- หน้าแรก
- สร้างตระกูลสุดแกร่ง เริ่มด้วยการลงทุน
- บทที่ 525 - ความแข็งกร้าวของหลินอี้
บทที่ 525 - ความแข็งกร้าวของหลินอี้
บทที่ 525 - ความแข็งกร้าวของหลินอี้
บทที่ 525 - ความแข็งกร้าวของหลินอี้
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าสำนักบัวเหมันต์ เสิ่นรั่วหลาน ผู้มีความผิดปกติในร่างกายและลึกลับซับซ้อน หลินฮุยตั้งใจจะผนึกนางไว้ก่อน ภายหลังค่อยให้คนมาตรวจสอบ หากมีประโยชน์ก็เก็บไว้ หากไร้ประโยชน์ก็ฆ่าทิ้งเสีย
ในขณะที่หลินฮุยจบศึกที่สำนักบัวเหมันต์ ณ ภูเขาหิมะที่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้ ก็ได้ต้อนรับ "แขกคนพิเศษ"
หลินเซียวด้วยฐานะและวัย ย่อมไม่อาจพาเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์บุกโจมตีขุมกำลังระดับสี่ดาวแบบหลินฮุยได้
แต่หลินเซียวก็มีแผนการของตนเอง เขาเตรียมใช้ตำหนักทมิฬที่เขาก่อตั้งขึ้นก่อนหน้านี้เป็นฐานที่มั่น เพื่อรวบรวมขุมกำลังในแดนอุดรเหมันต์ที่มีใจฝักใฝ่ตระกูลหลิน เช่นเดียวกับภูเขาหิมะ
ด้วยฐานะและพลังฝีมือของหลินเซียว แผนการนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะสำเร็จ
นอกจากภูเขาหิมะในแดนอุดรเหมันต์แล้ว หลินลั่วก็ได้เดินทางไปถึงเมืองหลินฮวงในแดนกลาง ส่วนหลินจืออี้ก็ไปถึง...
หลินเฉินและหลินฮุยต่างเริ่มดำเนินการตามแผนของตนและได้รับผลตอบแทนไม่น้อย
ส่วนหลินเซียวและหลินลั่วกับคนอื่นๆ ก็กำลังดำเนินตามแผนของตนเอง รอเพียงเวลาที่เหมาะสมก็จะเก็บเกี่ยวผลสำเร็จ
เมื่อเทียบกับพวกเขา หลินอี้ซึ่งอยู่ในสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ กลับอาศัยพลังฝีมือที่เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันอย่างขาดลอย ปั่นป่วนทั่วทั้งสำนักมรรคาไร้ลักษณ์จนวุ่นวายไปหมด
จนถึงวันนี้ หลินอี้ได้ท้าประลองกับบรรพชนขั้นแปรเทวะของสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ไปแล้วหลายคน และไม่มีข้อยกเว้น เขาเอาชนะได้ทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ ศิษย์รุ่นเยาว์ทั่วทั้งสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ รวมถึงผู้อาวุโสระดับขั้นวิญญาณแรกกำเนิดจำนวนมาก ต่างมองหลินอี้ว่าเป็นผู้ที่จะนำพาสำนักมรรคาไร้ลักษณ์กลับสู่ความรุ่งโรจน์ได้อย่างแท้จริง
หลินอี้คนก่อน แม้จะเก่งกาจ แต่ก็เก่งอย่างจำกัด ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางของสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ได้
แต่บัดนี้ บรรพชนขั้นแปรเทวะที่บำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยหลายพันปีกลับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินอี้ แม้แต่เจ้าสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ ก็ยังถูกหลินอี้เอาชนะได้อย่างราบคาบ
แน่นอนว่าการประลองเกิดขึ้นในที่ลับ เรื่องเช่นนี้ไม่ควรแพร่งพรายในหมู่ศิษย์จำนวนมากของสำนัก
แต่หลินอี้ได้เตรียมการล่วงหน้า อีกทั้งรอบกายเขายังมีกลุ่มศิษย์และผู้อาวุโสที่คอยสร้างกระแสสนับสนุนเขาอยู่แล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ คนเกือบทั้งสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ต่างเทใจให้หลินอี้ ส่วนเหล่าบรรพชนขั้นแปรเทวะกลับมี "ชื่อเสียงด่างพร้อย"
สำหรับหลินอี้แล้ว ทั่วทั้งสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ ผู้ที่สามารถคุกคามเขาได้ในตอนนี้ มีเพียงบรรพชนผู้เป็นรากฐานที่แท้จริงของสำนักเท่านั้น
แต่หลินอี้ก็ไม่ได้เกรงกลัว เพราะเขามีไพ่ตายที่ไม่ต้องกลัวสิ่งใด ที่สำคัญที่สุดคือหลินอี้คิดว่า บรรพชนผู้เป็นรากฐานของสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเลือกเมินเฉย
เมื่อระดับการบำเพ็ญเพียรมาถึงขั้นหลอมรวมวิญญาณและขั้นผสานกาย เว้นแต่จะเกิดเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความอยู่รอดของสำนัก มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่มีทางปรากฏตัวเด็ดขาด
ก่อนหน้านี้ตอนที่สำนักอินทรีโลหิตบุกมา สาเหตุที่สำนักมรรคาไร้ลักษณ์ถอยทัพอย่างรวดเร็ว ก็เพราะการปะทะกันในระดับบรรพชนรากฐาน สำนักมรรคาไร้ลักษณ์พ่ายแพ้
จะเห็นได้ว่า การที่สำนักมรรคาไร้ลักษณ์เสื่อมถอยมาถึงขั้นนี้ บรรพชนรากฐานที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ก็คงมีอาการย่ำแย่เต็มที ในสถานการณ์เช่นนี้ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะปรากฏตัวง่ายๆ
"หลินอี้ เจ้าจะสู้ต่อไปเรื่อยๆ จริงหรือ"
วันนี้บรรพชนขั้นแปรเทวะที่ประลองกับหลินอี้ ไม่ได้ลงมือทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเหมือนคนก่อนๆ แต่กลับมองหลินอี้ด้วยน้ำเสียงที่เจือความจนใจ
"ทำไม หรือท่านบรรพชนมีความคิดเห็นอันใด"
หลินอี้ยิ้มมุมปากและย้อนถาม เขารู้ดีว่าตนเองใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว
"พวกตาแก่แบบเราปล่อยให้เจ้าปั่นป่วนมานานขนาดนี้ เจ้ายังต้องการอะไรอีก"
"ข้างนอกกำลังวุ่นวาย สำนักเซียนไม่อาจปล่อยให้วุ่นวายต่อไปได้ บอกเงื่อนไขของเจ้ามา แล้วยุติเรื่องนี้เสีย เป็นอย่างไร"
บรรพชนขั้นแปรเทวะมองหลินอี้ด้วยสีหน้าซับซ้อน
"ท่านบรรพชน ท่านคิดว่าข้าจะตกลงหรือ"
รอยยิ้มของหลินอี้กว้างขึ้น คำพูดเหล่านี้เขาคาดเดาไว้ก่อนแล้ว
"ถ้าข้าเดาไม่ผิด พวกท่านไปขอเข้าพบบรรพชนที่เขตหวงห้าม แต่บรรพชนไม่ตอบรับพวกท่าน"
น้ำเสียงของหลินอี้ราบเรียบ แต่แฝงด้วยความมั่นใจที่ยากจะอธิบาย
"อะไรนะ"
ได้ยินคำพูดของหลินอี้ รูม่านตาของบรรพชนขั้นแปรเทวะหดเกร็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เขาไม่คิดเลยว่าหลินอี้จะเดาเรื่องนี้ได้ มันเกินความคาดหมายของเขาไปมาก
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือสิ่งที่หลินอี้พูดเป็นความจริง บรรพชนรากฐานไม่ได้ตอบรับพวกเขาจริงๆ
"ก่อนหน้านี้ข้าบอกว่าพวกท่านไร้ความสามารถ เดิมทีเป็นเพียงคำพูดล้อเล่น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า พวกท่านจะไร้ความสามารถจริงๆ"
นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่แตกหักและเปิดหน้าชนกัน คำพูดของหลินอี้ก็ยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไม่เห็นเหล่าบรรพชนขั้นแปรเทวะอยู่ในสายตาเลยสักนิด
อย่างไรก็ตาม การที่หลินอี้ทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผล เขามองออกว่าบรรพชนเหล่านี้ไม่กล้าทำให้เรื่องบานปลาย เพราะกลัวว่าจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ในภายหลัง
"หลินอี้ ในสายตาเจ้ายังมีพวกเราที่เป็นบรรพชนของสำนักเซียนอยู่หรือไม่"
ได้ยินคำพูดของหลินอี้ บรรพชนขั้นแปรเทวะก็โกรธจัดจนแทบระเบิด
สำหรับพวกเขา ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เลวร้ายลงไปกว่านี้
แต่การกระทำของหลินอี้ กลับดูเหมือนจงใจผลักดันสำนักมรรคาไร้ลักษณ์ไปในทิศทางที่เลวร้ายยิ่งขึ้น
"แทนที่จะมาพูดจาไร้สาระอยู่ที่นี่ มิสู้พวกท่านลองพิจารณาเงื่อนไขที่ข้าเสนอไปดูเล่า"
สำหรับหลินอี้แล้ว แม้เรื่องราวจะดำเนินมาถึงจุดนี้ ทุกอย่างก็ยังอยู่ในแผนของเขา
"จะสู้ต่อไป แล้วหลังจากข้าชนะพวกท่าน ข้าจะไปพบบรรพชนที่เขตหวงห้าม เพื่อขอให้ท่านตัดสิน"
"หรือจะยอมรับเงื่อนไขของข้า ให้ข้าเป็นเจ้าสำนักคนใหม่ เป็นตัวแทนสำนักเซียนประกาศสงครามกับสำนักอินทรีโลหิตและเผ่าอินทรีโลหิต แล้วข้าจะนำพาสำนักเซียนกลับสู่ความรุ่งโรจน์"
มองดูบรรพชนขั้นแปรเทวะที่เงียบกริบตรงหน้า หลินอี้มีสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดเดี่ยว
หลินอี้รู้ดีว่า ด้วยฐานะและพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ สามารถบีบบังคับให้บรรพชนขั้นแปรเทวะเหล่านี้ต้องเลือกได้แล้ว
"เจ้ามันช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ"
ได้ยินคำพูดของหลินอี้ บรรพชนขั้นแปรเทวะหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เขาไม่คิดเลยว่าหลินอี้จะกล้ายื่นเงื่อนไขเช่นนี้
"พวกท่านยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ"
หลินอี้มองบรรพชนขั้นแปรเทวะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"เจ้า"
บรรพชนขั้นแปรเทวะถูกหลินอี้ตอกกลับจนพูดไม่ออก แม้ในใจจะโกรธแค้นเพียงใด แต่ก็หาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้
หากบรรพชนรากฐานไม่ออกจากด่าน ลำพังแค่พวกเขาระดับขั้นแปรเทวะ ก็ไม่อาจกดดันหลินอี้ได้ เว้นแต่พวกเขาจะรุม
แต่หากพวกเขารุม ความเสี่ยงก็สูงเกินไป หากพลาดพลั้ง สำนักมรรคาไร้ลักษณ์มีโอกาสสูงที่จะสูญเสียกำลังและแตกแยก
พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะเรื่องฐานะของหลินอี้ พวกเขากับหลินอี้คงไม่เดินมาถึงจุดนี้
แน่นอนว่ายังมีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือตระกูลหลินที่หนุนหลังหลินอี้ไม่ใช่ขุมกำลังเล็กๆ ทั่วไป
แม้พวกเขาจะอยู่ในแดนสวรรค์ถ้ำวิเศษ แต่ก็มีการติดต่อกับโลกภายนอก ทุกช่วงเวลาจะมีข้อมูลข่าวสารจากภายนอกส่งเข้ามา