เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 500 วอร์สตาร์

ตอนที่ 500 วอร์สตาร์

ตอนที่ 500 วอร์สตาร์


ตอนที่ 500 วอร์สตาร์

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังโดยสารอยู่บนยานบรรทุกที่ทรุดโทรม เพื่อเดินทางออกจากเมืองไอร่อนออกไปยังจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว เพื่อค้นหาร่องรอยของผู้นำหุ่นยนต์คนสุดท้าย ผู้ซึ่งเป็น 1 ใน 3 อดีตขุนพลคนสำคัญของเทพธิดาผู้พิทักษ์ และเป็นหุ่นยนต์นักรบที่แข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาหุ่นยนต์ทั้งหมด

“ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นวอร์สตาร์ เขากำลังฝึกฝนอยู่ที่ขอบดินแดนแห่งความลับ ฉันหวังว่าตอนนี้เขาก็คงฝึกฝนอยู่ที่เดิมนะ” มอร์โรว์กล่าว

จากสถานการณ์มันก็ดูเหมือนกับว่ามอร์โรว์จะไม่ค่อยถูกกับวอร์สตาร์มากนัก ฮามิจึงจำเป็นจะต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอดีตหัวหน้าหุ่นยนต์วิศวกรตัวนี้อยู่นาน เพื่อให้พวกเขาออกเดินทางมาตามหาวอร์สตาร์ด้วยกัน

“หุ่นยนต์ฝึกฝนได้ด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“การฝึกฝนของหุ่นยนต์ค่อนข้างที่จะแตกต่างจากการฝึกฝนในความคิดของคุณ สำหรับมนุษย์การฝึกฝนจะมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนร่างกายให้คุ้นชินกับทักษะการต่อสู้ที่ตัวเองได้เรียนรู้มา แต่สำหรับพวกเราชาวหุ่นยนต์แล้วการฝึกฝนของพวกเราจะมุ่งเน้นไปที่วิธีการคิด ว่าเราจะทำยังไงให้เราสามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างสูงสุด ซึ่งบางครั้งเราก็จำเป็นจะต้องดัดแปลงร่างกายของเราให้มีความเหมาะสมกับทักษะที่พวกเราได้เรียนรู้มาเช่นกัน” มอร์โรว์กล่าวอธิบาย

เซี่ยเฟยพอจะจินตนาการภาพตามได้เล็กน้อย แล้วเขาก็อยากจะรู้ว่าหุ่นยนต์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะมีพลังการรบอยู่ในระดับไหนกันแน่

ระหว่างนั้นกระป๋องก็นำบะหมี่ผัดออกมาเสิร์ฟเพื่อคลายความหิวให้กับเซี่ยเฟยในระหว่างการเดินทาง

“กระป๋องต้องทำเตาไมโครเวฟขึ้นมาเอง กระป๋องเลยไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ รสชาติของบะหมี่ผัดอาจจะแย่ลงกว่าที่กระป๋องเคยทำให้กิน” กระป๋องกล่าวขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย

“ฉันกินอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ฉันไม่ใช่คนกินยากตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับตบหัวกระป๋องเบา ๆ

การได้กลับมารับใช้เซี่ยเฟยอีกครั้งทำให้กระป๋องมีความสุขมาก ซึ่งหลังจากที่ชายหนุ่มกินอาหารจนเสร็จมันก็รีบวิ่งเอาจานชามไปทำความสะอาด

“ตอนนี้หุ่นยนต์บริการเหมือนกระป๋องถูกกำจัดไปหมดแล้ว เพราะพวกมันไม่มีมนุษย์ที่ต้องคอยให้บริการอีกต่อไป ในโลกของหุ่นยนต์ตอนนี้จึงเหลือแต่พวกหุ่นยนต์ต่อสู้กับหุ่นยนต์วิศวกรรมที่ทำหน้าที่เป็นแรงงานเพียงแค่นั้น” มอร์โรว์กล่าว

“สำหรับพวกนายหุ่นยนต์บริการอาจจะไม่จำเป็น แต่กระป๋องคือหุ่นยนต์ที่สำคัญมากที่สุดสำหรับฉันแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

เมื่อกระป๋องที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ยินคำพูดของเซี่ยเฟย มันก็พยายามทำงานหนักมากยิ่งขึ้นด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เซี่ยเฟยยังคงให้ความสำคัญกับตัวมันอยู่

ขณะเดียวกันช่วงเวลานี้อันธก็เงียบเสียงไปอย่างผิดปกติ ซึ่งเซี่ยเฟยก็คิดว่าวิญญาณนักฆ่าคงจะกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่เทพธิดาผู้พิทักษ์มองเห็นวิญญาณอย่างเขาได้ และเขาก็คงจะครุ่นคิดว่าทำไมหุ่นยนต์ถึงมองเห็นวิญญาณได้แบบนี้

ณ ดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่ทำมาจากเหล็ก

ยานบรรทุกที่พวกเซี่ยเฟยเดินทางมาค่อย ๆ ร่อนลงจอดอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขา, ฮามิและมอร์โรว์จะค่อย ๆ เดินลงมาจากยานทีละคน

สภาพแวดล้อมภายในดาวดวงนี้ค่อนข้างจะโหดร้ายอยู่พอสมควร เพราะทันทีที่ชายหนุ่มได้เดินลงมาจากยาน ร่างของเขาก็ปะทะเข้ากับลมหนาวและมีทรายสีดำปลิวว่อนไปทั่ว

เซี่ยเฟยพยายามใช้มือคว้าทรายสีดำในอากาศและเขาก็ได้พบว่าเศษฝุ่นสีดำที่ปลิวอยู่ในอากาศนี้ไม่ใช่ทรายเหมือนที่เขาคิดในตอนแรก แต่มันเป็นเศษโลหะที่ผุกร่อนขนาดเล็กรวม ๆ กันจนกลายเป็นเหมือนกับทะเลทรายไร้ที่สิ้นสุด

ใต้เศษฝุ่นโลหะมีเครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากยื่นออกมา ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันถูกฝังอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว

“ดาวดวงนี้คือดาวเคราะห์โลหะดวงแรกที่หุ่นยนต์สร้างขึ้นมา แต่วันหนึ่งมันก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอย่างร้ายแรง ดาวเคราะห์ดวงนี้จึงถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้”

“วอร์สตาร์ชอบสถานที่แบบนี้มาก เพราะมันเป็นดาวที่ไม่มีใครใช้อยู่อาศัยอีกต่อไปแล้ว ซึ่งมันก็สอดคล้องกับนิสัยรักสันโดษของเขา” มอร์โรว์กล่าว

“การมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้เป็นเรื่องที่ดีแล้ว ไม่เหมือนกับเทพธิดาผู้พิทักษ์ที่ไม่สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจของตัวเองได้นั่นก็เพราะว่าเธอขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอไป” เซี่ยเฟยกล่าว

“อันที่จริงเทพธิดาผู้พิทักษ์เป็นหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์แบบเพียงตัวเดียวในบรรดาหุ่นยนต์ทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ความสมบูรณ์แบบของเธอมีมากจนเกินไป จนทำให้เธอขาดเอกลักษณ์สำคัญเฉพาะตัวของเธอไป” มอร์โรว์กล่าวอย่างขมขื่น

หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อย ๆ เดินไปบนทะเลทรายสีดำ โดยทิ้งรอยเท้าตื้น ๆ เอาไว้ระหว่างทาง ซึ่งตลอดการเดินทางเศษโลหะก็ถูกลมพัดเข้าใส่ใบหน้าสร้างความเจ็บปวดให้กับชายหนุ่มบ้างเป็นครั้งคราว

ทันใดนั้นเองบนเนินทรายที่อยู่ห่างไปไม่ไกล หุ่นยนต์ตัวหนึ่งก็ยืนต้านลมอย่างมั่นคงและมองมาที่เซี่ยเฟยด้วยแววตาที่เย็นชา

เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ตัวไหนที่ให้ความรู้สึกองอาจเช่นนี้มาก่อนเลย บนร่างกายของเขาแสดงออกถึงกล้ามเนื้อที่คมชัด สัดส่วนทั่วทั้งร่างของเขาก็จัดอยู่ในความสมบูรณ์แบบ ซึ่งถ้าหากว่าหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นมนุษย์ รูปร่างของเขาก็คงจะสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็นชายคนนี้ในครั้งแรก

วอร์สตาร์ยืนมองเซี่ยเฟยอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะหันหลังแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร

“ไอ้นี่ยังขี้เก๊กอยู่เหมือนเดิม” มอร์โรว์ส่งเสียงพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

ทุกคนพยายามเร่งฝีเท้าตามวอร์สตาร์ไปยังอาคารขนาดใหญ่ที่พังทลาย ซึ่งตลอดการเดินทางมอร์โรว์ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับความหยิ่งยโสของวอร์สตาร์ และเขาก็มักที่จะบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่เสมอ

พื้นที่ส่วนกลางของอาคารเป็นเครื่องปฏิกรณ์สำหรับเติมพลังงาน วอร์สตาร์จึงได้เดินลงไปนั่งบนแผ่นโลหะก่อนที่เขาจะเสียบสายไฟเข้าสู่ร่างกายของตนเอง จากนั้นมันก็ได้มีไฟแสดงสถานะทางด้านซ้ายร่างกายของเขา พร้อมกับแถบชาร์ท 10 แถบที่บ่งบอกว่าร่างกายของเขาเหลือพลังงานอยู่มากน้อยแค่ไหน

เซี่ยเฟยนั่งรออยู่ใกล้ ๆ ทางเข้า ขณะที่มอร์โรว์ก็ทดลองนำสายไฟออกมาเสียบเข้ากับร่างกายของตัวเองเหมือนกัน

“พลังงานต้นกำเนิด? ไม่น่าเชื่อเลยว่าในซากปรักหักพังพวกนี้ยังเหลือพลังงานดี ๆ แบบนี้อยู่” มอร์โรว์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

“พลังงานต้นกำเนิดคืออะไร?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“มันคือพลังงานบริสุทธิ์ที่อยู่ในหัวใจจักรวาลสีม่วงขึ้นไป ซึ่งถ้าหากมันจะดีที่สุดมันก็ควรจะเป็นพลังงานที่อยู่ในหัวใจจักรวาลสีขาว” มอร์โรว์กล่าว

ระหว่างนั้นฮามิก็พยายามทำจิตใจให้สงบ เพราะทั้งวอร์สตาร์และมอร์โรว์ต่างก็เคยเป็นขุนพลคนสำคัญของเทพธิดาผู้พิทักษ์ ดังนั้นการได้อยู่กับหุ่นยนต์ในตำนานทั้งสองคนพร้อมกัน มันจึงทำให้ฮามิทั้งรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน

“ในจักรวาลมีหัวใจจักรวาลสีขาวด้วยเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“มีสิ หัวใจจักรวาลสีแดงเรียกว่าพลังงานพื้นฐาน แต่มันก็มีความบริสุทธิ์ไม่เพียงพอ ดังนั้นไม่ว่ามนุษย์หรือหุ่นยนต์ที่ดูดซับพลังงานชนิดนี้เข้าไปมันก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย”

“หัวใจจักรวาลสีม่วงมีพลังงานระดับที่ 2 ที่มีความบริสุทธิ์ขึ้นมากกว่าเดิม โดยมันเป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถดูดซับเข้าไปได้ แต่ไม่ควรดูดซับมากเกินไปไม่งั้นมันก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายด้วยเหมือนกัน”

“หัวใจจักรวาลสีขาวมีพลังงานอยู่ในระดับที่ 3 พลังงานในหัวใจจักรวาลสีขาวนี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพลังงานต้นกำเนิด ซึ่งไม่เพียงแต่สิ่งมีชีวิตจะสามารถดูดซับพลังงานเข้าไปเพิ่มพลังให้กับตัวเองได้เท่านั้น แต่พลังงานต้นกำเนิดยังเป็นแหล่งพลังงานที่ดีมากสำหรับพืชพันธ์ุ ทำให้มันกลายเป็นต้นกำเนิดของความอุดมสมบูรณ์” มอร์โรว์กล่าวอธิบาย

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ตระหนักว่าแก่นชีวิตที่เขาเก็บกู้ขึ้นมาจากก้นทะเลสาบดำในป่าเอเวอร์ไนท์นั้นก็คือหัวใจจักรวาลสีขาวที่มอร์โรว์เพิ่งอธิบายไปนั่นเอง

การพยายามดูดซับพลังงานจากหัวใจจักรวาลสร้างปัญหาให้กับเซี่ยเฟยมาโดยตลอด เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถดูดซับพลังงานโดยตรงได้เหมือนกับขนอุย และเขาก็ไม่มีหน่วยแปลงพลังงานเหมือนในร่างของหุ่นยนต์

ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าเขาจะได้วิธีการดูดซับพลังงานมาจากเงาโลหิต แต่พลังงานที่แนะนำในหนังสือก็เป็นเพียงแค่พลังงานจากหัวใจจักรวาลสีม่วงเท่านั้น ไม่มีการกล่าวถึงหัวใจจักรวาลสีขาวเลยแม้แต่น้อย

กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน ซึ่งวอร์สตาร์ก็ยังคงดูดซับพลังงานโดยไม่แสดงความเป็นศัตรูหรือความเป็นมิตรต่อผู้มาใหม่ ขณะเดียวกันมอร์โรว์ก็ไม่ได้พูดถึงจุดประสงค์ที่พวกเขาเดินทางมาที่นี่ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความอึดอัดเพราะไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียว

ในที่สุดหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปนานกว่า 1 ชั่วโมง มอร์โรว์ก็ไม่สามารถที่จะทนความอึดอัดในสถานการณ์นี้ได้อีกต่อไป

“องค์หญิง... ไม่ใช่สิเทพธิดาผู้พิทักษ์กำลังต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรา”

“ท่านเทพธิดาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดและมีเหตุผลที่สุด เธอไม่จำเป็นจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากใคร” วอร์สตาร์กล่าวอย่างเย็นชา

“แม้แต่ท่านเทพธิดาก็มีช่วงตกต่ำอยู่เหมือนกัน และตอนนี้เธอก็ได้ไปยืนอยู่ที่ปลายขอบเหวแล้ว” มอร์โรว์กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“เรื่องนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ท่านเทพธิดาตัดสินใจด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนายหรือฉันก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง” วอร์สตาร์กล่าว

“ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนนายก็ยังมีนิสัยเย็นชาแบบนี้อยู่เหมือนเดิม เอาล่ะนายไม่จำเป็นจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเทพธิดาก็ได้ แต่ฉันหวังว่านายจะช่วยพวกเราตามหาร่างของเซียน่า” มอร์โรว์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ร่างของเซียน่า? พวกนายจะตามหาร่างของเซียน่าไปทำไม?” วอร์สตาร์ผงะไปเล็กน้อย

“ตอนนี้เซียน่าเหิมเกริมมากไปแล้ว หากเรายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งเธอก็จะออกไปจากดินแดนแห่งความลับเพื่อไปสร้างอาณาจักรของเธอเอง”

“อะไรนะ! นี่เธอลืมอดีตไปแล้วเหรอ!!” วอร์สตาร์อุทานพร้อมกับกำหมัดแน่น

“ไม่หรอก แต่เธอแค่ปล่อยมันไปไม่ได้”

บทสนทนาระหว่างมอร์โรว์กับวอร์สตาร์ทำให้ฮามิรู้สึกสับสน เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นหุ่นยนต์แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องอะไร อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยกลับฟังบทสนทนาอย่างเงียบ ๆ ด้วยความสนใจ เพราะเขายิ่งได้รู้เรื่องของหุ่นยนต์มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้พบว่าเรื่องนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น

“แล้วมนุษย์คนนี้คือใคร?” วอร์สตาร์ถามขณะมองมาทางเซี่ยเฟยด้วยหางตา

“เขาชื่อเซี่ยเฟยเป็นมนุษย์ที่เทพธิดาเรียกหาด้วยตัวเอง”

“ทำไม?”

“เธออาจจะเรียกมาเพราะความรู้สึกผิดหรืออาจจะเพราะความอยากรู้ แต่ตอนนี้เทพธิดาไม่เหมือนเดิมแล้ว ใครจะรู้ว่าเธอเรียกเขามาทำไม” มอร์โรว์กล่าวอย่างคาดเดาความคิดเทพธิดาผู้พิทักษ์ไม่ได้เหมือนกัน

“คุณแข็งแกร่งไหม?” วอร์สตาร์หันไปกล่าวกับเซี่ยเฟยด้วยความเย็นชา

“ก็พอจะแข็งแกร่งบ้าง” เซี่ยเฟยตอบกลับเบา ๆ

“เทพธิดาบอกอะไรกับคุณ?”

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เล่าเรื่องที่เขาได้พูดคุยกับเทพธิดาให้ฟัง

“คุณอยากทำลายเซียน่างั้นเหรอ?”

เซี่ยเฟยพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

“มอร์โรว์ มนุษย์คนนี้ต้องการทำลายเซียน่า แต่นายต้องการที่จะช่วยเหลือเขาจริง ๆ เหรอ?”

“หุ่นยนต์ไม่ได้มีเรื่องของชีวิตกับความตายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ในความคิดของฉันเซี่ยเฟยก็แค่ตั้งใจจะปิดการทำงานของเซียน่าลงเท่านั้นเอง” มอร์โรว์กล่าว

“แล้วมันต่างกันยังไง?”

“ไม่ต่างหรอก ฉันก็แค่ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยและนายก็น่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร” มอร์โรว์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์

บทสนทนาตกอยู่ภายใต้ความเงียบงันขึ้นอีกครั้ง ซึ่งฮามิเกือบจะเป็นบ้าจากบทสนทนาของพวกเขาทั้งสาม ท้ายที่สุดไม่ว่าเขาจะพยายามวิเคราะห์บทสนทนาพวกนี้ยังไง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทั้งสามกำลังพยายามพูดถึงอะไรกันแน่

เซี่ยเฟยเริ่มสัมผัสได้ว่าปริศนาที่กวนใจเขากำลังใกล้จะได้คำตอบมากขึ้นเรื่อย ๆ ชายหนุ่มจึงจ้องมองไปที่วอร์สตาร์และมอร์โรว์ด้วยความตื่นเต้น

“เซียน่าทำผิดก็จริง แต่เราก็ไม่ควรปิดการทำงานของเธอลง” วอร์สตาร์กล่าวอย่างดื้อรั้น

“ตอนนี้สถานการณ์ชัดเจนมาก เซียน่าพยายามใช้อวัยวะจากมนุษย์ในอาณาจักรเทียนโลหิตเพื่อสร้างหุ่นยนต์ชีวภาพขึ้นมาเป็นจำนวนมาก หุ่นยนต์พวกนี้มีรูปลักษณ์ไม่ต่างไปจากมนุษย์ นายคิดไม่ได้จริง ๆ เหรอว่าเธอกำลังมีจุดมุ่งหมายคืออะไรกันแน่?”

“ในเวลาเดียวกันเธอก็กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดการควบคุมของเทพธิดาผู้พิทักษ์ เท่าที่ฉันสังเกตมาไม่ว่าจะเป็นนาย, มอร์โรว์หรือเซียน่าต่างก็ไม่ได้ถูกควบคุมโดยเทพธิดาผู้พิทักษ์ใช่ไหม? เซียน่าจึงหวังว่าลูกน้องของเธอก็จะไม่ถูกควบคุมโดยเทพธิดาผู้พิทักษ์ด้วยเหมือนกัน”

“เมื่อรวมสถานการณ์ทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว ฉันเชื่อว่าถึงแม้ฉันจะไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้ แต่นายก็น่าจะมีสมองมากพอที่จะประมวลสถานการณ์ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

วอร์สตาร์ส่ายหัวอย่างขมขื่นราวกับว่าเขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับบทสรุปที่เกิดขึ้นในหัว

“ลุกขึ้นมาเถอะ ฉันรู้วิธีที่จะช่วยให้นายแก้ปัญหาความขัดแย้งในใจได้อย่างรวดเร็ว” เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางออกมาอย่างเชิญชวน

“วิธีอะไร?”

“ทุกครั้งที่มนุษย์มีความขัดแย้งกัน พวกเราก็มักที่จะมีการปะทะกันอยู่เสมอ วิธีการนี้เหมาะสมสำหรับพวกเราอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ว่าจะเป็นนายหรือฉันต่างก็เป็นนักสู้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย”

“วันนี้ฉันมีโอกาสได้พบนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหุ่นยนต์ทั้งที มันก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าหากว่าฉันไม่ได้ลองสู้กับนายดู” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหยิบดาบดราก้อนสเกลออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อม

***************

พี่เฟย vs วอร์สตาร์ ใครอยู่ฝั่งไหนบ้าง? เอ๊ะหรือจะเสมอนะ…

จบบทที่ ตอนที่ 500 วอร์สตาร์

คัดลอกลิงก์แล้ว