เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 377 สถานการณ์

ตอนที่ 377 สถานการณ์

ตอนที่ 377 สถานการณ์


ตอนที่ 377 สถานการณ์

09:15 น. ประมาณ 3 ชั่วโมงหลังจากกองยานเซิร์กปรากฏตัวยังพื้นที่ใจกลางพันธมิตรอย่างกะทันหัน

เนื่องมาจากพันธมิตรมีมติเข้าร่วมสงครามภายในเขตทุ่งดาวแห่งความตาย มันจึงไม่เพียงแต่จะทำให้กองกำลังในภูมิภาคดาวมฤตยูได้พื้นที่ที่สูญเสียไปกลับคืนมาเท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถกลืนกินดินแดนของภูมิภาคดาวเหวทมิฬและภูมิภาคดาวอ่าวปีศาจมาได้อีกด้วย

หลังจากประสบกับสภาวะตกต่ำในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ในที่สุดผู้มีอำนาจแห่งภูมิภาคดาวมฤตยูก็เริ่มมองเห็นรุ่งอรุณแห่งความหวัง และชัยชนะของพวกเขาก็อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ปลายนิ้วมือ

แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้นี่เองพวกเซิร์กกลับรุกรานเข้ามาอย่างกะทันหันและทำให้แผนการรบเดิมของพวกเขาพังทลาย ซึ่งเมื่อไม่กี่นาทีก่อนย่าเหวยและผู้นำคนอื่น ๆ ก็เพิ่งรู้ว่ากองยานของกรมทหารที่ถูกส่งมาทำสงครามกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางไปจากเขตทุ่งดาวแห่งความตายแล้ว

เมื่อไม่มีการสนับสนุนจากกรมทหาร มันจึงทำให้สมดุลย์ของสงครามเอียงกลับไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย และมันก็ทำให้ภูมิภาคดาวมฤตยูตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอีกครั้ง

ย่าเหวยใช้มือกุมศีรษะเพื่อพยายามคิดแผนแก้สถานการณ์อย่างหนัก ส่วนเหล่าบรรดาผู้นำของภูมิภาคดาวมฤตยูที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ดูกังวลไม่แพ้กัน

แต่ในทันใดนั้นมันก็มีเสียงสัญญาณติดต่อมาทางระบบสื่อสาร

“นั่นมันสัญญาณจากกรมทหาร!” ย่าเหวยอุทานหลังจากที่เขาเหลือบสายตามองไปยังหน้าจอ

ผู้นำหลาย ๆ คนกำลังตึงเครียดและไม่รู้ว่าทางกรมทหารกำลังต้องการอะไรจากพวกเขาในเวลานี้ แต่ย่าเหวยรีบเชื่อมต่อการสื่อสารพร้อมกับยืนขึ้นเพื่อแสดงความเคารพ

“จอมพลไทสัน!” ทุกคนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เพราะมันไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ที่ทำการติดต่อมาจะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของทางกรมทหารแบบนี้

ไทสันในหน้าจอยังคงอยู่นิ่ง ๆ ไม่ขยับราวกับว่าเขากำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปอีกไม่กี่นาทีเขาก็เริ่มกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เอาล่ะตอนนี้แกนนำทั้งหมดในเขตทุ่งดาวแห่งความตายก็อยู่ในสายหมดแล้ว ฉันมีเรื่องเร่งด่วนที่จะประกาศแจ้งให้พวกคุณทราบ”

“เรื่องแรกกองยานของกรมทหารจะออกเดินทางกลับเข้ามายังพันธมิตรใน 24 ชั่วโมง ส่วนเหตุผลคืออะไรฉันคิดว่าทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว”

“เรื่องที่ 2 ฉันให้ทางเลือกแก่พวกคุณทั้งหมด 2 ทางว่าพวกคุณจะก่อสงครามกันต่อไป หรือจะนำกองกำลังของพวกคุณมุ่งหน้ากลับมายังพันธมิตรพร้อมกับกองยานของกรมทหาร”

“ถ้าพวกคุณเลือกตัวเลือกที่ 2 ฉันจะพิจารณาผ่อนปรนความผิดที่พวกคุณก่อเอาไว้ แต่ถ้าหากพวกคุณเลือกตัวเลือกแรกพวกคุณจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกกำจัด หลังจากที่ฉันจัดการกับพวกเซิร์กจนหมดแล้ว”

คำพูดของไทสันเป็นเหมือนกับตะปูเหล็กที่ตอกฝังลึกเข้าไปในหัวใจของแกนนำทุกคน แต่เมื่อพิจารณาจากท่าทางน้ำเสียงที่ไทสันพูดออกมา เขาก็ไม่ได้มีความล้อเล่นอยู่ในประโยคที่เพิ่งกล่าวแจ้งไปอย่างแน่นอน

อันที่จริงพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะตำหนิไทสันได้อย่างเต็มที่ เพราะในสภาวะปัจจุบันพันธมิตรก็ไม่สมควรที่จะมีการขัดแย้งภายในภายใต้สภาวะสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ สิ่งที่พวกเขาสมควรจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างแรกคือการต่อต้านผู้ที่กล้าเข้ามารุกรานเผ่าพันธุ์มนุษย์

“เชื่อฉันเถอะว่าฉันเป็นคนพูดจริงทำจริง” ไทสันกล่าวเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่เขาจะตัดการเชื่อมต่อไปโดยไม่คิดที่จะรอคอยคำตอบ

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ย่าเหวยก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะลุกยืนขึ้นและเตรียมพร้อมจะเดินออกจากห้องไป

“ย่าเหวย นั่นคุณกำลังจะทำอะไร? พวกเราต้องเตรียมมาตรการตอบโต้หลังจากนี้นะ”

“มาตรการตอบโต้? พวกคุณคิดจะต่อต้านคำสั่งของกรมทหารงั้นเหรอ?” ย่าเหวยกล่าวพร้อมกับหันหน้ามองไปทางเหล่าบรรดาผู้นำ จากนั้นเขาก็กล่าวต่อไปว่า

“ไม่ว่าพวกคุณจะคิดยังไงผมก็ไม่สน เพราะผมจะรีบกลับไปยังพันธมิตรเดี๋ยวนี้เลย ท้ายที่สุดผมก็ยังคงเป็นทหารและผมก็จะเป็นทหารตลอดไปจนกว่าผมจะตาย”

การติดต่อของไทสันเพียงครั้งเดียวทำให้เหล่าบรรดาแกนนำทั้งหมดทั่วทั้งเขตทุ่งดาวแห่งความตายรู้สึกหวาดกลัว และถึงแม้ว่าไทสันจะไม่ได้ให้สัญญาว่าจะไม่ลงโทษที่พวกเขาสร้างปัญหา แต่ถ้าหากพวกเขาไม่กลับเข้าไปร่วมทำสงครามในพันธมิตร ไทสันจะต้องกลับมากวาดล้างพวกเขาในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้เองเหล่าบรรดาแกนนำในเขตทุ่งดาวแห่งความตายจึงยุติความขัดแย้งลงโดยไม่เต็มใจ ก่อนที่พวกเขาจะเตรียมความพร้อมมุ่งหน้ากลับไปยังพันธมิตรเพื่อไปเป็นกองกำลังเสริมให้กับทางกรมทหาร

การยุติปัญหาในคราวนี้หมายความว่าเซี่ยเฟยจะได้รับภูมิภาคดาวเหวทมิฬทันที ตราบใดก็ตามที่เขาสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ในระหว่างที่เซิร์กกำลังรุกรานดินแดนพันธมิตร เซี่ยเฟยก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากบนพื้นอย่างช้า ๆ โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองได้สลบไปตั้งแต่ตอนไหน

“เราอยู่ที่ไหน?” เซี่ยเฟยขยี้ตาพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่าง

“ฉันก็ไม่รู้” อันธกล่าว

“ฉันสลบไปนานแค่ไหน? มันเกิดอะไรขึ้นในระหว่างนั้น? ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลย?”

ชายหนุ่มถามคำถามออกมาอย่างมากมายภายในลมหายใจเดียว อันธจึงทำได้เพียงแต่ส่ายหัวและกล่าวว่า

“เนื่องมาจากพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนายได้เปิดออกอย่างเต็มที่ มันจึงทำให้นายมีประสาทสัมผัสว่องไวต่อสภาพแวดล้อมภายนอกมาก ด้วยเหตุนี้เองร่างกายของนายจึงตอบสนองโดยอัตโนมัติเมื่อสภาพแวดล้อมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่เพียงเล็กน้อย”

“แต่การตอบสนองโดยอัตโนมัติก็มีข้อเสียอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะในระหว่างที่รูหนอนกำลังยุบตัวลงมันได้ปล่อยคลื่นความผันผวนออกมาในปริมาณมาก มันจึงทำให้นายสลบลงไปเนื่องมาจากว่าสมองของนายไม่สามารถทนรับคลื่นรบกวนพวกนั้นได้”

เซี่ยเฟยเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา จากนั้นเขาก็ดื่มน้ำเย็นเข้าไปเพื่อให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบาย

“ฉันหมดสติไปนานแค่ไหน?”

“ประมาณ 12 ชั่วโมง”

“อะไรนะ! แล้วยานใช้เวลาข้ามรูหนอนนานเท่าไหร่?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“ก็เกือบ ๆ 12 ชั่วโมงนั่นแหละ”

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงโดยสมบูรณ์ เพราะระหว่างที่เขาพยายามหลบหนีออกมาเขาได้ทำการเปิดใช้งานระบบวาร์ปฉุกเฉิน ดังนั้นเวลาที่สมควรใช้ในการข้ามรูหนอนจริง ๆ ควรจะเป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่ในครั้งนี้เขากลับอยู่ในรูหนอนเป็นเวลาเกือบ 12 ชั่วโมง

เรื่องนี้มันจะน่าเหลือเชื่อมากจนเกินไปแล้ว!

“นายแน่ใจนะว่าเราอยู่ในรูหนอนเกือบ 12 ชั่วโมง?”

“อือ”

ชายหนุ่มรีบเดินกลับไปยังห้องบัญชาการเพื่อพยายามเปิดระบบตรวจสอบตัวเองและระบบเรดาร์ของยานรบ โดยหวังว่าจะค้นหาตำแหน่งในปัจจุบันและตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างการหลบหนีได้

“เปิดระบบตรวจสอบตัวเองและเปิดระบบเรดาร์เต็มกำลัง พยายามเชื่อมต่อกับสัญญาณที่ใกล้ที่สุดให้ได้ ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ที่ไหน?” เซี่ยเฟยออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ครึ่งชั่วโมงต่อมาชายหนุ่มก็ทำได้เพียงแต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาได้ประเมินเอาไว้ในตอนแรกมาก เพราะถึงแม้ว่าระบบอื่น ๆ ของยานจะยังคงปกติดี แต่ระบบเรดาร์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

ด้วยเหตุผลจากคลื่นรบกวนในระหว่างรูหนอนได้พังทลาย มันจึงทำให้ระบบเรดาร์แบล็คแบทที่ยังคงมีความเปราะบางถูกทำลายจนเกือบจะใช้งานไม่ได้

“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?” อันธถาม

“ร้ายแรงมาก วงจรรับสัญญาณของระบบสื่อสารถูกเผาไหม้จนหมดเหลือเพียงแค่วงจรส่งสัญญาณที่ยังคงใช้งานได้ ซึ่งมันอาจจะเรียกได้ว่าระบบเรดาร์นี้ไม่น่าจะใช้งานอะไรได้แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างผิดหวัง และมันอาจจะเป็นเพราะว่าระบบเรดาร์แบล็คแบทมีความซับซ้อนมากเกินไป มันจึงทำให้ความทนทานของระบบเรดาร์นี้มีความเปราะบางมากกว่าที่ควรจะเป็น

“เอาล่ะอย่างน้อยนายก็ยังมีชีวิตอยู่ นายลองคิดดูว่ามันจะมีคนสักกี่คนที่สามารถหลบหนีออกมาภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนั้นได้ และถึงแม้ว่าฟังก์ชั่นของระบบเรดาร์แบล็คแบทจะไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยนายก็ยังสามารถส่งข่าวกลับไปยังพันธมิตรได้อยู่ดี แบบนี้แอวริลก็จะได้รู้ว่านายยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถูกทำลายไปพร้อมกับยานลำอื่น ๆ” อันธพยายามกล่าวปลอบชายหนุ่ม

“เรื่องการส่งข้อมูลเป็นเพียงความเป็นไปได้ทางทฤษฎี ฉันไม่กล้ารับประกันว่ามันจะสามารถส่งสัญญาณกลับไปยังพันธมิตรได้จริง ๆ นอกจากนี้ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แล้วถ้าแอวริลรู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่แล้วยังไง ท้ายที่สุดเธอจะยอมรอคนอย่างฉันอย่างไม่มีจุดหมายได้จริง ๆ เหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

อันธเงียบเสียงไปชั่วขณะและต้องยอมรับว่าเซี่ยเฟยมีนิสัยที่แปลกประหลาดแบบนี้อยู่จริง ๆ เพราะสำหรับคนที่เขาไม่สนใจนายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะให้ความสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่สำหรับคนที่เซี่ยเฟยแคร์ เขาจะคอยดูแลเอาใจใส่จนสุดทาง และถึงแม้ว่าอันธจะอยู่กับชายหนุ่มคนนี้มานานหลายปี แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงมีบุคลิกที่แปลกประหลาดแบบนี้

“ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของไอ้พวกเซิร์ก! ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกมันไปให้หมดเลย เป็นไปได้ฉันก็อยากจะกลับไปยังพันธมิตรให้ได้โดยเร็วที่สุด ตอนนี้นครหลวงกำลังตกอยู่ในอันตรายและฉันก็ไม่รู้ว่าแอวริลจะเป็นยังไงบ้าง”

“แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยนะว่าพวกเรากำลังอยู่ตรงไหน แล้วพวกเราจะหาทางกลับไปได้ยังไงล่ะ?”

ปัญหาที่อันธกล่าวเป็นปัญหาที่เลวร้ายจริง ๆ เพราะท้ายที่สุดในจักรวาลก็ไม่มีทิศเหนือใต้ให้สังเกต ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงไม่รู้เลยว่าเขาจะต้องมุ่งหน้าไปทางไหนเพื่อที่เขาจะได้กลับไปยังพันธมิตร

“เปิดระบบเรดาร์สำรองและเตรียมพร้อมทำการวาร์ปแบบสุ่ม” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการ

ชายหนุ่มพยายามวาร์ปแบบสุ่มอย่างไร้จุดหมายโดยหวังว่าเขาจะหาทางกลับไปยังพันธมิตรได้ แต่การพยายามทำอะไรแบบนี้มันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามงมเข็มในมหาสมุทร

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังหลงทาง กรมทหารก็ประกาศแผนการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

พื้นที่ของกลุ่มดาวนครหลวงกินระยะหลาย 10 ล้านปีแสง และการพยายามอพยพประชากรและทรัพยากรที่สำคัญออกไปมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้ว่าทางกรมทหารจะคุมอำนาจทั้งหมดแล้วก็ตาม

กรมทหารได้เกณฑ์ยานอวกาศทุกลำมาเข้าร่วมแผนการอพยพ และตราบใดก็ตามที่ยานลำนั้นสามารถออกบินในอวกาศได้ พวกมันก็จะต้องเข้าร่วมแผนการอพยพแม้ว่าเจ้าของยานจะรู้สึกเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

เวลาทุกวินาทีคือความเสี่ยงที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะสูญสลายไป ดังนั้นทางกรมทหารจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่ออพยพออกไปในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

ณ คฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า

ปัจจุบันยานประจัญบานรุ่นเฮลแองเจิลกำลังเข้าเทียบท่าอย่างช้า ๆ ซึ่งแต่เดิมยานรบส่วนตัวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในกลุ่มดาวนครหลวง แต่ด้วยสถานการณ์ที่วิกฤตมันจึงทำให้กฎดั้งเดิมทั้งหมดถูกระงับ

ผางชิงจัดการขนข้าวของของตระกูลเจี่ยนขึ้นไปบนยานอย่างเป็นระเบียบ โดยทางด้านข้างเขามีชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดเครื่องแบบกัปตันกำลังยืนอยู่อย่างสุภาพ ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยได้มาเห็นชายหนุ่มคนนี้เขาย่อมสามารถจดจำได้ในทันที เพราะเขาไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกเสียจากเจนเซ่นผู้ซึ่งเป็นกัปตันกองยานที่ 1 ของบริษัทสตาร์ยูไนเต็ด

“ผู้อาวุโสใจดีจริง ๆ ที่ยอมให้คนรับใช้กับบอดี้การ์ดพาครอบครัวเดินทางไปพร้อมกับยานด้วย” เจนเซ่นกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คนเหล่านี้ทำงานให้กับตระกูลเจี่ยนมานานหลายปี แล้วบนยานก็ยังเหลือที่ว่างอยู่อีกมากและมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะปล่อยให้ยานมีที่ว่างอยู่เฉย ๆ” ผางชิงกล่าว

“ว่าแต่ทำไมผมถึงไม่เห็นคุณหนูเลยครับ?” เจนเซ่นกล่าวถาม

“คุณหนูไปที่บ้านของเซี่ยเฟย เธอบอกว่าเธอต้องการไปเก็บอะไรบางอย่าง เดี๋ยวอีกสักพักเธอก็คงจะกลับมาแล้ว” ผางชิงกล่าว

“ผมได้ยินมาว่าเซี่ยเฟยเสียชีวิตแล้วใช่ไหมครับ?” เจนเซ่นกล่าวถามอย่างลังเล

“ฉันขอเตือนคุณด้วยความหวังดีนะว่าห้ามพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคุณหนูอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคุณเตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย มันยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเซี่ยเฟยเสียชีวิตไปแล้วด้วยซ้ำ และถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตจริงหรือไม่แต่เรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ” ผางชิงกล่าวพร้อมกับตบไหล่เจนเซ่นอย่างแรง

เจนเซ่นรู้สึกว่ามือของผางชิงบนไหล่กำลังถูกบีบแน่นเข้ามาเรื่อย ๆ จนทำให้เขารู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งกระดูก

“พ่อบ้านผางอย่าถือสาผมเลย ผมขอโทษครับ” เจนเซ่นพยายามเรียกร้องขอความเมตตา

32 ชั่วโมงต่อมา

เบโอเนทเคลื่อนที่ออกมาจากรูหนอนอย่างช้า ๆ และเซี่ยเฟยก็พยายามค้นหาสัญญาณสิ่งมีชีวิตในระบบเรดาร์ต่อไป

“ดูนั่นสิ! มันมีสัญญาณแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สัญญาณของมนุษย์ แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ได้หลงเข้ามาในดินแดนไร้ชีวิต” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ไม่ใช่สัญญาณของมนุษย์เหรอ... ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ค่อยดีเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเม้มริมฝีปาก

***************

เอาอีกแล้วสัญชาตญาณพี่เฟยมาอีกแล้วสินะ ใครเดาได้บ้างว่าพี่แกอยู่ไหน?

จบบทที่ ตอนที่ 377 สถานการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว