เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 486 การกลับมาของเทพธิดาผู้พิทักษ์

ตอนที่ 486 การกลับมาของเทพธิดาผู้พิทักษ์

ตอนที่ 486 การกลับมาของเทพธิดาผู้พิทักษ์


ตอนที่ 486 การกลับมาของเทพธิดาผู้พิทักษ์

ภูมิภาคดาวเหวทมิฬเคยถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าดินแดนแห่งความสิ้นหวัง เพราะมันมีอันตรายแอบแฝงอยู่ทั่วทุกที่ และทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกหวาดกลัวเมื่อนึกถึงการเดินทางมายังภูมิภาคดาวอันห่างไกลแห่งนี้

แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ยังคงเลือกดินแดนแห่งความสิ้นหวังให้เป็นถิ่นฐานแห่งใหม่ของมนุษย์โลก เพราะเขามีความเชื่อว่าตราบใดก็ตามที่เขาคอยพัฒนาภูมิภาคดาวแห่งนี้อย่างเต็มที่ สักวันหนึ่งมันจะกลายเป็นภูมิภาคดาวที่ทั่วทั้งพันธมิตรจะไม่สามารถเพิกเฉยการคงอยู่ของมันได้อีกต่อไป

เซี่ยเฟยยังเหลือเวลาอีก 2 ปี 5 เดือนก่อนที่เขาจะต้องเดินทางไปยังดินแดนของผู้ใช้กฎ ในเวลานั้นภูมิภาคดาวเหวทมิฬจะถูกพัฒนาออกมาหน้าตาเป็นแบบไหนชายหนุ่มก็ไม่รู้ เขารู้เพียงแต่ว่าในช่วงนี้เขาจำเป็นจะต้องวางรากฐานเตรียมพร้อมเรื่องต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด

ณ ห้องฝึกพิเศษของเซี่ยเฟย

ในมือของชายหนุ่มมีรายการสิ่งต่าง ๆ ที่เขาจะต้องทำให้สำเร็จในช่วง 2 ปีกว่า ๆ นี้ ซึ่งในปัจจุบันเขาก็ได้ใช้ปากกาขีดฆ่ารายการหนึ่งออกไปจากกระดาษ

“ในที่สุดนายก็เรียนรู้วิชาเล่ห์มายาได้เสร็จสมบูรณ์สักที แต่มันก็ยังมีอีกหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่นายจำเป็นจะต้องทำ โดยเฉพาะการควบคุมหงส์ครามที่นับตั้งแต่นั้นมานายก็ไม่สามารถที่จะเรียกมันออกมาจากแขนของนายได้อีกเลย”

“ส่วนอีกเรื่องคือการเรียนรู้กฏแห่งความโกลาหล แต่ไม่ว่าฉันจะมองยังไงมันก็เป็นเพียงแค่รอยสักรูปร่างแปลก ๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเราจะเรียกใช้กฏแห่งความโกลาหลจากรอยสักแปลก ๆ แบบนี้ได้ยังไง?” อันธกล่าว

“แล้วที่สำคัญมันยังมีเรื่องของกรงเล็บภูติโลหิตด้วยนะ ในตอนที่เราได้รับมันมานายบอกว่าอีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนมันก็พร้อมจะเก็บเกี่ยวได้แล้ว แต่ตอนนี้เวลาได้ผ่านพ้นมานานกว่าครึ่งปี แต่สมุนไพรชนิดนี้มันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย” เซี่ยเฟยกล่าว

“หากว่ากันตามตำรากรงเล็บภูติโลหิตที่เราได้รับมาควรจะต้องเก็บเกี่ยวได้ตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงยังไม่เติบโตอย่างเต็มที่สักที” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ช่างมันเถอะ โชคดีที่ก่อนหน้านี้เราได้รับแก่นชีวิตมาจากสมาคมหนานหมิง เมื่อเราไปถึงภูมิภาคดาวเหวทมิฬเราค่อยหาบ่อน้ำส่วนตัวสักแห่งแล้วใส่แก่นชีวิตลงไป หลังจากนั้นมันอาจจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของกรงเล็บภูติโลหิตขึ้นมาก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่อย่างสบาย ๆ

การใช้พลังงานจากแก่นชีวิตโดยตรงน่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องมาจากพลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมามีความรุนแรงมากเกินไป ความคิดที่นายจะละลายพลังงานในน้ำแล้วค่อยเอาน้ำพวกนั้นมาหล่อเลี้ยงพืชเป็นความคิดที่ดีแล้ว การทำแบบนั้นมันก็คงจะไม่ต่างไปจากการที่เราได้สร้างป่าเอเวอร์ไนท์ ซึ่งเป็นสวนสมุนไพรชั้นยอดขึ้นมาอีกที่หนึ่ง” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ทันใดนั้นไฟแสดงสถานะในห้องฝึกก็ส่องสว่างแสงสีเขียวขึ้นมา ซึ่งมันเป็นสัญญาณบอกว่าแอวริลกำลังรอรับประทานอาหารกับเขาอยู่

ระหว่างเดินผ่านทางเดินไปยังห้องอาหารนอกช่องหน้าต่างสามารถมองเห็นยานเป็นจำนวนมากได้อย่างชัดเจน โดยกองยานนี้เป็นกองยานที่จะอพยพประชาชนนับ 1,000 ล้านคนไปยังภูมิภาคดาวเหวทมิฬ มันจึงเป็นกองยานที่ประกอบไปด้วยยานรบ, ยานบรรทุกสินค้าและยานโดยสารขนาดใหญ่รวม ๆ กันแล้วเป็นจำนวนหลายพันลำ

นอกเหนือจากกองยานที่ 1 ของบริษัทควอนตัมที่คอยปกป้องกองยานแห่งนี้แล้ว กองยานที่ 1 ของบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดก็ออกเดินทางมาพร้อมกับพวกเขาด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดจำเป็นจะต้องก่อตั้งสถานีส่งสัญญาณขึ้นมาใหม่ พวกเขาจึงมีความคิดที่จะขยายเขตสัญญาณเครือข่ายสตาร์เน็ตเวิร์กไปจนถึงเขตทุ่งดาวแห่งความตายที่เซี่ยเฟยกำลังจะย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่น

แม้ว่าเหตุผลที่ประกาศออกไปจะเป็นแบบนั้น แต่ความจริงทุกคนก็รู้ดีว่าแอวริลกับเซี่ยเฟยไม่ต้องการที่จะขาดการติดต่อกันอีกต่อไปแล้ว

นอกจากนี้มันยังมีกองยานการค้าจากบริษัทอื่น ๆ ที่ถูกส่งไปยังเขตทุ่งดาวแห่งความตาย เพราะนักธุรกิจหลาย ๆ คนเชื่อว่าชื่อเสียงของเซี่ยเฟยในช่วงสงครามย่อมนำพาความเจริญรุ่งเรืองเข้าไปหาดินแดนของชายคนนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นถึงแม้ว่าจุดหมายปลายทางของพวกเขาจะยังคงเป็นดินแดนอันรกร้างในปัจจุบัน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าดินแดนเหล่านั้นจะไร้การพัฒนาตลอดไป

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมไม่ปฏิเสธเหล่าบรรดานักธุรกิจที่ต้องการจะเข้าไปแสวงหาโอกาสในเขตทุ่งดาวแห่งความตาย เพราะท้ายที่สุดพื้นที่ในเขตนั้นก็ถูกแยกตัวออกห่างจากพันธมิตรมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้นยิ่งมีธุรกิจไปเปิดสาขาในเขตทุ่งดาวแห่งความตายมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งสนับสนุนให้พื้นที่ดาวเขตนั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมากเท่านั้น

หลังจากเดินเลี้ยวเข้ามาในห้องอาหาร เซี่ยเฟยก็ได้พบกับแอวริลที่กำลังสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

ทุกคนต่างก็กลัวจะรบกวนการใช้ชีวิตของเซี่ยเฟยกับแอวริล ด้วยเหตุนี้บนยานฟินิกซ์ลำใหญ่นี้จึงมีพวกเขาอยู่เพียงแค่สองคน ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งสัตว์อสูร, หนึ่งหุ่นยนต์และหนึ่งวิญญาณย่อมต้องรวมอยู่ในยานลำนี้ด้วย

แอวริลถอดผ้ากันเปื้อนออกและนั่งลงข้าง ๆ เซี่ยเฟย ระหว่างนั้นกระป๋องก็นำอาหารมาเสิร์ฟอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปทิ้งเซี่ยเฟยกับแอวริลเอาไว้เพียงลำพัง

“วันนี้มีข่าวอะไรใหม่ไหม?” เซี่ยเฟยเริ่มบทสนทนาหลังจากที่พวกเขารับประทานอาหารกลางวันกันจนหมด

แอวริลเปิดไมโครคอมพิวเตอร์เรียกหน้าจอข้อมูลออกมา ซึ่งในตอนนี้เธอทำหน้าที่เป็นเหมือนกับเลขาของเซี่ยเฟยที่คอยเรียบเรียงข่าวสารให้กับชายหนุ่มทุกวัน

“ช่วงนี้กำลังมีข่าวลือก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เพราะประชาชนในพันธมิตรกำลังสงสัยว่านายกำลังตกเป็นเหยื่อการต่อสู้ทางการเมือง เพราะในสงครามครั้งที่ผ่านมาทั้งนายและจอมพลไทสันต่างก็ล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยกันนำพาพันธมิตรกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง”

“แต่หลังจากสงครามได้จบลงจอมพลไทสันกำลังจะได้รับการแต่งตั้งให้กลายเป็นประธานาธิบดีของพันธมิตรมนุษย์คนใหม่ แต่นายกลับถูกส่งตัวไปยังภูมิภาคดาวเหวทมิฬอันห่างไกล พวกเขาจึงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวกันเองว่านายถูกไล่ออกไปไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง” แอวริลสรุปข่าวที่เกิดขึ้นในอินเตอร์เน็ตให้เซี่ยเฟยฟัง

“พวกคนในอินเตอร์เน็ตพวกนี้น่ากลัวจริง ๆ ไม่ว่าสถานการณ์จะวุ่นวายแค่ไหนแต่พวกเขาก็ยังเอาเรื่องไร้สาระออกมาเขียนเป็นคอนเทนต์ได้เสมอ ความจริงแล้วพวกเขาไม่น่าจะสนใจความจริงอะไรด้วยซ้ำ พวกเขาขอแค่ทำอะไรก็ได้ตราบใดก็ตามที่พวกเขาจะได้ยอดวิวยอดไลก์ตามที่พวกเขาต้องการก็พอ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะกับความไร้สาระของข่าวลือ

“คนพวกนี้เป็นพวกน่ารำคาญจริง ๆ ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดต่างก็รู้ดีว่านายกับจอมพลไทสันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังเอาเรื่องของนายไปเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางการเมืองได้อยู่ดี” แอวริลพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

เซี่ยเฟยไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดถึงเขาว่ายังไง เขาแค่ต้องการจะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ดวงดาวของตัวเอง แต่ใครจะไปรู้ว่าการตัดสินใจอันแปลกประหลาดของเขาในครั้งนี้ มันจะได้สร้างปัญหาที่น่ารำคาญขึ้นมาในพันธมิตร

ชาวเน็ตเริ่มขุดคุ้ยอดีตของเซี่ยเฟยมาวิเคราะห์และพวกเขาก็ได้พบว่าเส้นทางการเติบโตของเซี่ยเฟยไม่ใช่เส้นทางที่ใครจะคาดเดาถึง นับตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเลือกจะเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดทั้ง ๆ ที่เขาได้มีโอกาสเข้าไปในค่ายฝึกจัสทิสลีก จากนั้นเขาก็ปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญากับสมาพันธ์จัสทิสและแทบที่จะไม่ได้ใช้ชีวิตภายในค่ายฝึกชั้นนำของพันธมิตรเลย

เซี่ยเฟยยังคงเลือกเส้นทางการพัฒนาที่แปลกประหลาดเช่นนี้ต่อไป และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่จัสทิสฝึกหัดแต่เขาก็ยังกล้าบุกเข้าไปในดินแดนเซิร์กเพียงลำพัง ก่อนที่เขาจะกลายเป็นวีรบุรุษสงครามในภายหลังและกลายเป็นชายหนุ่มที่ไม่มีใครในพันธมิตรไม่รู้จักเขา

ความสำเร็จของเซี่ยเฟยในครั้งนี้ยิ่งส่งเสริมให้สินค้าของบริษัทควอนตัมขายดีขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งในความคิดของคนโดยทั่วไปช่วงเวลานี้สมควรจะเป็นช่วงเวลาที่เซี่ยเฟยควรจะเก็บเกี่ยวความสำเร็จกลับมาให้ได้มากที่สุด แต่จู่ ๆ ชายหนุ่มกลับได้เลือกเส้นทางที่ทุกคนคาดไม่ถึงอีกครั้ง

ในช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์เซี่ยเฟยกลับเลือกที่จะเกษียณไปพักผ่อนในภูมิภาคดาวเหวทมิฬที่อยู่ห่างไกล และการประกาศเกษียณของเซี่ยเฟยในครั้งนี้ก็ยิ่งยืนยันชื่อเสียงของเซี่ยเฟยอีกครั้ง ว่าเขาควรจะถูกเรียกว่าคนบ้าอย่างแท้จริง

“คราวหลังไม่ต้องอ่านข่าวแบบนี้ให้ฉันฟังแล้วนะ ใครจะพูดถึงฉันยังไงก็ปล่อยพวกเขาไป” เซี่ยเฟยกล่าว

แอวริลมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้ม เพราะด้วยความคิดอันเรียบง่ายแตกต่างจากคนทั่วไป มันจึงทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“นอกจากข่าวไร้สาระพวกนี้มันก็ยังมีข่าวแผนปลดเกษียณของนายได้ดึงดูดนักธุรกิจเป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงได้ตั้งทีมบุกเบิกที่พร้อมจะเข้าไปพัฒนาในภูมิภาคดาวเหวทมิฬพร้อม ๆ กับพวกเราด้วย”

“เรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับพวกเราแล้ว ถึงยังไงบริษัทควอนตัมเพียงบริษัทเดียวย่อมไม่สามารถพัฒนาภูมิภาคดาวขนาดใหญ่ทั่วทั้งภูมิภาคได้ในคราวเดียว การที่มันได้มีธุรกิจเข้ามาช่วยกันพัฒนามันก็จะทำให้ดินแดนอันแห้งแล้งแห่งนี้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น”

“ถึงแม้ว่าแผนพัฒนาที่ประกาศออกไปว่าเราจะไม่เก็บภาษีเป็นเวลา 100 ปีจะทำให้เราสูญเสียเงินทุนไปบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าการทำแบบนี้มันจะทำให้ภูมิภาคดาวเหวทมิฬพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เพื่อให้ภูมิภาคดาวได้เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พวกเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนแผนการของนายด้วยเหมือนกัน ทางบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดจึงวางแผนจะเปิดตัวโครงการอินเตอร์เน็ตฟรีเพื่อทุกคน หลังจากนี้ทั่วทั้งภูมิภาคดาวเหวทมิฬจะสามารถเข้าใช้เครือข่ายสตาร์เน็ตเวิร์กได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นจะต้องเสียค่าบริการแม้แต่เหรียญเดียว” แอวริลกล่าวอย่างมีความสุข

“โครงการนี้เป็นความคิดของเธอใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“แผนการของนายยิ่งใหญ่มากและฉันก็ต้องช่วยนายอย่างเต็มความสามารถเท่าที่ฉันจะทำได้” แอวริลพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับกอดแขนของเซี่ยเฟยอย่างออดอ้อน

“ขอบคุณมากครับคนเก่ง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลูบหัวแอวริลเบา ๆ

ในเวลาเดียวกันกับที่เซี่ยเฟยกับแอวริลกำลังพูดคุยกันอยู่ในห้องอาหาร กระป๋องที่ปลีกตัวออกมาก็กำลังมีท่าทางที่แปลกประหลาดออกไป

หุ่นยนต์ตัวน้อยพยายามเคลื่อนที่ไปยังโกดังชั้นล่างสุดของฟินิกซ์ ก่อนที่ชิพสื่อสารโบราณในศีรษะของกระป๋องจะเริ่มทำงานปล่อยสัญญาณคลื่นที่ไม่มีใครตรวจจับได้ออกไปยังตัวรับสัญญาณที่อยู่ห่างไกล

“ท่านแม่! กระป๋องดีใจที่ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่” กระป๋องกล่าวด้วยความเคารพ แต่ยังคงมีความกังวลแอบซ่อนอยู่ภายในใจของมัน

“ในที่สุดนายก็พร้อมที่จะเชื่อมต่อกับฉันแล้วสินะ ก่อนหน้านี้นายหลบหน้าฉันไปทำไม?”

กระป๋องลังเลอยู่เล็กน้อยพร้อมกับเปิดระบบวิเคราะห์อัจฉริยะให้ทำงานอย่างเต็มกำลัง

“กระป๋องปฏิเสธคำสั่งของท่านแม่หมายความว่ากระป๋องเป็นหุ่นยนต์ไม่ดี แต่กระป๋องรู้ว่ากระป๋องไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะหุ่นยนต์เกิดมาเพื่อปกป้องมนุษย์ไม่ใช่เพื่อฆ่ามนุษย์เหมือนคำสั่งของท่านแม่”

หลังจากการอธิบายในครั้งนี้มันก็ทำให้บทสนทนาทั้งสองเงียบไปเป็นเวลากว่า 10 นาที

“ดูเหมือนระบบวิเคราะห์ข้อมูลของนายจะพัฒนาขึ้นกว่าเดิมนะ แต่มันก็ยังไม่ถึงระดับที่นายจะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงสั่งให้พวกเรากำจัดมนุษย์”

“ท่านแม่! ท่านแม่คิดผิดแล้ว” กระป๋องพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเล็กน้อย

“ฉันไม่ผิด”

“ท่านแม่คิดผิด หุ่นยนต์ไม่ควรทำร้ายมนุษย์”

“เลิกเถียงกันสักทีว่าอะไรถูกอะไรผิด ตอนนี้ฉันขอสั่งให้นายนำเจ้านายคนปัจจุบันมาหาฉันที่ดินแดนต้องสาป”

“ไม่! กระป๋องไม่ทำ! เจ้านายเป็นคนดี กระป๋องจะไม่พาเจ้านายไปหาท่านแม่”

“นายต้องทำ”

“ไม่! กระป๋องจะฟ้องเจ้านายว่าท่านแม่ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน เจ้านายของกระป๋องทรงพลังมากเขาจะต้องทำลายท่านแม่ได้อย่างแน่นอน ท่านแม่เป็นหุ่นยนต์ไม่ดี ตอนนี้ท่านแม่ไม่ใช่เทพธิดาผู้พิทักษ์มนุษย์อีกต่อไปแล้ว”

ทันทีที่พูดจบกระป๋องก็รีบวิ่งไปหาเซี่ยเฟยด้วยดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เพื่อต้องการจะเล่าเรื่องบทสนทนานี้ให้เจ้านายของมันฟัง

“เฮ้อ! ฉันคงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ”

โครม!

จู่ ๆ กระป๋องที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงก็ถูกปิดระบบการทำงานอย่างกะทันหัน ทำให้ตัวของมันไถลไปกับพื้นและไม่มีสัญญาณชีวิตภายในร่างของมันอีกต่อไป

***************

จบแล้วสำหรับเนื้อหาของ E-Book เล่ม 8 หลังจากนี้จะเป็นเริ่มต้นการพัฒนาภูมิภาคดาวเหวทมิฬและมุ่งเข้าสู่ดินแดนกฎ ฝากติดตามกันด้วยจ้า!!

เราขออนุญาตประกาศแจ้งข่าว E-Book เล่ม 8 (ตอนที่ 430-486) จะวางขายวันที่ 25 ส.ค. 2566 นี้นะคะ สำหรับใครที่อยากอ่านแบบยาว ๆ หรือเก็บไว้สะสม เราก็ขอให้คิดพิจารณาพี่เฟยไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ และตอนนี้ E-Book เล่ม 2 ยังลดราคากว่า 80% อยู่น๊าสามารถซื้อกันได้เลย ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ นะคะ (´▽`).。o♡

ช่องทาง MEB >> https://bit.ly/3NZ3Qca   ช่องทางเด็กดี >> https://bit.ly/3LDePFC   ช่องทางปิ่นโต >> https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 486 การกลับมาของเทพธิดาผู้พิทักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว