เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 408 ทูดี้ผู้โชคร้าย

ตอนที่ 408 ทูดี้ผู้โชคร้าย

ตอนที่ 408 ทูดี้ผู้โชคร้าย


ตอนที่ 408 ทูดี้ผู้โชคร้าย

ทูดี้กำลังรู้สึกหดหู่ใจมากที่อูดี้ได้ส่งเขามาตามล่ามนุษย์ที่แอบเข้ามาในดินแดนแบบนี้และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องส่งเขาซึ่งเป็นผู้นำของสมาพันธ์นักรบศักดิ์สิทธิ์เดินทางมาทำภารกิจนี้ด้วยตัวเองก็ได้

ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่อูดี้ต้องการยังไม่ใช่เพียงแค่การสังหารเซี่ยเฟย แต่เขายังต้องการนำกรงเล็บภูติโลหิตกลับมาด้วย มันจึงทำให้ภารกิจนี้ยากขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่อาจที่จะระบุระดับความยากได้ เพราะถ้าหากเซี่ยเฟยเอากรงเล็บภูติโลหิตไปซ่อนเอาไว้ที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ การพยายามค้นหาสมุนไพรชนิดนี้มันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามงมเข็มในมหาสมุทร

ทูดี้พยายามคิดเป็นเวลานานและได้ข้อสรุปว่าเขาต้องจับเซี่ยเฟยมาทรมานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะถ้าหากว่าเขาเผลอลงมือสังหารมนุษย์ผู้นี้ไป เขาก็อาจจะไม่สามารถหากรงเล็บภูติโลหิตเจออีกเลย

แม้ภายนอกอูดี้จะดูเหมือนส่งมอบภารกิจนี้ให้ทูดี้เนื่องจากความไว้วางใจ แต่ถ้าหากว่าเขาทำภารกิจล้มเหลวขึ้นมามันก็ยากที่จะจินตนาการว่าจะมีอะไรรอเขาอยู่หลังจากที่เขากลับไปยังเต็นท์ทองคำ เพราะท้ายที่สุดไรฝุ่นตัวเตี้ยคนนี้ก็มักจะมีความคิดที่ไม่เหมือนใคร ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่สามารถไต่เต้าขึ้นมาจนกลายเป็นเจ้าของเต็นท์ทองคำผู้เป็นราชาของเหล่าเซิร์กทั้งมวลได้

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ทูดี้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก แล้วมองไปยังห้องบัญชาการของยานรบที่ทั้ง 12 ตะไลยังคงนั่งเล่นหมากรุกอยู่อย่างสนุกสนาน ซึ่ง 12 ตะไลแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีระดับพลังที่สูงมาก โดยพวกเขาก็เทียบเท่าได้กับนักสู้ระดับสตาร์ริเวอร์ขั้นสูงของมนุษย์เลยทีเดียว

น่าเสียดายที่ถึงแม้ระดับพลังของพวกมันจะน่าเกรงขาม แต่สมองของพวกมันกลับมีสติปัญญาไม่มากนัก เพราะท้ายที่สุดพวกมันก็เล่นหมากรุกมา 10 วัน 10 คืนติดต่อกันโดยไม่ได้พักผ่อนแล้ว และพวกมันยังส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้นคล้ายกับพวกมันยังเป็นเพียงแค่เด็กเล็กของเผ่ามนุษย์เท่านั้น

ตอนนี้เมนี่เสียชีวิตไปแล้วมันจึงทำให้ 7 นักรบศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่เพียงแค่ 6 คนเท่านั้น แล้วมันก็คงจะก่อให้เกิดการแข่งขันครั้งใหญ่สำหรับเหล่านักรบที่มีระดับสติปัญญาสูง

อูดี้เป็นคนที่ฉลาดมากและเขาก็ให้ความสำคัญกับระดับสติปัญญาของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน แต่ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง ๆ เผ่าพันธุ์เซิร์กจะพัฒนาระดับสติปัญญาขึ้นมาจากเดิมมากแล้ว แต่ทั้งเผ่าก็ยังคงมีเซิร์กที่มีระดับสติปัญญาสูงอยู่เพียงแค่เล็กน้อยอยู่ดี แน่นอนว่านักรบที่มีทั้งสติปัญญาและความสามารถมันก็ยิ่งหาได้ยากมากเข้าไปใหญ่

ตัวอย่างในเรื่องนี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเช่น อูดี้เป็นเซิร์กที่มีระดับสติปัญญาสูงมาก แต่เขากลับไม่มีความสามารถในการสู้รบ ขณะที่ 12 ตะไลมีพลังในการสู้รบที่แข็งแกร่งแต่พวกเขากลับมีสติปัญญาอยู่เพียงแค่น้อยนิด

ทูดี้ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้งและเลือกไม่สนใจ 12 ตะไลอีกต่อไป ท้ายที่สุดเขาก็คงจะไม่สามารถผลักดันคนพวกนี้ให้กลายเป็น 7 นักรบศักดิ์สิทธิ์คนใหม่ได้ เพราะระดับสติปัญญาของพวกมันต่างก็ล้วนแล้วแต่ต่ำกว่าเกณฑ์

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เซิร์กที่คอยดูแลยานรบก็กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เพราะท้ายที่สุดยานรบก็จอดอยู่เฉย ๆ มาเป็นเวลานานกว่า 10 วันแล้ว นอกจากนี้เซิร์กยังมีพฤติกรรมที่ชอบเคลื่อนไหวอยู่เสมอ การอยู่นิ่ง ๆ จึงทำให้พวกเขารู้สึกเบื่อหน่ายเนื่องมาจากว่ามันขัดกับสัญชาตญาณภายในสายเลือดของตัวเอง

“เฮ้ยตื่นตัวกันหน่อยสิวะ! ถ้าใครหลับฉันจะตัดคอพวกแกไปให้หมาแดก!!” จู่ ๆ มันก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาจากประตูห้องบัญชาการ และเมื่อทูดี้หันศีรษะกลับไปเขาก็ได้พบว่าเจ้าของเสียงนี้คือลารี่ ผู้ซึ่งเป็น 1 ใน 7 นักรบศักดิ์สิทธิ์แห่งเต็นท์ทองคำ

เมื่อได้ยินเสียงของลารี่ทั้ง 12 ตะไลและเจ้าหน้าที่ผู้คุมยานต่างก็รีบยืดตัวด้วยความหวาดกลัว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ไม่ได้มีท่าทีเชื่อฟังทูดี้มากนัก แต่เมื่อลารี่ปรากฏตัวพวกเขากลับตื่นตัวเหมือนกับกระต่าย

‘ใช่สิ ฉันมันก็เป็นเพียงแค่ผู้นำสมาพันธ์ ฉันจะไปมีอำนาจเท่ากับผู้พิทักษ์เต็นท์ทองคำได้ยังไง’ ทูดี้ทำได้เพียงแต่หัวเราะเยาะตัวเองภายในใจ

“นี่คุณผู้นำคุณช่วยสอนลูกน้องของตัวเองให้ดี ๆ หน่อยได้ไหม ท่านอูดี้อุตส่าห์มอบภารกิจนี้ให้กับเรา อย่างน้อยพวกเราก็ควรจะตั้งใจทำภารกิจนี้กันหน่อยใช่ไหม?” ลารี่กล่าวพร้อมกับนั่งลงตรงข้าง ๆ ทูดี้

การกระทำของลารี่ยิ่งทำให้ทูดี้รู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น เพราะการกระทำแบบนี้มันไม่ต่างไปจากการลากเขาออกไปตบหน้ากลางสี่แยก แล้วมันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามต่อว่าว่าเขาสั่งงานอย่างเหยาะแหยะและไร้วินัย

‘ไอ้ลารี่มันจะยิ่งผยองมากจนเกินไปแล้ว พวกแกคิดว่าในระหว่างที่ตัวเองกำลังฝึกฝนไปวัน ๆ ฉันกำลังนั่งเล่นอยู่เฉย ๆ หรือยังไง?’ ทูดี้คิดกับตัวเองอย่างไม่พอใจ

อันที่จริงลารี่ก็ไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายมากนัก เพราะตั้งแต่ขึ้นมาบนยานเขาก็มักที่จะออกมาติดตามความคืบหน้าในห้องบัญชาการเป็นระยะ ๆ ดังนั้นชายคนนี้จึงรับรู้ความก้าวหน้าของภารกิจเป็นอย่างดีเพียงแต่นิสัยของเขาค่อนข้างจะหยิ่งผยองมากเกินไป

แม้ว่าภายในใจทูดี้จะไม่ชอบนักรบศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามคนที่เดินทางมาพร้อมกับเขา แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงท่าทางไม่พอใจ เพราะท้ายสุด 7 นักรบศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นตำแหน่งเทียบเท่ากับตัวเขาเอง และ 7 นักรบศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นคนของราชาอูดี้โดยตรงด้วย

“พวกเจ้าหน้าที่ต้องนั่งเฉย ๆ มาเป็นเวลามากกว่า 10 วันแล้ว และมันก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะเริ่มหย่อนยานเล็กน้อย แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงในอนาคตฉันจะจัดการกับพวกเขาอย่างเคร่งครัดมากกว่านี้” ทูดี้ฝืนยิ้มอย่างน่าเกลียด

ลารี่พยักหน้าโดยไม่พูดอะไรก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อทำการฝึกฝนต่อไป เพราะท้ายที่สุดคนส่วนใหญ่ในนี้ก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเขา และการอยู่กับคนพวกนี้ก็ทำให้เขารู้สึกต้องลดศักดิ์ศรีลงมาเล็กน้อย

แต่ทันใดนั้นเองระบบเรดาร์ที่เงียบไปนานก็เริ่มส่งเสียงสัญญาณขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันอาจจะเป็นเพราะว่าเซิร์กภายในยานไม่ได้รับข่าวมานานกว่า 10 วัน ความผันผวนของพลังงานอันแปลกประหลาดจึงไม่ทำให้ใครตอบสนองในทันที

“กัปตันนั่นมันสัญญาณการปรากฏตัวของมนุษย์คนนั้น!” ทหารคนหนึ่งรีบรายงานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“รีบตามมันไปเดี๋ยวนี้ อย่าปล่อยให้มันหนีรอดออกไปได้!” ทูดี้ออกคำสั่งอย่างมีความสุข

เมื่อหยูฮัวกับหยูเจียงได้ขึ้นมายังเบโอเนทมันก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกหดหู่ใจมาก เพราะเดิมทีเขารีบออกเดินทางเนื่องมาจากว่าเขาไม่ต้องการพบกับสัตว์ประหลาดพวกนี้ แต่จู่ ๆ พวกหยูฮัวกลับเปิดประตูวาร์ปเข้ามาในห้องบัญชาการของยานรบอย่างฉับพลัน และพวกเขาก็เดินเข้ามาภายในยานราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านของตัวเอง

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมรู้สึกอิจฉาพลังอันน่าทึ่งนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงแต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่มีเจตนาร้ายใด ๆ เพราะไม่ว่ายังไงเซี่ยเฟยก็ไม่อยากจะเป็นศัตรูกับสัตว์ประหลาดพวกนี้จริง ๆ

หยูเจียงได้ทำการทดสอบเซี่ยเฟยแล้วและพบว่าชายหนุ่มคนนี้มีความฉลาดเฉลียวอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา แต่น่าเสียดายที่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟยได้รับความเสียหาย ซึ่งมันก็ทำให้ชายหนุ่มใกล้จะพัฒนามาจนถึงขีดจำกัดแล้ว

แต่ในระหว่างที่กำลังจะเปิดบทสนทนาที่จะนำเซี่ยเฟยกับขนอุยเดินทางไปยังตระกูลหยูอยู่นั่นเอง จู่ ๆ ระบบเรดาร์ของเบโอเนทก็ส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยออกมาเสียงดัง

“แจ้งเตือนยานรบของศัตรูกำลังเปิดรูหนอนวาร์ปเข้ามา โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้”

ครู่ต่อมายานรบเซิร์กขนาดใหญ่ก็แล่นผ่านรูหนอนออกมาปรากฏตัวห่างจากเบโอเนทไม่ถึง 10,000 กิโลเมตร และมันก็เผยให้เห็นใบหน้าที่ดุร้ายของยานรบลำนี้

เซี่ยเฟยไม่มีเวลาอธิบายสถานการณ์ให้หยูเจียงได้ฟัง เขาจึงรีบตรงไปยังศูนย์ควบคุมเพื่อเตรียมสั่งการ

สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกใจมากที่สุดคือเขาไม่รู้ว่าเซิร์กรู้ตำแหน่งของเขาได้ยังไง?

หรือว่ามันจะมีอุปกรณ์ติดตามถูกติดตั้งอยู่บนยาน!?

“คงระบบล่องหนไว้และรีบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด”

เบโอเนทเริ่มเร่งความเร็วหนีออกห่างจากยานเซิร์ก เพราะถ้าหากว่าเบโอเนทอยู่ใกล้ศัตรูมากเกินไปตำแหน่งของพวกเขาก็จะถูกเปิดเผย

“พ่อหนุ่มนายเคยคิดบ้างไหมว่าในชีวิตนี้นายต้องการจะพัฒนาพลังไปจนถึงระดับไหน?” หยูเจียงกล่าวถามด้วยรอยยิ้มโดยไม่สนใจจะมองยานรบของเซิร์กที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นมา

แน่นอนว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังกังวลเขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับชายชราเลย แล้วถ้าหากว่าเขาเสียชีวิตลงที่นี่จริง ๆ มันก็ไร้ประโยชน์ที่จะพูดคุยกับชายชราต่อไป

“เดี๋ยวค่อยคุย! ตอนนี้มีศัตรูห่างจากเราไปไม่ไกล” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยความกระวนกระวาย และเนื่องจากสถานการณ์ที่เร่งรีบมันจึงทำให้คำพูดของเขามีความสุภาพลดน้อยลง

เซี่ยเฟยเก่งทุกอย่างแต่มักจะลืมตัวในระหว่างที่เขาทำงาน ซึ่งความจริงจังแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ติดตัวเขามาเป็นเวลานาน แต่ในสายตาของหยูเจียงท่าทางของเขากลับเป็นท่าทางที่หยาบคาย

ชายชราขมวดคิ้วและต้องการที่จะเริ่มทำการโจมตี แต่มันก็ดูเหมือนกับขนอุยจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของชายชราที่เปลี่ยนไป มันจึงค่อย ๆ ลืมตาและจ้องมองมาที่หยูเจียงด้วยแววตาระแวดระวัง

หยูเจียงทำได้เพียงแต่ถอนหายใจและปิดปากของตัวเองเอาไว้ เพราะเขาไม่อาจยอมเสียอสูรศักดิ์สิทธิ์ไปได้เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

“ระบบตรวจพบความผันผวนของพลังงาน สันนิษฐานว่าศัตรูกำลังใช้อาวุธระเบิด” เสียงจากระบบรายงานสถานการณ์

“เปิดระบบโอเวอร์โหลด, รีบคำนวณตำแหน่งเป้าหมายและเตรียมพร้อมสำหรับการวาร์ปฉุกเฉินทุกเมื่อ” เซี่ยเฟยรีบสั่งการอย่างร้อนรน

“ความจริงนายไม่จำเป็นจะต้องประหม่าขนาดนั้นก็ได้…” หยูฮัวพยายามห้ามปรามเซี่ยเฟย แต่ชายหนุ่มกำลังเคร่งเครียดกับสถานการณ์ตรงหน้ามันจึงทำให้เขาไม่สนใจใครอื่นทั้งนั้น

ความเป็นจริงตอนนี้เซี่ยเฟยลืมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าบนยานยังมีแขกอยู่อีกสองคน เพราะเมื่อเขากำลังจดจ่ออยู่กับอะไรบางอย่างเขาก็แทบที่จะไม่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสนใจของเขาเลย

หยูฮัวพยายามจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขสถานการณ์กลับมา แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมากลับเป็นเพียงเสียงร้องคำรามของชายหนุ่ม

“หุบปากไปซะ!”

ในที่สุดหยูฮัวก็ไม่สามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้อีกต่อไป ซึ่งมันก็ทำให้ใบหน้าของเขากำลังบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

ทันใดนั้นมันก็มีแสงสีน้ำเงินดวงเล็ก ๆ สว่างขึ้นบนท้องฟ้า ก่อนที่แสงสีน้ำเงินนี้จะครอบคลุมพื้นที่ไปหลายพันกิโลเมตร

“แจ้งเตือนฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้ระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดใหญ่ ยานรบจะออกจากสถานะล่องหนภายใน 3.4 วินาที ลูกเรือทุกคนโปรดเตรียมพร้อมรับแรงกระแทก”

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะท้ายที่สุดระเบิดแม่เหล็กไฟฟ้าก็เป็นระเบิดที่สามารถทำลายระบบล่องหนของยานรบได้ แล้วมันเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายได้เตรียมพร้อมมาจัดการเขาเป็นอย่างดีแล้ว

ในเวลาเดียวกันหยูเจียงที่กำลังนั่งอยู่ในตำแหน่งของกัปตันก็กำลังรู้สึกรำคาญใจยิ่งกว่าเซี่ยเฟย เพราะถึงอย่างไรสถานะของเขาก็เหนือกว่าเซี่ยเฟยไปไกล แต่ในตอนนี้เขาทั้งถูกเพิกเฉยและถูกตวาดใส่จากขยะไร้ค่า มันจึงทำให้เขาโกรธมากจนยากที่จะระงับอารมณ์ของตัวเองได้

พริบตาต่อมาชายชราก็ทำการโบกมือพร้อมกับทำให้ทะเลดวงดาวกลายเป็นสีดำสนิท ซึ่งแม้แต่ดวงดาวที่อยู่ห่างไกลก็หายไปทั้งหมดคล้ายกับจู่ ๆ ทุกอย่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด

ผู้ที่โชคร้ายที่สุดในคราวนี้ก็คือทูดี้ เพราะเนื่องจากหยูเจียงไม่มีที่ระบายความโกรธโทสะทั้งหมดจึงได้มาตกอยู่ที่ยานอวกาศของเขา

***************

พี่เฟยจะเจอปัญหาใหญ่อีกไหมเนี่ย?! ทุกคนคิดว่ายังไงกันบ้าง?

จบบทที่ ตอนที่ 408 ทูดี้ผู้โชคร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว