เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 388 ความโกรธของเซี่ยเฟย

ตอนที่ 388 ความโกรธของเซี่ยเฟย

ตอนที่ 388 ความโกรธของเซี่ยเฟย


ตอนที่ 388 ความโกรธของเซี่ยเฟย

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนเซี่ยเฟยก็รีบวิ่งมาภายในห้องบัญชาการเพื่อสังเกตข้อมูลที่ถูกตรวจพบโดยระบบเรดาร์สำรอง

“พวกเราเข้ามาในดินแดนของเซิร์กแล้ว ไม่เพียงแต่เราจะได้พบกับยานอวกาศของเซิร์กเท่านั้น แต่เรายังพบกับเมืองของพวกเขาที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วย” อันธกล่าว

“ไม่เป็นไร อย่าลืมว่าพวกเราผ่านรูหนอนมาขณะอยู่ในสถานะล่องหน ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะตรวจพบความผันผวนของพลังงาน แต่พวกเขาก็ไม่น่าจะสามารถระบุตำแหน่งของพวกเราได้” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากตรวจดูข้อมูลในระบบเรดาร์มันก็ดูเหมือนกับว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชายแดนที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางของดินแดนเซิร์ก เพราะยานอวกาศที่บินอยู่ในจักรวาลก็มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ส่วนเมืองที่ระบบเรดาร์ตรวจพบก็เป็นเมืองที่ล้าหลังมากเช่นเดียวกัน ซึ่งมันก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อเซี่ยเฟยและเบโอเนทเลย

“ยิ่งเราสำรวจลึกเข้าไปมันก็น่าจะมีอันตรายมากยิ่งขึ้น พวกเราลองสำรวจแถวนี้ดูก่อนดีกว่าเผื่อว่าเราจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์” เซี่ยเฟยกล่าว

“นี่นายคิดจะลงไปสำรวจเมืองของเซิร์กจริง ๆ เหรอ? ถึงแม้ว่าเซิร์กที่นี่จะไม่ได้เป็นภัยคุกคามกับนายมากนัก แต่ถ้าหากพวกเขากระจายข่าวเรื่องของนายออกไป นายก็อาจจะถูกกองทัพของเซิร์กปิดล้อมเอาไว้ก็ได้” อันธกล่าวอย่างกังวล

“ตอนนี้เราถูกตัดขาดจากพันธมิตรมานานเกินไปแล้ว ฉันจำเป็นจะต้องหาข่าวเกี่ยวกับสงคราม นอกจากนี้แผนที่ดวงดาวที่ฉันได้รับมามันก็เป็นแผนที่ตั้งแต่สมัยโบราณ ฉันจำเป็นจะต้องหาแผนที่ดวงดาวในยุคปัจจุบัน”

“ความผิดพลาดในก่อนหน้านี้ได้เตือนให้ฉันได้รู้แล้วว่าทุกสิ่งไม่เคยมีความแน่นอน และการที่เราสามารถอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมาก ๆ แล้ว เพราะถ้าหากว่ามันมีหลุมดำในระหว่างเส้นทางมันก็จะเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับเราอย่างแท้จริง” เซี่ยเฟยกล่าว

เดิมทีอันธต้องการที่จะห้ามปรามไม่ให้เซี่ยเฟยลงไปสำรวจดินแดนเซิร์ก แต่เมื่อเขาได้ยินเรื่องหลุมดำมันก็ทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

นี่พวกเรากำลังพูดถึงหลุมดำนะ มันคือหายนะตามธรรมชาติที่แม้แต่แสงสว่างก็ไม่สามารถเล็ดลอดผ่านมันออกไปได้

แผนที่ดวงดาวที่สมองเซิร์กให้มาเป็นแผนที่ที่เก่าแก่มากแล้ว และในช่วงเวลาที่ผ่านมามันก็ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่มีหลุมดำปรากฏขึ้นมาในเส้นทางเส้นนี้จริง ๆ นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังต้องการที่จะอัปเดตสถานการณ์ของสงคราม เพราะเขาไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ของแอวริลในตอนนี้กำลังเป็นยังไงบ้าง

“โอเค พวกเราลงไปสำรวจด้านล่างกันเถอะ แต่จำเอาไว้ว่าอย่าอยู่นานเกินไป ไม่งั้นมันจะเป็นอันตรายต่อพวกเรา” อันธกล่าวอย่างจริงจัง

เมืองเซิร์กถูกสร้างขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสกปรก ซึ่งถ้าหากวัดตามมาตรฐานของมนุษย์ ดาวเคราะห์ดวงนี้ก็ไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย

อย่างไรก็ตามเซิร์กสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่ายกว่ามนุษย์มาก แล้วมันก็ไม่มีปัญหาที่พวกเขาจะอาศัยอยู่บนดาวดวงนี้

เซี่ยเฟยจอดเบโอเนทเอาไว้ในสถานที่ลับตา ก่อนที่เขาจะสวมหน้ากากช่วยหายใจและแอบลักลอบเข้าไปในเมืองของเซิร์ก

พวกเซิร์กมีประสาทรับกลิ่นที่ไม่ธรรมดา ซึ่งถ้าหากว่ามีมนุษย์แอบลักลอบเข้ามาพวกเขาจะสามารถตรวจจับกลิ่นแปลกปลอมได้ในทันที แต่โชคดีที่เซี่ยเฟยได้ฝึกฝนวิชาพรางจิต ซึ่งไม่เพียงแต่จะลบตัวตนของเขาออกไปจากสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่มันยังช่วยลบกลิ่นอายของเขาออกไปจากสภาพแวดล้อมอีกด้วย มันจึงทำให้แม้แต่เซิร์กที่มีประสาทรับกลิ่นที่ไวที่สุดก็ไม่สามารถที่จะตรวจจับตัวตนของเขาได้

เมื่อเดินเข้ามาสำรวจภายในเมือง ชายหนุ่มก็ได้พบกับบ้านหลายร้อยหลังและถนนดินจำนวน 6 สาย แม้ว่ามันจะเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่บนดาวอันห่างไกล แต่มันก็ยังคงเป็นเมืองที่มีประชากรแออัดมากพอสมควร ท้ายที่สุดพวกเซิร์กก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากแมลง โดยการอาศัยอยู่ภายในถ้ำและอยู่ในสังคมแมลงชนิดเดียวกันเป็นจำนวนมาก

มันมีเฉพาะเซิร์กที่มีสติปัญญาระดับสูงเท่านั้นถึงจะเริ่มใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ ทั้งการเรียน, ภาษา, การซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ภายในบ้านและการรักความเป็นส่วนตัว ซึ่งเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมโดยทั่วไป เซิร์กระดับสูงพวกนี้ก็มีพฤติกรรมไม่ต่างไปจากพวกมนุษย์เลย เพียงแต่รูปร่างหน้าตาและร่างกายของพวกเขามีความเป็นแมลงไม่ใช่มนุษย์เท่านั้นเอง

การสร้างถนนของเซิร์กไม่มีกฏเกณฑ์ใด ๆ มันจึงทำให้ถนนมีความคดเคี้ยว บางส่วนมีพื้นที่กว้างมากและบางส่วนก็มีพื้นที่แคบมากเช่นเดียวกัน ส่วนบ้านของพวกเขาก็มีทั้งบ้านทรงสูงและบ้านทรงเตี้ยที่ไม่มีหน้าต่างคล้ายกับว่าพวกมันเพิ่งพัฒนาอารยธรรมอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ปัจจุบันชายหนุ่มสวมชุดเกราะบลีดดิ้งก็อดคลุมด้วยผ้าคลุมสีดำขนาดใหญ่อีกชั้นทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาถูกปกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด เล็ดลอดออกมาเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่ยังคงสำรวจบริเวณรอบด้านอย่างระมัดระวัง โดยชายหนุ่มได้ทำการเคลื่อนที่ไปตามมุมมืดอย่างรวดเร็ว ซึ่งในบางครั้งเขาก็ปรากฏตัวด้านบนหลังคาและในบางครั้งเขาก็ปรากฏตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างบ้านทั้งสองหลัง

เซี่ยเฟยเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ จนได้พบอาคารหลังหนึ่งที่มีป้ายศูนย์บัญชาการด่านหน้าแขวนเอาไว้อยู่ด้านบน ซึ่งมันเป็นอาคารที่รับผิดชอบในการบัญชาการกองกำลังป้องกันท้องถิ่น และทำการสื่อสารไปยังกองบัญชาการหลักที่อยู่บริเวณศูนย์กลางของดินแดน

เซิร์กใช้ระบบการปกครองในรูปแบบของกองทัพ ซึ่งมันก็หมายความว่าเซิร์กทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นทหารที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

เซี่ยเฟยฉวยโอกาสในตอนที่ไม่มีใครอยู่บนท้องถนนกระโดดขึ้นไปบนหลังคาของศูนย์บัญชาการ และแนบร่างของตัวเองเข้ากับหลังคาเหมือนกับกระดาษแผ่นบาง ๆ ที่ปลิวมาติดอาคารแห่งนี้

เมื่อชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจพื้นที่ด้านใน เขาก็พบกับอุปกรณ์สื่อสารง่าย ๆ ที่ถูกติดตั้งอยู่ทั้งหมด 2 ชุด โดยมีแมลงตัวอ้วนและตัวผอมกำลังนั่งดื่มสังสรรค์กันภายในศูนย์บัญชาการ

เคยมีเรื่องเล่ากันต่อ ๆ มาว่าเหล้าของเซิร์กมีรสชาติไม่ต่างไปจากน้ำล้างเท้า มันจึงทำให้สุราจากดินแดนมนุษย์เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความต้องการมากที่สุดสำหรับพวกพ่อค้าลักลอบขายของเถื่อน

ขณะเดียวกันตลาดค้าทาสของเซิร์กก็มีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าตลาดค้าทาสของมนุษย์มาก ดังนั้นถ้าหากว่าเซิร์กต้องการที่จะดื่มสุราชั้นดี พวกเขาก็มักที่จะซื้อทาสมาผลิตสุราให้กับพวกเขา แน่นอนว่าสิทธิพิเศษนี้มีเอาไว้สำหรับเซิร์กชั้นสูงเท่านั้น พวกทหารปลายแถวจึงทำได้เพียงแต่ดื่มสุราที่มีรสชาติไม่ต่างไปจากน้ำล้างเท้าต่อไป

แมลงตัวอ้วนคล้ายกับแมลงเต่าทองที่มีเปลือกแข็งอยู่ด้านหลัง ส่วนแมลงตัวผอมเป็นแมลงตัวสีดำซึ่งน่าจะพัฒนาขึ้นมาจากแมลงตระกูลมด

ตระกูลมดถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเผ่าพันธุ์เซิร์ก ซึ่งว่ากันว่า 1 ใน 10 ของประชากรเซิร์กทั้งหมดเป็นตระกูลที่พัฒนาขึ้นมาจากมดนี่เอง แต่น่าเสียดายที่พวกมดขึ้นชื่อเรื่องความขยันหมั่นเพียร ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกมันจะมีปริมาณมากที่สุดภายในเผ่าพันธุ์ แต่สุดท้ายสถานะของมันก็ไม่ต่างไปจากทาสที่เอาไว้ใช้แรงงาน

แมลงทั้งสองดื่มสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเริ่มพูดคุยสถานการณ์เกี่ยวกับสงครามด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความมึนเมา

“กองทัพเซิร์กของพวกเราช่างแข็งแกร่งจริง ๆ ไอ้พวกมนุษย์ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย แม้กระทั่งกลุ่มดาวนครหลวงที่ถูกปกป้องอย่างแน่นหนาก็ยังถูกกองยานของนายพลทาดินี่บุกเข้าทำลายในคราวเดียว” แมลงอ้วนกล่าวขึ้นมาเสียงดัง

บทสนทนานี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก และถึงแม้ว่ามันจะเป็นผลลัพธ์ที่เขาพอจะคาดการณ์เอาไว้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่อยากจะทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลยจริง ๆ

ท้ายที่สุดทั้งแอวริลและสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทควอนตัมต่างก็อยู่ในกลุ่มดาวนครหลวง ดังนั้นการที่กลุ่มดาวนครหลวงถูกทำลายไปแล้ว มันจึงทำให้เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์หลังจากนั้นจะมีความเลวร้ายมากขนาดไหน

“ใช่ ๆ นายพูดถูกเลย” แมลงตัวผอมกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ท่านราชาอูดี้เป็นราชาที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของเซิร์กเราจริง ๆ ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้นครหลวงของมนุษย์ได้กลายเป็นดินแดนที่ไหม้เกรียม แล้วพวกมนุษย์ที่น่ารังเกียจก็ถูกนายพลทาดินี่สังหารไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านคน” แมลงตัวอ้วนกล่าวพร้อมกับชูแก้วขึ้นมาอย่างมีชัย

“ใช่ ๆ นายพูดถูก” แมลงตัวผอมยังคงพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

“พวกเรามาฉลองให้กับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์เซิร์กกันเถอะ!”

“ใช่ ๆ พวกเรามาฉลองกันเถอะ”

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเฉลิมฉลองอยู่นั่นเอง ทางเข้าของอาคารก็ถูกปิดลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับชายในชุดคลุมสีดำที่ปรากฏตัวขึ้นมาภายในห้องโดยที่พวกเขาไม่ทันได้รู้ตัว

เมื่อเซี่ยเฟยได้ยินว่าชาวเมืองในนครหลวงถูกสังหารไปมากกว่า 100,000 ล้านคน มันก็ทำให้เขาไม่สามารถอดทนอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป

ไม่ว่าจะเป็นแอวริล, ชาร์ลี, อันเดร์และคนอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขา ต่างก็ล้วนแล้วแต่อาศัยอยู่ในนครหลวงด้วยกันทั้งหมด และการที่ประชากรถูกสังหารไปเป็นจำนวนมากขนาดนั้น มันก็หมายความว่าคนที่เขารักอาจจะถูกสังหารไปภายใต้การจู่โจมในครั้งนั้นด้วย

เซี่ยเฟยไม่อยากจะคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แต่เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่แมลงพวกนี้พูดออกมา เขาก็ไม่สามารถระงับความโกรธที่ปะทุขึ้นในจิตใจของเขาได้จริง ๆ

“พวกแกบอกว่ากองทัพเซิร์กสังหารประชากรมนุษย์ในนครหลวงไปมากกว่า 100,000 ล้านคนแล้วอย่างนั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ

“มันไม่ใช่แค่นั้นนะ ว่ากันว่าเลือดของไอ้พวกมนุษย์ถูกย้อมไปทั่วทั้งดินแดนของพวกมันเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน และนายพลทาดินี่ยังทำลายเมืองของพวกมันทั้งหมด ต่อจากนี้ไอ้พวกมนุษย์ก็คงจะไม่มีวันกลับมาทำตัวเหิมเกริมได้อีกแล้ว 555” แมลงอ้วนยังคงบรรยายต่อไปโดยใส่สีตีไข่ข้อความเข้าไปเกินกว่าความเป็นจริง

คำสั่งที่อูดี้ประกาศออกไปมีข้อความอยู่เพียงแค่เล็กน้อย แต่พวกทหารได้ใส่สีตีไข่ให้บทสนทนาของพวกเขามีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มขวัญกำลังใจยังเป็นกลยุทธ์ทั่วไปที่ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ มันจึงทำให้สารที่เซี่ยเฟยได้รับผิดเพี้ยนไปจากความจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน

ฉัวะ!

เซี่ยเฟยยกเซเลสเชียลมูนขึ้นมาช้า ๆ ก่อนที่จะฟันร่างของแมลงอ้วนขาดออกเป็น 2 ท่อน

“สิ่งที่มันพูดคือเรื่องจริงใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ ขณะหันหน้ามองไปยังแมลงตัวผอมที่เหลืออีกตัว

ขณะนี้แมลงตัวผอมได้สังเกตเห็นชายหนุ่มอย่างชัดเจนแล้ว และมันก็ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเขาไม่เคยคิดฝันขึ้นมาจริง ๆ ว่ามันจะมีมนุษย์มาปรากฏกายบนชายแดนที่อยู่ห่างไกลแบบนี้ ที่สำคัญคือมนุษย์ตรงหน้ายังลงมืออย่างโหดร้ายโดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว

ฉัวะ!

แขนทั้งสองข้างของแมลงตัวผอมถูกตัดออกอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มันยังคงยืนตกตะลึงโดยไม่ตอบคำถามของชายหนุ่ม

“ตอบคำถามฉันมาเดี๋ยวนี้!!”

แมลงตัวผอมกัดฟันทนรับความเจ็บปวดและพยายามพยักหน้าตะโกนตอบกลับไปอย่างสิ้นหวัง

“ทุกอย่างคือเรื่องจริง ราชาอูดี้ได้ประกาศเรื่องนี้ด้วยตัวเองและเฉลิมฉลองชัยชนะของนายพลทาดินี่ด้วยการขึ้นเงินเดือนทุกคนเพิ่มขึ้น 3 เท่า”

คำตอบนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกจะเป็นลม แล้วมันก็ทำให้เขาก้าวถอยหลังไป 2 ก้าวโดยที่ไม่รู้ตัว

“หรือว่าแอวริลจะ…”

ความไม่รู้ภายในอกกำลังลุกโชนขึ้นมาเป็นไฟแค้น และในครั้งนี้มันก็ไม่มีใครสามารถที่จะหยุดเปลวไฟแค้นของชายหนุ่มคนนี้ได้

ตูม!

ทั่วทั้งเมืองเซิร์กถูกปกคลุมไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรงในทันที โดยในครั้งนี้เซี่ยเฟยได้ระเบิดความโกรธทั้งหมดออกมาอย่างสมบูรณ์

“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”

เสียงแปลก ๆ ดังกึกก้องภายในใจของชายหนุ่ม ราวกับว่ามันกำลังสั่งให้เขาสังหารสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่กล้าเข้ามาขวางหน้า

ทันใดนั้นใบมีดของเซเลสเชียลมูนก็หลุดออกไปจากฝักด้วยความรวดเร็ว โดยพวกมันได้บินรอบตัวของชายหนุ่มเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี

“ฆ่า!!!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามดังลั่นสั่นสะท้านไปทั่วทั้งเมือง จนทำให้พวกเซิร์กเผลอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันมืดมิด เพราะคิดว่ามันเป็นเสียงฟ้าร้องก่อนพายุจะพัดผ่านเข้ามา

ฟิ้ว!

อากาศบริเวณรอบ ๆ ตัวของชายหนุ่มหมุนวนไปทั่วทิศทาง ก่อนที่เซี่ยเฟยจะเริ่มออกสังหารประชากรทุกคนในเมืองแห่งนี้

***************

จบบทที่ ตอนที่ 388 ความโกรธของเซี่ยเฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว