- หน้าแรก
- มีมิติสรรพสิ่งทั้งที ข้าขอฝึกตนแบบอัตโนมัติแล้วกัน
- บทที่ 8 - หนี้หมดตัวเบา ฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่
บทที่ 8 - หนี้หมดตัวเบา ฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่
บทที่ 8 - หนี้หมดตัวเบา ฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่
บทที่ 8 - หนี้หมดตัวเบา ฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่
เสียหินปราณ 1 ก้อนซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิเศษมา 10 ชนิด เฉินเจ๋อพอใจมาก เจ้าของแผงก็พอใจเช่นกัน
ยื่นหมูยื่นแมวเสร็จ เฉินเจ๋อก็ถือเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิเศษ เดินตรงไปยังแผงลอยที่หมายตาไว้ก่อนหน้านี้
เมื่อครู่เดินผ่านแผงหนึ่งเห็นมีขายวิชาคาถา ส่วนใหญ่เป็นคาถาพื้นฐาน แถมขายไม่แพงด้วย
ก่อนหน้านี้ต้องขายข้าวปราณ หินปราณจึงไม่กล้าใช้สุรุ่ยสุร่าย
ตอนนี้เมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิเศษได้มาแล้ว ก็ถึงเวลาต้องจับจ่ายใช้สอยบ้าง
มาถึงแผงขายวิชา เฉินเจ๋อไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบตำราวิชาที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้สามเล่มขึ้นมาทันที วิชาซ่อนเร้น วิชาโล่ปฐพี และวิชาแทงทะลวงใจ
ทั้งสามวิชานี้ล้วนเป็นเคล็ดวิชาพื้นฐานที่สุด วิชาซ่อนเร้นใช้สำหรับปกปิดกลิ่นอาย เป็นเคล็ดวิชาที่ผู้ฝึกตนจำเป็นต้องมีในการออกสำรวจป่าอสูร
วิชาโล่ปฐพีเป็นเคล็ดวิชาป้องกันธาตุดิน พอดีเฉินเจ๋อมีรากปราณธาตุดินระดับต่ำ และตอนนี้เขากำลังขาดแคลนเคล็ดวิชาป้องกันอยู่พอดี
วิชาแทงทะลวงใจเป็นเคล็ดวิชาสายโจมตี มีวิธีโจมตีเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง ก็เท่ากับมีหนทางรอดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทาง
"สหายปถุชน วิชาสามเล่มนี้ราคาเท่าไร"
เจ้าของแผงมองดูตำราวิชาสามเล่มที่เฉินเจ๋อเลือก เป็นสามเล่มที่ธรรมดามาก จึงบอกราคาไปตรงๆ ว่า "เล่มละ 2 ก้อนหินปราณ รวมทั้งหมด 6 ก้อน"
"ลดหน่อยได้ไหม ท่านดูสิที่ข้าเลือกมามีแต่เคล็ดวิชาพื้นฐานทั้งนั้น 4 ก้อนหินปราณเป็นอย่างไร"
"ตกลง 4 ก้อนเอาไปเลย" เจ้าของแผงผู้บำเพ็ญเพียรอิสระตอบตกลงอย่างง่ายดาย
เคล็ดวิชาเหล่านี้มีประโยชน์แค่กับผู้ฝึกตนที่เพิ่งเริ่มต้นอย่างเฉินเจ๋อเท่านั้น แถมตำราสามเล่มนี้ยังคัดลอกใหม่ได้อีก ได้น้อยไป 1 ก้อนหินปราณก็ยังถือว่ากำไร ขอแค่ขายออกก็พอ
เฉินเจ๋อจ่ายหินปราณ 4 ก้อน เก็บตำราวิชาสามเล่มไว้อย่างพอใจ แล้วรีบเดินจากไป เขาแทบรอไม่ไหวที่จะกลับไปเริ่มฝึกฝน
พอกลับถึงบ้าน เฉินเจ๋อก็เริ่มเปิดดูตำราวิชาทั้งสามเล่มอย่างละเอียด ยังดีที่ทั้งสามเคล็ดวิชาเป็นพื้นฐาน การฝึกฝนจึงไม่ยากนัก ใช้เวลาไม่นานก็เข้าใจหลักการพื้นฐานแล้ว
ใช้เวลาอีก 5 ชั่วโมง ฝึกวิชาแทงทะลวงใจจนความเชี่ยวชาญถึงระดับเชี่ยวชาญ
เพราะวิชาแทงทะลวงใจเป็นวิชาดัชนีที่ค่อนข้างง่าย ไปๆ มาๆ ก็มีแค่ท่าเดียว แต่ท่านั้นมุ่งเป้าไปที่หัวใจ
เฉินเจ๋อพอใจในท่านี้มาก ท่านี้เน้นความเร็ว แม่นยำ และโหดเหี้ยม หนึ่งกระบวนท่าปลิดชีพ
หลังจากฝึกฝนวิชาแทงทะลวงใจจนถึงระดับเชี่ยวชาญ เฉินเจ๋อก็รู้สึกว่าดัชนีที่แทงออกไปรวดเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และยังให้ความรู้สึกถึงการแหวกฝ่าสายลม
วิชาแทงทะลวงใจเดิมทีเป็นวิชาโจมตีด้วยดัชนี แต่ถ้าในมือมีอาวุธวิเศษก็จะยิ่งสำแดงอานุภาพได้มากขึ้น
หลังจากฝึกฝนไม่หยุดหย่อน เฉินเจ๋อก็รู้สึกเหนื่อยล้า จึงหุงข้าวปราณกิน
กินเสร็จก็นั่งสมาธิพักผ่อนครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เริ่มฝึกฝนวิชาโล่ปฐพีและวิชาซ่อนเร้น จนกระทั่งทั้งสองวิชาบรรลุถึงระดับเชี่ยวชาญ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามดึก
ข้าวปราณที่หุงไว้ตอนกลางวันยังไม่หมด เฉินเจ๋อจึงจัดการกินต่ออีกสองชาม
พลังปราณฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยม เฉินเจ๋อเปิดดูหน้าต่างคุณสมบัติ
ชื่อ: เฉินเจ๋อ
ฐานะการบำเพ็ญเพียร: กลั่นลมปราณชั้นที่ 2 (74/100)
พรสวรรค์: รากปราณธาตุดินระดับต่ำ
วิชาบำเพ็ญเพียร: บันทึกเร้นสวรรค์ (ขั้นต้น) 95/100
เคล็ดวิชา:
วิชาจุดไฟ (สมบูรณ์แบบ) 840/1600
วิชาซ่อนเร้น (เชี่ยวชาญ) 1/200
วิชาโล่ปฐพี (เชี่ยวชาญ) 1/200
วิชาแทงทะลวงใจ (เชี่ยวชาญ) 1/200
มิติสรรพสิ่ง: ระดับ 1
"บันทึกเร้นสวรรค์ขาดอีก 5 ครั้ง ความเชี่ยวชาญก็จะเลื่อนระดับ ตอนนี้โคจรบันทึกเร้นสวรรค์ 5 ครั้ง เพิ่มระดับการบำเพ็ญเพียรได้ 1 แต้ม หลังเลื่อนระดับความเร็วในการฝึกฝนก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย"
"ดูท่า อีกไม่นานก็จะทะลวงผ่านสู่กลั่นลมปราณชั้นที่ 3 แล้ว"
พอคิดว่าระดับการบำเพ็ญเพียรใกล้จะทะลวงผ่าน เฉินเจ๋อก็มีแรงฮึดขึ้นมาทันที ตัดสินใจฝึกฝนต่อ
ยกระดับวิชาจุดไฟต่อไป เมื่อวานเฉินเจ๋อได้สัมผัสอานุภาพของวิชาจุดไฟระดับสมบูรณ์แบบมาแล้ว
ขโมยที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงกว่าเขาเมื่อวาน ยังทนรับวิชาจุดไฟไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว
นี่คือไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาในตอนนี้ ย่อมทำให้เขาฝึกฝนได้อย่างกระตือรือร้นยิ่งขึ้น
ข้างบ้านเฉินเจ๋อ ในห้องเช่าห้องหนึ่ง ไม่มีการจุดไฟ ในความมืดมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองบ้านของเฉินเจ๋ออย่างอาฆาตมาดร้าย
ตอนนี้เฉินเจ๋อยังคงฝึกฝนอยู่ ในห้องสว่างไสว
"นี่มันจะค่อนคืนแล้ว เจ้าเด็กนี่ทำอะไรอยู่ ไม่คิดจะหลับจะนอนทั้งคืนเลยหรือ"
ลูกน้องที่หลงจู๊ถงส่งมา หากไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องราวใหญ่โต ป่านนี้คงบุกเข้าไปจับตัวเฉินเจ๋อแล้ว
"ข้าไม่เชื่อหรอก ดูซิว่าเจ้าจะทนได้ถึงเมื่อไร รอข้าจับเจ้าได้เมื่อไร รับรองจะสั่งสอนเจ้าให้น่วม ก่อนจะส่งไปเหมืองแร่"
ลูกน้องของหลงจู๊ถงรู้สึกหงุดหงิด ปลาซิวปลาสร้อยตัวเดียวทำเขาเสียเวลาไปหลายวัน
เวลาหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าภายนอกเริ่มสว่าง
"ความเชี่ยวชาญของบันทึกเร้นสวรรค์ในที่สุดก็ถึงระดับเชี่ยวชาญแล้ว"
เฉินเจ๋อลองตรวจสอบดู ไม่ได้พักผ่อนทั้งคืน สภาพจิตใจก็ยังดีอยู่
เฉินเจ๋อไม่ได้พักผ่อน จิตเข้าสู่มิติสรรพสิ่ง
หลังจากกลับถึงบ้าน เก็บเกี่ยวข้าวปราณไปรอบหนึ่ง เขาก็ว่างเว้นที่นาไว้สองแปลง เพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิเศษสองต้น
"ไม่เลว ยังดีที่เจ้าของแผงไม่ได้หลอกลวง ของพวกนี้เป็นเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิเศษจริงๆ"
มองดูสมุนไพรวิเศษสองต้นในนาปราณ ผ่านไปหนึ่งวันก็เริ่มเป็นรูปร่าง เพียงแต่ตอนนี้อายุยังไม่ถึงเกณฑ์
สมุนไพรวิเศษสองต้น ต้นหนึ่งคือหญ้าวิเศษ อีกต้นคือดอกจิตสวรรค์ เป็นตัวยาสมุนไพรหลักสองชนิดที่ใช้ในการปรุงยาเม็ดรวบรวมปราณและยาเม็ดคืนจิต
นี่คือสิ่งที่เจ้าของแผงแนะนำเฉินเจ๋อมา
ยาทั้งสองชนิดนี้เป็นยาที่ใช้ในระดับกลั่นลมปราณ ยาเม็ดรวบรวมปราณใช้สำหรับฟื้นฟูพลังปราณระหว่างการฝึกฝน ยาชนิดนี้ค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไป
ยาเม็ดคืนจิตนั้นล้ำค่ากว่า ใช้สำหรับเพิ่มพูนและรักษาจิตที่ได้รับความเสียหาย
หญ้าวิเศษอายุ 10 ปี ก็สามารถนำมาปรุงยาได้ ดอกจิตสวรรค์ต้องรอถึง 30 ปี จึงจะนำมาใช้ปรุงยาได้ และยิ่งอายุมาก มูลค่าก็ยิ่งสูง
หญ้าวิเศษอายุ 10 ปี สามารถขายได้ 30 ก้อนหินปราณ ดอกจิตสวรรค์อายุ 30 ปี ขายได้ถึง 200 ก้อนหินปราณ
เฉินเจ๋อทอดถอนใจให้กับราคาของทรัพยากรการฝึกตน พลางคำนวณในใจ
เวลา 10 ปี ภายใต้การเร่งเวลา 500 เท่าของนาปราณ ใช้เวลาไม่ถึง 8 วัน ก็สามารถทำได้
ส่วนเวลา 30 ปี ก็ใช้เวลาเพียง 22 วันเท่านั้น
"กำไรมหาศาล!"
"สมุนไพรวิเศษเหล่านี้พอสุกงอมแล้ว ขอแค่เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ ก็สามารถปลูกต่อได้เรื่อยๆ"
"การเปิดใช้งานร้านค้าสรรพสิ่งอยู่แค่เอื้อมแล้ว"
หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวปราณอีกรอบ เฉินเจ๋อก็นำเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิเศษที่เหลืออีก 8 เมล็ด ปลูกลงในนาปราณทั้งหมด
ผลกำไรจากสมุนไพรวิเศษมันเย้ายวนใจเกินไป เฉินเจ๋อทนไม่ไหว ถึงกับยอมเลิกปลูกข้าวปราณ
เขาจะไม่ยอมเป็นทาสทำนาอีกต่อไป เขาจะเป็นเจ้าพ่อสมุนไพรวิเศษในเร็ววันนี้
"ฝึกฝนต่อ ลุย!"
เฉินเจ๋อราวกับมองเห็นความหวังในการฝึกตน เห็นวันที่ตัวเองเหาะเหินเดินอากาศ โลดแล่นไปในโลกผู้ฝึกตน ไฟในการฝึกฝนก็ลุกโชนขึ้นมาทันที
จิตออกจากมิติสรรพสิ่ง ไม่พักผ่อนเลย เริ่มฝึกฝนต่อทันที
คราวนี้ไม่ต้องรอถึง 5 ชั่วโมง ฝึกไปแค่ 3 ชั่วโมง เฉินเจ๋อก็พบความเปลี่ยนแปลงบนหน้าต่างคุณสมบัติ
เวลา 3 ชั่วโมง ใช้วิชาจุดไฟไป 120 ครั้ง โคจรบันทึกเร้นสวรรค์สามรอบ แต่ระดับการบำเพ็ญเพียรกลับเพิ่มขึ้น 1 แต้ม
"บันทึกเร้นสวรรค์ระดับเชี่ยวชาญ โคจรสามรอบก็เพิ่มระดับการบำเพ็ญเพียรได้หนึ่งแต้มแล้วหรือ"
"ตอนนี้ระดับการบำเพ็ญเพียรคือกลั่นลมปราณชั้นที่ 2 (76/100) ขาดอีก 24 แต้มก็จะทะลวงผ่าน นั่นคือต้องโคจรบันทึกเร้นสวรรค์อีก 72 รอบ วันหนึ่งฝึก 20 ชั่วโมง ก็ใช้เวลาอีก 4 วันก็จะทะลวงผ่าน"
"อีก 4 วัน ข้าก็เพิ่งมาโลกนี้ได้ 10 วัน เจ้าของร่างเดิมใช้เวลา 15 ปี ถึงได้สองชั้น
ข้าใช้เวลา 10 วัน ทะลวงผ่านหนึ่งชั้น นี่เกรงว่าจะเร็วกว่าความเร็วในการฝึกฝนของศิษย์สายตรงในสำนักเมฆาล่องหลายเท่าเลยกระมัง"
หลังจากมาถึงโลกนี้และได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เฉินเจ๋อก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับสำนักเมฆาล่องสักเท่าไร