เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 435 รางวัลของเทพเจ้าดำ

ตอนที่ 435 รางวัลของเทพเจ้าดำ

ตอนที่ 435 รางวัลของเทพเจ้าดำ


ตอนที่ 435 รางวัลของเทพเจ้าดำ

ขวับ!

หิมะโปรยถูกตวัดออกไปอย่างสวยงามทำให้เซิร์กอีกคนล้มลงไปกับพื้น ขณะที่ใบมีดของเซเลสเชียลมูนยังคงเต้นระบำในอากาศและพรากชีวิตประชากรในโลกเสมือนลงไปอย่างต่อเนื่อง

3 วันที่ผ่านมาเซี่ยเฟยได้ทำการฆ่าอย่างไม่หยุดยั้งและเปลี่ยนดาวเคราะห์ดวงนี้ให้กลายเป็นดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยหยดเลือด แล้วมันก็ไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่สงบสุขเหมือนกับที่เขาได้เดินทางมาในวันแรกอีกต่อไป

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยยังสังหารคนไม่หมด แต่เขาก็หยุดชะงักขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“หมายเลข 7 คุณแพ้แล้ว” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า

“ข้ายังไม่แพ้” หมายเลข 7 ปรากฏตัวขึ้นมาข้าง ๆ เซี่ยเฟยด้วยท่าทางตกใจ

“ฉันฆ่าคนบนดาวดวงนี้ไป 99,999,999 คนแล้ว ถ้าหากว่าคุณไม่ได้โกงหนึ่งในนั้นยังไงมันก็ต้องมีคุณแฝงตัวอยู่อย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเฉยเมย

คำตอบนี้ทำให้หมายเลข 7 แสดงท่าทีออกมาอย่างเคร่งเครียด เพราะวิธีการที่เซี่ยเฟยเลือกใช้เป็นวิธีการเดียวที่จะบีบเขาไม่ให้พูดจาเฉไฉได้อีกต่อไป

บททดสอบของเทพเจ้าดำถูกวางกับดักเอาไว้ตั้งแต่แรก และคำใบ้ที่เขาได้ให้ไปนั้นมันก็ไม่ได้มีความหมายใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ให้คำใบ้เพื่อให้ผู้ทดสอบรู้สึกสับสนและปล่อยให้ผู้ทดสอบคิดว่านี่คือบททดสอบแก้ไขปริศนา

อันที่จริงการทดสอบนี้เป็นเพียงการทดสอบการฆ่าอย่างบ้าคลั่ง โดยผู้ที่จะสามารถผ่านบททดสอบได้ก็จะต้องมีทักษะการวิเคราะห์ที่ไม่ธรรมดา และจะต้องมีทักษะในการสังหารผู้คนนับ 100 ล้านในเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียว

การทดสอบนี้เป็นการทดสอบที่โหดร้ายมาก และถึงแม้ว่าภายนอกชายหนุ่มจะยังคงแสดงท่าทีออกมาอย่างนิ่งเฉย แต่สภาวะจิตใจของเขาก็ได้รับการทดสอบอย่างรุนแรง

การฆ่าสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาไม่ง่ายเหมือนการฆ่ามดแมลงตามพื้นหญ้า เพราะสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาจะพยายามกรีดร้องในระหว่างการเอาชีวิตรอด และพวกเขาก็จะพยายามทำอะไรก็ได้เพื่อที่จะให้พวกเขารอดพ้นจากอันตรายที่คุกคามชีวิตของพวกเขา

แม้ว่าการสังหารคนเลวจะไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจ แต่ในบรรดาประชากรนับ 100 ล้านคนย่อมจะต้องมีผู้บริสุทธิ์และเด็กเล็กอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน ซึ่งการพยายามทำใจสังหารผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมากมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ก็สามารถที่จะทำได้

“เป็นไปไม่ได้! ถ้าเจ้าผ่านบททดสอบแล้วทำไมเทพเจ้าดำถึงไม่ปรากฏตัว ถึงแม้ว่าเจ้าจะสังหารผู้คนไปอย่างมากมาย แต่สุดท้ายมันก็เป็นเจ้าที่ได้รับความพ่ายแพ้” หมายเลข 7 พยายามพูดอย่างดื้อรั้น

ในความเป็นจริงแม้แต่ตัวหมายเลข 7 เองก็ไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเองเช่นเดียวกัน เพราะลูกแก้วที่เคยเป็นสีขาวของมันได้ถูกเปลี่ยนจนกลายเป็นสีดำสนิทแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่าเซี่ยเฟยได้สังหารสิ่งมีชีวิตจำลองครบจำนวนแล้วจริง ๆ

“อ้า~ ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” เซี่ยเฟยตบหัวตัวเองเบา ๆ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมา

“ลืมอะไร?” หมายเลข 7 ถามด้วยความสงสัย

ชายหนุ่มเคลื่อนที่ไปปรากฏตัวยังด้านหลังของหมายเลข 7  อย่างรวดเร็ว โดยภายในมือขวาถือมีดเล่มเล็กซึ่งเป็นมีดที่ทูรามได้มอบให้กับเขามาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว

“ฉันลืมไปว่าฉันยังไม่ได้ฆ่าคุณ!”

ฉัวะ!

ทันใดนั้นร่างสีดำขนาดเล็กของหมายเลข 7 ก็ระเบิดออกพร้อมกับเปลวไฟสีฟ้าที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา ซึ่งในเวลาเดียวกันมันก็มีเปลวไฟอีกแปดดวงบินมาจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น เพื่อผสมเข้ากับเปลวไฟที่ระเบิดออกมาจากร่างของหมายเลข 7

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาเริ่มแตกร้าวและอาคารต่าง ๆ ก็เริ่มพังทลายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ต่อมาดาวเคราะห์ดวงนี้ก็แตกออกกลายเป็นแสงสว่าง ก่อนที่เซี่ยเฟยจะได้พบว่าตัวเองได้มายืนอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่อีกครั้ง

กลุ่มเปลวเพลิงสีฟ้าเริ่มม้วนตัวอย่างรวดเร็วก่อกำเนิดเป็นร่างของมนุษย์ที่สวมหน้ากาก มันจึงทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะมองเห็นใบหน้าของชายคนนี้ได้

“หือ? มนุษย์…” ร่างที่ก่อจากเปลวเพลิงอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างประหลาดใจเช่นเดียวกัน แต่หลังจากที่เขาได้ผ่านพ้นประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อมาอย่างมากมาย เขาก็สามารถลบล้างความประหลาดใจออกไปได้อย่างรวดเร็ว

“ฮ่า ๆ ๆ” มนุษย์เพลิงเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าและส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาคล้ายกับว่ามันเป็นภูตผีปีศาจในภาพยนตร์

ขนอุยตื่นขึ้นมาแยกเขี้ยวให้กับมนุษย์เพลิงพร้อมกับส่งเสียงขู่ขึ้นมาเบา ๆ ราวกับว่ามันไม่พอใจที่เขาได้มารบกวนการนอนพักผ่อนของมัน

“โอ้! มีเจ้าตัวเล็กอีกหนึ่งตัวด้วยสินะ” มนุษย์เพลิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ซึ่งท่าทางของเขาก็ดูคล้ายกับว่าเขาจะชอบขนอุยมาก

“โชคชะตาช่างเล่นตลกจริง ๆ ของขวัญที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้เซิร์กอย่างดีกลับจะต้องถูกมอบให้กับมนุษย์”

“ช่างมันเถอะ ในเมื่อเจ้าพวกนั้นไม่คิดที่จะรักษาสิทธิประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ตัวเองแล้วฉันจะไปทำอะไรได้”

เมื่อฟังจากบทสนทนาที่มนุษย์เพลิงพูดคุยกับตัวเอง เซี่ยเฟยก็สันนิษฐานว่ามนุษย์เพลิงตรงหน้าของเขานี้น่าจะเป็นจิตสำนึกที่เทพเจ้าดำได้ทิ้งเอาไว้ และในระหว่างที่เขากำลังจะถามเรื่องที่เขาสงสัย เขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณแขนซ้าย ราวกับว่ามันกำลังมีอะไรบางอย่างกัดกินกล้ามเนื้อของเขา

เมื่อเขาถอดชุดต่อสู้ออกเขาก็พบลวดลายงูสีดำตัวเล็ก ๆ บนแขนซ้ายของเขา แล้วมันก็กำลังคืบคลานอยู่ใต้ผิวหนังของเขาอย่างต่อเนื่องคล้ายกับว่ามันกำลังหาที่พักที่พึงพอใจ

หลังจากที่มันเลือกตำแหน่งของมันได้แล้วงูสีดำตัวนี้ก็งอตัวเป็นก้อนกลม ๆ บนแขนของเซี่ยเฟย ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งไม่ไหวติงและกลายเป็นเหมือนรอยสักที่เต็มไปด้วยรายละเอียด โดยมันก็เผยให้เห็นแม้กระทั่งเส้นขนเส้นบาง ๆ

“นี่มันอะไร?” เซี่ยเฟยกัดฟันถาม

“มันคือของรางวัลของคุณยังไงล่ะ” มนุษย์เพลิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“มันเอาไว้ทำอะไร?”

“ตอนนี้คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่สักวันหนึ่งคุณจะรู้เองว่านี่คือของขวัญชิ้นใหญ่ที่เราได้มอบเอาไว้ให้กับคุณ”

“ลาก่อนมนุษย์ หวังว่าวันหนึ่งพวกเราจะได้พบกันอีก” มนุษย์เพลิงกล่าวอย่างพึงพอใจขณะที่มันยังคงจ้องมองไปที่เซี่ยเฟย

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มันพูดคุยกับเซี่ยเฟยจบแล้ว มันก็เงยหน้าขึ้นไปยังด้านบนพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“พวกเซิร์กช่างเป็นพวกเนรคุณจริง ๆ สมควรแล้วที่พวกมันจะสูญเสียของขวัญชิ้นนี้ไป”

ฟึ่ม!

คลื่น!

พริบตาต่อมามันก็มีคลื่นถูกปล่อยออกไปจากแขนของมนุษย์เพลิงและทำให้ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยไม่มีเวลาคิดพิจารณาอีกต่อไป เขาจึงรีบวิ่งออกไปจากห้องเพราะมันคล้ายกับภูเขาทั้งลูกจะถล่มลงมาแล้ว

ปัจจุบันเซี่ยเฟยนั่งอยู่ตรงข้ามกับเหล่าบรรดานักปราชญ์ชราราวกับว่าเขากำลังถูกพิจารณาคดี

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ยังคงสูบบุหรี่อย่างสบายใจพร้อมกับลูบขนของขนอุยที่นอนกรนอยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่บนใบหน้าของนักปราชญ์คนอื่น ๆ ไม่ได้มีท่าทางผ่อนคลายเลยสักนิด เพราะใบหน้าของพวกเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง คล้ายกับว่ามันกำลังมีเจ้าหนี้มายึดทรัพย์สินของพวกเขาไปจนหมด

“ก่อนอื่นฉันต้องขอแสดงความยินดีที่คุณสามารถผ่านบททดสอบแห่งความโกลาหลไปได้สำเร็จ ต่อจากนี้คุณคือพันธมิตรที่ดีที่จะช่วยพวกเราสังหารอูดี้และหยุดสงครามในครั้งนี้ลง” ชิววี่กล่าว

ในระหว่างที่หัวหน้าสมาพันธ์นักปราชญ์กำลังกล่าวแสดงความยินดี มันก็มีเสียงถอนหายใจดังออกมาจากชายชราคนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในน้ำเสียงของพวกเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา และมันก็มีเสียงบางเสียงที่ให้ความรู้สึกถึงความเกลียดชัง

“คุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าทำไมเครื่องทดสอบที่ท่านเทพเจ้าดำทิ้งไว้ให้ถึงถูกทำลายโดยสมบูรณ์?” ชิววี่กล่าวถามอย่างจริงจัง

“ผมไม่รู้ ผมบอกได้แค่ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ฝีมือของผม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่ แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บที่แขนซ้ายขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจจนเผลอเอาแขนขวาไปจับแขนซ้ายโดยไม่รู้ตัว

คำตอบนี้เกือบทำให้ชานี่ระงับความโกรธเอาไว้ไม่อยู่ เพราะหลังจากที่เซี่ยเฟยผ่านบททดสอบภูเขาไฮเอนด์ก็ถูกทำลายหายไปพร้อมกับสร้างหลุมลึกลงไปในดินอีกมากกว่า 3 กิโลเมตร และถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้มีความสำคัญกับแผนการหลังจากนี้เขาก็คงจะลงมือจัดการชายหนุ่มคนนี้ไปแล้ว

การสูญเสียภูเขาไฮเอนด์สำหรับเผ่าพันธุ์เซิร์กเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ เพราะในช่วงหลายหมื่นปีที่ผ่านมาสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่สำคัญในการฝึกฝนนักสู้เซิร์กขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และมันก็ยังเป็นสถานที่ที่สำคัญที่ช่วยให้พวกเขาพัฒนามาจนกลายเป็นเซิร์กที่มีสติปัญญาอย่างในปัจจุบันด้วย

แต่ในตอนนี้ภูเขาที่เหล่าทวยเทพทิ้งเอาไว้ให้กับพวกเขาถูกทำลายลงไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือภูเขาถูกทำลายลงไปด้วยฝีมือของมนุษย์คนหนึ่ง และสิ่งที่น่าเศร้ามากที่สุดคือก่อนที่ภูเขาจะถูกทำลายเซี่ยเฟยยังเป็นผู้ผ่านบททดสอบแห่งความโกลาหลคนเดียวในประวัติศาสตร์

“พวกเราลืมเรื่องนั้นกันไปเถอะ คุณพอจะช่วยบอกเราได้ไหมว่าบททดสอบแห่งความโกลาหลคืออะไร? ในฐานะที่มันเป็นบททดสอบระดับสูงสุดที่เทพเจ้าดำทิ้งไว้ให้ เนื้อหาของบททดสอบจะต้องมีความเข้มข้นมากเลยใช่ไหมล่ะ?”

“มันเป็นบททดสอบที่เข้มข้นมากจริง ๆ ในระหว่างบททดสอบมันก็ทำให้ผมเกือบจะถอดใจไปแล้วหลายครั้ง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างกำกวมพร้อมกับสังเกตท่าทางของชายชราตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเขาได้สังเกตเห็นแววตาแห่งความคาดหวังของนักปราชญ์เหล่านี้ มันก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาภายในใจของเขา

“ผมได้พบกับเทพเจ้าดำ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

ช็อก!

เทพเจ้าที่ชาวเซิร์กนับถือมีเพียงแค่เทพเจ้าดำและเทพเจ้าขาว แต่เซี่ยเฟยที่เป็นมนุษย์กลับได้พบกับเทพเจ้าในตำนานของพวกเขาโดยไม่คาดคิด ซึ่งมันก็ยิ่งสร้างความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังภายในใจของพวกเขามากขึ้นไปอีก

“จริงเหรอ?! ท่านเทพเจ้าดำมีหน้าตาเป็นยังไง? แล้วท่านได้มีคำสั่งอะไรลงมาบ้าง?” ชานี่กล่าวถามอย่างเร่งรีบ

“ผมจะมีสิทธิ์มองรูปลักษณ์ของเทพเจ้าดำได้อย่างไง?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเคร่งขรึม ซึ่งคำพูดง่าย ๆ นี้ก็ทำให้ใบหน้าของชานี่กลายเป็นซีดเซียว และเขาก็ทำได้เพียงแต่โทษตัวเองที่ถามเรื่องเสียมารยาทออกไปโดยไม่คิด

“พวกคุณไม่รู้หรอกว่าทันทีที่เทพเจ้าดำปรากฏตัวขึ้นมาผมก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันรุนแรง ตอนนั้นผมแทบจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ ผมจึงทำได้เพียงแค่คุกเข่าลงตรงนั้นและไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง”

“โอ้! โอ้!” ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับกันซ้ำ ๆ เพราะภายในใจของพวกเขารูปลักษณ์ของเทพเจ้าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่หาที่เปรียบมิได้ ทุกสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดมาจึงดูมีเหตุผลและถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยพบกับเทพเจ้ามาก่อน แต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น แม้ว่าพวกเขาจะพยายามจินตนาการถึงเทพเจ้าผ่านคำบอกเล่าของเซี่ยเฟยก็ตาม

“พลังของเทพเป็นพลังที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ตอนแรกผมคิดว่าผมเป็นนักสู้ระดับแนวหน้าของจักรวาลแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่การปรากฏตัวของเทพเจ้าดำจะทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวได้ขนาดนี้ ด้วยพลังอำนาจขนาดนั้นผมก็คิดว่าเทพเจ้าแห่งเผ่าพันธุ์เซิร์กคงจะสามารถบดขยี้ผมได้ด้วยการใช้แรงเพียงแค่นิ้วเดียว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งขึ้นมากุมหน้าอกราวกับว่าเขากำลังได้พบกับสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต

ทักษะการแสดงของเซี่ยเฟยเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก แล้วมันก็ทำให้นักปราชญ์ทุกคนหลงเชื่อในคารมของเขาจนหมดแล้ว

“ท่านเทพมีคำสั่งอะไรมาถึงพวกเราหรือเปล่า?” ชิววี่กล่าวถามอย่างระมัดระวัง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 435 รางวัลของเทพเจ้าดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว