่างผ่อนคลาย ซึ่งในระหว่างที่พลังงานเคลื่อนที่ผ่านร่างกายของเขาไป เขาก็รู้สึกเย็นสบายอย่างที่ไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน

“นี่นายเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?!” คอปเปอร์กลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่เมื่อได้เห็นความก้าวหน้าในการควบคุมพลังงานของชายหนุ่ม

เมื่อคอปเปอร์ได้พิจารณาเส้นทางการเคลื่อนที่ของพลังงานภายในร่างของเซี่ยเฟยแล้ว เขาก็ได้พบว่าพลังงานพวกนี้เคลื่อนที่ได้อย่างลื่นไหล ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะควบคุมพลังงานอย่างละเอียดอ่อนแบบนี้ได้

นี่มันจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

ทำไมเขาถึงรู้สึกราวกับว่าเซี่ยเฟยถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการควบคุมพลังงานต้นกำเนิด

เดิมทีคอปเปอร์คิดว่าเขาจะต้องใช้เวลาสอนเซี่ยเฟยในการควบคุมพลังงานประมาณ 1 เดือน แต่ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยกลับสามารถควบคุมพลังงานให้เคลื่อนที่ผ่านร่างกายได้อย่างลื่นไหลภายในเวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น

“เอาล่ะมันถือว่าเป็นเรื่องดีที่นายสามารถควบคุมพลังงานผ่านร่างกายได้อย่างลื่นไหล แต่อย่าพึ่งดีใจไป หลังจากนี้ฉันจะสอนวิธีกักเก็บพลังงานพวกนั้นเอาไว้ใช้เอง แต่กระบวนการนี้ค่อนข้างที่จะอันตรายมาก และถ้าหากว่ามันมีความผิดพลาดมันก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้” คอปเปอร์กล่าวอย่างจริงจังหลังจากที่เขาพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับและฟังคำแนะนำอย่างตั้งใจ

“ร่างกายของสิ่งมีชีวิตไม่สามารถที่จะดูดซับพลังงานต้นกำเนิดเข้าไปได้ ซึ่งมันก็มีเพียงแต่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 เท่านั้นที่จะสามารถกักเก็บพลังงานพวกนี้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งข้อดีของผู้ที่เปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างกว้างขวาง ก็ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้พลังของกฎได้อย่างมากมายเท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถกักเก็บพลังงานต้นกำเนิดเอาไว้ในสมองได้มากขึ้นอีกด้วย”

“ก่อนอื่นนายจำเป็นจะต้องแบ่งพลังงานต้นกำเนิดเป็นสายเล็ก ๆ จากพลังงานทั่วทั้งร่างกายให้วิ่งผ่านพื้นที่สมองส่วนที่ 7 เพื่อให้สมองได้ปรับตัวเข้ากับพลังงานพวกนี้ซะก่อน”

เซี่ยเฟยเริ่มชักนำพลังงานผ่านพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ตามคำแนะนำ และเนื่องมาจากว่าเขาต้องควบคุมพลังงานป้อนให้กับกรงเล็บภูติโลหิตทุกวัน เขาจึงสามารถควบคุมพลังงานในร่างกายให้เคลื่อนไหวได้ดั่งใจที่เขาต้องการ

ทันใดนั้นเองพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟยก็เริ่มกลืนกินพลังงานต้นกำเนิดเข้าไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อเซี่ยเฟยรู้สึกว่าสมองของเขาเริ่มที่จะปรับตัวได้แล้ว เขาจึงเริ่มเพิ่มปริมาณพลังงานที่ส่งเข้าไปมากขึ้นเรื่อย ๆ

คอปเปอร์พยายามจะยื่นมือออกไปห้ามชายหนุ่มเอาไว้ แต่เขาก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองอย่างฉับพลัน เพราะเขาต้องการจะดูว่าเซี่ยเฟยจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนถ้าหากว่าเขาได้ให้คำแนะนำไปเพียงแค่เท่านี้

ในเวลาต่อมาเขาก็ได้หยิบอุปกรณ์ดูดซับพลังงานออกมาจากแหวนมิติเพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เซี่ยเฟยสูญเสียการควบคุมพลังงานภายในร่าง เขาก็จะรีบใช้อุปกรณ์นี้ในการดึงพลังงานออกมาจากร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

อุปกรณ์ชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างจำเป็น เพราะมันไม่ได้มีเพียงแต่เด็กฝึกอย่างเซี่ยเฟยเท่านั้นที่มักจะมีความผิดพลาด แต่นักสู้ผู้ใช้กฎที่พึ่งเลื่อนระดับได้เพียงแค่ไม่นานก็มักจะมีความผิดพลาดในระหว่างการควบคุมพลังงานด้วยเหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นจะต้องเตรียมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเอาไว้เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยกลับสามารถควบคุมพลังงานได้เป็นอย่างดี จนทำให้คริสตัลม่วงภายในมือของเขาค่อย ๆ สูญเสียความสว่างด้านในลง ขณะที่ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่สุดพลังงานหยดสุดท้ายก็ถูกส่งเข้าไปในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟย ซึ่งชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ และความรู้สึกนี้ก็เป็นความสุขที่เขาไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลย

เพียงแค่การบังคับให้พลังงานดั้งเดิมไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย มันก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูกแล้ว มันจึงไม่จำเป็นจะต้องอธิบายว่าการที่พลังงานพวกนั้นถูกดูดซับเข้าไปในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขามันจะทำให้เขารู้สึกดีมากแค่ไหน

“ที่ผมทำมันถูกหรือเปล่าครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างถ่อมตัว

คอปเปอร์สะดุ้งขึ้นมาอย่างฉับพลันราวกับว่าเขากำลังตื่นขึ้นมาจากความฝัน เพราะการควบคุมพลังงานของเซี่ยเฟยละเอียดอ่อนมากจนทำให้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง

“ถูกแล้ว ตอนนี้นายน่าจะเข้าใจถึงประโยชน์ของการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดแล้วใช่ไหม? เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานสำหรับนักสู้ทุกคน เมื่อไหร่ก็ตามที่นายจำเป็นจะต้องดูดซับพลังงานคนเดียว จงจำไว้ว่าอย่าประมาทโดยเด็ดขาด เพราะการดูดซับพลังงานสำเร็จหนึ่งครั้ง มันก็ไม่ได้หมายความว่านายจะสามารถดูดซับพลังงานสำเร็จได้ตลอดไป”

เมื่อเซี่ยเฟยเดินออกมาจากห้องฝึกเขาก็ได้พบกับแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามอีกครั้ง ซึ่งเด็กฝึกหลาย ๆ คนก็กำลังกระซิบกระซาบกันราวกับว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องตลก มีเพียงแต่สายตาของคอปเปอร์ที่มองเซี่ยเฟยแตกต่างจากเดิม เพราะการควบคุมพลังงานของชายหนุ่มคนนี้มีความละเอียดอ่อนมาก จนทำให้เขาไม่ได้มองเซี่ยเฟยเหมือนเดิมอีกต่อไป

เซี่ยเฟยเริ่มคุ้นเคยกับแววตาดูถูกพวกนี้มาสักพักแล้ว เขาจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าและเดินผ่านฝูงชนกลับไปในห้องของตัวเองด้วยท่าทางสบาย ๆ

“เขาใช้เวลา 30 นาทีในการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดเป็นครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่คนอื่นจำเป็นจะต้องใช้เวลายาวนานกว่า 3 เดือน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถดูดซับพลังงานได้ถึง 87% นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก เขาก็คงจะเป็นนักรบพรสวรรค์ที่น่าจับตามองอย่างแน่นอน” คอปเปอร์พึมพำขึ้นมาเบา ๆ ขณะที่เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเซี่ยเฟย

“น่าเสียดาย... น่าเสียดายจริง ๆ…” คอปเปอร์กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ จากนั้นเขาก็เดินไปยังบ้านที่อยู่นอกเขตเมือง

“ฉันควรจะรายงานเรื่องนี้กับผู้อาวุโสดีไหม? ว่าถึงแม้พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาจะได้รับความเสียหาย แต่ความสามารถในการควบคุมพลังงานของเขาก็จัดอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก…”

*****************

ถึงสมองจะยังพิการแต่ก็มีความสามารถอื่นให้ทึ่งอยู่อีกเน๊าะ พี่เฟยนี่สุดยอดจริง ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 515 ดูดซับพลังต้นกำเนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว