เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 506 ราชากระป๋อง

ตอนที่ 506 ราชากระป๋อง

ตอนที่ 506 ราชากระป๋อง


ตอนที่ 506 ราชากระป๋อง

ลินนิจผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตราชาเผ่าพันธุ์จักรกลคือผู้ซึ่งเคยสร้างอารยธรรมอันรุ่งโรจน์ขึ้นมาในจักรวาล และเขายังได้ครอบครองเทคโนโลยีระดับสูงอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแม้แต่เทพธิดาผู้ถึงเป็นลูกสาวของอดีตราชาก็ยังไม่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่เทียบชั้นกับลินนิจได้ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในตอนที่ลินนิจเคยอยู่กับเผ่าพันธุ์จักรกลนั้น เขาเคยได้รับเชิญให้ไปท่องเที่ยวในดินแดนของผู้ใช้กฎ แต่หลังจากที่ราชาผู้นี้ได้เข้าไปในดินแดนของผู้ใช้กฎแล้วข่าวคราวของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ก่อนที่ในเวลาต่อมาอีกเพียงแค่ไม่นานเผ่าพันธุ์จักรกลจะถูกทำลายจากพวกผู้ใช้กฎที่เชิญตัวราชาของพวกเขาไป ทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขาเหลือจำนวนผู้รอดชีวิตมาจนถึงปัจจุบันเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น และนี่ก็คือความอัปยศที่จักรกลทุกคนไม่มีวันลืม

แต่จู่ ๆ เทพธิดาผู้พิทักษ์ก็ได้บอกว่าลินนิจยังคงมีชีวิตอยู่ภายในดินแดนของผู้ใช้กฎ มันจึงทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ท่านลินนิจยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?!”

“นี่มันเรื่องจริงรึเปล่า?”

มอร์โรว์กับวอร์สตาร์ต่างก็รีบถามขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“สาเหตุที่ฉันรู้ว่าผู้ใช้กฎกำลังวางแผนทำลายอารยธรรมมนุษย์โบราณ นั่นก็เพราะว่าฉันได้รับข้อความมาจากพ่อ ดูเหมือนว่าแม้แต่ตัวของพ่อเองก็ไม่อยากให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกทำลายหายไป” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นท่านลินนิจได้พยายามติดต่อหาคุณอีกหรือเปล่า?” มอร์โรว์กล่าวถาม

“ตั้งแต่ที่ท่านพ่อหายตัวไปมีข้อความส่งมาถึงฉันสั้น ๆ เพียงแค่ 3 ครั้ง ครั้งแรกคือในตอนที่เราตั้งรกรากอยู่ในพันธมิตรมนุษย์ได้เพียงแค่ไม่นาน ครั้งที่ 2 คือการเตือนว่ามนุษย์กำลังตกอยู่ในอันตราย ส่วนครั้งสุดท้ายคือตอนที่พวกเรากำลังร่อนเร่อยู่ในอวกาศ หลังจากที่พวกเราตัดสินใจทำลายมนุษย์ส่วนใหญ่ลง ในครั้งนั้นพ่อเป็นคนส่งพิกัดดินแดนแห่งความลับแห่งนี้มาให้กับฉัน และหลังจากนั้นท่านพ่อก็ไม่เคยส่งข้อความใด ๆ มาอีกเลย”

“จากข้อความที่พ่อที่ส่งมาทำให้ฉันได้รู้ว่าท่านพ่อยังคงมีชีวิตอยู่ในดินแดนของผู้ใช้กฎอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าการเคลื่อนไหวของเขาน่าจะถูกจำกัด ทำให้เขาไม่สามารถที่จะติดต่อมาหาเราได้ตามที่เขาต้องการ” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าว

คำบอกเล่าของเทพธิดาทำให้มอร์โรว์กับวอร์สตาร์เผยสีหน้าออกมาอย่างเศร้าสร้อย เพราะท้ายที่สุดดินแดนของผู้ใช้กฎก็เป็นดินแดนอันลึกลับสำหรับพวกเขามากจนเกินไป และมันก็ไม่มีใครรู้ตำแหน่งที่ตั้งของดินแดนผู้ใช้กฎเลย

ดังนั้นหากพวกเขาต้องการที่จะค้นหาร่องรอยของอดีตราชา มันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามงมเข็มในมหาสมุทร เพราะจักรวาลมีความกว้างใหญ่มากและพวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องเริ่มออกค้นหาตั้งแต่ตรงไหน

“คุณกำลังจะบอกว่าคุณจะไปในดินแดนของผู้ใช้กฎในอีก 2 ปีใช่ไหม?” เทพธิดาผู้พิทักษ์ถามเซี่ยเฟยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ใช่ ฉันจะต้องไปในดินแดนของผู้ใช้กฎในอีก 2 ปี 3 เดือน 11 วัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“มอร์โรว์, วอร์สตาร์ ฉันขอคุยกับเซี่ยเฟยส่วนตัวหน่อยได้ไหม?” เทพธิดากล่าว

“ได้ครับ” ทั้งมอร์โรว์และวอร์สตาร์ต่างก็รีบถอยออกไปด้วยความเคารพ เหลือเพียงแค่เทพธิดาผู้พิทักษ์กับเซี่ยเฟยอยู่ภายในห้องเพียงลำพังเท่านั้น

“คุณช่วยตามหาพ่อฉันหน่อยได้ไหม?” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ

“เธอช่วยฉันสร้างยานไททันได้ไหมล่ะ?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นี่คือเงื่อนไขของคุณงั้นเหรอ?” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไม่ใช่เงื่อนไขแต่เป็นข้อเสนอ ในจักรวาลนี้คงไม่มีใครอยากอยู่ในเงามืดไปตลอดกาล และฉันก็เชื่อว่าเธอก็คงจะต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

“การสร้างไททันมันอันตรายมากเลยนะ ถ้าหากว่าพวกผู้ใช้กฎรู้เรื่องนี้เข้า…”

“ทุกอย่างในจักรวาลมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าเธอต้องการที่จะได้รับอิสระเธอก็แค่จะต้องยอมเสี่ยงมากหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าว

“ถ้าฉันเป็นคนสร้างไททันขึ้นมา คุณไม่กลัวว่าฉันจะใช้ยานลำนี้กับมนุษย์งั้นเหรอ?” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าว

“มนุษย์ในปัจจุบันไม่คุ้มค่าที่จะต้องใช้ยานไททันหรอก ถ้าหากว่าพวกเธอต้องการที่จะทำลายมนุษย์ลงจริง ๆ แค่หุ่นยนต์ในดินแดนแห่งความลับนี่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะกวาดล้างมนุษย์ให้หายไปจากจักรวาลแล้ว ดังนั้นฉันจึงเต็มใจที่จะเสี่ยงเชื่อใจเธอในเรื่องนี้” เซี่ยเฟยกล่าว

“ขอบคุณมากที่ยังยอมเชื่อใจฉันอยู่ เอาล่ะฉันจะทำตามคำแนะนำของคุณ หลังจากนี้มนุษย์กับหุ่นยนต์จะเป็นมิตรที่ดีต่อกันตลอดไป” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าวอย่างมีความสุข

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็สัญญาว่าฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหาพ่อของเธอในดินแดนของผู้ใช้กฎให้พบให้ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

คำสัญญาของเซี่ยเฟยทำให้เทพธิดาผู้พิทักษ์รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะถึงแม้ว่าเธอจะมีตัวตนมาเป็นเวลานาน แต่เธอก็ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากพ่อของเธออีกอย่างมากมาย

“คุณมีหุ่นยนต์รับใช้ผู้ซื่อสัตย์คอยอยู่เคียงข้างตลอดเลยใช่ไหม?” เทพธิดาผู้พิทักษ์ถาม

“ใช่ เขาชื่อกระป๋อง”

“คุณช่วยออกไปก่อนแล้วทิ้งกระป๋องกับอันธเอาไว้ที่นี่ได้ไหม?”

