เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 481 ป่าเอเวอร์ไนท์

ตอนที่ 481 ป่าเอเวอร์ไนท์

ตอนที่ 481 ป่าเอเวอร์ไนท์


ตอนที่ 481 ป่าเอเวอร์ไนท์

ดาวพูลตอนเป็นดาวที่แปลกประหลาด โดยมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งเป็นกลางวันเสมอ และมีพื้นที่อีกฝั่งหนึ่งอยู่ในช่วงกลางคืนเสมอ ซึ่งจะมีเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่กลางวันกับกลางคืนให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน

เมื่อเซี่ยเฟยได้ก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ยามค่ำคืนวิสัยทัศน์บริเวณโดยรอบก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจึงเปิดระบบมองกลางคืนผ่านทางชุดต่อสู้ เพื่อให้เขาสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบอย่างสว่างไสวอีกครั้ง

“จากร่องรอยดูเหมือนจัสทิสจะเร่งความเร็วหลังจากที่เขาได้เข้าสู่ป่าเอเวอร์ไนท์ ทำให้ร่องรอยที่เขาทิ้งเอาไว้ยากต่อการแยกแยะขึ้นกว่าเดิม”

“ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ ความเร็วในการแกะรอยของพวกเรายังช้ามากเกินไป” เซี่ยเฟยกล่าวขณะมองไปยังรอยเท้าตื้น ๆ ที่ถูกทิ้งเอาไว้ ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็นรอยเท้าของแมวตัวใหญ่ที่เข้ามากลบรอยเท้าของคนที่พวกเขากำลังแกะรอยอยู่

“แล้วพวกเราควรจะทำยังไงกันดีครับ?” ซุนซานถามอย่างสงสัย

“พวกเราต้องเดิมพัน”

“เดิมพัน?”

“ใช่ ฉันเดิมพันว่าปลายทางของพวกเขาจะต้องเป็นบ่อน้ำใจกลางป่าเอเวอร์ไนท์ และเนื่องจากความเร็วของฉันสูงกว่าพวกเขาหลายเท่า ดังนั้นถ้าหากพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน ฉันจะต้องไล่ตามพวกเขาทันอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น

แม้ว่าเซี่ยเฟยพอจะมีความสามารถในการแกะรอยอยู่บ้าง แต่การเคลื่อนไหวในตอนนี้ก็เชื่องช้ามากเกินไป แล้วอย่าลืมว่าสมาชิกในสมาพันธ์หนานหมิงถูกสังหารมาแล้วเป็นเวลากว่า 7 วัน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ฆาตกรก็อาจจะบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้ทุกเมื่อ และเมื่อฆาตกรบรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว เขาคนนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องไว้ชีวิตพ่อแม่ของซุนซานอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นจะต้องทำคือการพยายามหาฆาตกรให้พบโดยเร็วที่สุด

“นอกจากบ่อน้ำกลางป่าแล้ว ในป่ายังมีสถานที่แปลก ๆ อะไรอยู่อีกบ้างไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“พอจะมีอยู่บ้างครับ แต่บ่อน้ำกลางป่าเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดแล้ว” ซุนซานกล่าวตอบหลังจากใช้เวลานึกอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะรีบมุ่งหน้าไปใกล้บ่อน้ำให้เร็วที่สุด ถ้าหากว่าฉันไม่กลับมาภายใน 2 ชั่วโมงแสดงว่ามันจะต้องมีอะไรผิดปกติอยู่ใกล้ ๆ ในเวลานั้นให้นายใช้วิธีของสมาพันธ์เข้าไปใกล้บ่อน้ำได้เลย แต่จำเอาไว้ว่านายจะต้องอดทนอย่าทำอะไรผลีผลาม และพยายามให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก” เซี่ยเฟยกล่าว

“เข้าใจแล้วครับ” ซุนซานกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วเซี่ยเฟยก็มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ใจกลางป่าเอเวอร์ไนท์ด้วยความรวดเร็ว โดยอาศัยการนำทางจากเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์

ยิ่งชายหนุ่มเคลื่อนที่เข้าใกล้จุดศูนย์กลางของป่ามากเท่าไหร่ เขาก็ได้พบกับต้นไม้ที่หนาแน่นและสูงใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยต้นไม้หลาย ๆ ต้นมีความสูงมากถึง 1 กิโลเมตร และมีลำต้นขนาดใหญ่มากกว่า 30 คนโอบ

ระหว่างทางชายหนุ่มได้พบกับสมุนไพรล้ำค่าหลากหลายชนิดเช่นเดียวกัน แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่หยุดเก็บพวกมันเข้าใส่แหวนมิติ เพราะท้ายที่สุดสมุนไพรก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่หนีไปไหน ดังนั้นสิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำในตอนนี้คือจัดการกับฆาตกรให้ได้เสียก่อน

เมื่อเคลื่อนที่ลึกเข้ามาใจกลางป่ามากขึ้นเรื่อย ๆ วัชพืชบริเวณโดยรอบก็มีความสูงเกินศีรษะของเซี่ยเฟยไป จึงทำให้เขาไม่สามารถสังเกตสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาได้ ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนที่จากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังต้นไม้อีกต้นหนึ่งเหมือนกับลิง

ด้านหน้าของเขาเป็นเนินเขาที่ค่อย ๆ สูงชันขึ้นไปยังด้านบน ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ เร่งความเร็วปีนขึ้นไปจนถึงยอดเขาก่อนที่จะมองลงมายังด้านล่าง

พื้นที่บริเวณโดยรอบของกลางป่าถูกล้อมรอบด้วยภูเขาเป็นจำนวนมาก กลางหุบเขาเหล่านี้เป็นบ่อน้ำที่มีจุดศูนย์กลางมากกว่า 80 กิโลเมตร และมีต้นไม้ตั้งสูงตระหง่านเป็นเหมือนกำแพงที่สูงชันล้อมรอบบ่อน้ำนั้นเอาไว้

“ในบ่อน้ำมีความผันผวนของพลังงานที่สูงมาก ฉันคิดว่าที่พืชพันธ์ุภายในป่าเติบโตได้อย่างรวดเร็วน่าจะเป็นเพราะผลกระทบของพลังงานที่แผ่กระจายออกมา” อันธกล่าว

ขนอุยสัมผัสถึงพลังงานในบ่อน้ำได้เหมือนกัน จนทำให้มันน้ำลายไหลออกมาจากปากอย่างห้ามไม่อยู่ ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้หยุดเจ้าตัวน้อยตัวนี้เอาไว้ มันคงจะรีบวิ่งลงจากเนินเขาและดื่มน้ำภายในนั้นจนพอใจ

“มีคนซ่อนตัวอยู่!”

ฟุบ!

เซี่ยเฟยเปลี่ยนดาบดราก้อนสเกลให้กลายเป็นดาบสองมือ ก่อนที่เขาจะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเข้าหาพุ่มไม้ต้องสงสัย

พริบตาต่อมาพุ่มไม้ที่มีขนาดความสูงเท่ากับตัวคนก็ถูกตัดออกเป็น 3 ท่อน ก่อให้เกิดเศษกิ่งไม้ใบหญ้ากระจัดกระจายไปจนทั่วหลงเหลือเพียงแค่ตอไม้ที่ตั้งอยู่บนพื้นเท่านั้น

“เป็นไปไม่ได้! ทำไมมันถึงไม่มีใครอยู่? เมื่อกี้ฉันสัมผัสถึงคนที่กำลังแอบดูฉันอยู่แน่ ๆ” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ

“ว่าไงไอ้หนุ่ม? ดูเหมือนความเร็วของนายจะเร็วมากขึ้นกว่าเดิมนะ เมื่อกี้นายเกือบจะฆ่าฉันลงไปแล้ว” เสียงชายชราดังขึ้นมาจากระยะไกล และเมื่อเซี่ยเฟยหันศีรษะไปเขาก็ได้พบกับชายชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนกิ่งไม้และถือชามหมูตุ๋นภายในมือ

“คุณตาสาย!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้พบว่าชายชราคนนี้เป็นคนรู้จักเก่าของเขาเอง

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกับหยูจื่อเทานั่งเคียงข้างกันบนกิ่งไม้ใหญ่ และสังเกตการเคลื่อนไหวของบ่อน้ำ ที่อยู่กลางหุบเขา

“อยากลองกินดูบ้างไหม? หมูตุ๋นฝีมือฉันรสชาติดีนะ” หยูจื่อเทาถามขณะยื่นชามหมูตุ๋นไปทางเซี่ยเฟย

เซี่ยเฟยชำเลืองมองไปยังชิ้นเนื้อติดมันภายในชามเล็กน้อย และได้เห็นว่าเนื้อแต่ละชิ้นต่างก็ล้วนแล้วแต่มีน้ำหนักไม่น้อยกว่าครึ่งกิโล แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของชิ้นเนื้อกลับไม่ใช่ชิ้นเนื้ออย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นพื้นที่ส่วนของไขมันไม่น้อยไปกว่า 80%

“ตามสบายเลยครับ ผมไม่ค่อยชอบกินไขมันแบบนี้เท่าไหร่” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

“นี่มันเนื้อของหมูป่าใบพายเชียวนะ! ฉันล่ามันได้จากป่าเมื่อวานนี้” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับมองไปทางเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

“พวกเราไม่ได้เจอกันมาปีกว่าแล้วสินะครับ ว่าแต่ทำไมคุณตาถึงมาที่ดาวดวงนี้คุณได้? คุณตาขับยานรบของจัสทิสมาด้วยใช่ไหมครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“อ๋อ! พอดีว่าซุนกวงที่เป็นประธานสมาพันธ์หนานหมิงคนปัจจุบันเป็นลูกศิษย์ของฉันเอง เมื่อก่อนพ่อของเขาก็เคยให้ผลไม้ดี ๆ กับฉันมามากมาย จะว่าไปฉันก็ถือว่าเป็นหนี้บุญคุณสมาพันธ์หนานหมิงอยู่เหมือนกัน”

“แต่ถึงแม้ว่าสมาพันธ์หนานหมิงมักที่จะส่งสมุนไพรดี ๆ มาให้กับฉัน แต่เขาก็ไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ จากฉันเลย จนกระทั่งเมื่อ 1 เดือนก่อนซุนกวงบอกว่าเขากำลังมีปัญหาภายในสมาพันธ์ และเขาก็อยากจะให้ฉันมาอยู่ที่สมาพันธ์หนานหมิงสักพัก”

“คนเราเกิดเป็นลูกผู้ชายต้องรู้จักคำว่ากตัญญู ดังนั้นเมื่อพวกเขาร้องขอให้ฉันช่วยเหลือเพียงแค่เล็กน้อย ฉันจึงได้รีบมุ่งหน้าตรงมายังดาวดวงนี้” หยูจื่อเทาเล่าที่ไปที่มาว่าเขามาอยู่ที่ดาวดวงนี้ได้ยังไง

“จากนั้นคุณตาก็คงจะมาสายและได้พบว่าสมาชิกของสมาพันธ์ถูกฆ่าตาย คุณตาก็เลยพยายามติดตามฆาตกรมาจนถึงที่นี่สินะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เฮ้ย! ไอ้หนูเอ็งรู้ได้ยังไง?”

“เพราะฉายาของคุณตาคือตาสายไงล่ะครับ ฉายานี้คุณเป็นคนเล่าให้ผมฟังเองนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ทำไมยิ่งโตนายถึงยิ่งดูเหมือนฉินหมางมากขึ้นทุกวัน สมแล้วที่นายเริ่มบ่นฉันเหมือนอาจารย์ของนายเลย” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับทำหน้ามุ่ย

“ผมเคยบอกไปแล้วนะครับว่าผมไม่ใช่ลูกศิษย์ของคุณตาฉินหมาง และมันก็ไม่ใช่ความผิดของผมด้วยที่คุณตามาสาย” เซี่ยเฟยกล่าว

“อะไรกัน! รอบนี้ฉันมาสายแค่สัปดาห์เดียวเองและสมาพันธ์หนานหมิงก็แค่เกือบถูกกวาดล้างทั้งสมาพันธ์”

“ผมว่าไม่ใช่แค่เกือบหรอกนะครับ ตอนนี้จะเรียกว่าถูกกวาดล้างทั้งสมาพันธ์ก็ไม่ผิด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ไม่! ซุนกวง, ภรรยาและลูกสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ และพวกเขาก็ถูกคุมตัวอยู่ในป่าข้างบ่อน้ำโน้น” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังป่าทางด้านล่าง

เมื่อเซี่ยเฟยมองตามทิศทางที่หยูจื่อเทาชี้ไป เขาก็ได้พบกับร่างภายในป่าที่อยู่ไกล ๆ แต่เนื่องจากพุ่มไม้ที่หนาทึบเขาจึงยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณนั้นได้

“ว่าแต่นายเถอะ นายมาที่นี่ได้ยังไง?” หยูจื่อเทาเริ่มถามกลับถึงที่ไปที่มาของเซี่ยเฟย

“ผมรู้จักกับซุนซานที่เป็นลูกชายของคุณซุนกวง ก่อนหน้านี้เขารู้สึกกังวลที่ติดต่อครอบครัวไม่ได้ เขาเลยขอให้ผมเดินทางมาด้วยเพื่อดูว่าครอบครัวเขาเป็นอะไรหรือเปล่า” เซี่ยเฟยกล่าว

“อ๋อ! ลูกชายหัวแข็งของซุนกวงก็ยังมีชีวิตอยู่สินะ อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ยังเป็นโชคดีท่ามกลางเรื่องร้าย ๆ” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้กับตัวเอง

“ในเมื่อคุณตาพบตำแหน่งของผู้บุกรุกแล้ว แล้วทำไมคุณตาถึงยังไม่ลงมือช่วยพวกเขาล่ะครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ใจเย็น ๆ พวกนั้นระมัดระวังตัวมาก ถึงกับคอยส่งหน่วยลาดตระเวนเดินตรวจตราพื้นที่รอบ ๆ อยู่ตลอดเลย แม้ว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันที่จะบุกเข้าไปฆ่าพวกเขา แต่ถ้าหากว่าฉันทำอะไรผลีผลามขึ้นมามันก็อาจจะสร้างอันตรายให้กับพวกซุนกวงเหมือนกัน แค่ฉันมาสายแล้วทำให้เด็ก ๆ ในสมาพันธ์ตายก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดมากพอแล้ว ถ้าหากว่าแม้แต่ซุนกวงก็ยังตายลงไปด้วยฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะไปสู้หน้าพ่อของเขาได้ยังไง”

“นายมาถูกเวลาพอดีเลย ฉันกำลังรอให้คนพวกนั้นเริ่มพักผ่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะคอยดึงดูดความสนใจของพวกเขาเอาไว้เอง ระหว่างนั้นนายก็ใช้ความเร็วของนายช่วยพวกซุนกวงออกมาซะ แล้วพวกเราค่อยไปจัดการกับผู้บุกรุกทั้งแปดคนนี้” หยูจื่อเทากล่าวอย่างจริงจัง

“8 คนงั้นเหรอครับ? แต่นอกเหนือจากร่องรอยของคุณตาแล้วผมพบรอยเท้าเพียงแค่ 7 รอยเท่านั้นนะครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“อ๋อ! มันมีผู้ชายคนหนึ่งไม่มีเท้าและพลังเสียงของเขาก็ค่อนข้างทรงพลังมาก ฉันว่านายควรจะต้องระวังเขาเอาไว้หน่อยนะ”

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็นึกขึ้นมาได้ว่าซุนซานเคยเล่าว่าศิษย์พี่ของพ่อของเขาเคยขาขาด ก่อนที่จะถูกไล่ออกไปจากสมาพันธ์

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ได้ และเขาก็สันนิษฐานว่าศิษย์พี่ของซุนกวงคนนี้น่าจะเข้ามาสำรวจบ่อน้ำตั้งแต่สมัยที่เขายังหนุ่ม ๆ และเขาจะต้องได้พบเข้ากับความลับอะไรบางอย่าง แต่หลังจากที่เขาถูกขับไล่ออกจากสมาพันธ์ มันก็คงจะทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจจนเดินทางมาแก้แค้นสมาพันธ์ในวันนี้

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมผู้บุกรุกถึงรู้จักสมาพันธ์หนานหมิงเป็นอย่างดี ถึงขนาดบุกเข้าไปภายในห้องลับได้อย่างง่ายดาย และมันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมสมุนไพรล้ำค่าในห้องใต้ดินถึงไม่ถูกขโมยไป เพราะจุดหมายของพวกเขาคือบ่อน้ำบ่อนี้ต่างหาก

เซี่ยเฟยอธิบายความคิดของเขาให้ชายชราฟัง ซึ่งหยูจื่อเทาก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“เรื่องที่นายสันนิษฐานไว้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ฉันอยากจะรู้แล้วสิว่าในบ่อน้ำนั้นมีความลับอะไรซ่อนเอาไว้อยู่กันแน่”

“ระหว่างที่คุณตาติดตามผู้บุกรุกมา คุณตาเคยเห็นพฤติกรรมอะไรแปลก ๆ ของพวกเขาหรือเปล่าครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“พวกเขาดูเหมือนจะระแวงบ่อน้ำมากและทุก ๆ ชั่วโมงจะมีคนโยนอะไรบางอย่างลงไปในบ่อน้ำ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นกำลังทำอะไรอยู่เหมือนกัน” หยูจื่อเทากล่าว

“เอาแบบนี้ไหมครับ? พวกเรารอไปก่อนเพื่อดูว่ามันมีความลับอะไรซ่อนอยู่ในบ่อน้ำสีดำนั้น แล้วพวกเราค่อยฉวยโอกาสในระหว่างที่พวกเขากำลังตื่นเต้นลงมือช่วยเหลือพวกคุณซุนกวง” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายจะหลอกใช้พวกมันเผยความลับของบ่อน้ำออกมาใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

“แบบนั้นมันไม่ถูกนะ ครอบครัวของซุนกวงมีบุญคุณกับฉัน ดังนั้นเราควรจะต้องช่วยเหลือพวกเขาก่อน ส่วนเรื่องความลับเราค่อยถามซุนกวงเอาทีหลังก็ได้”

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ลงไปเตรียมพร้อมลงมือกันเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เดี๋ยวก่อน! ฉันเพิ่งกินหมูตุ๋นหม้อใหญ่เข้าไปตอนนี้อาหารในท้องฉันยังไม่ย่อยเลย ฉันขอเวลานอนพักสัก 2 ชั่วโมงระหว่างนั้นฉันฝากนายดูแลพวกซุนกวงด้วย”

กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งพฤติกรรมของคนพวกนี้ก็เป็นเหมือนที่หยูจื่อเทาได้บอกเอาไว้ เพราะทุก ๆ ชั่วโมงพวกเขาจะโยนอะไรบางอย่างลงไปในบ่อ จากนั้นพวกเขาก็จะรีบวิ่งหลบไปในทันที คล้ายกับว่าพวกเขาไม่อยากอยู่ริมบ่อน้ำนานเกินไป

น่าเสียดายที่พื้นที่ตรงจุดนี้อยู่ในส่วนที่มืดมิดของดวงดาว ดังนั้นถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะใช้งานระบบมองกลางคืน แต่เขาก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนพวกนั้นโยนอะไรลงไปภายในบ่อน้ำกันแน่

ชั่วพริบตาเวลาก็ได้ผ่านพ้นมาแล้วถึง 3 ชั่วโมง แต่จู่ ๆ มันก็มีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เพราะอยู่ดี ๆ มันก็มีน้ำพุ่งขึ้นมาจากสระ ในขณะที่หยูจื่อเทาที่เดินทางไปพักผ่อนก็ยังไม่กลับมา แม้ว่ามันจะเกินเวลาที่พวกเขาได้ตกลงกันเอาไว้ที่ 2 ชั่วโมงแล้วก็ตาม

“ฉันโง่จริง ๆ ฉันลืมฉายาของเขาไปได้ยังไงกันเนี่ย!” เซี่ยเฟยตบหน้าผากของตัวเองอย่างแรงเมื่อนึกถึงฉายาตาสายของหยูจื่อเทา

ด้วยเหตุนี้เองชายหนุ่มจึงไม่อยากจะเสียเวลารออีกต่อไปแล้ว เขาจึงใช้วิชาพรางจิตพร้อมกับรีบเคลื่อนตัวไปยังบ่อน้ำเพียงลำพัง

***************

โอ๊ยคุณตาาาา!! จะสายทุกเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะ เหนื่อยใจ…

จบบทที่ ตอนที่ 481 ป่าเอเวอร์ไนท์

คัดลอกลิงก์แล้ว