เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - พบศัตรูคู่แค้นโดยบังเอิญ

บทที่ 43 - พบศัตรูคู่แค้นโดยบังเอิญ

บทที่ 43 - พบศัตรูคู่แค้นโดยบังเอิญ


บทที่ 43 - พบศัตรูคู่แค้นโดยบังเอิญ

ระหว่างทางกลับบ้าน เฉินเจ๋อเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่คุ้นตา

เงาร่างนั้นฝังลึกอยู่ในความทรงจำ ราวกับสลักไว้ในจิตวิญญาณของเจ้าของร่างเดิม

คนที่เฉินเจ๋อเห็น คืออดีตผู้ดูแลฝ่ายศิษย์รับใช้แห่งสำนักเมฆาล่อง

"นึกว่าถูกไล่ออกจากสำนักแล้วจะตกระกำลำบาก ที่ไหนได้ ดูท่าทางจะอยู่ดีกินดีเสียด้วย"

เฉินเจ๋อเห็นอดีตผู้ดูแลกำลังนั่งกินดื่มอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ในภัตตาคารแห่งหนึ่ง หัวเราะร่าเริงกับพรรคพวก

"หลิงเอ๋อร์ หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ" เฉินเจ๋อหันไปชวนจ้าวหลิงเอ๋อร์

จ้าวหลิงเอ๋อร์ทำหน้างง "นายท่าน ไหนบอกว่าอาหารข้างนอกไม่อร่อยไงเจ้าคะ?"

เฉินเจ๋อชะงักไปนิด "อ้อ... ก็ใช่ แต่ตอนนี้ได้เวลาอาหารพอดี แล้วร้านนี้ก็น่าจะมีอะไรเด็ดๆ

อีกอย่าง นานๆ กินอาหารข้างนอกที จะได้รู้ว่าอาหารฝีมือเจ้าอร่อยล้ำแค่ไหน

จริงไหมล่ะ?"

จ้าวหลิงเอ๋อร์หัวเราะคิกคิก "นายท่านช่างสรรหาคำมาพูดเอาใจหลิงเอ๋อร์จริงๆ"

"ฮ่าๆ" เฉินเจ๋อหัวเราะตาม แล้วพาจ้าวหลิงเอ๋อร์เดินเข้าไปในภัตตาคารที่อดีตผู้ดูแลนั่งอยู่

พอเข้าไปในร้าน เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบเข้ามาต้อนรับ "นายท่าน สองท่านนะขอรับ?"

"อืม"

"เชิญทางนี้เลยขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์พาไปนั่งที่โต๊ะว่าง

เสี่ยวเอ้อร์รินน้ำชา "รับอะไรดีขอรับ?"

เฉินเจ๋อสั่งทันที "เอาเมนูขึ้นชื่อของร้านมาสักสองสามอย่าง"

เสี่ยวเอ้อร์รู้งาน "ได้เลยขอรับ โปรดรอสักครู่"

เฉินเจ๋อจิบชา รสชาติธรรมดาๆ จึงวางลง

เขาเริ่มชวนจ้าวหลิงเอ๋อร์คุยเรื่องการเปิดร้าน

แม้จ้าวหลิงเอ๋อร์จะยังกังวล แต่เห็นเฉินเจ๋อมั่นใจ นางก็เออออตามไป

ระหว่างคุย เฉินเจ๋อก็หยอกล้อจ้าวหลิงเอ๋อร์เป็นระยะ

จ้าวหลิงเอ๋อร์ก็หัวเราะชอบใจ

อยู่กับเฉินเจ๋อนานเข้า จ้าวหลิงเอ๋อร์ที่เคยเรียบร้อยก็เริ่มเปิดเผยมากขึ้น แต่เฉพาะกับเฉินเจ๋อเท่านั้น

แม้ปากจะคุยกับจ้าวหลิงเอ๋อร์ แต่หูของเฉินเจ๋อกลับคอยฟังบทสนทนาของโต๊ะอดีตผู้ดูแล

ด้วยระดับพลังสร้างรากฐานชั้นที่ 4 การแอบฟังจึงเป็นเรื่องง่ายดาย

"ดูท่าหมอนี่จะไปไม่รอดในสำนักเมฆาล่องจริงๆ ผ่านไปตั้งหลายปี ยังย่ำอยู่แค่กลั่นลมปราณชั้นที่ 6 ถึงได้ดักดานอยู่แต่ฝ่ายศิษย์รับใช้"

ฟังไปสักพัก เฉินเจ๋อก็เริ่มเบื่อ มีแต่เรื่องไร้สาระ

"ลูกพี่ นานๆ จะได้ลงจากเขามาหาน้องนุ่ง พวกเราไม่ได้รวมตัวกันแบบนี้นานแล้ว วันนี้ต้องเมาไม่เลิกนะพี่"

"ใช่ๆ ลูกพี่ตอนนี้ได้ดิบได้ดี เป็นถึงผู้ดูแลในสำนักเมฆาล่อง ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ใครจะเป็นก็เป็นได้ มีแต่ลูกพี่เราเท่านั้นแหละ"

"ถูกที่สุด ได้ยินว่าต้องคุมศิษย์รับใช้เป็นพันคน ลูกพี่เราเจ๋งสุดๆ"

พรรคพวกต่างพากันยกยอ แตพอพูดถึงตำแหน่งผู้ดูแล สีหน้าของอดีตผู้ดูแลก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขาดูอึดอัดใจ แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นใจป้ำ "ฮ่าๆ แน่นอนสิ ไอ้พวกนับพันนั่น ใครกล้าหือกับข้า ถ้าพวกแกอยากไป เดี๋ยวข้าจัดให้"

เฉินเจ๋อคิดในใจ "ที่แท้ก็ยังไม่ได้บอกใครว่าโดนไล่ออก กะจะมาต้มตุ๋นพวกนี้สินะ"

อาหารมาเสิร์ฟพอดี "เชิญทานให้อร่อยขอรับ ต้องการอะไรเรียกได้เลยนะขอรับ"

เฉินเจ๋อพยักหน้า หยิบตะเกียบขึ้นมาชิม

"รสชาติสู้ฝีมือหลิงเอ๋อร์ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าหอสุรารวมใจหน่อยนึง"

"นายท่าน วันหลังไม่ต้องมากินข้างนอกแล้ว กลับไปหลิงเอ๋อร์ทำให้กินดีกว่าเจ้าค่ะ"

"ตกลง" เฉินเจ๋อที่เป็นระดับสร้างรากฐานแล้ว จริงๆ ไม่ต้องกินอาหารก็ได้ แต่เขากินจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว

กินไปได้นิดหน่อย เฉินเจ๋อก็วางตะเกียบ

"อิ่มแล้ว?"

เฉินเจ๋อส่ายหน้า "กลับไปกินฝีมือเจ้าดีกว่า"

"เสี่ยวเอ้อร์ เก็บเงิน"

เสี่ยวเอ้อร์เดินมาเห็นอาหารยังเหลือเต็มโต๊ะ "อาหารไม่ถูกปากหรือขอรับ?"

เฉินเจ๋อยิ้มบางๆ "เท่าไร?"

เสี่ยวเอ้อร์เข้าใจความหมาย "20 ตำลึงขอรับ"

เฉินเจ๋อวางเงินไว้บนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นเตรียมจะไป

ก่อนไป เขาหันไปมองอดีตผู้ดูแลแวบหนึ่ง

นั่งมาตั้งนาน อีกฝ่ายไม่สังเกตเห็นเขาเลย

"ดูท่ามันจะไม่เคยเห็นเจ้าของร่างเดิมอยู่ในสายตา หรืออาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยมีคนคนนี้อยู่

แต่เห็นมันมีความสุขขนาดนี้ ข้าก็รู้สึกหงุดหงิดพิลึก"

เฉินเจ๋อเดินออกจากร้าน ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขาแอบส่งพลังปราณสายหนึ่งออกไป

"ตุบ!"

