เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 455 แหวนมิติที่เรียบง่าย

ตอนที่ 455 แหวนมิติที่เรียบง่าย

ตอนที่ 455 แหวนมิติที่เรียบง่าย


ตอนที่ 455 แหวนมิติที่เรียบง่าย

สถานการณ์ในปัจจุบันอันตรายมาก โดยเซี่ยเฟยกับขนอุยกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะอูดี้ที่อยู่ในระดับอิมมอทอลลิตี้ และถึงแม้ว่าการประสานพลังของทั้งสองจะทำให้อูดี้ตกอยู่ในอันตราย แต่มันก็ยังคงอยู่ห่างไกลจากคำว่าชัยชนะ

อั๊ก!

เซี่ยเฟยกระอักเลือดออกมาอีกครั้งเนื่องมาจากว่าเขาฝืนใช้วิชาลับระดับ 4 มานานเกินไป จนทำให้ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของเขาเกือบจะพังทลาย และภาระที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มก็เกินกว่าขอบเขตที่คนทั่วไปจะทนรับได้

ทางด้านของขนอุยก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เพราะว่ามันกำลังอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และมีเสียงหอบดังชัดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านพ้นไป แต่ถึงกระนั้นกลิ่นอายของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของมันก็ยังคงอยู่ และบางทีมันก็อาจจะเป็นเพราะเจ้าหนูนี่อาศัยอยู่กับเซี่ยเฟยมาตั้งแต่เกิด มันจึงได้รับอิทธิพลความบ้าคลั่งและความดื้อรั้นมาจากชายหนุ่มจนทำให้มันไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้

หนึ่งคนบ้ากับหนึ่งสัตว์อสูรบ้ากำลังพยายามต่อสู้กับอูดี้อย่างสิ้นหวัง!

สถานการณ์ทางด้านของอูดี้ก็ไม่ดีไปกว่ากัน โดยในตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกับกระดาษและร่างกายของเขาก็ถูกดันจนฝังลึกลงไปในกำแพงหลายสิบเมตรแล้ว คล้ายกับว่าช่องที่เขาถูกดันเข้ามานี้กลายเป็นอุโมงค์ที่ถูกขุดเข้ามาลึกขึ้นเรื่อย ๆ และพลังทำลายของฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะหยุดลงในเร็ว ๆ นี้

เซี่ยเฟยเริ่มหมดสติไปทีละน้อยขณะที่รอยสักที่บริเวณแขนซ้ายเริ่มมีปฏิกิริยา ทันใดนั้นเขาก็เริ่มเจ็บปวดที่แขนซ้ายอย่างรุนแรงอีกครั้งคล้ายกับมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังทิ่มแทงผิวหนังของเขาอยู่

“บิดมันซะ! จงใช้ความโกลาหลบิดเบี้ยวทุกสิ่งซะ!!”

จู่ ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงปริศนาดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง เขาจึงเริ่มบิดฝ่ามืออย่างช้า ๆ ซึ่งมันก็ทำให้เซเลสเชียลมูนรูปไม้กางเขนถูกบิดเบี้ยวไปตามมือของเขา

คลื่น!

แม้ว่าชายหนุ่มจะเคลื่อนไหวฝ่ามือเพียงแค่เล็กน้อยแต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมากลับน่าอัศจรรย์อย่างไม่คาดคิด เพราะร่างของอูดี้ถูกผลักกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง และทำให้ราชาคนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากขึ้นกว่าเดิม

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้เซี่ยเฟยสะดุ้งฟื้นคืนสติขึ้นมา แต่เขาก็ยังคงจำคำ ๆ หนึ่งได้จากส่วนลึกของจิตใจ เขาจึงพยายามบิดฝ่ามือมากขึ้นกว่าเดิม

บิดมันซะ!!

เมื่อเซี่ยเฟยบิดฝ่ามือเร็วขึ้นทำให้การจัดเรียงของเซเลสเชียลมูนทั้ง 18 เล่มก็เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจากเดิม และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีรูปลักษณ์เป็นไม้กางเขนเหมือนเดิมแล้ว แต่พวกมันกลับปลดปล่อยพลังงานออกมามากกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ติด

ตูม!

