- หน้าแรก
- มีมิติสรรพสิ่งทั้งที ข้าขอฝึกตนแบบอัตโนมัติแล้วกัน
- บทที่ 4 - เจ้าหนี้บุกทวง ให้เวลาห้าวัน
บทที่ 4 - เจ้าหนี้บุกทวง ให้เวลาห้าวัน
บทที่ 4 - เจ้าหนี้บุกทวง ให้เวลาห้าวัน
บทที่ 4 - เจ้าหนี้บุกทวง ให้เวลาห้าวัน
เวลานั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง "ไอ้แซ่เฉิน ถ้าเจ้ายังไม่ยอมเปิดประตู ข้าจะพังประตูผุๆ นี่เข้าไปแล้วนะ"
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น เฉินเจ๋อก็รีบตะเกียกตะกายลงจากเตียง วิ่งถลันไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก เฉินเจ๋อก็เห็นฝ่ามือขนาดใหญ่กำลังจะฟาดเข้าที่ใบหน้า
ยังดีที่เฉินเจ๋อไหวตัวทัน ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ฝ่ามือนั้นจึงวาดผ่านหน้าไปหวุดหวิด
คนเคาะประตูที่ตบพลาดถึงกับเซถลา ยังดีที่คนผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกตน ปฏิกิริยาว่องไว จึงยั้งกายไว้ได้ทัน
เฉินเจ๋อมองชายฉกรรจ์ตรงหน้าด้วยความสงสัย สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณ เป็นผู้ฝึกตนไม่ผิดแน่ แต่ดูไม่ออกว่าอยู่ในระดับใด อย่างน้อยน่าจะสูงกว่าเขาถึงสามระดับ
เพียงแต่ ชายฉกรรจ์ผู้นี้เขาจำไม่ได้เลยสักนิด ในความทรงจำก็ไม่มีข้อมูลของคนคนนี้
เฉินเจ๋อถามเสียงอ่อย "ท่านคือ?"
ชายฉกรรจ์ปรายตามองเฉินเจ๋อ ไม่ตอบคำ แต่ถอยไปยืนด้านข้าง เปิดทางให้เห็นคนที่อยู่ด้านหลัง ชายฉกรรจ์ผู้นี้ถอยไปยืนอยู่หลังชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหรา
เฉินเจ๋อถึงได้เห็นชัดถนัดตา ว่าคนที่มาไม่ได้มีแค่ชายฉกรรจ์คนเดียว แต่ยังมีอีกสองคน และล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่ดูไม่ออกว่าระดับใดทั้งสิ้น
เฉินเจ๋อพินิจดู ชายวัยกลางคนสวมชุดหรูหราน่าจะเป็นหัวหน้า ส่วนสองคนด้านหลังน่าจะเป็นลูกน้อง
เฉินเจ๋อกลับรู้สึกคุ้นหน้าชายวัยกลางคนอยู่บ้าง เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งนึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน
เรื่องนี้ต้องโทษเจ้าของร่างเดิม เมื่อก่อนดื่มหนักเกินไป เมามายทุกวี่วัน สมองมึนงงจะไปจำอะไรได้
เฉินเจ๋อรู้ว่าสามคนนี้คงไม่มาหาเรื่องโดยไร้สาเหตุ ล้วนเป็นผู้ฝึกตน แถมยังมีระดับสูงกว่าเขา ไม่มีความจำเป็นต้องมาหาเรื่องยาจกอย่างเขา
ดูท่า ที่อีกฝ่ายบอกว่าให้คืนเงิน คงจะเป็นเรื่องจริง
แค่ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมไปติดเงินใครไว้เท่าไร หากไปกู้หนี้นอกระบบแล้วไม่มีปัญญาจ่าย ก็คงต้องวางแผนหนีแล้ว
สู้คงสู้ไม่ได้ ผู้กล้าไม่กินน้ำพริกถ้วยเก่า ถามให้รู้เรื่องก่อนดีกว่า
เฉินเจ๋อกลุ้มใจ เจ้าของร่างเดิมก่อหนี้ ทำไมเขาต้องมาตามใช้ด้วยเล่า
เฉินเจ๋อถามหยั่งเชิง "ขออภัยด้วย ข้าเพิ่งสร่างเมา เรื่องราวหลายอย่างยังนึกไม่ออก รบกวนถามหน่อยเถิด ข้าติดเงินท่านเท่าไร"
ชายวัยกลางคนปรายตามองเฉินเจ๋อ "แกล้งโง่ คิดจะเบี้ยวหนี้รึ"
เฉินเจ๋อเห็นว่าพอชายวัยกลางคนพูดจบ ชายฉกรรจ์สองคนด้านหลังก็ทำท่าจะปรี่เข้ามาสั่งสอนเขา ให้รู้ซึ้งถึงผลของการเบี้ยวหนี้
เฉินเจ๋อรีบฉีกยิ้มประจบ "ไม่มีๆ ไม่มีเด็ดขาด ข้าเพิ่งสร่างเมา สมองยังตื้อๆ นึกไม่ออกชั่วขณะ ไม่ได้มีเจตนาจะเบี้ยวหนี้แน่นอน"
เมื่อได้ยินเฉินเจ๋อพูดเช่นนั้น ชายวัยกลางคนก็มองดูเฉินเจ๋ออีกครั้ง เขารู้สึกว่าเฉินเจ๋อดูเหมือนจะมีอะไรเปลี่ยนไป
ชายวัยกลางคนเห็นท่าทางจริงใจของเฉินเจ๋อ ไม่เหมือนกำลังโกหก จึงโบกมือห้ามชายฉกรรจ์ทั้งสอง
ชายวัยกลางคนสงสัยในใจ "เจ้าเด็กนี่ ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย"
ชายวัยกลางคนเอ่ยปากว่า "เจ้าติดค่าเหล้าที่หอสุรารวมใจของเรา เมื่อไรจะจ่าย"
พอได้ยินว่าเป็นค่าเหล้า เฉินเจ๋อก็วางใจลงเปราะหนึ่ง ยังดีที่ไม่ใช่หนี้นอกระบบ กินเหล้าจะติดเงินสักเท่าไรเชียว
เฉินเจ๋อถามว่า "ติดเท่าไร ท่านว่ามาเลย"
ชายวัยกลางคนยิ้ม "ไม่มาก แค่หินปราณสิบก้อน"
"อะไรนะ หินปราณสิบก้อน นี่ดื่มสุราเซียนเข้าไปหรือไร" เฉินเจ๋อตกใจแทบสิ้นสติ
เฉินเจ๋อมองดูชายวัยกลางคนและลูกน้อง ตอนนี้จะพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เดี๋ยวจะเจ็บตัว
"หินปราณสิบก้อนมันมากโขอยู่ ผ่อนผันให้สักไม่กี่วันได้หรือไม่ ท่านก็เห็น บ้านข้าไม่มีของมีค่าอะไรเลย ปุบปับจะให้หามาคงไม่ได้"
พูดจบ เฉินเจ๋อก็เบี่ยงตัวให้ชายวัยกลางคนเห็นสภาพภายในห้อง
ชายวัยกลางคนชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง "ฮึ ตอนอยากกินเหล้า เจ้าไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา"
ชายวัยกลางคนแสร้งทำเป็นหวังดี "พอดีเลย ข้ารู้จักเหมืองแร่แห่งหนึ่งกำลังต้องการคนขุดแร่ ไปทำก็ได้หินปราณสิบก้อนแล้ว แถมยังได้ค่าแรงเดือนละสามก้อนอีกด้วย"
"ขุดแร่?"
เฉินเจ๋อเข้าใจแจ่มแจ้ง ชายวัยกลางคนผู้นี้คงรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีปัญญาใช้หนี้ จึงรอจังหวะส่งเขาไปขุดแร่
ในความทรงจำของเฉินเจ๋อ แร่พวกนั้นปถุชนทั่วไปขุดไม่ไหว ต้องเป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังปราณอย่างเขาเท่านั้นถึงจะขุดได้
แต่ผู้ฝึกตนที่จะเลือกไปขุดแร่ มีแต่พวกที่หมดหนทางแล้วเท่านั้นถึงจะทำ
และถ้าเข้าไปในเหมืองแร่แล้ว ชีวิตก็ไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไป
งานที่ต้องทำทุกวันคือการขุดแร่ไม่รู้จบ ไม่มีเวลาให้ฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย
เข้าไปในเหมืองแร่ ก็เท่ากับต้องติดอยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิต ถูกกดขี่ขูดรีดจนกว่าจะตาย
เหมืองแร่ล้วนอยู่นอกเมือง ไม่ปลอดภัยเหมือนในเมือง ในเมืองยังมีองครักษ์ของจวนเจ้าเมือง ค่อนข้างจะมีหลักประกันมากกว่า
"หลงจู๊ถง ขอเวลาอีกไม่กี่วันได้หรือไม่ ข้าจะหาหินปราณมาคืนท่านให้ครบแน่นอน ถ้าหาไม่ได้ ข้าจะยอมไปขุดแร่ใช้หนี้ท่าน" เฉินเจ๋ออ้อนวอน
ขุดแร่ไม่มีทางเป็นไปได้ ชาตินี้ไม่มีทาง
ชายวัยกลางคนครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วยิ้มกล่าวว่า "ได้ ให้เวลาเจ้าอีกห้าวัน ถ้ายังไม่มีเงินมาคืน ก็อย่าโทษพวกเราแล้วกัน"
เวลาห้าวัน ชายวัยกลางคนรอได้ เขาไม่อยากลงมือในเมืองวั่นหนานสุ่มสี่สุ่มห้า หากทำให้หน่วยลาดตระเวนแตกตื่น จะได้ไม่คุ้มเสีย
เหมืองแร่นั้นความจริงแล้วเป็นเหมืองเถื่อนที่เขาหุ้นกับคนอื่นเปิดขึ้นมา หากความแตก คงไม่พ้นโดนคนของจวนเจ้าเมืองรีดไถ
และยิ่งมีคนรู้เรื่องเหมืองแร่มากเท่าไร ผลเสียก็จะตกอยู่ที่เขามากที่สุด
เหตุที่เลือกเป้าหมายอย่างเฉินเจ๋อ ก็เพราะรู้ว่าคนแบบนี้ไร้ฝีมือ ไร้คนหนุนหลัง ส่งคนแบบนี้ไปที่เหมืองแร่จะควบคุมง่ายที่สุด
ห้าวัน?
เฉินเจ๋อกัดฟันตอบ "ตกลง ห้าวัน"
เฉินเจ๋อวางแผนไว้แล้ว ถ้าหาเงินไม่ได้ เขาก็จะหนี
"อย่าคิดหนี ข้าจะส่งคนมาเฝ้าเจ้าไว้" ชายวัยกลางคนราวกับมองความคิดของเฉินเจ๋อออก ทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมชายฉกรรจ์สองคน
ราวกับว่าเฉินเจ๋อไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของเขา เขาไม่ได้เห็นเฉินเจ๋ออยู่ในสายตาเลย
ลับหลังชายวัยกลางคน เฉินเจ๋อก็รีบปิดประตูห้อง ครุ่นคิดหาวิธีหนี
หินปราณสิบก้อน เวลาห้าวันเขาไม่มีทางหามาได้ ตอนนี้เขาไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง
ระหว่างที่คิด เฉินเจ๋อก็ไม่ลืมที่จะใช้วิชาจุดไฟไปด้วย ต่อให้ต้องหนี ก็ต้องมีฝีมือที่แข็งแกร่งพอ
คิดไปคิดมา เฉินเจ๋อก็ยังคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่รัดกุมไม่ได้
เมืองวั่นหนานแม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ใกล้สำนักเมฆาล่อง แต่ก็มีตระกูลผู้ฝึกตนตั้งอยู่มากมาย แถมยังมีจวนเจ้าเมืองอีก
เจ้าเมืองวั่นหนานมีฝีมือแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาตระกูลเหล่านี้ ว่ากันว่าเป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐาน การทะลวงสู่ขอบเขตแก่นทองคำก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา
และคนที่สามารถหากินในเมืองวั่นหนานได้อย่างราบรื่น ย่อมต้องมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับจวนเจ้าเมืองและตระกูลผู้ฝึกตนต่างๆ
ชายวัยกลางคนผู้นั้นเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่ เฉินเจ๋อไม่เชื่อว่าเขาจะไม่มีความสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลเหล่านี้
การจะหนีออกจากเมืองวั่นหนาน จึงยากเย็นแสนเข็ญ
คิดอยู่ครึ่งค่อนวัน เฉินเจ๋อก็ใช้วิชาจุดไฟไปอีก 20 ครั้ง เตรียมจะนั่งขัดสมาธิฟื้นฟูพลังปราณ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าในตันเถียนยังมีพลังปราณเหลืออยู่
"ดูท่า การเลื่อนระดับความเชี่ยวชาญไม่เพียงทำให้วิชาจุดไฟมีอานุภาพรุนแรงขึ้น แต่ยังทำให้การสิ้นเปลืองพลังปราณลดน้อยลงด้วย"
เฉินเจ๋อใช้วิชาจุดไฟต่อ จนกระทั่งพลังกายและพลังปราณหมดเกลี้ยงจริงๆ
"ถ้าความเชี่ยวชาญเลื่อนถึงระดับเชี่ยวชาญ ก็สามารถใช้วิชาจุดไฟเพิ่มได้อีก 5 ครั้ง ถ้าฝึกไปจนถึงขั้นสุดท้าย ไม่เท่ากับว่าสามารถปล่อยวิชาจุดไฟได้เป็นร้อยครั้งรวดเลยหรือ"
แค่คิดถึงภาพนั้น เฉินเจ๋อก็รู้สึกตื่นเต้น ลูกไฟนับร้อยลูกพุ่งออกไป ภาพเหตุการณ์นั้นต้องอลังการงานสร้างแน่นอน