เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 460 30 อาวุธมายา

ตอนที่ 460 30 อาวุธมายา

ตอนที่ 460 30 อาวุธมายา


ตอนที่ 460 30 อาวุธมายา

“หงส์ครามคืออะไร? ทำไมมันถึงไม่มีระดับและคำอธิบายเขียนเอาไว้เลย?” เซี่ยเฟยถาม ชายหนุ่มถามในช่วงเวลาที่แบล็คกี้และไวท์ตี้คาดไม่ถึงมากที่สุด

“คุณเห็นคำว่าหงส์ครามงั้นเหรอ?!” แบล็คกี้พูดขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

“รายการบรรทัดบนสุดมันก็เขียนอยู่แล้วนี่ แต่ว่ามันไม่มีราคาไม่มีคำอธิบายอะไรเลย แล้วผมจะไม่สนใจของที่พิเศษแบบนี้ได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“แล้วทำไมคุณถึงไม่ถามตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่รอจนใช้คะแนนไป 2,400 ล้านแต้มก่อนแล้วค่อยถาม?” แบล็คกี้ถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“ทุกคนต่างก็มีความโลภเป็นของตัวเอง และถ้าหากว่าผมได้เห็นราคาของของชิ้นนั้นแล้วผมก็คงจะยอมทุ่มหมดหน้าตักเพื่อแลกเปลี่ยนมันออกมาอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงมันยังมีสิ่งที่จำเป็นสำหรับผมมากกว่านั้น ผมจึงแลกของสำคัญสำหรับผมก่อนแล้วค่อยถามราคามันทีหลัง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“แล้วคุณไม่กลัวว่าคุณจะพลาดสมบัติชิ้นนั้นไปงั้นเหรอ?”

“แน่นอนว่าผมกลัว แต่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนักสู้ระดับสูงหลาย ๆ คนของเซิร์กจะเสียชีวิตลงไปแล้ว แต่เลยูตี้ยังไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเสียที ดังนั้นสิ่งจำเป็นสูงสุดสำหรับผมคือการพยายามเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน ซึ่งสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดนั่นก็คืออาวุธอุปกรณ์ แต่หงส์ครามที่ผมเห็นมันฟังดูไม่เหมือนจะเป็นอาวุธอุปกรณ์ที่ผมต้องการเลย”

ไวท์ตี้รู้สึกหดหู่ใจอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะเป็นคนที่รอบคอบมากขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะยอมพลาดสมบัติชิ้นสำคัญไปเพื่อเลือกในสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในเวลานั้นก่อน

“แบบนี้นี่เองสินะ หงส์ครามจำเป็นจะต้องใช้คะแนนแลกเปลี่ยน 10,000 ล้านแต้ม และมีเพียงผู้สังหารโกเลมเสาหลักลงได้เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์แลกเปลี่ยนสมบัติชิ้นนี้กลับไปได้ ซึ่งตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันคุณคือคนแรกที่มีคุณสมบัติมากพอที่จะแลกเปลี่ยนสมบัติชิ้นนี้ไป” แบล็คกี้กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

คำอธิบายของแบล็คกี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยสำลักออกมา เพราะอาวุธอุปกรณ์ระดับอิมมอทอลลิตี้มีค่าเพียงแค่ 1,000 ล้านแต้มเท่านั้น แต่หงส์ครามกลับมีค่าถึง 10,000 ล้านแต้ม ซึ่งมันก็หมายความว่ารายการชิ้นนี้คงจะไม่ใช่ของธรรมดา และมันก็อาจจะเป็นรายการที่ไม่สามารถจะประเมินค่าได้อย่างแท้จริง

“มันคืออะไร? ทำไมมันถึงมีมูลค่าตั้ง 10,000 ล้านแต้ม?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“มันไม่ใช่ของรายการปกติจริง ๆ เพราะว่ามันเป็นหญ้า” แบล็คกี้กล่าวอย่างจริงจัง

“หญ้า!? หญ้าที่ถูกตั้งราคาไว้ 10,000 ล้านแต้มเนี่ยนะ!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ

แบล็คกี้แสดงท่าทีหดหู่ออกมาเล็กน้อย ขณะที่ไวท์ตี้ก็เงียบเสียงไปเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามหลังจากที่นกปากแซ่บตั้งสติได้มันก็เริ่มร้องออกมาอย่างไม่พอใจ

“ไอ้พวกมีแต่ตาแต่ไม่มีสมอง! นี่มันเป็นหญ้าธรรมดาที่ไหน นี่มันคือหญ้าหงส์ครามนะ มันคือ 1 ใน 7 อาวุธมายาแห่งทะเลเมฆ!!”

“8 โลหะแห่งพื้นพิภพ, 6 วารีแห่งบ่อเกิด, 4 ศิลาแห่งดาวใต้, 5 เปลวไฟแห่งห้วงดาราและ 7 พฤกษาแห่งทะเลเมฆ สิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ถูกเรียกว่า 30 อาวุธมายาและหงส์ครามก็คือ 1 ใน 30 อาวุธมายาในตำนานพวกนั้น!!”

เซี่ยเฟยไม่ได้สนใจเรื่องที่ไวท์ตี้พูดจาดูถูกเขา เพียงแต่ว่าเขากำลังรู้สึกสับสนกับตัวตนของคำว่าอาวุธมายามากกว่า

แบล็คกี้ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจและคิดว่าไวท์ตี้คงจะไม่สามารถรักษานิสัยปากพล่อยของมันได้ชั่วชีวิต เพราะคำอธิบายเมื่อสักครู่นี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นความลับ และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรจะเปิดเผยให้คนนอกได้รับทราบ

“30 อาวุธมายา? 1 ใน 7 พฤกษาแห่งทะเลเมฆ? มันคืออะไร?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความสับสน

“ช่างมันเถอะ ถึงยังไงคุณก็คือผู้สืบทอดที่เจ้านายได้เลือกเอาไว้แล้ว มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าคุณได้รู้เรื่องนี้” แบล็คกี้กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ฝุ่นผงอวกาศ, พิภพเริงระบำ, ธรณีเย็นเยือก, ปฐพีคลั่ง, ธราใต้สมุทร, พสุธาเคลื่อนภูเขา, ธุลีแยกภพภูมิและจิตวิญญาณโลหะหนัก สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 8 นี้คือ 8 โลหะแห่งพื้นพิภพ”

“น้ำแข็งพันปี, ลูกแก้วเยือกแข็ง, น้ำพุมรกต, โคลนทมิฬ, วารีเคียดแค้นและนทีบริสุทธิ์ สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 6 นี้คือ 6 วารีแห่งบ่อเกิด”

“ศิลาหางฟินิกซ์, หินโมฆะ, กรวดล้างนภาและเมฆาอัดก้อน สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 4 นี้คือ 4 ศิลาแห่งดาวใต้”

“เพลิงผลาญ, อัคคีโศก, อัคนีโหยหวน, เถ้าเชือดเฉือนและลาวาละลายลักษณ์ สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 5 นี้คือ 5 เปลวไฟแห่งห้วงดารา”

“ใบไม้แห่งขุนเขา, ต้นสนไร้วันสลาย, ดอกบัวห้วงสมุทร, เบญจมาศดาวกระจาย, ต้นพลัมเก้าราตรี, ไม้จันทร์กระซิบและหงส์คราม สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 นี้คือ 7 พฤกษาแห่งทะเลเมฆ”

“สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหมดนี้ถูกเรียกรวมกันว่า 30 อาวุธมายา”

ช็อก!

โคตรช็อก!

เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการสงบสติอารมณ์ เพราะเพียงแค่ได้ฟังชื่อของอาวุธมายาเหล่านั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกใจสั่น และมันจะต้องเป็นอาวุธระดับต้น ๆ ในดินแดนของผู้ใช้กฎอย่างแน่นอน แล้วเขาจะไม่รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบเห็นสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้ได้ยังไง

“แต่เท่าที่ฟังดูจากชื่อของสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 30 อย่างนั้น มันก็ดูเหมือนกับของพวกนั้นไม่ใช่อาวุธเลย แล้วทำไมพวกเขาถึงเรียกของพวกนี้ว่าอาวุธมายา?” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากดื่มน้ำเพื่อดับกระหาย

“อาวุธมีหลากหลายชนิดเช่น ดาบดราก้อนสเกลที่คุณเพิ่งแลกไปก็เป็นอาวุธที่ดี ความเร็วของคุณก็ถือว่าเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของคุณด้วยเหมือนกัน แม้แต่ดวงตาอันแหลมคมก็สามารถเรียกว่าอาวุธได้ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะมีคนเรียกสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ว่าอาวุธมายา”

“อาวุธมายาแต่ละชิ้นต่างก็ล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของจักรวาล และแม้แต่เจ้านายของฉันก็ไม่สามารถที่จะตอบคำถามที่ลึกซึ้งมากกว่านี้ได้เหมือนกัน”

“ท้ายที่สุดจักรวาลก็กว้างใหญ่มากและมันก็มีสิ่งที่แปลกประหลาดเกินกว่าความเข้าใจของเรากระจายกันอยู่ยังสถานที่ต่าง ๆ อย่างมากมาย ปัจจุบันตำแหน่งที่คุณยืนอยู่ค่อนข้างที่จะต่ำเกินไป คุณจึงยังมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไม่ไกลพอสมควร” แบล็คกี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับพร้อมกับมองไปยังนกตัวสีดำตรงหน้าด้วยแววตาแห่งความชื่นชม เพราะเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าสัตว์อสูรจะสามารถพูดปรัชญาได้อย่างลึกซึ้งแบบนี้

“ถ้าหงส์ครามเป็นอาวุธที่สำคัญมากขนาดนั้น แล้วทำไมเทพเจ้าดำกับเทพเจ้าขาวถึงไม่เก็บมันเอาไว้ใช้เอง?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“นายท่านของพวกเราก็ต้องการจะเก็บมันเอาไว้ใช้เองอยู่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่หญ้าหงส์ครามก็เป็นอาวุธที่ดื้อรั้นมากเกินไป นอกจากนี้หงส์ครามยังเป็นตัวแทนแห่งความดื้อรั้นเหมือนดั่งวัชพืชที่พร้อมจะเติบโตขึ้นมาได้ทุกที่ ไม่ว่าสถานที่แห่งนั้นจะมีสภาพแวดล้อมเลวร้ายมากแค่ไหนก็ตาม”

“ฉันเคยได้ยินนายท่านเล่าให้ฟังว่าหงส์ครามจะเป็นคนเลือกเจ้านายด้วยตัวเอง และเงื่อนไขของการได้ครอบครองหงส์ครามก็ยุ่งยากมาก จนทำให้แม้แต่เทพเจ้าขาวกับเทพเจ้าดำก็ยังไม่สามารถที่จะถือครองมันเป็นอาวุธประจำกายได้ ดังนั้นพวกนายท่านจึงทิ้งมันเอาไว้ที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านพ้นมาหลายพันปี แต่มันก็ยังไม่มีเซิร์กคนไหนมีคุณสมบัติมากพอที่จะลองเป็นเจ้านายของมัน”

แบล็คกี้สื่อความหมายออกมาอย่างชัดเจนว่าเทพเจ้าดำกับเทพเจ้าขาวเก็บหงส์ครามเอาไว้ให้เซิร์กโดยเฉพาะ แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าผู้ที่มีคุณสมบัติผ่านด่านทดสอบเป็นคนแรกกลับกลายเป็นมนุษย์

“ถ้าอย่างนั้นผมขอลองดูหน่อยก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวโดยไม่ลังเลและพร้อมที่จะใช้คะแนน 10,000 ล้านแต้มในการแลกหงส์ครามออกมา

“หึ! อยากจะลองดีนักก็เชิญเลย แต่ฉันขอบอกก่อนเลยว่าถ้านายไม่ผ่านบททดสอบของหงส์คราม นายก็จะต้องส่งมอบของสิ่งนั้นกลับมาโดยไม่ได้รับคะแนนคืน” ไวท์ตี้กล่าวอย่างมุ่งร้าย

เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะเขาไม่คิดว่าถ้าหากเขาไม่สามารถเป็นเจ้าของหงส์ครามได้ เขาจะต้องส่งมันคืนกลับไปที่เดิมแบบนี้

“ช่างมันเถอะ โอกาสแบบนี้มันไม่ได้มีบ่อย ๆ ตราบใดก็ตามที่ฉันผ่านบททดสอบของมันได้ ฉันก็อาจจะมีพลังมากพอที่จะต่อต้านพวกผู้ใช้กฎ” เซี่ยเฟยกัดฟันพึมพำกับตัวเอง

“การตัดสินใจของคุณเป็นสิ่งที่น่ายกย่องจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าคุณจะได้รับมันไปในตอนนี้จริง ๆ แต่มันก็อาจจะยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นอาวุธของคุณได้”

“เท่าที่นายท่านได้บอกไว้อาวุธมายาเป็นอาวุธที่จะพัฒนาไปพร้อมกับเจ้านายของมันเอง แต่ในตอนนี้คุณมีพลังเพียงแค่ระดับ 5 ที่เรียกว่าระดับลีเจนด์ของมนุษย์ ซึ่งพลังเพียงแค่นี้ยังไม่สามารถที่จะดึงประสิทธิภาพของหงส์ครามออกมาได้อย่างแท้จริง และในตอนนี้ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจทำอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง” แบล็คกี้กล่าว

“นายคิดจะใส่ชุดที่ใหญ่เกินตัวของตัวเองหรือยังไง? แม้ว่านายจะผ่านการยอมรับของมันไปได้ แต่ด้วยระดับพลังในปัจจุบันของนายมันก็ไม่ต่างไปจากนายไม่ได้รับของรางวัลอะไรกลับไปเลย” ไวท์ตี้กล่าวอย่างเยาะเย้ย

“ผมคิดว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากที่สุดในชีวิตของผมแล้ว เพราะสิ่งที่ผมกำลังแลกเปลี่ยนอยู่ในตอนนี้มันคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของผม แล้วคุณรู้ไหมว่าสิ่ง ๆ นั้นมันคืออะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

“อะไร?” ไวท์ตี้อุทานด้วยความสับสน

“ความหวังยังไงล่ะ”

แม้ว่าเสียงของเซี่ยเฟยจะไม่ดังแต่เสียงนั้นก็ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของไวท์ตี้อย่างรุนแรง

แม้ภายนอกชายหนุ่มจะดูเหมือนเป็นคนบ้าที่ยอมทิ้งอาวุธอุปกรณ์ระดับอิมมอทอลลิตี้นับสิบชิ้นเพื่อไปแลกกับความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่อย่าลืมว่าสาเหตุที่เซี่ยเฟยขึ้นมายืนจุดนี้ได้สำเร็จ นั่นก็เพราะว่าเขามักที่จะตัดสินใจอะไรบ้า ๆ อย่างที่ใคร ๆ ก็ไม่กล้าที่จะลอกเลียนแบบเขา

ประตูในวิหารถูกเปิดออกพร้อมกับเผยให้เห็นพื้นที่ด้านในอันมืดมิด แบล็คกี้กางปีกของมันออกแสดงท่าทางเชิญชวนให้เซี่ยเฟยเดินเข้าไปด้านใน ขณะที่ไวท์ตี้แสดงสีหน้าด้วยความโกรธและต้องการที่จะเห็นเซี่ยเฟยพบเจอกับความล้มเหลว แต่ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มก็ได้ก้าวข้ามผ่านความล้มเหลวมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่าจนทำให้เธอเริ่มรู้สึกที่จะหายใจไม่ค่อยออก

เซี่ยเฟยสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ พร้อมกับความรู้สึกอันแปลกประหลาดในระหว่างที่เดินผ่านประตูบานนี้ไป เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนกับการก้าวข้ามผ่านมิติหนึ่งไปยังอีกมิติหนึ่ง และทันใดนั้นวิวทิวทัศน์บริเวณรอบ ๆ ตัวก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หญ้าต้นสีฟ้าอันสง่างามงอกขึ้นท่ามกลางภูเขาหินอันแห้งแล้ง และถึงแม้ว่าพื้นที่บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยภูเขากว้างใหญ่ที่สูงชัน แต่สิ่งแรกที่สะดุดตาของเซี่ยเฟยนั้นกลับเป็นต้นหญ้าสีฟ้าที่ขึ้นอยู่บนยอดเขา

ฟุบ!

ชายหนุ่มเคลื่อนที่อย่างว่องไวขึ้นไปถึงยอดเขาในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที โดยสิ่งที่เขาได้พบตรงหน้าก็คือต้นหญ้าที่งอกขึ้นมาจากซอกหินและใบของมันก็กำลังปลิวไปมาตามแรงลม

“นี่สินะตัวแทนของพืชที่ดื้อรั้นที่สุดในจักรวาล” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยดวงตาอันเป็นประกาย ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ยื่นมือออกไปแตะที่ต้นหงส์ครามเบา ๆ

***************

ก็เหมาะอยู่น๊าาา หญ้าที่ดื้อรั้นกับคนที่ดื้อรั้นอย่างพี่เฟย แต่จะได้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง มาลุ้นกัน!

จบบทที่ ตอนที่ 460 30 อาวุธมายา

คัดลอกลิงก์แล้ว