เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 508 อัจฉริยะกลับกลายเป็นคนธรรมดา

ตอนที่ 508 อัจฉริยะกลับกลายเป็นคนธรรมดา

ตอนที่ 508 อัจฉริยะกลับกลายเป็นคนธรรมดา


ตอนที่ 508 อัจฉริยะกลับกลายเป็นคนธรรมดา

วันนี้เป็นวันที่แอวริลเดินทางกลับมา เซี่ยเฟยจึงยืนรอคนรักพร้อมกับขนอุยและกระป๋อง

แอวริลก้าวเท้าลงมาจากรถด้วยรอยยิ้ม กระป๋องจึงรีบเข้าไปช่วยแอวริลยกกระเป๋าเดินทาง แต่รูปลักษณ์ของกระป๋องที่เปลี่ยนไปก็ทำให้แอวริลค่อนข้างที่จะรู้สึกประหลาดใจอยู่พอสมควร

“อ้าวกระป๋อง! นี่นายเปลี่ยนร่างใหม่เหรอ? ดูเหมือนร่างนี้จะดูดีขึ้นนะ”

กระป๋องยกมือขึ้นมาลูบหัวด้วยความเขินอาย ก่อนที่มันจะรีบยกสัมภาระทั้งหมดของแอวริลเข้าไปภายในบ้าน

“ดูเหมือนเธอจะผอมลงนะ” เซี่ยเฟยเดินเข้าไปหาแอวริลด้วยรอยยิ้ม

“ฉันว่าฉันน่าจะอ้วนขึ้นมากกว่า พ่อกับปู่เตรียมอาหารเอาไว้ให้ฉันเยอะแยะเลยตั้งแต่ที่ฉันเดินทางกลับไปยังพันธมิตร ฉันว่าฉันกินอาหารเข้าไปไม่หยุดเลยนะ” แอวริลกล่าวพร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอดเซี่ยเฟยอย่างออดอ้อน

ซาร่าที่เดินทางมาส่งแอวริลรู้สึกเศร้ากับความใกล้ชิดของทั้งสองคนอยู่เล็กน้อย และเธอก็ไม่สามารถที่จะเก็บอารมณ์ที่สื่อสารผ่านมาจากสีหน้าของเธอได้

“อยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันก่อนสิ เดี๋ยวฉันให้คนเตรียมกุ้งคริสตัลจากทะเลสาบ 4 ชั้นเอาไว้ให้” เซี่ยเฟยกล่าวกับซาร่า

“คืนนี้กองยานขนสินค้าจะต้องเดินทางกลับไปยังพันธมิตรอีกครั้ง เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ” ซาร่าส่ายหัวพร้อมกับกล่าวปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิง

แม้ว่าซาร่าจะยังไม่คุ้นเคยกับมารยาทเช่นนี้มากนัก แต่เธอก็พอที่จะเรียนรู้เรื่องการปฏิเสธมาบ้าง เธอจึงหาข้ออ้างขอตัวลาและเดินทางกลับไปยังที่พักของเธอ

“คุณปู่เป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยถาม

“ตอนนี้คุณปู่ไม่เป็นอะไรแล้ว แค่ในตอนสงครามการเดินทางทำให้คุณปู่พอจะมีปัญหาเรื่องหัวใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ท่านเพียงแค่ต้องการการพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น”

ทันใดนั้นแอวริลก็สังเกตเห็นเหมือนกับว่าขนอุยพยายามที่จะหลบเลี่ยงเธอ เธอจึงพุ่งตัวเข้าไปหาเจ้าตัวน้อยพร้อมกับอุ้มร่างของมันขึ้นมา

“ว่าไงขนอุย นายคิดถึงฉันไหม?”

“ดูนี่สิ ฉันเอาของอร่อย ๆ มาฝากนายเยอะเลย”

ท่าทางของแอวริลทำให้ขนอุยพูดอะไรไม่ออก แล้วมันก็มองไปทางเซี่ยเฟยด้วยน้ำตาราวกับขอร้องไม่ให้มันต้องชิมขนมที่แอวริลจะเอามาป้อนมัน

“ขนอุยจะต้องชอบขนมของเธอแน่ ๆ ปกติเจ้านี่มันเป็นพวกตะกละตลอดอยู่แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มโดยไม่สนใจท่าทางเหมือนกับเด็กจะร้องไห้ของขนอุยเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็เปลี่ยนสายตาเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสบสายตาของขนอุยราวกับว่าเขากำลังสั่งการห้ามไม่ให้ขนอุยขัดคำสั่งแอวริลแม้แต่เพียงนิดเดียว เจ้าตัวเล็กจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้าอย่างเศร้าสร้อยและนั่งรอการทรมานจากหญิงสาวเท่านั้น

ในที่สุดมื้ออาหารก็สิ้นสุดลง เซี่ยเฟยกับแอวริลจึงนอนเคียงคู่กันอยู่บนเตียงพร้อมกับรับชมทะเลสาบนอกหน้าต่าง และรับฟังเสียงของน้ำในทะเลสาบที่มีเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ

“ครั้งนี้ฉันได้เจอนิโคลด้วย”

“นิโคล ซอว์เยอร์?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงลางที่ไม่ค่อยดี

“ใช่ ฉันกับนิโคลรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก อันที่จริงฉันคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากและเธอก็ชอบทำอะไรจนสุดขั้วด้วยเหมือนกัน” แอวริลกล่าวพร้อมกับแอบดูปฏิกิริยาของเซี่ยเฟย

“อือ” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเฉยเมย

“ดูเหมือนว่านิโคลจะชอบนายนะ”

“เหรอ”

“ซาร่าก็ถามถึงนายบ่อยเหมือนกัน”

“อื้อ”

เซี่ยเฟยแกล้งทำเป็นว่าเขาไม่รู้ว่าแอวริลต้องการจะสื่อถึงอะไร แต่ในความเป็นจริงเขาก็พอจะคาดเดาความคิดของหญิงสาวได้บ้างแล้ว

“เซี่ยเฟย! ในพันธมิตรการมีภรรยาหลายคนถือว่าเป็นเรื่องปกตินะ นายอยาก…”

ก่อนที่แอวริลจะทันพูดจนจบ เซี่ยเฟยก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ ฉันขอแค่เธอคนเดียวก็พอแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

แอวริลสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่กระจายไปทั่วทั้งหัวใจของเธอ และยิ่งเธอได้อยู่กับเขามากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งสัมผัสถึงความใส่ใจที่เขามีให้เธอมากเท่านั้น

“แต่…”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น”

เซี่ยเฟยกดปุ่มที่ข้างเตียงทำให้เพดานห้องนอนค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นกระจกใสที่สะท้อนให้เห็นถึงดวงดาวสว่างไสวไปทั่วทั้งห้องนอน

“ดาวบนฟ้าสวยดีเนอะ”

“อืม”

“เธอรู้ไหมว่าจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน? แล้วมันมีจุดสิ้นสุดของจักรวาลหรือเปล่า?”

“ไม่รู้สิ” แอวริลตอบพร้อมกับส่ายหัว

คำพูดของเซี่ยเฟยฟังดูเป็นบทสนทนาที่จริงจังมาก แอวริลจึงมองไปยังคนรักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล เพราะเธอชอบท่าทางจริงจังของเซี่ยเฟยมากที่สุด

“เธอรู้ไหมว่าจักรวาลถือกำเนิดขึ้นมาได้ยังไง?”

“ไม่รู้สิ”

“เธอรู้หรือเปล่าว่าใครคือผู้ปกครองจักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้?”

“ไม่รู้เหมือนกัน”

“เธอรู้หรือเปล่าว่านักสู้จะสามารถพัฒนาพลังไปได้ไกลแค่ไหน?”

“ไม่รู้เลย”

“เธอรู้ไหมว่ามีเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญากี่เผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่ในจักรวาล?”

“ไม่รู้”

เซี่ยเฟยสวมกอดแอวริลและมองไปยังหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเสน่หา

“คำถามพวกนี้คือคำถามที่ฉันอยากรู้คำตอบมากที่สุด และฉันก็อยากจะหาคำตอบของคำถามพวกนี้ให้ได้ทั้งหมดในช่วงชีวิตของฉัน แน่นอนว่าฉันจำเป็นจะต้องทุ่มเวลาและความสำคัญในการพยายามหาคำตอบที่ไม่รู้ว่าจะมีคำตอบจริง ๆ รอฉันอยู่ไหม แต่ถึงแบบนั้นฉันก็ยังอยากจะลองพยายามจนสุดชีวิต”

แอวริลพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เพราะการที่เธอได้เห็นเซี่ยเฟยพยายามอย่างหนักเพื่อไล่ตามความฝัน มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของเธอเช่นเดียวกัน

“ไม่ว่านายจะทำอะไรฉันคนนี้จะคอยสนับสนุนการตัดสินใจของนายอย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากว่านายต้องการจะหาน้องสาวให้กับฉัน เรื่องนั้นฉันก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธด้วยเหมือนกัน” แอวริลกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันยังพูดไม่ชัดพออีกเหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสับสน

“คือว่าฉัน... ฉันทนรับนายคนเดียวไม่ไหว” แอวริลกล่าวพร้อมกับซุกใบหน้าที่แดงก่ำลงไปบนเตียง

คำตอบนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะท้ายที่สุดเขาก็เป็นนักสู้ที่ทรงพลังแต่แอวริลเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่อ่อนแอ

ในความเป็นจริงคือแอวริลยังไม่ได้เปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเธอออกมาด้วยซ้ำ เพราะในกรณีของตระกูลที่ร่ำรวยพวกเขาก็ไม่คิดที่จะให้คนในตระกูลดื่มน้ำยาปรับสภาพยีน ท้ายที่สุดน้ำยาชนิดนี้ก็ยังคงไม่ใช่น้ำยาที่ปลอดภัย 100% และถึงแม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงไม่ถึง 1% แต่พวกเขาก็ไม่คิดที่จะมอบความเสี่ยงนั้นให้กับลูกหลานของตัวเอง

“เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ สินะ” เซี่ยเฟยส่งเสียงพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

ความเร็วในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาคดาวเหวทมิฬเพิ่มขึ้นจากเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงมีอาคารสูงระฟ้าเริ่มปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ขณะที่น้ำจากทะเลสาบ 4 ชั้นก็เริ่มหล่อเลี้ยงพื้นดินที่แห้งแล้งให้มีพืชพรรณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทุกคนจึงต่างก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นปาฏิหาริย์ที่เซี่ยเฟยได้สร้างขึ้น เพราะท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครเข้าใจว่าสาเหตุที่พืชพันธ์ุได้เติบโตอย่างผิดธรรมชาติ นั่นก็เพราะว่าพวกมันได้รับพลังงานจากหัวใจจักรวาลสีขาวที่ถูกติดตั้งเอาไว้ใต้ก้นทะเลสาบ

ที่สำคัญกว่านั้นคือน้ำในทะเลสาบ 4 ชั้นไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอันแห้งแล้งของดาวนิวเอิร์ธเพียงดวงเดียว เพราะสภาพแวดล้อมของดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ก็เริ่มมีพืชพรรณสีเขียวงอกขึ้นมาเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าดาวเคราะห์พวกนั้นจะยังคงอยู่ห่างไกลจากการเป็นดาวมีชีวิตระดับ A แต่มันก็มีดาวหลาย ๆ ดวงที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะจะเป็นสถานที่ปลูกพืชทนแล้งได้ ซึ่งมันก็ช่วยให้พวกเขาสามารถเพิ่มแหล่งอาหารให้กับผู้คนในภูมิภาคดาวเหวทมิฬได้มากกว่าเดิม

ยิ่งภูมิภาคดาวเหวทมิฬถูกพัฒนาขึ้นมามากเท่าไหร่ ผู้คนก็เริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคดาวแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ หลาย ๆ ครอบครัวจึงพากันย้ายจากพันธมิตรมาตั้งธุรกิจในภูมิภาคดาวอันห่างไกลแห่งนี้ และเพื่อรับประกันการขนส่งที่ปลอดภัยทางบริษัทควอนตัมจึงขยายจำนวนยานป้องกันออกไปจาก 1,200 ลำกลายเป็น 3,000 ลำ

ด้วยการรักษาความปลอดภัยอันหนาแน่นเช่นนี้ประชาชนเพียงแค่จะต้องจ่ายค่าขนส่งเพียงแค่เล็กน้อย พวกเขาก็สามารถส่งสินค้าไปกลับระหว่างพันธมิตรกับภูมิภาคดาวเหวทมิฬได้แล้ว มันจึงทำให้การค้าระหว่างพันธมิตรกับภูมิภาคดาวเหวทมิฬเป็นเรื่องที่สะดวกสบายกว่าเดิมมาก

ยิ่งเวลาผ่านไปผู้คนก็ค่อย ๆ ลืมเลือนเรื่องราวของวีรบุรุษผู้กอบกู้พันธมิตร เพราะเซี่ยเฟยแทบที่จะไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ มันจึงมีผู้จดจำเรื่องราวของเขาได้ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเซี่ยเฟยได้ใช้ชีวิตกับแอวริลอยู่ในทะเลสาบ 4 ชั้นอย่างสงบสุข ซึ่งถ้าหากว่าเขามีอะไรจำเป็นจะต้องทำเขาก็มักที่จะมอบหมายงานให้ผู้ช่วยเป็นผู้ลงมือ เพราะเขาต้องการที่จะอยู่กับหญิงสาวให้ได้นานที่สุด

ไม่ว่ายังไงเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าความสงบสุขนี้จะอยู่ได้อีกเพียงแค่ไม่นาน เพราะวันที่เขาจะต้องเดินทางไปยังดินแดนของผู้ใช้กฎก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ มากขึ้นทุกที

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหยูฮัวเคยมาเยี่ยมเซี่ยเฟยครั้งหนึ่ง แล้วมันก็ดูเหมือนว่าเขาจะสนใจขนอุยมาก ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ก็เป็นเพราะเขาต้องการที่จะมาเน้นย้ำวันเวลาที่พวกเขาได้ตกลงกันเอาไว้

แอวริลยังไม่รู้เรื่องที่เซี่ยเฟยจะต้องเดินทางไปยังดินแดนของผู้ใช้กฎ และถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับเซี่ยเฟยจะเรียบง่ายแต่มันก็ไม่ได้ขาดความตื่นเต้น เธอจึงใช้เวลาในทุก ๆ วันไปราวกับการเสพน้ำผึ้งพระจันทร์จนทำให้เธอมึนเมาไปกับความสุขชนิดที่ไม่มีทางรู้ลืม

เซี่ยเฟยอยากจะบอกกับแอวริลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนว่าเขากำลังจะต้องเดินทางไปยังดินแดนอันไกลแสนไกล แต่ทุกครั้งที่เขาได้เห็นรอยยิ้มของเธอ เขาก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้ จนกระทั่งเวลาได้ผ่านพ้นไปเหลือเพียงแค่ 3 เดือนก่อนที่เขาจะต้องออกเดินทาง

แวมไพร์เดินทางไปยังบริเวณขอบชายแดนของภูมิภาคดาวเหวทมิฬอีกครั้ง และเมื่อสะพาน เชื่อมต่อของยานทั้งสองลำได้เชื่อมเข้าหากัน วอร์สตาร์ก็เดินมาหาเซี่ยเฟยพร้อมกับสร้อยหินมัวร์ที่อยู่ในมือ

เซี่ยเฟยสวมสร้อยหินมัวร์กลับไปไว้ที่คอของเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะได้พบกับอันธที่ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นเวลากว่า 2 ปี แน่นอนว่าเพื่อนเก่าอย่างพวกเขาย่อมมีเรื่องต่าง ๆ ให้พูดคุยกันอย่างมากมาย แต่พวกเขาก็ยังไม่รีบร้อนเพียงแต่จ้องหน้ากันอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น

“นี่คือระบบเรดาร์แบล็คแบทที่พวกเราได้ช่วยกันพัฒนาอย่างสุดกำลัง แล้วฉันยืนยันได้ว่ามันไม่มีใครสามารถสอดแนมระบบเรดาร์นี้ในระหว่างการสื่อสารได้ ฉันเชื่อว่าแม้คุณจะต้องเดินทางไปยังดินแดนของผู้ใช้กฎ แต่มันก็น่าจะสามารถติดต่อกลับมาหาพวกเราได้เหมือนเดิม”

วอร์สตาร์กล่าวก่อนที่เขาจะวางกล่องโลหะ 3 กล่องให้กับเซี่ยเฟย โดยกล่องแต่ละกล่องได้บรรจุเรดาร์แบล็คแบทรุ่นปรับปรุงใหม่เอาไว้ ซึ่งเรดาร์ในรุ่นปัจจุบันนี้ก็เป็นระบบเรดาร์รุ่นที่โซฟีพยายามพัฒนาอย่างสุดกำลังแล้ว

ระบบเรดาร์รุ่นใหม่ไม่ได้มีรูปร่างขนาดใหญ่เทอะทะอีกต่อไป ซึ่งมันก็จำเป็นจะต้องใช้เพียงแค่หัวใจจักรวาลสีม่วงเป็นแหล่งพลังงาน ไม่จำเป็นจะต้องนำไปติดตั้งในระบบของยานที่ซับซ้อน

ปัจจุบันระบบเรดาร์แบล็คแบทรุ่นใหม่มีเพียงแค่ 4 ชุดเท่านั้น ซึ่งโซฟีได้เก็บเอาไว้ 1 ชุด, เซี่ยเฟยได้เก็บติดตัวเอาไว้หนึ่งชุด ส่วนอีก 2 ชุดที่เหลือเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจที่จะมอบให้ชาร์ลีกับแอวริล

หลังจากพูดคุยกันสักพักวอร์สตาร์ก็กล่าวคำอำลา ก่อนที่เขาจะขับยานเข้ารูหนอนแล้วจากไป

หลังจากนั้นเพื่อนเก่าทั้งสองคนก็นั่งเคียงข้างกันบนโซฟา ซึ่งในปัจจุบันอันธดูไม่แตกต่างไปจากเมื่อ 2 ปีก่อนมากนัก แต่ภายในแววตาของเขากลับดูมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“ช่วงที่ฉันไม่อยู่เป็นยังไงบ้าง?” อันธถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมกรงเล็บภูติโลหิตถึงยังไม่เติบโตให้เก็บเกี่ยวได้สักที หงส์ครามก็ยังคงอยู่เหนือเกินกว่าการควบคุมของฉัน แม้แต่พลังของฉันก็ถูกหยุดเอาไว้ที่ระดับลีเจนด์ ซึ่งไม่ว่าฉันจะพยายามทำอะไรในช่วง 2 ปีนี้แต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มระดับเกินกว่าระดับลีเจนด์ได้อีกแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

การที่นักสู้ไม่สามารถพัฒนาพลังเพิ่มขึ้นจากเดิมได้ถือได้ว่าเป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้จริง ๆ เซี่ยเฟยในตอนนี้แทบจะไม่มีความแตกต่างจากเซี่ยเฟยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และถึงแม้ว่าเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษารอยยิ้มต่อหน้าของแอวริล แต่ภายในใจของเขากลับมีความกดดันค่อย ๆ สะสมเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

เป็นไปได้ไหมว่าตอนนี้อัจฉริยะผู้เปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์จะกลายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่เดินทางมาจนถึงทางตันแล้ว เพราะไม่ว่าเขาจะพยายามใช้วิธีไหนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 508 อัจฉริยะกลับกลายเป็นคนธรรมดา

คัดลอกลิงก์แล้ว