เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 502 พลังของไดมอนด์ชิฟท์

ตอนที่ 502 พลังของไดมอนด์ชิฟท์

ตอนที่ 502 พลังของไดมอนด์ชิฟท์


ตอนที่ 502 พลังของไดมอนด์ชิฟท์

“ไดมอนด์ชิฟท์!”

“หยุด!”

จู่ ๆ สภาพแวดล้อมก็ตกอยู่ภายใต้ความมืดครึ้ม พร้อมกับดาบดราก้อนสเกลเริ่มเรียงตัวกันเป็นรูปทรงต่าง ๆ ในอากาศ

รูปทรงแต่ละรูปที่ปรากฎขึ้นมาต่างก็ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงบางรูปเป็นรูปทรงกลม, รูปทรงบางรูปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส, รูปทรงบางรูปเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และรูปทรงที่ดูอันตรายที่สุดก็คือรูปทรงที่ดูเป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

อย่างไรก็ตามการจู่โจมของเซี่ยเฟยกลับเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ราวกับว่ามันถูกแช่แข็งอยู่ในอากาศ ซึ่งใบหน้าของชายหนุ่มก็เริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเซียวเหมือนกับเขาจำเป็นจะต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อทำให้ดาบดราก้อนสเกลเคลื่อนไหวไปข้างหน้า

เซี่ยเฟยก็ไม่รู้ว่าวอร์สตาร์ทำอะไรลงไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับอากาศถูกแช่แข็งจนทำให้เขาแทบจะไม่สามารถทำการเคลื่อนไหวใด ๆ ได้

องค์ประกอบพื้นฐานของสสารคือโมเลกุล และความสามารถของวอร์สตาร์ก็คือการจัดการกับโมเลกุลในอากาศรอบ ๆ ตัวของมันได้

เมื่อโมเลกุลพวกนี้ถูกสั่งให้หยุดการเคลื่อนไหว ไม่เพียงแต่ไดมอนด์ชิพท์จะไม่สามารถเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้เท่านั้น แต่แม้แต่ตัวของเซี่ยเฟยเองก็ตกอยู่ในสภาวะหายใจไม่ออกด้วยเช่นกัน

ในไม่ช้าใบหน้าของเซี่ยเฟยก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว โดยสภาวะการขาดออกซิเจนก็เริ่มส่งผลกระทบต่อสมองและระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกายของเขาทีละน้อย

เซี่ยเฟยสามารถตระหนักได้ในทันทีว่าวอร์สตาร์ได้ใช้การควบคุมที่แม่นยำในการจัดการกับอากาศบริเวณรอบ ๆ ตัวของเขา ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ทำให้เขาค่อย ๆ ตายลงอย่างช้า ๆ และถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่การโจมตีที่อลังการแต่มันก็เป็นวิธีที่ทารุณมาก

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังตกอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ วอร์สตาร์ก็ถอนหายใจพร้อมกับเดินเข้าหาชายหนุ่มอย่างช้า ๆ จากนั้นแขนของเขาก็ถูกแปรสภาพกลายเป็นเหล็กแหลม 2 อัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นความสำคัญของโลหะเหลวที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรก็ได้ตามแต่ใจที่ผู้ควบคุมต้องการ

สถานการณ์ดำเนินไปจนถึงจุดวิกฤตที่สุดแล้ว แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้

จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ยกรอยยิ้มขึ้นอย่างฉับพลันราวกับว่าเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ซึ่งในทันใดนั้นร่างกายของเขาก็หลุดออกมาจากพันธนาการ พร้อมกับไดมอนด์ชิพท์ในอากาศที่เริ่มหมุนควงด้วยความรวดเร็ว

วอร์สตาร์ผงะออกไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกางแขนออกเพื่อเริ่มควบคุมความหนาแน่นในอากาศอีกครั้ง ซึ่งในเวลาเพียงแค่พริบตาแรงดันในอากาศก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนร่างกายถูกกดทับอย่างรุนแรง

แม้ว่าการเคลื่อนไหวของวอร์สตาร์ในครั้งนี้จะทำให้เซี่ยเฟยเคลื่อนที่ช้าลงได้ แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดความมุ่งมั่นของชายหนุ่มคนนี้เอาไว้ได้

พลังจิตถูกป้อนเข้าสู่ไดมอนด์ชิพท์ในอากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดาบดราก้อนสเกลหมุนตัวรวดเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับแสงสว่างที่เริ่มเปล่งประกายออกมาเช่นเดียวกัน จนมันเริ่มกลายเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ดวงเล็ก ๆ ที่ส่องแสงสว่างออกมาอย่างแพรวพราว

ในที่สุดหลังจากพวกมันสะสมพลังได้มากพอ การโจมตีด้วยรูปทรงต่าง ๆ ก็เริ่มพุ่งเข้าหาวอร์สตาร์อย่างต่อเนื่อง

ปัง ปัง ปัง!

นี่คือพลังที่แท้จริงของวิชาลับพลังจิตขั้นที่ 6 ไดมอนด์ชิฟท์ ซึ่งมันเป็นการระดมจู่โจมออกไปเป็นชุด ๆ ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ

การจู่โจมรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการจู่โจมวงกว้างเท่านั้น แต่มันยังสามารถใช้ในการระดมจู่โจมเข้าใส่เป้าหมายเดี่ยวได้อีกด้วย

ลำแสงจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งผ่านร่างของวอร์สตาร์ไป ซึ่งหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปแค่ไม่นาน ร่างของสุดยอดหุ่นยนต์นักรบก็ถูกกลืนเข้าไปในแสงสว่างอย่างสมบูรณ์

ไดมอนด์ชิฟท์เคลื่อนที่ตามข้อมือของเซี่ยเฟย ซึ่งชายหนุ่มก็ได้ทำการขยับมันไปทุกที่และทุกครั้งที่มันเคลื่อนที่ผ่านอะไรไป มันก็จะหลงเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ซากปรักหักพังที่ถูกทำลาย

เศษฝุ่นสีดำปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า ขณะที่เซี่ยเฟยนั่งหอบอยู่บนพื้นอย่างหนัก ท้ายที่สุดการพยายามฝืนใช้ไดมอนด์ชิฟท์อย่างต่อเนื่องก็กินพลังงานพลังจิตภายในร่างของเขามากเกินไป ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจนเหมือนจะหมดแรง

โลหะบนพื้นค่อย ๆ รวมตัวกันกลายเป็นร่างของวอร์สตาร์อีกครั้ง ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง

แม้ว่าการจู่โจมอันทรงพลังของไดมอนด์ชิพท์จะสามารถทำลายร่างของวอร์สตาร์ให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะทำลายโลหะเหลวเหล่านี้ได้ เพราะท้ายที่สุดมันก็คือวิทยาการที่อยู่เหนือเกินกว่าความเข้าใจของเขามากเกินไป

“ฉันแพ้แล้ว” วอร์สตาร์กล่าวพร้อมกับชี้ไปที่แถบพลังงานของตัวเอง ซึ่งแต่เดิมมันมีแถบพลังงานอยู่ทั้งหมด 10 แถบ แต่ในตอนนี้มันเหลือแถบพลังงานอยู่เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งแถบ

“ฉันได้ใช้พลังทั้งหมดเพื่อยับยั้งการโจมตีของคุณแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่สามารถระงับการจู่โจมในครั้งนั้นได้ ถ้าหากว่าฉันยังคงต่อสู้ต่อไปฉันจะไม่สามารถเปลี่ยนร่างกลายเป็นของเหลวได้อีกต่อไป ซึ่งในตอนนั้นฉันก็คงจะถูกทำลายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเบา ๆ เพราะท้ายที่สุดเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากจนเกินไป

กลอริฟายเป็นการจู่โจมขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน แต่มันก็ยังไม่ได้มีความแม่นยำและต่อเนื่องเหมือนกับไดมอนด์ชิฟท์ ซึ่งมันอาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าไดมอนด์ชิพท์คือพลังที่พัฒนาขึ้นมาจากกลอริฟาย และถึงแม้ว่ามันจะมียานรบมาขวางอยู่ตรงหน้า แต่เซี่ยเฟยก็สามารถที่จะใช้ไดมอนด์ชิฟท์ทำลายยานรบลำนั้นหลงได้ง่าย ๆ

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าฉันสามารถหยุดการโจมตีของคุณเอาไว้ได้ แต่ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามอย่างเต็มที่แต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะหยุดพลังนั้นเอาไว้ได้จริง ๆ ดูเหมือนว่าเมื่อการโจมตีของคุณเริ่มหมุนพลังงานกลภายในการจู่โจมของคุณก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเมื่อมันมีความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นมันก็กลายเป็นการโจมตีที่ไม่สามารถที่จะหยุดได้อีกต่อไป” วอร์สตาร์กล่าว

“อันที่จริงนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันใช้วิชาการโจมตีนี้ออกมา และฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันจะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเขินอายขณะที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากพื้น

วอร์สตาร์ถึงกับรู้สึกปวดหัวไปชั่วขณะ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะได้พ่ายแพ้ให้กับการโจมตีที่เซี่ยเฟยไม่เคยใช้ออกมาก่อนแบบนี้

ถ้าหากเซี่ยเฟยคุ้นเคยกับการโจมตีเมื่อสักครู่เป็นอย่างดี เขาย่อมสามารถแสดงพลังทำลายออกมาได้มากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

หลังจากเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเซ็ง ๆ วอร์สตาร์ก็เดินกลับไปยังตำแหน่งเดิมที่เขาเคยนั่งชาร์จพลังงาน เพราะในขณะนี้พลังงานภายในร่างของเขากำลังจะหมดลงแล้ว เขาจึงจำเป็นจะต้องเติมพลังงานกลับเข้าไปในทันที ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นข้อบกพร่องสำคัญสำหรับหุ่นยนต์ทุกตัว

“พลังพิเศษของนายคืออะไรกันแน่? ฉันพอจะเดาว่ามันเป็นเทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้นายควบคุมอากาศได้ใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างสงสัย

“แน่นอนว่าหุ่นยนต์ย่อมใช้พลังพิเศษออกมาเหมือนมนุษย์ไม่ได้ แต่พวกเราก็มีเทคโนโลยีที่พอจะเลียนแบบพลังที่เหมือนกับพลังพิเศษขึ้นมาได้บ้าง สิ่งที่ฉันทำคือการควบคุมโมเลกุลในอากาศโดยการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปจากร่างกาย”

“แต่น่าเสียดายที่มันเป็นพลังงานที่กินพลังงานมากเกินไป ดังนั้นหลังจากที่ฉันใช้มันในการต่อสู้เพียงแค่ไม่กี่นาที มันก็ทำให้พลังงานภายในร่างของฉันถูกสูบออกไปจนเกือบจะหมดแล้ว” วอร์สตาร์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา

ท้ายที่สุดเขาก็ได้ตกลงกับเซี่ยเฟยไว้แล้วในก่อนหน้านี้ว่า ถ้าหากเขาพ่ายแพ้เขาจะต้องเชื่อฟังคำขอของชายหนุ่มทุกอย่าง วอร์สตาร์จึงเปิดเผยความลับเบื้องหลังพลังพิเศษของเขาออกไปโดยไม่คิดที่จะปิดบังความลับนั้นเอาไว้แม้แต่นิดเดียว

จู่ ๆ วอร์สตาร์ก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะท้ายที่สุดความขัดแย้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับหุ่นยนต์นั้นก็คือความขัดแย้งทางตรรกะ ด้วยเหตุนี้เองเมื่อหุ่นยนต์มีความคิดเหมือนมนุษย์มากเท่าไหร่ หุ่นยนต์พวกนั้นก็จะเริ่มตัดสินใจอย่างขัดแย้งกับความคิดของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

แต่ในตอนนี้วอร์สตาร์จำเป็นจะต้องทำตามคำสั่งของเซี่ยเฟยเท่านั้น ระบบประมวลผลภายในร่างของเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องทำงานอีกต่อไป ซึ่งเรื่องนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ที่แท้มันก็คือเทคโนโลยีที่เอาไว้จำลองพลังพิเศษนี่เอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ในเวลาเดียวกันมอร์โรว์, ฮามิและขนอุยที่หลบออกไปนอกระยะการต่อสู้ก็ได้กลับเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคน ขนอุยจึงรีบกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของเซี่ยเฟยพร้อมกับกรอกตาไปที่วอร์สตาร์ราวกับว่ามันต้องการจะสื่อว่า

“เป็นไงล่ะ! เจ้านายของฉันแข็งแกร่งใช่ไหมล่ะ”

“มันเป็นการทดลองที่วิเศษมาก ฉันไม่ได้เห็นการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” มอร์โรว์กล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

ฮามิก็รู้สึกตื่นเต้นกับการต่อสู้เช่นเดียวกัน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมามากนักและยังคงนั่งฟังทุกคนพูดคุยกันอย่างเงียบ ๆ

“ฉันยินดียอมรับความพ่ายแพ้ คุณสั่งการมาได้เลยว่าจะให้ฉันทำอะไรต่อไป?”

“ฉันต้องการปิดการทำงานของเซียน่าลง และให้เทพธิดาผู้พิทักษ์กลับมาควบคุมหุ่นยนต์ทั้งหมดอีกครั้ง” เซี่ยเฟยกล่าว

“ฉันจะช่วยคุณตามหาเธอเอง ท้ายที่สุดเธอกับฉันก็เป็นหุ่นยนต์สำหรับการต่อสู้เหมือนกัน แม้ว่ามันจะมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตาม” วอร์สตาร์กล่าวก่อนที่เขาจะถามขึ้นมาว่า

“ฉันไม่ได้เจอกับเทพธิดามานานแล้ว ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?”

เซี่ยเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะฉายภาพวิดีโอที่เขาพูดคุยกับเทพธิดาผู้พิทักษ์ให้ทุกคนได้ดู

“คุณพูดกับเทพธิดาแบบนี้ได้ยังไง... มันไม่ไร้เหตุผลเกินไปหน่อยงั้นเหรอ?” มอร์โรว์อุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจหลังจากที่เขาได้ดูวิดีโอจนจบ

วอร์สตาร์กับฮามิก็จ้องไปที่เซี่ยเฟยเช่นเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดในโลกของหุ่นยนต์พวกเขาก็ให้ความนับถือเทพธิดาผู้พิทักษ์อยู่ในระดับสูงสุด อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยกลับกล้าที่จะต่อว่าเทพธิดาของพวกเขาอย่างเลือดเย็น มันจึงเป็นเรื่องปกติที่หุ่นยนต์พวกนี้จะยอมรับการกระทำของเซี่ยเฟยไม่ได้

ชั่วขณะหนึ่งนั้นเซี่ยเฟยก็ตกเป็นเป้าหมายสายตาของทุกคน แน่นอนว่าทุกสายตาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาในเวลานี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“ปกติแล้วมันมีวิธีการดึงสติคนกลับมาอยู่ 3 วิธี วิธีการแรกคือการพูดเหตุผลให้คนคนนั้นฟัง วิธีการที่ 2 คือหาวิธีช่วยให้คนคนนั้นแก้ไขความสับสน ส่วนวิธีการสุดท้ายก็คือการด่าคนคนนั้นซะ ให้เขาสำนึกผิดจนได้สติกลับคืนมา” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่ จากนั้นเขาก็อธิบายต่อไปว่า

“วิธีการแรกฉันไม่สามารถทำกับเทพธิดาผู้พิทักษ์ได้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะไม่สับสนมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนวิธีการที่ 2 ฉันก็ทำไม่ได้ด้วยเหมือนกัน เพราะเทพธิดาดื้อรั้นมากและคงจะไม่มีทางรับฟังวิธีการจากฉันอย่างแน่นอน ฉันเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องใช้ทางเลือกที่ 3 เพื่อทำให้เธอได้สติกลับคืนมา”

“เรื่องนี้มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!” วอร์สตาร์กล่าวขึ้นมาอย่างโกรธเคือง

“ความคิดเชิงตรรกะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไปหรอกนะ นายเคยนับไหมว่านายเคยมีความคิดขัดแย้งกับระบบตรรกะมาแล้วกี่ครั้ง?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

วอร์สตาร์ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาสำหรับหุ่นยนต์อัจฉริยะอย่างพวกเขามาเป็นเวลานาน

“มนุษย์คนนี้เป็นพวกไม่ทำอะไรตามสามัญสำนึกสินะ” มอร์โรว์พึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“พอดีว่าสัตว์เลี้ยงของฉันชอบที่จะออกไปเดินเล่น นายช่วยพามันออกไปเดินเล่นหน่อยจะได้ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวพลางเหลือบสายตามองไปทางฮามิ

ฮามิลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบขนอุยออกไปอย่างระมัดระวัง จากนั้นมันก็เดินนำขนอุยออกไปเดินเล่นตามคำสั่งของเซี่ยเฟย แน่นอนว่าใบหน้าของขนอุยย่อมเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เพราะมันชอบอยู่เฉย ๆ ไม่เคยชอบออกไปเดินเล่นเลยแม้แต่น้อย

“เอาล่ะตอนนี้พวกเรามาพูดเรื่องของพวกนายกันดีกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจังหลังจากที่ฮามิเดินออกไปในระยะไกล

“พูดเรื่องอะไร?”

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด พวกนายทั้งสองคนไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาใช่ไหม?”

ช็อก!

โคตรช็อก!

วอร์สตาร์กับมอร์โรว์เบิกตากว้างอ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ จากนั้นพวกเขาต่างก็มองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

***************

อะไรอีก?! ไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาหมายความว่าไงงงงงงงง

จบบทที่ ตอนที่ 502 พลังของไดมอนด์ชิฟท์

คัดลอกลิงก์แล้ว