คำพูดของเทพธิดาประโยคนี้ทำให้เซี่ยเฟยตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเขาไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่

“ความร่วมมือของพวกเราเริ่มต้นด้วยความเชื่อใจ คุณเป็นคนพูดเรื่องนี้เองใช่ไหม?” เทพธิดาผู้พิทักษ์เน้นย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหยิบกระป๋องออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นเขาก็ถอดสร้อยที่คอออกมาวางลงบนพื้นอย่างเบามือ

“นายจะทิ้งฉันเอาไว้แบบนี้ไม่ได้นะ!” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างกังวล

“นายท่าน! นายท่านไม่ต้องการกระป๋องแล้วงั้นเหรอ?” กระป๋องกล่าวโดยท่าทางที่เกือบจะร้องไห้

เซี่ยเฟยไม่สามารถทนเห็นท่าทางเว้าวอนของทั้งสองคนได้อีกต่อไป แต่เขาก็ยังคงกัดฟันเดินจากไปเพื่อแสดงความไว้วางใจว่าเขาเชื่อใจเทพธิดา

“3 เดือนหลังจากนี้ฉันจะส่งพวกเขากลับไปหาคุณเอง” เทพธิดาผู้พิทักษ์กล่าวอย่างนุ่มนวล

ในอดีตทีมผจญภัยของเขาเคยประกอบไปด้วยหนึ่งคน, หนึ่งสัตว์อสูร, หนึ่งหุ่นยนต์และหนึ่งวิญญาณ แต่เมื่อเขากลับมาเพียงแค่หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์อสูร มันจึงทำให้บรรยากาศค่อนข้างที่จะเงียบเหงาอยู่เล็กน้อย

โชคดีที่เทพธิดาผู้พิทักษ์แสดงออกถึงการหลุดพ้นออกมาจากพันธนาการในจิตใจ และเธอก็เต็มใจที่จะช่วยเซี่ยเฟยสร้างไททันขึ้นมา ซึ่งอย่างน้อยมันก็ทำให้เซี่ยเฟยได้รับพันธมิตรที่ดีมาคอยช่วยงานซึ่งเป็นภารกิจหลักของเขาอีกหนึ่งคน

ณ วังของคอนสแตนติน

“เซี่ยเฟย!! ในที่สุดนายก็กลับมาแล้ว ก่อนหน้านี้นายหายไปไหนมาตั้ง 1 เดือน?” คอนสแตนตินกล่าวอย่างกังวลใจ

ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็คือผู้ปกครองภูมิภาคดาวเหวทมิฬคนปัจจุบัน และถ้าหากว่าเขาได้หายตัวไปในอาณาจักรเทียนโลหิต มันก็ไม่มีทางที่อาณาจักรเทียนโลหิตจะสามารถปัดความรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นการค้าขายเรดนาเร็ดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นและคอนสแตนตินยังคงรอให้เซี่ยเฟยเป็นคนตัดสินใจ

“ฉันแค่ออกไปเดินเล่นแถว ๆ นี้มาน่ะ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ออกไปเดินเล่นเป็นเดือน ๆ เนี่ยนะ! นายหายตัวไปไหนมากันแน่?” คอนสแตนตินกล่าวพร้อมกับเผยใบหน้าออกมาอย่างเหยเก

เซี่ยเฟยตอบกลับไปเพียงแค่รอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะเดินตามคอนสแตนตินเข้าไปภายในวัง จากนั้นเขาก็เดินลงไปนั่งลงในห้องรับแขกที่คอยคนรับใช้ยกอาหารและเครื่องดื่มมาให้กับเขาอย่างมากมาย

ระหว่างอาศัยอยู่ในดินแดนของหุ่นยนต์เซี่ยเฟยแทบที่จะไม่ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้เลย ดังนั้นเขาจึงรีบกินอาหารเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง เพื่อพยายามเติมเต็มสารอาหารที่ขาดไปในก่อนหน้านี้

“เรื่องเรดนาเร็ดเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยเริ่มกล่าวถามอย่างเป็นกันเองหลังจากที่เขากินอาหารเข้าไปเป็นจำนวนมาก

คอนสแตนตินรีบหยิบเอกสารกองหนาออกมามอบให้กับเซี่ยเฟย โดยภายในเอกสารได้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณเรดนาเร็ดที่อาณาจักรโลหิตต้องการจะขายให้เซี่ยเฟยไปอีก 10 ปี ตลอดจนรายการวัตถุดิบที่พวกเขาต้องการที่จะแลกเปลี่ยนกับเรดนาเร็ดพวกนี้

ท้ายที่สุดอาณาจักรเทียนโลหิตก็เป็นดินแดนที่มีความแห้งแล้งมาก สิ่งของส่วนใหญ่ที่พวกเขาต้องการจึงเป็นของในปัจจัย 4 อย่างอาหารและยา ซึ่งมันก็มีของใช้ฟุ่มเฟือยอยู่ในรายการบ้างเล็กน้อยเท่านั้น แน่นอนว่าของเหล่านั้นน่าจะเป็นข้อเสนอจากชนชั้นสูงของอาณาจักร

เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่อาณาจักรเทียนโลหิตได้เสนอมาแล้ว มันก็ต้องบอกว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามาก ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะใช้เรดนาเร็ดไปสร้างบ้านจริง ๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

“ฉันยอมรับข้อเสนอตามนี้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำตอบรับของเซี่ยเฟยเหมือนกับทำให้คอนสแตนตินยกภูเขาออกมาจากอก และถึงแม้ว่าในความคิดของเซี่ยเฟยเรดนาเร็ดพวกนี้จะมีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สำหรับมุมมองคนในอาณาจักรอย่างคอนสแตนตินแล้ว การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากสำหรับอาณาจักรของพวกเขาเช่นกัน

“เอาล่ะเพื่อเป็นของรางวัลสำหรับนายที่ช่วยฉันรวบรวมเรดนาเร็ด ฉันจะมอบของรางวัลเป็นสิทธิ์ในการซื้อขายเรดนาเร็ดกับอาณาจักรของฉันอย่างเต็มที่รวมถึงอาวุธและยานรบจำนวนหนึ่งด้วย หวังว่าฉันคงจะไม่ต้องบอกนะว่าหลังจากนี้นายควรจะทำอะไรต่อไป” เซี่ยเฟยกล่าวเสริม

คอนสแตนตินพยักหน้ารับซ้ำ ๆ และมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ท้ายที่สุดมันก็เห็นได้ชัดว่าเซี่ยเฟยพยายามช่วยให้เขาสร้างฐานอำนาจขึ้นมาภายในอาณาจักร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแย่งชิงบัลลังก์ที่กำลังจะมาถึง

ความจริงแล้วเพียงแค่การได้รับความไว้วางใจจากเซี่ยเฟยในการรวบรวมเรดนาเร็ดในครั้งนี้ มันก็ทำให้ชื่อเสียงของคอนสแตนตินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เหล่าบรรดาขุนนางทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่ปฏิบัติตัวต่อคอนสแตนตินอย่างสุภาพ และถ้าหากว่าเซี่ยเฟยช่วยสนับสนุนเรื่องอาวุธกับยานรบให้กับเขา มันก็คงจะทำให้เขามีโอกาสได้ครองบัลลังก์เป็นราชาคนต่อไปอย่างแน่นอน

“เอาล่ะคืนนี้ฉันจะไปลาพ่อของนาย แล้วฉันก็จะกลับไปยังที่ของฉันสักที” เซี่ยเฟยกล่าว

3 เดือนผ่านไป

ในที่สุดเวลาที่เซี่ยเฟยกับเทพธิดาผู้พิทักษ์ตกลงกันก็เดินทางมาถึง เซี่ยเฟยจึงขับยานแวมไพร์มาเพียงแค่ลำพังมุ่งหน้าไปยังเขตพื้นที่ดาวอันรกร้างที่อยู่ด้านนอกภูมิภาคดาวเหวทมิฬ

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาขนอุยยังคงนอนอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้าน แอวริลก็เดินทางกลับไปยังพันธมิตร เซี่ยเฟยจึงไม่มีใครคอยให้พูดคุยด้วยเหมือนกับเมื่อก่อน มันจึงทำให้ช่วงตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมานี้เขาใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างเงียบเหงา

ทันใดนั้นเองมันก็ได้มีรูหนอนถูกเปิดห่างออกไปไม่ไกล ก่อนที่มันจะมียานอวกาศลำเล็กปรากฏตัวขึ้นตรงข้ามกับแวมไพร์

ทันทีที่ยานอวกาศทั้งสองลำได้เชื่อมต่อสะพานเข้าสู่กันและกัน ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงของกระป๋องดังขึ้นมาตั้งแต่ไกล

“นายท่าน!”

“นายท่าน! กระป๋องกลับมาแล้ว”

“กระป๋องคิดถึงนายท่านจังเลย”

กระป๋องกระโดดเข้ามาในอ้อมแขนเซี่ยเฟยสุดแรงและกอดเขาเอาไว้อย่างไม่ยอมปล่อย จนทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

“นี่มันกระป๋องจริง ๆ งั้นเหรอ?”

ย้อนกลับไปในตอนที่กระป๋องพยายามปกป้องเขาในตอนที่พวกเขาพบเจอกันเป็นครั้งแรก มันได้มีบาดแผลที่ร้ายแรงถูกทิ้งไว้บนร่างกายของกระป๋องเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะพยายามรักษาบาดแผลเหล่านั้น แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะทำให้บาดแผลหายออกไปจากร่างของกระป๋องได้

อย่างไรก็ตามในวันนี้กระป๋องกลับมีรูปลักษณ์เหมือนใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นเปลือกนอกของมันยังทำขึ้นมาจากโลหะเบาที่แข็งแกร่งคล้ายกับโลหะที่ใช้ทำร่างของเซียน่า และแม้แต่ดวงตาของกระป๋องก็ดูให้ความแตกต่างไปจากเดิม

“เทพธิดาผู้พิทักษ์ทำอะไรกับนายกันแน่?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“ท่านเทพธิดาได้ช่วยปรับแต่งกระป๋องในทุก ๆ ด้าน นายยังจำร่างสำรองของเซียน่าที่อยู่บนยานลำนั้นได้ไหม?” วอร์สตาร์กล่าวด้วยรอยยิ้มขณะที่เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเซี่ยเฟยอย่างช้า ๆ

“ฉันว่าแล้วว่าโลหะบนร่างของกระป๋องดูคุ้น ๆ ที่แท้มันก็เป็นโลหะที่เคยใช้ประกอบเป็นร่างของเซียน่านี่เอง” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

“ใช่แล้ว ตอนนี้ชิ้นส่วนกลไกทั้งหมดในร่างของกระป๋องทำขึ้นมาจากโลหะวูรี่อัลลอย ซึ่งเหนือกว่าโลหะโครรี่อัลลอยและโฟวรี่อัลลอยที่เป็นโลหะที่ดีที่สุดในพันธมิตรตอนนี้มาก และเรายังได้ติดตั้งระบบเครื่องยนต์ของเซียน่าลงในร่างของกระป๋องด้วย มันอาจจะกล่าวได้เลยว่านอกเหนือจากพวกเราแล้วกระป๋องคือหุ่นยนต์ที่ทรงพลังที่สุด”

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้กระป๋องก็มีระบบจำลองพลังพิเศษเหมือนกับนายแล้วใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างยินดี เพราะในฐานะที่กระป๋องคือพวกพ้องคนสำคัญ มันจึงเป็นเรื่องที่ดีที่กระป๋องได้พัฒนาความสามารถขึ้นมา

“น่าเสียดายที่ระบบจำลองพลังพิเศษไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถปลูกถ่ายไปให้กับใครง่าย ๆ ดังนั้นพวกเราจึงไม่สามารถจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้จริง ๆ” วอร์สตาร์กล่าวพร้อมกับกางแขนออกทั้งสองข้าง

เซี่ยเฟยรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย แต่เขาก็ต้องรู้สึกตกใจกับสิ่งที่วอร์สตาร์พูดหลังจากนั้น

“ถึงแม้เราจะไม่สามารถปลูกถ่ายระบบจำลองพลังพิเศษให้กับกระป๋องได้ แต่ท่านเทพธิดาก็ได้มอบคำสั่งประกาศิตของหุ่นยนต์ให้กับกระป๋องแล้ว มันจึงทำให้แม้แต่ตัวของท่านเทพธิดาก็ไม่สามารถออกคำสั่งหุ่นยนต์ที่ขัดต่อคำสั่งของกระป๋องได้ หรือมันอาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าตอนนี้กระป๋องคือราชาของหุ่นยนต์ทั้งหมด”

***************

อยู่ๆ น้องกระป๋องที่น่ารักก็ถูกยกระดับเป็นราชาซะงั้น

จบบทที่ ตอนที่ 506 ราชากระป๋อง

คัดลอกลิงก์แล้ว