เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 374 สงคราม!

ตอนที่ 374 สงคราม!

ตอนที่ 374 สงคราม!


ตอนที่ 374 สงคราม!

ในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังติดอยู่ในสถานการณ์อึดอัดบริเวณชายแดน มันก็ได้มีกองยานขนาดใหญ่อีกกองหนึ่งได้มารวมตัวกันอย่างเงียบ ๆ ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ โดยกองยานปริศนาได้มีกองยานรวมตัวกันอยู่มากกว่า 600 กอง ซึ่งมันก็เป็นปริมาณที่มากกว่ากองยานของเซิร์กที่รวมตัวกันอยู่ตรงบริเวณชายแดน

ในที่สุดกองยานขนาดใหญ่กองนี้ก็พร้อมออกเดินทางแล้ว และพวกเขาก็รอเพียงคำสั่งจากจอมพลทาดินี่เพียงเท่านั้น

อูดี้เป็นราชาที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของเซิร์ก แต่เขาก็เป็นราชาที่ถูกเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์วิจารณ์มากที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะเขาเป็นแมลงไรฝุ่นที่มีรูปร่างผอม, ตัวเตี้ยและมีความโดดเด่นทางด้านความฉลาดเท่านั้น

ขณะเดียวกันทาดินี่ก็คือน้องชายแท้ ๆ ของอูดี้ มันจึงทำให้รูปร่างของเขาไม่ได้แตกต่างจากพี่ชายมากนัก และถึงแม้ว่าเขาจะตัวสูงกว่าอูดี้ครึ่งศีรษะ แต่เขาก็มีส่วนสูงเพียงแค่ 65 เซนติเมตรเพียงเท่านั้น

“ทุกคนเตรียมตัว!” ทาดินี่ตะโกนเสียงดัง และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแมลงตัวสั้น ๆ แต่เสียงของเขากลับก้องกังวานราวกับเสียงระฆังขนาดใหญ่

ทันใดนั้นนักรบตั๊กแตนตัวสูงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ย่อตัวลงเพื่อให้จอมพลทาดินี่ขึ้นไปเหยียบไหล่ของมันเอาไว้ ก่อนที่นักรบคนนั้นจะยืนขึ้นมาเพื่อให้ทาดินี่โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน

“ในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอยก็กำลังจะมาถึง ตราบใดก็ตามที่เราเคลื่อนที่ผ่านรูหนอนนี่ไป พวกเราก็จะอยู่ห่างจากนครหลวงของพันธมิตรเพียงแค่ 4.9 ล้านปีแสงเท่านั้น!” ทาดินี่ตะโกนเสียงดังผ่านทางระบบสื่อสาร

“ตอนนี้กองกำลังส่วนใหญ่ของมนุษย์ถูกพวกเราล่อไปอยู่ที่บริเวณชายแดนเกือบหมดแล้ว ไอ้พวกมนุษย์โง่พวกนั้นคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าศัตรูที่แท้จริงของพวกมันจะปรากฏตัวใกล้ ๆ กับเมืองหลวงในเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง และเราจะทำลายพวกมันให้ย่อยยับก่อนที่กองกำลังของพวกมันจะเคลื่อนที่กลับมาป้องกันได้ทันเวลา”

“หลังจากนี้จงปล้นพวกมันให้สาสมแก่ใจ, ฉีกกระชากพวกมันออกมาและกลืนกินร่างของพวกมันเข้าไปทั้งเป็น!”

“เซิร์กจงเจริญ! ราชาอูดี้จงเจริญ!! จักรวาลทั้งจักรวาลจะต้องตกเป็นของพวกเรา!!!”

ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 4.9 ล้านปีแสง

ปัจจุบันยานสกอร์เปี้ยนกำลังลาดตระเวนอยู่ตามปกติ โดยยานรุ่นนี้มีความโดดเด่นทางด้านการตรวจจับทำให้พวกเขาสามารถตรวจจับยานรบที่น่าสงสัยในระยะ 100,000 ปีแสงได้อย่างง่ายดาย มันจึงเป็นยานรบรุ่นที่เอาไว้ใช้สำหรับการลาดตระเวนโดยเฉพาะ

ทันใดนั้นระบบเรดาร์ก็เริ่มตรวจจับสัญญาณจากยานรบที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที โดยหลังจากที่เวลาผ่านไปจุดสีขาวก็ถูกเติมเต็มทั่วทั้งหน้าจอเรดาร์ ซึ่งหมายความว่ามันมีจำนวนยานรบอยู่มากเกินกว่าที่หน้าจอเรดาร์จะสามารถตรวจวัดได้

“กัปตันครับ ระบบเรดาร์ตรวจพบยานรบนิรนามจำนวนมากห่างจากพวกเราไปประมาณ 714 ปีแสง” เจ้าหน้าสื่อสารประจำระบบเรดาร์ตะโกนขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หลังจากที่ได้เห็นจำนวนยานรบปริศนาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

“ยานรบประเภทไหน? สังกัดอะไร? ปริมาณมากขนาดไหน?” กัปตันกล่าวถามขณะงัวเงียลุกขึ้นมาจากที่นั่ง

“ระบบเรดาร์ไม่สามารถระบุประเภทกับสังกัดของยานได้ครับ ตอนนี้จำนวนยานที่ตรวจพบเพิ่มขึ้นเป็น 1,139 ลำแล้วและกำลังค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอ้พระเจ้านี่มันกองยานขนาดใหญ่แล้ว! มันมียานบัญชาการอยู่ในกองยานด้วย!!”

รายงานนี้ทำให้กัปตันยานสะดุ้งด้วยความตกใจทันที เมื่อจู่ ๆ มันได้มีกองยานขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใกล้ ๆ กับนครหลวง

กองยานปริศนาขนาดใหญ่แบบนี้เข้ามาใกล้นครหลวงโดยไม่ถูกค้นพบได้ยังไง!!

อย่างไรก็ตามกัปตันยานก็ถอนหายใจออกมาในไม่ช้า เพราะเนื่องจากมันกำลังมีสงครามในเขตทุ่งดาวแห่งความตาย และสถานการณ์บริเวณชายแดนเซิร์กก็กำลังตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงอาจจะมีการซ้อมรบของกองทัพในบริเวณนี้ก็ได้

ท้ายที่สุดมันก็มีเพียงแต่ยานรบของกองทัพที่สามารถปิดบังตัวตนและเข้าใกล้นครหลวงได้โดยไม่มีการรายงานแจ้งเตือนเอาไว้ล่วงหน้า มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกัปตันยานจึงไม่รู้สึกตื่นตระหนกเมื่อได้พบกองยานรบขนาดใหญ่ใกล้ ๆ กับกลุ่มดาวนครหลวง

“ทุกคนอย่าตื่นตระหนกแล้วลองติดต่อไปที่กรมทหารว่าพวกเขากำลังจัดการซ้อมรบอยู่หรือเปล่า? อย่าลืมนะว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ใกล้กับนครหลวงมาก มันไม่มีทางที่ศัตรูจะเข้ามาใกล้นครหลวงได้ขนาดนี้โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรอก” กัปตันยานตะโกนสั่งการอีกครั้ง

เมื่อได้รับฟังคำอธิบายจากกัปตัน เจ้าหน้าสื่อสารที่คุมระบบเรดาร์ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่จำนวนของยานรบที่ปรากฏบนหน้าจอเรดาร์ก็ยังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

แต่ทันใดนั้น!!

“กัปตันครับ! ทางกรมทหารยืนยันมาว่ามันไม่มีคำสั่งซ้อมรบบริเวณใกล้ ๆ นครหลวงเลย กองยานพวกนั้นไม่ใช่กองยานของพันธมิตร!!”

หลังจากได้รับคำตอบจากกรมทหาร เจ้าหน้าที่สื่อสารก็รีบตะโกนรายงานขึ้นมาเสียงดัง

“อะไรนะ? พูดอีกทีสิ!!” กัปตันยานตะโกนขึ้นมาด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง

“กองยานพวกนั้นไม่ใช่กองยานของกองทัพครับ”

พริบตาต่อมากัปตันก็รู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะเป็นลม แล้วมันก็ทำให้มือเท้าของเขาสั่นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ขณะที่ใบหน้าก็กำลังซีดลงจนกลายเป็นสีขาวราวกับหิมะ

“กัปตันครับจำนวนยานรบของอีกฝั่งเพิ่มขึ้นมาเกินกว่า 5,000 ลำแล้ว พวกเราควรจะทำยังไงกันดีครับ?”

“ห๊ะ! อะไรนะ?!”

“กัปตันพวกเราควรส่งคำเตือนไปยังกองทัพนะครับ”

เพี้ยะ!

กัปตันยานตบหน้าตัวเองเพื่อพยายามดึงสติกลับคืนมา

“ทุกคนหุบปาก! รีบส่งสัญญาณเตือนภัยระดับ SSS ออกไปให้กองบัญชาการทหารเดี๋ยวนี้!!” กัปตันยานส่งเสียงร้องคำราม

คำสั่งนี้ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกตกตะลึง เพราะโดยปกติคำสั่งเตือนภัยระดับสูงสุดอยู่ที่ระดับ A เท่านั้น แต่สัญญาณระดับ SSS ที่กัปตันกำลังสั่งออกมาเป็นคำสั่งทางทฤษฎีที่มีความหมายว่าพันธมิตรกำลังเสี่ยงที่จะถูกกวาดล้าง

“รีบติดต่อศูนย์บัญชาการใหญ่ให้ฉันเร็ว ๆ เข้า!” กัปตันกล่าวพร้อมกับเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก และถึงแม้ว่าเวลามันจะผ่านพ้นมาเพียงแค่ไม่กี่นาทีแต่ทั่วทั้งร่างของเขากลับเต็มไปด้วยเหงื่อ

“เรียนศูนย์บัญชาการ ผมกัปตันเรดี้ผู้บัญชาการยานลาดตระเวนหน่วยที่ 17 ผมขออนุญาตเข้าสอดแนมในระยะประชิดครับ” เรดี้กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ทันใดนั้นลูกเรือทั้งหมดที่อยู่ในห้องบัญชาการก็รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกบีบรัดแน่น เพราะการสอดแนมในระยะประชิดมันก็หมายความว่าพวกเขาจะทำการวาร์ปเข้าไปท่ามกลางกองยานขนาดใหญ่ของกองยานปริศนา ซึ่งถ้าหากว่ากองยานนั้นคือกองยานของศัตรูจริง ๆ การเดินทางครั้งนี้มันก็หมายถึงความตาย

“ศูนย์บัญชาการอนุมัติการเข้าสอดแนมในระยะประชิด ผมขอให้คุณโชคดีกัปตัน”

ผู้อำนวยการในศูนย์บัญชาการกล่าวตอบรับอย่างไร้ความปราณี แต่ในประโยคสุดท้ายที่เขาบอกว่าขอให้โชคดีก็คือการขอบคุณแบบอ้อม ๆ เพราะท้ายที่สุดทุกคนก็รู้ดีว่าคำสั่งนี้คือคำสั่งส่งยานรบและทหารหลายพันนายไปลงนรก แต่มันก็เป็นคำสั่งที่จำเป็นเพราะพวกเขาจำเป็นจะต้องยืนยันสถานะของศัตรู

หลังจากระบบสื่อสารสิ้นสุดลงไปทั่วทั้งห้องบัญชาการก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วง

“เตรียมพร้อมเปิดระบบวาร์ปได้ ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าใครหน้าไหนที่มันกล้ามาปรากฏตัวใกล้ ๆ นครหลวงของพันธมิตร!” เรดี้ตะโกนออกมาเสียงดัง

“จำนวนยานรบปริศนาเพิ่มขึ้นมาเกินกว่า 20,000 ลำแล้วครับ หลังจากที่เราตรวจสอบสัญญาณเรดาร์เราสามารถยืนยันได้แล้วครับว่าฝ่ายตรงข้ามคือยานรบของเซิร์ก” เจ้าหน้าที่สื่อสารกล่าวรายงานขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ

“ฉันไม่สนหรอกว่าพวกมันจะเป็นใคร พวกเราต้องไปที่นั่นเพื่อยืนยันด้วยตาของตัวเอง รีบทำตามคำสั่งของฉันเดี๋ยวนี้” เรดี้สั่งการด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด

ไม่กี่นาทีต่อมารูหนอนขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดออกด้านหน้ายานสกอร์เปี้ยน และถึงแม้ว่ายานลำนี้จะรับใช้กองทัพมานานหลายสิบปี แต่มันก็ได้ถูกดูแลอย่างดีจนทำให้มันมีสภาพเหมือนใหม่

ปัจจุบันเรดี้กำลังเดินกลับไปที่เก้าอี้กัปตันด้วยขาอันสั่นเทา เพราะเมื่อความตายใกล้เข้ามามนุษย์ย่อมรู้สึกหวาดกลัวเป็นเรื่องธรรมดา และถึงแม้ว่าเขาตะโกนออกคำสั่งไปอย่างกล้าหาญ แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกสั่นไหวอย่างรุนแรง

“ช่วงเวลานี้ส่งจดหมายกลับไปหาคนในครอบครัวซะ” เรดี้สั่งการขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

หลังจากเคลื่อนที่ผ่านรูหนอนในที่สุดยานลาดตระเวนหน่วยที่ 17 ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปลายทาง ซึ่งลูกเรือทุกคนต่างก็มองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับตั้งคำอธิฐานตามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขานับถือ

อย่างไรก็ตามภาพที่ปรากฏกลับทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวัง เพราะยานของพวกเขาถูกล้อมรอบด้วยยานรบรูปร่างแปลกประหลาดหลายหมื่นลำ และทำให้พวกเขาเปรียบเสมือนกับหยดน้ำเล็ก ๆ ที่กำลังร่วงหล่นลงไปในท้องทะเล

“รีบส่งภาพถ่ายทอดสดกลับไปที่ศูนย์บัญชาการเดี๋ยวนี้! แล้วรีบเปิดสัญญาณเตือนให้กองยานของพวกเขาถอยกลับไป เปิดใช้งานระบบอาวุธเต็มกำลัง ล็อกเป้าหมายไปที่ยานรบที่อยู่ใกล้ที่สุด!” เรดี้ตะโกนสั่งการ

“กัปตันครับผมว่ามันไม่มีประโยชน์หรอกครับ” ทหารร่างผอมที่ดูแลระบบอาวุธกล่าวขึ้นมาขณะที่น้ำตายังคงนองหน้า

“ไม่มีประโยชน์ก็ช่างมัน!! พวกเราเป็นทหารและนี่ถือเป็นหน้าที่ที่พวกเราต้องรับผิดชอบ!!!” เรดี้ส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างดุดัน

เหล่าทหารผงะไปครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาจะนึกขึ้นได้ว่าภารกิจของพวกเขาคือทำลายศัตรูที่กล้ารุกรานเข้ามาใกล้พันธมิตร และถึงแม้ว่าศัตรูจะมีเพียงแค่ 1 ลำหรือหลายหมื่นลำ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องทำหน้าที่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ

วินาทีต่อมาขีปนาวุธก็ถูกยิงเข้าใส่ยานรบของเซิร์ก แต่ความพยายามของพวกเขาราวกับเด็กน้อยที่พยายามต่อสู้กับยักษ์ และในนาทีต่อมาลำแสงเลเซอร์จำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกปล่อยออกมาทำลายยานลาดตระเวนหน่วย 17 ให้กลายเป็นผุยผง

ทันทีที่การจู่โจมสิ้นสุดลงในที่สุดสงครามระหว่างมนุษย์กับเซิร์กครั้งที่ 2 ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ…

***************

เอาแล้วพี่เฟย โดนแผนล่อเสือออกจากถ้ำ!

จบบทที่ ตอนที่ 374 สงคราม!

คัดลอกลิงก์แล้ว