เสียงคนตกเก้าอี้ดังมาจากด้านหลัง อดีตผู้ดูแลหงายหลังก้นจ้ำเบ้า

เฉินเจ๋อยิ้มมุมปาก เดินต่อไป

จ้าวหลิงเอ๋อร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงหันกลับไปมองผลงานของเจ้านาย

"นายท่าน นี่คือ...?"

เฉินเจ๋อยิ้ม "ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ"

ทางด้านอดีตผู้ดูแล ก้นกระแทกพื้นเจ็บจนร้องจ๊าก

พรรคพวกที่นั่งด้วยกันรีบเข้ามาพยุง "ลูกพี่ เป็นอะไรไหม?"

เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบวิ่งมาดู "นายท่าน เจ็บตรงไหนไหมขอรับ!"

ใครจะคิดว่า พอถูกพยุงขึ้นมา อดีตผู้ดูแลกลับถีบเสี่ยวเอ้อร์จนล้มคว่ำ "เก้าอี้ร้านเจ้ามันห่วยแตก ทำข้าเจ็บตัว!"

เสี่ยวเอ้อร์นั่งกุมท้องด้วยความงุนงง คิดในใจ "เกี่ยวอะไรกับข้า เจ้าเมาแล้วนั่งไม่นิ่งเองชัดๆ"

เตรื่องนี้ร้อนถึงเถ้าแก่ร้านต้องรีบวิ่งมาขอโทษขอโพย "ขออภัยจริงๆ ขอรับ เป็นความผิดของทางร้านเอง มื้อนี้ข้าลดราคาให้พิเศษ โปรดอย่าถือสาเลยนะขอรับ"

เถ้าแก่ร้านไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของลูกค้ากลุ่มนี้ แต่แอบได้ยินที่คุยกัน จึงไม่อยากมีเรื่อง

แต่อดีตผู้ดูแลกลับทำท่าไม่ยอมจบ เตรียมจะอาละวาด

เพื่อนร่วมโต๊ะรีบดึงตัวไว้ กระซิบข้างหู "ลูกพี่ ร้านนี้เป็นของตระกูลเย่ อย่ามีเรื่องดีกว่า"

อดีตผู้ดูแลกำลังโกรธจัด ตะโกนลั่น "ข้าเป็นผู้ดูแลสำนักเมฆาล่อง ข้าจะกลัว..."

พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ชะงัก เหมือนนึกอะไรขึ้นได้

เขาเพิ่งนึกได้ว่า เขาไม่ได้เป็นคนของสำนักเมฆาล่องแล้ว ตระกูลเย่เขาตอแยด้วยไม่ได้จริงๆ

อดีตผู้ดูแลจึงยอมนั่งลงอย่างเสียไม่ได้ "ช่างเถอะ"

"ขอบคุณที่เมตตาขอรับ เชิญทานต่อเลยขอรับ" เถ้าแก่ร้านโล่งอก หันไปดุเสี่ยวเอ้อร์เบาๆ "ลุกขึ้นไปทำงานสิ"

"เถ้าแก่ ข้า..." เสี่ยวเอ้อร์น้อยใจ

"ข้าอะไร ไปทำงาน" เถ้าแก่ตัดบท

พอกลับมานั่งที่โต๊ะ เพื่อนฝูงก็นึกว่าเขายังโมโห จึงพยายามพูดปลอบใจ

แต่อดีตผู้ดูแลไม่ได้คิดเรื่องนั้น เขากำลังสงสัยว่า ตัวเขาที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณ จะตกเก้าอี้ง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไร

"ต่อให้เก้าอี้ไม่ดี ประสาทสัมผัสของข้าก็น่าจะรู้ตัวก่อนสิ"

พอลองนึกย้อนกลับไป ภาพใบหน้าคนคนหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว แต่เขานึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

"หรือว่าเป็นฝีมือมัน?"

อดีตผู้ดูแลมองออกไปนอกร้าน สายตาสบเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งพอดี

ชายหนุ่มคนนั้นทำหน้าเยาะเย้ย ราวกับกำลังสมเพชเวทนาเขาอยู่

จบบทที่ บทที่ 43 - พบศัตรูคู่แค้นโดยบังเอิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว