เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 341 บ้านของเรา

ตอนที่ 341 บ้านของเรา

ตอนที่ 341 บ้านของเรา


ตอนที่ 341 บ้านของเรา

“ไม่ทราบว่าคุณต้องการเช่าอาคารนี้เลยหรือไม่ครับ?” นายหน้าบริษัทอสังหาริมทรัพย์กล่าวถามขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย

“ทำเลของอาคารนี้ดีมาก แต่ฉันต้องการดูพื้นที่ภายในก่อนค่อยตัดสินใจ” เซี่ยเฟยกล่าว

นายหน้าหนุ่มทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาซ้ำ ๆ เพราะท้ายที่สุดลูกค้าของเขาในคราวนี้ก็เป็นเด็กหนุ่มผู้สวมชุดกีฬาที่ดูเรียบง่ายกับชายสูงอายุที่ถือไม้เท้าอยู่ในมือ

ถึงแม้ว่าชุดสูทขนสัตว์ของอันเดร์จะเป็นชุดที่หรูหราสำหรับชาวโลก แต่มันไม่ได้มีความนิยมมาจนถึงกลุ่มดาวนครหลวงด้วย นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงมองเซี่ยเฟยกับอันเดร์ไม่ต่างไปจากชนกลุ่มน้อยที่เดินทางมาจากชนบท

การจะมาทำงานในตำแหน่งนี้ได้มันก็หมายความว่าเขาจะต้องดูลักษณะท่าทางของลูกค้าได้มากพอสมควร นายหน้าหนุ่มจึงทำได้เพียงแต่รู้สึกผิดหวัง เพราะเขาไม่คิดว่าเขาจะสามารถหาเงินจากการให้บริการเซี่ยเฟยได้

“ทำเลของอาคารนี้ดีมาก พื้นที่ฝั่งตะวันตกอยู่ติดกับถนนมอลฟลอนแล้วมันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาเดินทางไปยังสนามบินเพียงแค่ 5 นาที นอกจากนี้มันยังถูกล้อมรอบด้วยบริษัทชั้นนำของพันธมิตร…”

จู่ ๆ นายหน้าหนุ่มก็หยุดพูดขึ้นมากลางคัน หลังจากที่เขานึกออกว่าการพูดคุยกับคนบ้านนอกอย่างเซี่ยเฟยเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า

“ถึงทำเลของตึกนี้จะค่อนข้างดีแต่มันก็เป็นตึก 28 ชั้นที่พื้นที่แต่ละชั้นมีขนาด 1,500 ตารางเมตร คุณแน่ใจเหรอว่าจะดูข้อมูลของอาคารนี้ต่อ?” นายหน้าหนุ่มกล่าวถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน

การกระทำของนายหน้าทำให้อันเดร์ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่านายหน้าตรงหน้ากำลังดูถูกพวกเขาอยู่และเริ่มพูดจาราวกับว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะเช่าอาคารในดาวดวงนี้

“ดูต่อสิ เชิญคุณให้ข้อมูลต่อได้เลย” เซี่ยเฟยยังคงกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มราวกับว่าเขาไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับท่าทางการดูถูกของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามนายหน้าหนุ่มกลับเปิดประตูห้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับเซี่ยเฟยและอันเดร์อย่างหมดความอดทน

“พวกคุณรีบกลับไปดีกว่า ผมยังมีลูกค้ารายอื่นที่ต้องกลับไปดูแล”

ท่าทางอันหยาบคายของนายหน้าทำให้อันเดร์แทบจะระเบิดอารมณ์โกรธของตัวเองออกมา แต่เซี่ยเฟยได้ห้ามชายชราเอาไว้ก่อน

“พวกเราขึ้นไปดูชั้นบนกันเถอะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนจะนำอันเดร์เดินไปยังพื้นที่ชั้นบนของอาคาร เพื่อสำรวจโครงสร้างและการตกแต่งภายใน

“อาคารหลังนี้ใช้ได้เลย โครงสร้างอาคารเป็นโลหะผสมที่แข็งแรง วิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็สวยงาม นอกจากนี้มันยังมีสวนบนชั้นลอยเอาไว้ให้พนักงานได้พักผ่อนด้วย แต่บริษัทของเราคงจะต้องใช้เวลามากพอสมควรถึงจะเริ่มใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ของอาคารนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” อันเดร์กล่าวหลังจากที่ได้เดินชมพื้นที่ภายในของอาคาร

“ไอ้พวกนี้มันหน้าด้านจริง ๆ ถ้าไม่มีเงินแล้วทำไมไม่รีบกลับไปวะ!” นายหน้าหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่พอใจ

“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?!” ในที่สุดอันเดร์ก็ทนพฤติกรรมของพนักงานคนนี้ไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นอย่างแรงพร้อมกับตะโกนถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

“ฉันคิดว่ามนุษย์ในนครหลวงจะมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ซะอีก ที่แท้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนมันก็มีพนักงานเฮงซวยอยู่เหมือนกันหมด!!”

“พนักงานเฮงซวย?! แกน่ะสิตาแก่เฮงซวย! ถ้าไม่มีเงินก็กลับไปสิวะจะมากวนเวลาทำมาหากินของคนอื่นไปทำไม!!” นายหน้าหนุ่มตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเดินไปห้ามปรามอันเดร์เอาไว้ จากนั้นเขาก็เปิดระบบสื่อสารเพื่อติดต่อไปยังคนคนหนึ่ง

“บริษัทจิ่วเทียนอสังหาริมทรัพย์ใช่ไหมครับ? รบกวนผมขอเรียนสายผู้จัดการคงหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวกับพนักงานสาวสวยอีกด้านของระบบสื่อสาร

การกระทำนี้ทำให้นายหน้าหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เพราะบริษัทจิ่วเทียนอสังหาริมทรัพย์คือบริษัทที่เขาทำงานอยู่

‘เด็กคนนี้รู้จักกับเจ้านายของเขางั้นเหรอ?’

“ไม่ทราบว่าคุณได้นัดล่วงหน้าเอาไว้ไหมคะ?” พนักงานสาวกล่าวถาม

“ผมชื่อเซี่ยเฟยเป็นประธานบริษัทควอนตัมซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหาร พอดีผมมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกับผู้จัดการของคุณ แต่ถ้าเขาไม่ว่างก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมหาคนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทนเขาก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

นายหน้าหนุ่มเริ่มตระหนักถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ในทันที เพราะแม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าการเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกลุ่มทหารหมายความว่าอะไร มันจึงเริ่มมีเหงื่อค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามใบหน้าและแผ่นหลังของเขา

ตัวตนของซัพพลายเออร์ระดับ A ทุกคนต่างก็ล้วนแต่เป็นตัวตนที่ไม่สามารถจะมองข้ามได้ พนักงานต้อนรับสาวจึงเปลี่ยนกิริยาที่มีต่อเซี่ยเฟยในทันที และรีบติดต่อไปยังผู้จัดการให้มาพูดคุยกับชายหนุ่มโดยเร็วที่สุด

“อาคารพาณิชย์ 28 ชั้นบนถนนมอลฟลอนอยู่ในการดูแลของบริษัทคุณใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามอย่างตรงไปตรงมา

ผู้จัดการคงรับรู้ถึงตัวตนของเซี่ยเฟยผ่านทางพนักงานต้อนรับแล้ว เขาจึงรีบตอบกลับคำถามของชายหนุ่มไปอย่างสุภาพ

“ใช่แล้วครับ ไม่ทราบว่าท่านประธานต้องการจะเช่าอาคารหลังนั้นหรือเปล่าครับ?”

“ไม่เช่า”

“ไม่เช่างั้นเหรอครับ?”

“ใช่ ฉันไม่ได้ต้องการเช่าแต่ฉันต้องการซื้อตึกหลังนี้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยท่าทางสบาย ๆ

นายหน้าหนุ่มรู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมาอย่างฉับพลัน เพราะเพียงแค่ราคาค่าเช่าของอาคารหลังนี้ก็แพงเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการแล้ว แต่เซี่ยเฟยกลับต้องการซื้ออาคารทั้งหลังซึ่งมันเป็นเงินที่ถึงแม้ว่าเขาจะเกิดขึ้นมาอีก 10 ชีวิตแต่เขาก็ยังไม่สามารถจะหาเงินก้อนนั้นได้

ครั้งนี้เขามองคนพลาดอย่างร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?

ผู้จัดการคงรู้สึกดีใจมากและกำลังพยายามนัดให้เซี่ยเฟยมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราคา แต่ชายหนุ่มกลับตอบปฏิเสธกลับไปว่า

“ขอโทษด้วย แต่ฉันไม่ค่อยมีเวลาเดี๋ยวคุณค่อยพูดคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าแผนกการเงินของฉันก็แล้วกัน นอกจากนี้ฉันยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมก่อนที่เราจะพูดคุยรายละเอียดกัน”

“เงื่อนไขอะไรครับ? บอกผมมาได้เลยนะครับ” ผู้จัดการคงกล่าวถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะตราบใดก็ตามที่มันเป็นเงื่อนไขที่เขายอมรับได้เขาก็พร้อมที่จะยอมรับทุกเงื่อนไข

“คุณชื่ออะไร?” เซี่ยเฟยหันไปถามนายหน้าหนุ่ม

นายหน้าหนุ่มคนนั้นกำลังจะอ้าปากบอกชื่อของตัวเอง แต่เซี่ยเฟยก็หันหลังกลับพร้อมกับพูดตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

“ช่างมันเถอะ! ฉันไม่อยากรู้ชื่อของคุณแล้ว ผู้จัดการคงผมไม่พอใจการให้บริการพนักงานของคุณคนนี้เป็นอย่างมาก แล้วมันก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผมที่มีต่อบริษัทของคุณ ผมหวังว่าคุณจะจัดการเรื่องนี้ให้กับผมก่อนที่เราจะเริ่มพูดคุยเรื่องรายละเอียดกัน”

“ท่านประธานโปรดวางใจผมจะไล่พนักงานคนนั้นออกทันที ไม่สิผมจะไม่ใช่แค่ไล่เขาออกแต่ผมจะยื่นเรื่องไม่ให้เขาทำงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์อีก!!” ผู้จัดการคงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ประจบสอพลอก่อนที่จะมองไปยังนายหน้าหนุ่มคนนั้นด้วยความโกรธ

เซี่ยเฟยพยักหน้าอย่างยอมรับก่อนที่เขาจะปล่อยเรื่องนี้ไป

เซี่ยเฟยในตอนนี้ไม่เหมือนกับเซี่ยเฟยในอดีตอีกต่อไปแล้ว เพราะในปัจจุบันเขาคือประธานบริษัทซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหาร คำพูดของเขาเพียงแค่ประโยคเดียวจึงไม่เพียงแต่จะไล่คนคนหนึ่งออกจากงานได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้คนคนหนึ่งไม่สามารถทำงานในอุตสาหกรรมดั้งเดิมของเขาได้อีกด้วย

“ท่านประธานพอจะบอกผมได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงไม่พอใจพนักงานคนนี้?” ผู้จัดการคงถามขึ้นมาเบา ๆ

“เขาพูดจาดูถูกพวกเรา” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

‘โอ้พระเจ้า! ไอ้นี่มันตาถั่วหรือยังไงถึงกล้าไปดูถูกซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหารได้’ ผู้จัดการคงกลืนน้ำลายพร้อมกับคิดภายในใจ

สัญญาซื้อขายอาคารสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แล้วมันก็อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงของซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหาร มันจึงทำให้เซี่ยเฟยได้ราคาส่วนลดในการซื้ออาคารแห่งนี้ในตารางเมตรละ 50,000 สตาร์คอยน์

นี่คือความมหัศจรรย์ของโลกธุรกิจ เพราะยิ่งเรามีอำนาจมากขึ้นเท่าไหร่เราก็จะยิ่งได้รับผลประโยชน์จากการทำธุรกิจมากขึ้นเท่านั้น เพราะท้ายที่สุดมันจะมีใครไม่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่ มันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่เขาจะได้ราคาอาคารที่ถูกกว่าปกติขนาดนี้

“อื้อหือตึกนี่มีราคา 54,600 ล้านสตาร์คอยน์เลยงั้นเหรอ?” อันเดร์อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อนเขายังไม่รู้วิธีหาเงินเพียงแค่ 1 ล้านสตาร์คอยน์เลยด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้บริษัทของเขากับเซี่ยเฟยกลับซื้ออาคารที่มีมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านสตาร์คอยน์

“ผมได้หาข้อมูลมาแล้วการที่เราได้ราคาอาคารมาเท่านี้ไม่ถือว่าแพงเลย ท้ายที่สุดในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ก็มีเสถียรภาพที่สูงมาก ซึ่งโดยเฉลี่ยราคาของอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้น 3% ในทุก ๆ ปี ยิ่งไปกว่านั้นเรายังใช้ตึกแห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของเราเอง ดังนั้นการลงทุนครั้งนี้ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าว

“เราเก็บชั้น 28 เอาไว้เป็นห้องทำงานของคุณดีไหม? ด้วยสถานะปัจจุบันของคุณ คุณก็ควรจะต้องมีห้องทำงานที่เหมาะสม” อันเดร์กล่าว

“ไม่จำเป็นครับ คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนที่ยอมอยู่เฉย ๆ เอาพื้นที่ชั้นที่ 28 ไปให้คนที่เหมาะสมกว่าผมดีกว่าครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

อันเดร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดมาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นความจริง โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่เขาได้รู้จักกันมาเซี่ยเฟยก็แทบที่จะไม่เคยอยู่ที่ไหนเป็นเวลานานเลยแม้แต่ที่เดียว

“ผมฝากคุณจัดการเรื่องนี้ด้วยนะครับ แต่จำเอาไว้ว่าสำนักงานใหญ่เป็นหน้าตาของบริษัท ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นจะต้องประหยัดเงินกับเรื่องนี้” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่หันหลังแล้วเดินจากไป

“คุณจะไปไหน?”

“ไปให้ของขวัญกับคนบางคนครับ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“เซี่ยเฟยนายกำลังจะพาฉันไปไหนกันแน่? มันจำเป็นต้องลึกลับขนาดนี้เลยเหรอ?” แอวริลถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

เซี่ยเฟยปิดตาเธอเอาไว้และพาเธอไปยังสถานที่อันแปลกประหลาด แอวริลจึงไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่ ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นดอกไม้ของพื้นที่บริเวณโดยรอบเท่านั้น และเมื่อเธอได้กลิ่นอันหอมหวานเธอก็เดาว่ามันน่าจะเป็นสวนดอกลิลลี่

“เอาล่ะค่อย ๆ ลืมตาช้า ๆ นะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับปล่อยมือที่ปิดตาแอวริลเอาไว้

หญิงสาวกระพริบตา 2 ครั้งพร้อมกับขยี้ตาด้วยมือขาว ๆ ของเธอ

สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของแอวริลคืออาคารไม้ 3 ชั้นที่สวยงามที่ตั้งอยู่ใจกลางสวนดอกไม้และทะเลสาบ ซึ่งกินพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร

“นี่มันอะไรกัน?” แอวริลถามด้วยความสงสัย

“บ้านไง”

“บ้านใคร?”

“ตอนนี้มันเป็นบ้านของฉัน แต่สักวันหนึ่งมันจะเป็นบ้านของเรา”

“ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานกับนาย!!” แอวริลอุทานขึ้นมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งยอง ๆ เพื่อดมกลิ่นหอมของดอกลิลลี่

“พวกเราไปดูข้างในบ้านกันไหม?”

“อื้อ!” แอวริลพยักหน้ารับก่อนที่จะจับมือกับเซี่ยเฟยเดินเข้าไปภายในบ้าน

ภายในบ้านไม้ยังคงไร้การตกแต่ง แต่มันก็มีแสงแดดส่องเข้ามาจาง ๆ ทำให้มันเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

“ทำไมมันถึงไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลยล่ะ?” แอวริลเดินสำรวจรอบ ๆ บ้านพร้อมกับมองออกไปยังสระว่ายน้ำและทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

“ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องการตกแต่งเท่าไหร่ ฉันเลยคิดจะฝากมันไว้ให้กับเธอ”

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะช่วยนายตกแต่งบ้าน ถ้าฉันไม่ทำล่ะ?” แอวริลกล่าวขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ถ้าเธอไม่ทำ ฉันก็คงต้องหาคนอื่น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

“ใครอนุญาตกันยะ นายไม่ได้รับอนุญาตให้ไปหาใครนอกจากฉัน” แอวริลกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“นี่การ์ดเข้าบ้าน ฝากเธอตกแต่งบ้านของเราด้วยนะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยื่นการ์ดให้กับแอวริล

หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟังและถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะเรียบง่ายกว่าคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่ามาก แต่มันกลับเป็นบ้านที่เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นมากกว่าคฤหาสน์ของเธอหลายเท่า

“บ้านของเรา... เซี่ยเฟยไอ้คนฉวยโอกาส!!” หลังจากที่แอวริลกลับมามีสติอีกครั้งเธอก็เริ่มโวยวายด้วยใบหน้าที่เริ่มกลายเป็นสีชมพู

1 สัปดาห์ต่อมาแอวริลก็ยุ่งอยู่กับการหาเฟอร์นิเจอร์เข้ามาตกแต่งบ้าน แต่เธอก็เลือกเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นอย่างมีความสุข

ในระหว่างนั้นเธอได้ลากเซี่ยเฟยเดินทางไปชอปปิงตลอดทั้งวันจนทำให้ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมาไม่รู้จบ

ทั้งจักรวาลมีผู้ชายที่ชอบชอปปิงอยู่ไม่มากนัก และแน่นอนว่าเซี่ยเฟยก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบออกไปชอปปิงเหมือนกัน แต่สำหรับหญิงสาวทั่วทั้งจักรวาลแล้วร้อยละ 99 ต่างก็ชอบช่วงเวลาแห่งการชอปปิงด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อใกล้ถึงเวลาของงานเทศกาล เซี่ยเฟยก็กล่าวอำลาแอวริลเพื่อออกเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน โดยหญิงสาวได้สัญญาว่าเมื่อเซี่ยเฟยได้กลับมาบ้านอีกครั้ง เขาจะได้พบกับบ้านที่อบอุ่นและสวยงามรอต้อนรับเขาอยู่

วืด!

เบโอเนทเริ่มบินขึ้นไปในจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว

“เทศกาลของสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้งั้นเหรอ? ฉันอยากรู้แล้วว่าในงานจะมีของหายากอะไรรอพวกเราอยู่บ้าง?” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ฉันก็ตั้งตารออยู่เหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

***************

ซื้อบ้านแล้วจ้า ไม่มีใครไวเท่าพี่แกแล้ววว 5555

จบบทที่ ตอนที่ 341 บ้านของเรา

คัดลอกลิงก์แล้ว