เมื่อการบิดถูกสะสมความรุนแรงมากในระดับหนึ่งเซเลสเชียลมูนก็กำลังหมุนควงอย่างรวดเร็วราวกับพายุทอร์นาโด ซึ่งพลังทำลายที่มันสร้างได้ในขณะนี้ไม่ใช่พลังที่เซี่ยเฟยเคยเรียกใช้ได้มาก่อนเลย

ขนอุยถอนการโจมตีและหันศีรษะไปมองเซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจ เพราะพลังของเซี่ยเฟยทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงแม้ว่ามันจะถอนพลังกลับมาแล้ว แต่เซี่ยเฟยก็ยังคงสามารถผลักอูดี้เข้าไปในกำแพงหินได้ด้วยพลังของตัวเอง

อูดี้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวนพร้อมกับกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างที่กำลังถูกบดเข้ากับกำแพงอย่างต่อเนื่อง

อั๊ก!

เซี่ยเฟยกระอักเลือดออกมาจากปากอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันไม่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป แต่ในทางตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขราวกับว่าเขากำลังนอนอาบแสงแดดอบอุ่นท่ามกลางอุณหภูมิอันหนาวเหน็บ

วินาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็เป็นลมล้มหมดสติลงไปกับพื้นอย่างไม่สามารถที่จะควบคุมร่างของตัวเองได้อีกต่อไป

ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปนานแค่ไหนแต่เซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะได้พบว่าขนอุยที่อยู่ใกล้ ๆ กำลังเลียใบหน้าของเขาอย่างต่อเนื่อง

แหวะ!

เซี่ยเฟยผลักขนอุยออกไปพร้อมกับพยายามลุกขึ้นมานั่ง โดยในตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหมือนกับกำลังตื่นขึ้นมาจากความฝัน และร่างกายของเขาก็ให้ความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกได้มาก่อน

“คราวนี้ฉันหลับสบายมากเลย” เซี่ยเฟยกล่าว

“หลับ!? นายรู้ไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป?” อันธกล่าวพร้อมกับมองเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

“ฉันทำอะไร? ฉันก็แค่นอนไม่ใช่เหรอ…” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไร้เดียงสา แต่เขาก็ต้องหยุดพูดลงอย่างกะทันหันเมื่อเขาได้เห็นภาพตรงหน้าที่แตกต่างไปจากจินตนาการของเขาโดยสิ้นเชิง

ถ้ำที่เขาเคยขุดร่วมกับขนอุยในระหว่างการโจมตีอูดี้ได้กลายเป็นถ้ำลึกที่มีความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตร และภายในถ้ำลึกอันมืดมิดแห่งนี้ก็ยังคงมีรอยเลือดจาง ๆ ให้มองเห็นได้อยู่ตามพื้นกำแพงถ้ำ

“อูดี้! อูดี้ไปไหน?!!” เซี่ยเฟยกระโดดลุกขึ้นจากพื้นและตั้งท่าเตรียมต่อสู้อย่างเร่งรีบ

แม้ว่าขนอุยจะถูกเซี่ยเฟยผลักออกไปแต่มันก็กระโดดขึ้นไปบนไหล่ของชายหนุ่มโดยไม่รู้สึกโกรธเซี่ยเฟยเลย จากนั้นมันก็เริ่มเลียใบหน้าเซี่ยเฟยอีกครั้งจนทำให้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกมึนงง

“อูดี้ตายไปแล้ว นายก็เป็นคนฆ่าเขาด้วยมือของนายเองไง” อันธกล่าว

“ฉันเนี่ยนะ!?”

“ใช่ นายนั่นแหละ ศพของเขาน่าจะอยู่ที่ปลายอุโมงค์ แล้วนายก็เป็นคนสร้างอุโมงค์นี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง”

เซี่ยเฟยเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตกตะลึง เพราะอุโมงค์นี้มีความยาวอย่างน้อย 5 กิโลเมตรแล้วเขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะสร้างอุโมงค์แบบนี้ขึ้นมาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“นี่นายลืมไปแล้วจริง ๆ เหรอ? ตอนนั้นนายกับขนอุยกำลังรวมพลังกันกดดันอูดี้อย่างต่อเนื่อง แต่ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังไปถึงทางตันนายก็เริ่มหมุนเซเลสเชียลมูนจนกลายเป็นพายุทอร์นาโด พลังการทำลายของการจู่โจมครั้งนั้นรุนแรงมากจนทำให้อูดี้ถูกบดเข้าไปในหิน และสร้างอุโมงค์ที่มีความลึกกว่า 5 กิโลเมตรนี้ขึ้นมา” อันธพยายามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในก่อนหน้านี้

“ฉันจำอะไรไม่ได้ ฉันจำได้แค่ว่ามันมีเสียงใครก็ไม่รู้บอกให้ฉันลองบิดพลังของฉันดู จากนั้นฉันก็ไม่รู้อะไรแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ต่อมาเขาก็ค่อย ๆ เดินไปตามอุโมงค์ที่อันธบอกว่าเขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ก่อนที่เขาจะได้พบกับร่างของอดีตราชาถูกบดเข้ากับกำแพงหินจนแยกไม่ออกว่าพื้นที่ตรงไหนคือหินหรือพื้นที่ตรงไหนคือเนื้อ

ช็อก!

โคตรช็อก!

เซี่ยเฟยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภาพตรงหน้าคือฝีมือของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดอูดี้ก็เป็นถึงนักสู้ระดับอิมมอทอลลิตี้ แต่ถึงกระนั้นเขากลับเป็นคนสังหารอูดี้ลงโดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันได้รู้ตัว

ถัดจากร่างของอูดี้ไปไม่ไกลคือใบมีดของเซเลสเชียลมูนที่ฝังอยู่ในกำแพงหิน และมันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีว่าอุโมงค์ลึกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากการโจมตีของเขา

เซี่ยเฟยใช้หิมะโปรยแงะใบมีดของเซเลสเชียลมูนออกมาจากกำแพงทีละเล่ม และทันใดนั้นเขาก็ได้สังเกตเห็นเครื่องประดับโลหะทรงสามเหลี่ยม ซึ่งมันน่าจะเป็นกุญแจของกล่องโลหะที่เขาได้แย่งชิงมาในก่อนหน้านี้

หลังเซี่ยเฟยเก็บกู้ใบมีดเซเลสเชียลมูน, กุญแจของกล่องโลหะและแหวนมิติสีเขียวขนาดเล็กซึ่งน่าจะเป็นแหวนมิติของอูดี้ได้แล้ว เขาก็หันศีรษะเพื่อเดินออกไปจากอุโมงค์

โชคดีที่แม้ว่าเขาจะระเบิดพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งแต่ของพวกนี้ก็ยังไม่ถูกทำลายไปพร้อมกับอูดี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะสูญเสียสมบัติล้ำค่าไปโดยไม่สามารถเอามันกลับคืนมาได้ แล้วมันก็คงจะทำให้เขารู้สึกเสียดายไปอีกนานเลยทีเดียว

“ฉันหลับไปนานแค่ไหน?” เซี่ยเฟยกล่าวถามขณะก้าวเดินออกจากอุโมงค์

“ประมาณ 20 ชั่วโมง”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนจะนำกุญแจรูปสามเหลี่ยมขึ้นมาพิจารณา ก่อนที่เขาจะได้เห็นลวดลายแปลก ๆ ที่ถูกสลักอยู่บนกุญแจนี้ ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกราวกับลำแสงที่กำลังท่องไปทั่วทั้งจักรวาล

หลังจากที่เขาเดินออกมาจากอุโมงค์เขาก็ได้พบว่าทะเลลาวากลับมาสงบเหมือนเดิมแล้ว แต่สิ่งที่แปลกไปคือเขาไม่ได้รู้สึกถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุอีกต่อไป แต่เขารู้สึกเย็นสบายราวกับว่าเขากำลังยืนรับลมอยู่ริมชายหาด

ชายหนุ่มหยิบกล่องโลหะออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับนำกุญแจที่เขาเพิ่งได้รับมาลองมาเทียบกับตัวล็อกสีทองที่อยู่บนตัวกล่อง

“มันน่าจะเป็นกุญแจของกล่องนี้จริง ๆ ทั้งรูปร่างและขนาดของมันพอดีกันเลย” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายยังไม่เปิดดูของข้างในเหรอ?” อันธถาม

เซี่ยเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะตัดสินใจเก็บของทุกอย่างกลับไปในแหวนมิติอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยตอนนี้อูดี้ก็ตายแล้ว ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาสมควรจะต้องทำคือการออกไปจากไซเรนฮิลล์

ระหว่างที่เขาเดินไปยังแท่นเคลื่อนย้ายเขาก็หยิบแหวนมิติวงเล็ก ๆ ของอูดี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างระมัดระวัง ซึ่งหินมิติที่ถูกติดอยู่บนแหวนวงนั้นเป็นหินมิติที่มีขนาดเล็กราวกับเมล็ดถั่วเขียว แต่ไม่ว่าเขาจะพิจารณาแหวนวงนี้ยังไง มันก็ไม่เหมาะสมที่มันจะเป็นแหวนมิติของราชาของเผ่าพันธุ์เลย

ตอนแรกชายหนุ่มคิดว่าแหวนวงนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีค่ามากนัก แต่เมื่อเขาได้สัมผัสกับแหวนมิติและส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจพื้นที่ด้านใน มันก็ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออกเป็นเวลานาน

“ว่าไง? เจอกับของอะไรดี ๆ บ้างหรือเปล่า?” อันธถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะท้ายที่สุดอูดี้ก็เป็นถึงราชาแห่งเต็นท์ทองคำ แล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องปกติที่เขาจะมีของดี ๆ เก็บซ่อนเอาไว้ในแหวนมิติของตัวเอง

“ของดี ๆ พอจะมีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจจริง ๆ คือพื้นที่ในแหวนมิตินี้ต่างหาก” เซี่ยเฟยกล่าว

“พื้นที่แหวนมิตินี้มันทำไมเหรอ? ไหนขอฉันดูหน่อย”

ทันทีที่อันธสำรวจพื้นที่ในแหวนมิติมันก็ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

“โอ้แม่เจ้า! พื้นที่ในแหวนวงนี้น่าจะมีมากกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร เซี่ยเฟยฉันว่านายได้สมบัติมาจริง ๆ แล้วล่ะ”

แหวนมิติธรรมดามีขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ส่วนแหวนมิติขนาดใหญ่ก็มีพื้นที่ภายในมิติเพียงแค่ไม่ถึง 100 ลูกบาศก์เมตร แต่แหวนวงเล็กที่ดูธรรมดาวงนี้กลับมีพื้นที่หลายพันลูกบาศก์เมตร มันจึงกลายเป็นแหวนมิติที่ดีที่สุดเท่าที่อันธเคยเห็นมา แล้วมันก็คงจะเป็นแหวนมิติที่ถึงแม้จะมีเงินก็ไม่สามารถที่จะหาซื้อมันได้

เซี่ยเฟยทำการย้ายของทั้งหมดจากแหวนมิติวงเก่าไปยังแหวนมิติวงใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นรูปลักษณ์ของแหวนสีเขียววงนี้ยังดูเรียบง่ายซึ่งเหมาะกับรสนิยมของเซี่ยเฟยมากที่สุด นอกจากนี้พื้นที่ขนาดใหญ่ของแหวนมิติยังทำให้เขาเก็บสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปได้อย่างมากมาย และทำให้ชายหนุ่มไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องการขนสัมภาระในระหว่างการเดินทางอีกต่อไป

“ฉันถามจริง ๆ เถอะ นายไม่คิดว่ามันแปลกเหรอว่าการปรับเปลี่ยนวิธีการจู่โจมเพียงแค่นิดเดียวจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่ากลัวขึ้นมาแบบนั้น? ในระหว่างที่นายปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังนายพอจะจำความรู้สึกอะไรได้อีกไหม?” อันธเริ่มถามความรู้สึกในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังทำการจู่โจมเข้าใส่อูดี้อีกครั้ง

“ถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านั้นฉันรู้สึกเจ็บที่แขนซ้าย” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากพูดจบเขาก็ถอดชุดต่อสู้ออก ซึ่งหลังจากที่มันได้ผ่านพ้นการต่อสู้อันรุนแรงมันก็ทำให้ชุดต่อสู้นี้ได้รับความเสียหายในหลาย ๆ จุด

รอยสักบนแขนซ้ายของเขายังคงดูลึกลับและเต็มไปด้วยลวดลายที่เขาไม่สามารถจะทำความเข้าใจได้ และถึงแม้ว่ามันจะยังคงให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอยู่เช่นเดิม แต่รูปลักษณ์ภายนอกของมันก็ไม่ได้มีความผิดปกติใด ๆ

“มันก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกตินะ ไหนนายลองบิดเซเลสเชียลมูนเหมือนตอนนั้นดูสิ” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วหลังจากที่เขาได้พิจารณารอยสักบนแขนซ้ายของเซี่ยเฟยเป็นเวลานาน

“อือ”

เซี่ยเฟยพยายามควบคุมใบมีดของเซเลสเชียลมูนออกมาเรียงตัวกันเป็นรูปไม้กางเขน จากนั้นเขาก็บิดข้อมือเพื่อพยายามหมุนใบมีดพวกนี้เพื่อเลียนแบบการโจมตีในช่วงเวลานั้น

“แปลกมาก! ทำไมความรู้สึกของมันถึงไม่เหมือนตอนนั้นเลย”

แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะทำให้เซเลสเชียลมูนหมุนควงได้จริง ๆ แต่มันก็ไม่ได้สร้างพลังทำลายขึ้นมามากนักและพลังเพียงแค่นี้ก็ไม่มีทางที่จะสังหารอูดี้ลงไปได้

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาเซี่ยเฟยก็เก็บเซเลสเชียลมูนกลับไปภายในฝักของมัน เพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเป็นพลังที่ถูกปลุกขึ้นมาในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง และเซี่ยเฟยก็คงจะไม่มีทางระลึกถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นได้ง่าย ๆ

‘มันจำเป็นจะต้องขึ้นไปยืนอยู่บนขอบเหวแห่งความตายงั้นเหรอ? ฉันถึงจะสามารถใช้พลังแบบนั้นออกมาอีกครั้งได้’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงไปดูหน้าจอแสดงคะแนน

ก่อนหน้านี้เขามีคะแนนอยู่ประมาณ 2.8 ล้านคะแนน แต่หลังจากที่เขาได้สังหารพวกอูดี้ลงทั้งหมด มันก็ทำให้ในตอนนี้เขามีคะแนนรวมอยู่มากกว่า 173 ล้านคะแนน

“อาจารย์พวกเราต้องออกไปจากที่นี่จริง ๆ เหรอ?” หมิงจู้ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันสัมผัสได้ถึงพลังของกฎแห่งความโกลาหลมาจากไซเรนฮิลล์ พลังนั่นมันจะต้องมาจากนักรบมนุษย์คนนั้นแน่ ๆ แล้วเราจะรอให้เขามาจัดการกับเราทำไม รีบเก็บข้าวของทั้งหมดเดี๋ยวนี้! พวกเราจะออกเดินทางพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้า” เลยูตี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เร่งรีบ

“กฎแห่งความโกลาหล? มันคือกฎอะไรงั้นเหรอครับ? ผมเคยได้ยินแต่กฎแห่งมิติ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ยินเกี่ยวกับกฎที่แปลกประหลาดแบบนี้” หมิงจู้กล่าวถาม

“ในจักรวาลเต็มไปด้วยสิ่งลึกลับที่นายยังไม่รู้อีกเยอะ แม้แต่กฎแห่งมิติก็ยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นชนิดต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่กฎแห่งความโกลาหลเป็นพลังที่มีแต่นักรบที่มีหยินหยางสมดุลย์กันเท่านั้นถึงจะสามารถเรียนรู้มันได้ และมันก็เป็นข้อมูลภายในที่เทพเจ้าขาวเทพเจ้าดำได้ทิ้งเอาไว้ให้กับเผ่าพันธุ์ของเรา”

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระแล้วรีบไปเก็บของของนายได้แล้ว! พวกนักรบที่ใช้พลังของกฎแห่งความโกลาหลต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวกเอาแน่เอานอนไม่ได้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญก่อนที่ฉันจะเข้าไปอยู่ในดินแดนกฎและฉันก็ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับคนบ้า ๆ แบบนี้”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 455 แหวนมิติที่เรียบง่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว