เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 438 กองยานคุ้มกัน

ตอนที่ 438 กองยานคุ้มกัน

ตอนที่ 438 กองยานคุ้มกัน


ตอนที่ 438 กองยานคุ้มกัน 

แวมไพร์ออกเดินทางได้อย่างรวดเร็วเนื่องมาจากว่ามันได้ติดตั้งเครื่องยนต์แบล็คเซอร์เพนท์ 130 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ระดับแนวหน้า มันจึงทำให้ยานรบลำนี้สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ายานรบโดยทั่วไปประมาณ 20% และสามารถเดินทางมาจนถึงบริเวณฐานทัพสกอร์เปียนพูลได้ก่อนกำหนดการของกองยานคุ้มกันถึง 3 วัน

ชานี่เก็บตัวอยู่แต่ภายในห้องและไม่ค่อยออกไปไหน ซึ่งชายชราก็จะพูดคุยกับเซี่ยเฟยในระหว่างมื้ออาหารเท่านั้น ส่วนหมิงจี้ยังคงถูกขังเอาไว้ในโกดัง โดยมีกระป๋องคอยดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของเธออยู่เช่นเดิม

การดูแลของกระป๋องไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงการช่วยเธออาบน้ำ, หวีผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย ซึ่งในครั้งหนึ่งที่เซี่ยเฟยได้เดินเข้าไปดูเธอนั้น เขาก็ได้พบว่าเธอใส่ชุดตัวเก่าของเขาและกำลังนั่งหลบอยู่บริเวณมุมห้องด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

พูดตามตรงการที่เขาได้พบกับมนุษย์ในดินแดนเซิร์กก็ทำให้เขาค่อนข้างที่จะรู้สึกเห็นใจหมิงจี้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการที่เธอเป็นคนพิการและมีรูปร่างเหมือนไม่ได้รับประทานอาหารที่ดี มันก็ยิ่งเรียกความเห็นใจจากเขาได้มากเข้าไปใหญ่

แต่อารมณ์เห็นใจก็ถูกบดบังด้วยความระแวดระวังอย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่าในปัจจุบันเซี่ยเฟยจะตัดสินใจไม่สังหารเธอแล้วแต่เขาก็ยังคงไม่ไว้วางใจเธออยู่ดี

โดยสรุปคือเซี่ยเฟยไม่ได้รู้สึกเกลียดหมิงจี้อีกต่อไปแล้ว เพราะกระป๋องคอยเป็นตัวกลางการสื่อสารระหว่างเขากับเธอทุกวัน แล้วมันก็มักจะมีคำถามเกี่ยวกับมนุษย์และพันธมิตรถูกส่งมาถามเขาอยู่เสมอ

ชายหนุ่มตอบคำถามของหมิงจี้ทุกเรื่องอย่างจริงจัง นอกจากนี้เขายังดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 2-3 เล่มไปไว้ให้กับหมิงจี้เพื่อที่เธอจะได้เอาไว้อ่านในช่วงเวลาว่างอีกด้วย

อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากว่ากระดานสื่อสารของเธอใช้เทคโนโลยีของเซิร์ก ซึ่งไม่รองรับข้อมูลของทางพันธมิตร เซี่ยเฟยจึงต้องใช้เวลาในการดัดแปลงอุปกรณ์ชิ้นนั้นเป็นเวลากว่า 20 นาที เขาถึงจะสามารถใส่ข้อมูลของพันธมิตรลงไปในกระดานสื่อสารของเธอคนนี้ได้

หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งหนังสือก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้อดีตเด็กยากจนอย่างเซี่ยเฟยกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องจักรได้อย่างในปัจจุบัน และการที่หมิงจี้ได้อ่านหนังสือมันก็จะช่วยให้เธอได้เรียนรู้มุมมองของมนุษย์ผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนั้น แต่ความเอาใจใส่นี้ก็ทำให้เธอหวังว่าจะได้พบกับเซี่ยเฟยทุก ๆ วัน แต่โชคไม่ดีที่หลังจากเซี่ยเฟยเข้ามาแก้กระดานอิเล็กทรอนิกส์ให้เธอในวันนั้น เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย

นักสู้ทุกคนรู้ดีว่าไม่ควรสนิทสนมกับศัตรูมากเกินไป อย่างน้อยตอนนี้สถานะของหมิงจี้ก็ยังคงเป็นศัตรูของเขา มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะต้องรักษาระยะห่างจากเธอ เผื่อว่าในวันหนึ่งที่เขาจำเป็นจะต้องลงมือ มันจะได้ไม่มีความลังเลปรากฏขึ้นมารบกวนจิตใจของเขา

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยไม่รู้เลยว่ากระป๋องมักที่จะฉายวิดีโอการใช้ชีวิตประจำวันและการต่อสู้ของเขาให้หมิงจี้ดูเป็นครั้งคราว และทำให้ภาพของเขาถูกสลักลงไปในจิตใจของเด็กสาวอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ชานี่เดินออกมาจากห้องพักและมุ่งหน้าตรงไปยังห้องบัญชาการ ก่อนที่เขาจะได้พบกับเซี่ยเฟยยืนอยู่หน้าช่องหน้าต่างเพื่อมองไปยังยานรบที่แน่นขนัดในระยะไกล แต่เนื่องมาจากพวกเขาซ่อนตัวอยู่ใกล้กับฐานสกอร์เปียนพูลมาก มันจึงทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นยานบัญชาการบนฐานได้อย่างชัดเจน แม้ว่าพวกเขาจะใช้เพียงแค่สายตาปกติในการมองก็ตาม

“แม้ว่ายานลำนี้จะมีระบบล่องหนและฉันได้ช่วยเอาความมืดมาปกคลุมล้อมรอบยานเอาไว้อีกชั้นหนึ่งแล้ว แต่เราก็อยู่ใกล้กับฐานสกอร์เปียนพูลมากเกินไป หากเราโชคร้ายพวกเขาก็อาจจะตรวจพบเจอเราโดยบังเอิญ” ชานี่กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ในความเป็นจริงสาเหตุหลักที่แวมไพร์ยังไม่ถูกตรวจจับ นั่นก็เพราะระบบล่องหนของเอสทาเมล ส่วนพลังความมืดของชานี่ก็ช่วยเพิ่มการป้องกันอีกชั้นเท่านั้น แต่มันยังไม่สามารถที่จะปิดกั้นความผันผวนของพลังงานที่เกิดขึ้นมาจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้

“ผมแค่เข้ามาสังเกตการเคลื่อนไหวภายในฐาน เผ่าพันธุ์ของพวกคุณช่างน่าทึ่งจริง ๆ ถึงแม้ว่าพวกคุณจะส่งกองยานเป็นจำนวนมากเข้าไปรบในพันธมิตร แต่มันก็ยังมียานบัญชาการคอยปกป้องดินแดนของพวกคุณอยู่อีกมากมาย” เซี่ยเฟยกล่าว

“ยานพวกนั้นถูกแลกมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อของประชาชนมากมาย ประชากรทั้งหมดถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนักเป็นเวลาหลายพันปีเพื่อสร้างยานรบขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่ฉันก็หวังมาโดยตลอดว่าสักวันหนึ่งเซิร์กของเราจะหันมาพัฒนาวัฒนธรรม เพื่อสักวันพวกเราจะได้มีประวัติศาสตร์ที่หลากหลายเหมือนกับมนุษย์ ไม่อย่างนั้นถ้าหากว่าเซิร์กยังคงพัฒนาในแนวทางนี้ต่อไป ในอนาคตประวัติศาสตร์ของเราก็คงจะไม่มีเรื่องอื่นระบุไว้เว้นแต่เรื่องของสงคราม” ชานี่กล่าว

เซี่ยเฟยเริ่มควบคุมแวมไพร์อีกครั้งให้บินออกห่างจากฐานทัพออกมาเรื่อย ๆ

“เราได้รับสถานที่ที่แน่ชัดสำหรับการพบปะแล้วหรือยัง?” เซี่ยเฟยถาม

“ท่านชิววี่กำลังพยายามอย่างหนักแต่การพยายามสืบหาความลับในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อูดี้มีนิสัยขี้ระแวงมาโดยตลอด และใครก็ตามที่เขาไม่เชื่อใจก็แทบที่จะไม่มีทางเข้าถึงความลับของเขาได้เลย” ชานี่กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ช่วยบอกให้เขาเร่งมือหน่อย พวกเราเหลือเวลาอีกแค่ 48 ชั่วโมงเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและเวลาที่กองยานคุ้มกันจะเดินทางมาถึงก็ใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที แต่ชิววี่ก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของจุดรวมพลที่เฉพาะเจาะจงได้

การวาร์ปแต่ละครั้งสามารถเคลื่อนที่ได้ประมาณ 50,000 ปีแสงเท่านั้น แล้วมันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการชาร์จพลังหลายนาที และพวกเขาก็จำเป็นจะต้องมีเวลาเหลือพอที่จะลอบเข้าไปภายในกองยานคุ้มกันด้วย

ขณะเดียวกันกองยานคุ้มกันก็จะเสียเวลารวมพลกันไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าพวกเขาพลาดโอกาสในครั้งนี้ไปพวกเขาก็อาจจะไม่สามารถช่วงชิงของสิ่งนั้นได้อีกเลย

ชานี่รู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงเดินไปเดินมาภายในห้องบัญชาการและมองไปยังเครื่องสื่อสารภายในมือ ขณะที่เซี่ยเฟยยังคงนั่งอยู่ด้านหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อพยายามวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้รับมาอย่างละเอียดอีกครั้ง

“เวลาเหลืออยู่อีกแค่ 6 ชั่วโมง ท่านชิววี่กำลังทำอะไรอยู่กันแน่? ทำไมเขาถึงยังไม่แจ้งตำแหน่งที่แน่นอนมาแบบนี้?” ชานี่อุทานขึ้นมาอย่างร้อนรน

“ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอก เพราะยานที่ฐานสกอร์เปียนพูลก็ยังไม่ขยับเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“พวกเขามีตำแหน่งอยู่ในมือและการวาร์ปเพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็มากพอจะทำให้พวกเขาเดินทางไปยังจุดรวมพลแล้ว แต่ถ้าหากว่าเราไม่เดินทางไปยังจุดรวมพลล่วงหน้า มันก็จะทำให้เราไม่สามารถทำตามแผนการที่พวกเราได้วางเอาไว้ได้” ชานี่กล่าว

เมื่อชายชราเดินไปหาเซี่ยเฟยเขาก็ได้พบว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์เต็มไปด้วยตัวเลขอย่างมากมาย และมันก็มีเวลาที่กำลังเดินถอยหลัง ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงเวลาการมาถึงของกองยานคุ้มกัน

“นี่มันคืออะไร?” ชานี่ถามด้วยความสงสัย

“ฐานทัพสกอร์เปียนพูลส่งยานลาดตระเวนออกไปลาดตระเวนในพื้นที่โดยรอบเป็นครั้งคราวและนี่ก็คือบันทึกการลาดตระเวนของพวกเขา”

“บันทึกพวกนี้มันมีประโยชน์อะไร?”

“การขนส่งในครั้งนี้เป็นงานที่สำคัญมากและอูดี้ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าผมเป็นผู้บัญชาการของฐานทัพนี้ผมก็คงจะรู้สึกประหม่ามาก ซึ่งผมก็คงจะต้องส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปเพื่อระวังความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมหาอยู่คือพื้นที่บริเวณไหนที่มีการลาดตระเวนมากผิดปกติ และพื้นที่บริเวณนั้นก็มีโอกาสสูงมากที่มันจะเป็นจุดนัดพบสำหรับการรวมพล” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำอธิบายนี้ทำให้ชานี่ผงะไปเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดมีเหตุผลมากแล้วมันก็มีโอกาสที่พวกเขาจะคาดเดาจุดรวมพลได้

“แล้วเป็นยังไงบ้าง? คุณได้พบเส้นทางลาดตระเวนไหนที่ผิดปกติไหม?” ชานี่กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและภายในใจของเขาก็รู้สึกชื่นชมเซี่ยเฟยมากยิ่งขึ้น

“ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาการลาดตระเวนของฐานสกอร์เปี้ยนพูลมีความเข้มข้นสูงกว่าเดิมมาก ซึ่ง 3 จุดนี้ก็เป็นพื้นที่ที่มีการลาดตระเวนมากที่สุดพอ ๆ กัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“3 จุดเลยงั้นเหรอ?” ชานี่อุทานขึ้นมาเบา ๆ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบระบบเรดาร์ก็ตรวจพบว่ากองยานในฐานสกอร์เปียนพูลเริ่มทำการเคลื่อนไหวแล้ว

จุดแสงบนหน้าจอเรดาร์แสดงให้เห็นว่ามีกองยาน 3 กองกำลังเคลื่อนที่ออกจากฐานทัพพร้อม ๆ กัน ซึ่งจุดมุ่งหมายของพวกเขาก็คือสถานที่ที่มีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพียงแต่องค์ประกอบภายในกองยานพวกนี้กลับเหมือนกันทุกประการ

“อูดี้จะขี้ระแวงเกินไปแล้ว! นี่แม้แต่ภายในดินแดนของตัวเองเขาก็ยังคิดจะใช้กลยุทธ์พรางตางั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกัดฟันพูดอย่างหงุดหงิด

“มันเป็นเพราะว่าคุณเคยระเบิดกาแล็กซีไปครั้งหนึ่งนั่นแหละ มันเลยทำให้อูดี้ระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมเพราะกลัวว่าคุณจะใช้อาวุธลับนั้นอีกครั้ง” ชานี่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

“ถ้ากองยานทั้งสามออกเดินทางพร้อมกันแบบนี้ นายก็มีโอกาสเดาถูกเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น ฉันว่าปล่อยสมบัติชิ้นนั้นกันเถอะแล้วระเบิดฐานทัพนี่ทิ้งไปเลย อย่างน้อยในฐานทัพก็มียานรบอยู่อย่างมากมาย และการสูญเสียฐานนี่ย่อมสร้างผลกระทบขนาดใหญ่กับอูดี้แน่นอน” อันธกล่าวขึ้นมาจากด้านข้าง

“นายลองสังเกตดี ๆ ยานรบทุกลำกระจายตัวกันอยู่ทั่วทุกที่ และถึงแม้ว่าฉันจะใช้ดาวพิฆาต แต่อย่างมากที่สุดฉันก็สามารถทำลายยานได้เพียง 1 ใน 12 เท่านั้น ฉันว่าอูดี้น่าจะเตรียมแผนการนี้เอาไว้รับมือดาวพิฆาตโดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังเหลือดาวพิฆาตอยู่อีกเพียงแค่ 2 ชิ้น และฉันก็จำเป็นจะต้องเก็บพวกมันเอาไว้ใช้ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุดเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

อูดี้เป็นเซิร์กที่ฉลาดที่สุดในเผ่าพันธุ์และเขาก็ได้เตรียมการจัดกระบวนทัพแปลก ๆ นี้เอาไว้รับมือกับดาวพิฆาตของเซี่ยเฟยอย่างแน่นอน

“กองยานสนับสนุนเริ่มออกเดินทางแล้ว แบบนี้พวกเราควรจะทำยังไงดี?” ชานี่ถามอย่างกระวนกระวาย

“ตามพวกนั้นไป” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับสั่งการให้แวมไพร์ตามกองยานกองหนึ่งไป

แวมไพร์ติดตามกองยานนั้นไปอย่างไม่เร่งรีบ ซึ่งหลังจากผ่านการวาร์ปทั้งสิ้น 3 ครั้ง พวกเขาก็เดินทางมาจนถึงตำแหน่งที่เซี่ยเฟยได้วิเคราะห์เอาไว้ในก่อนหน้านี้

“คุณรู้ได้ยังไงว่ากองยานนี้จะเป็นกองยานสนับสนุนที่แท้จริง?” ชานี่กล่าวถาม

“ผมลองคำนวณจากเวลาดูน่ะ กองยานพวกนี้ออกเดินทางล่วงหน้ากองยานคุ้มกัน 6 ชั่วโมง หมายความว่ากองยานคุ้มกันควรจะอยู่ห่างจากสถานที่นัดพบประมาณ 5 วาร์ป ซึ่งถ้าหากคำนวณจากจุดนัดพบทั้ง 3 จุด พื้นที่บริเวณนี้ก็น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างผ่อนคลาย

คำอธิบายนี้ทำให้ชานี่พูดไม่ออกและถึงแม้ว่าเหตุผลนี้จะพอเป็นไปได้ แต่เขาก็รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างขาดหายไป

เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นปล่อยให้ชานี่ครุ่นคิดอยู่เพียงแค่ลำพัง จากนั้นเขาก็เดินไปยังห้องติดตั้งทุ่นระเบิดพร้อมกับหยิบดาวพิฆาตมาติดตั้งเอาไว้กับทุ่นระเบิดที่พร้อมจะปล่อยออกไปใส่ศัตรู

หากว่าเขาคำนวณแล้วว่าเขาไม่สามารถที่จะบุกเข้าไปขโมยสมบัติชิ้นนั้นกลับมาได้ เขาก็จะใช้ดาวพิฆาตระเบิดกองยานคุ้มกันทิ้งไปในทันที เพียงแต่ว่าเซี่ยเฟยไม่คิดจะใช้วิธีการนี้เว้นแต่ว่ามันจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ เพราะวัตถุลึกลับชิ้นนั้นดึงดูดความสนใจของเซี่ยเฟยมาก และเขาก็ไม่อยากจะทำลายมันทิ้งเว้นแต่ว่าเขาจะไม่เหลือทางเลือกอื่นแล้ว

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปอีก 3 ชั่วโมง ในที่สุดมันก็มีรูหนอนที่สดใสถูกเปิดออกเป็นจำนวนหลายร้อยรู พร้อมกับกองยานคุ้มกันพิเศษที่เริ่มเดินทางผ่านรูหนอนออกมาทีละลำ

***************

จบบทที่ ตอนที่ 438 กองยานคุ้มกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว