เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 334 ห้ามต่อรอง!

ตอนที่ 334 ห้ามต่อรอง!

ตอนที่ 334 ห้ามต่อรอง!


ตอนที่ 334 ห้ามต่อรอง!

“โกลด์แพนเธอร์!? พวกคุณกำลังพูดถึงสัตว์อสูรธาตุไฟผสมน้ำแข็งอยู่หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เห็นได้ชัดว่าชายฉกรรจ์ผู้สวมสร้อยทองคำรู้สึกระแวงเซี่ยเฟยมาก เขาจึงขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปทางวินด์ไชม์เพื่อขอความคิดเห็น

“ฉูซือเขาคนนี้เป็นมิตรสหายที่ดีของฉันเอง ฉันให้การรับรองกับเขาได้” วินด์ไชม์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ในเมื่อเขาเป็นมิตรสหายที่ดีของพี่ ถ้าอย่างนั้นผมก็จะบอกความจริงกับเขา” ฉูซือกล่าวพร้อมกับพยักหน้า จากนั้นเขาก็หันไปกล่าวกับเซี่ยเฟยว่า

“ลอเรนโซ่มีลูกน้องคนหนึ่งที่คอยกดขี่คนจนและคอยหาทรัพย์สินกับผู้หญิงไปให้กับเขา ซึ่งลูกน้องคนนี้มีชื่อว่าไป๋ห่าว”

“เมื่อไม่นานมานี้คนของเราแจ้งมาว่าไป๋ห่าวได้รับสัตว์อสูรที่ชื่อว่าโกลด์แพนเธอร์มาโดยบังเอิญ ว่ากันว่าสัตว์อสูรตัวนี้มีระดับที่สูงมากและมีค่ามากกว่ายานรบทั้งลำ เราจึงวางแผนที่จะขโมยสัตว์อสูรตัวนี้มาก่อนที่ไป๋ห่าวจะมอบมันให้กับลอเรนโซ่”

“บอกตามตรงว่าถึงแม้ว่าพวกเราจะถูกเรียกว่ากบฏ แต่สมาชิกภายในทีมก็เป็นเพียงแค่พ่อค้ากับเกษตรกร พวกเราจึงไม่มีโอกาสชนะทหารของลอเรนโซ่ได้เลย ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงตั้งใจที่จะเอาอสูรตัวนี้ไปแลกเป็นอาวุธเพื่อมาจัดการกับลอเรนโซ่ในภายหลัง”

“สายข่าวแจ้งมาว่าไป๋ห่าวกลัวว่าสินค้ารอบนี้จะได้รับอันตราย เขาจึงคิดจะเริ่มขนส่งสินค้าไปให้เจ้านายของตัวเองในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเราต้องเริ่มเคลื่อนไหวทันทีไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะสายเกินไป”

วินด์ไชม์พยักหน้าเสริมคำพูดของฉูซือเพื่อย้ำว่าสิ่งที่ชายฉกรรจ์พูดมาคือความจริงทุกประการ

“มันจะต้องเป็นโกลด์แพนเธอร์แน่ ๆ สัตว์อสูรตัวนี้มีระดับรองลงมาจากราชาสัตว์อสูรเท่านั้น ถ้านายสามารถเอามันมาเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของนายได้ มันก็จะมีประโยชน์กับนายมาก” อันธอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

เซี่ยเฟยคุ้นเคยกับเนื้อหาภายในบันทึกมนตราอสูรเป็นอย่างดี เขาย่อมรู้ดีว่าสัตว์อสูรอย่างโกลด์แพนเธอร์เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากเพียงใด และถ้าหากว่าเขาสามารถทำให้สัตว์อสูรตัวนี้เป็นสัตว์อสูรรับใช้ของเขาได้สำเร็จ มันก็คงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้โดยรวมของเขาขึ้นไปจากเดิมเป็นอย่างมาก

“พี่วินด์ไชม์พวกเรามาทำข้อตกลงกันดีไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

“ข้อตกลงอะไร?” วินด์ไชม์กล่าว

“พวกคุณกำลังต้องการอาวุธอยู่ใช่ไหม? ผมมีอาวุธอยู่บนยานของผมด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ผมยังมีทั้งอาหารกับยาด้วย และผมก็ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนพวกมันกับโกลด์แพนเธอร์” เซี่ยเฟยกล่าว

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจทันทีเมื่อพวกเขาได้ยินว่าเซี่ยเฟยมีทั้งอาวุธและเสบียง

“จริงเหรอ?”

“นายพูดเรื่องจริงใช่ไหม?”

“พี่วินด์ไชม์สัตว์อสูรไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเรา พวกเราแลกมันกับเสบียงของน้องชายคนนี้ดีกว่า”

“ใช่แล้วพี่วินด์ไชม์ ตอนนี้ทุ่งดาวแห่งความตายกำลังอยู่ในสภาวะสงคราม ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเราจะมีเงินแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะสามารถหาซื้ออาวุธและเสบียงได้ สมมุติว่าสิ่งที่น้องชายเซี่ยเฟยพูดมาเป็นความจริงอาวุธกับเสบียงของเขาคงจะช่วยพวกเราได้เยอะมาก”

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ตอนนี้พวกเราไม่มีแม้แต่อาวุธแล้วพวกเราก็คงไม่สามารถใช้จอบใช้เสียมสู้กับจิ้งจอกเฒ่าลอเรนโซ่ได้ใช่ไหม?”

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ไม่ใช่นักรบที่แท้จริง ดังนั้นเมื่อพวกเขาได้ยินว่าเซี่ยเฟยมีอาวุธและเสบียงอยู่ในมือ พวกเขาจึงรีบโน้มน้าวให้วินด์ไชม์ยอมรับข้อเสนอของเซี่ยเฟยโดยพลัน

“ตอนนี้ยานของนายอยู่ไหน?” วินด์ไชม์กล่าวถาม

“อยู่ห่างจากที่นี่ไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปยังหน้าจอไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดใช้งานระบบเคลื่อนที่อัตโนมัติของเบโอเนท

“สิ่งที่ผมมีคือปืนเลเซอร์ไรเฟิล 50 กระบอก, ปืนพกแกมมา 10 กระบอก, ระเบิดคลื่นแสง 2 กล่อง, กระสุนปืนยาว 10 กล่อง, กระสุนปืนพก 10 กล่อง, เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่, ผลไม้กระป๋องอย่างละ 100 กล่อง, แป้งอบแห้ง 3 ตัน นอกจากนี้ยังมีเกลือ, กาแฟ, เครื่องปรุงและยารักษาโรคอีกมากมาย พวกคุณคิดว่าของพวกนี้เพียงพอที่จะแลกกับโกลด์แพนเธอร์ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวขณะนำทุกคนเดินเข้าไปในคลังสินค้าของเบโอเนท

เดิมทีเขาตั้งใจที่จะมอบของพวกนี้ให้กับวินด์ไชม์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะท้ายที่สุดเธอก็เป็นเพื่อนสนิทของพอตเตอร์เขาจึงไม่ต้องการให้เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากนัก อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้ยินข่าวว่ามันมีโกลด์แพนเธอร์ปรากฏตัวขึ้นมา เขาก็เลยใช้เสบียงพวกนี้เพื่อขอแลกกับโกลด์แพนเธอร์ไปซะเลย และถึงแม้ว่าของพวกนี้จะมีค่าในยามสงครามแต่โกลด์แพนเธอร์ก็มีมูลค่ามากกว่าของพวกนี้นับ 100 เท่า

“พอ! โอ้พระเจ้าดูนั่นสิ! นั่นมันปืนเลเซอร์ไรเฟิลรุ่นใหม่ล่าสุด ถึงแม้ว่าเราจะมีเงินแต่เราก็คงจะไม่สามารถหาซื้อปืนรุ่นใหม่แบบนี้ในภูมิภาคดาวมฤตยูได้” ชายหนวดดำหยิบปืนไรเฟิลขึ้นมาก่อนราวกับว่าเขาเป็นเด็กที่ได้รับของเล่นใหม่

คนพวกนี้อาศัยอยู่ในทุ่งดาวแห่งความตายมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยได้สัมผัสกับอุปกรณ์ระดับสูงที่ถูกขนส่งตรงมาจากพันธมิตร

“อุปกรณ์และเสบียงพวกนี้ดีมาก แต่สมาชิกภายในกองกำลังของเรามีอยู่มากกว่า 500 คน ดังนั้นอาวุธแค่นี้จึงยังไม่เพียงพอ” ฉูซือกล่าวเบา ๆ กับวินด์ไชม์

เซี่ยเฟยมีประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไปมากเขาจึงสามารถได้ยินเสียงกระซิบระหว่างฉูซือกับวินด์ไชม์ได้อย่างชัดเจน และมันก็ทำให้เขารู้สึกรำคาญชายที่ชื่อว่าฉูซือขึ้นมาเล็กน้อย เพราะมันทำให้แผนการของเขาต้องใช้ต้นทุนมากขึ้นกว่าเดิม

“เดี๋ยวอีก 3 วันผมจะส่งปืนไรเฟิลมาให้เพิ่มอีก 500 กระบอก, กระสุนเพิ่มอีก 50 กล่องและเสบียงอื่น ๆ เพิ่มมากกว่านี้อีก 3 เท่า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“นี่นายพูดจริงใช่ไหม?” ฉูซืออุทานออกมาอย่างตกใจ

“จริงสิ แต่ผมมีข้อแม้อยู่ข้อหนึ่ง” เซี่ยเฟยกล่าวขณะที่จ้องมองไปทางวินด์ไชม์

“ข้อแม้อะไร?” วินด์ไชม์กล่าวทั้งที่ยังคงจมอยู่กับความสุขที่ได้รับเสบียงมาเป็นจำนวนมาก เธอจึงไม่ทันได้สังเกตถึงความต้องการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดของเซี่ยเฟย

“คุณจะต้องกลับไปพันธมิตรพร้อมกับผม” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันจริงจัง

“อะไรนะ?!” วินด์ไชม์อุทานด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ก่อนที่เธอจะจ้องมองไปทางเซี่ยเฟยด้วยความโกรธเล็กน้อย

“พูดตามตรงว่าโกลด์แพนเธอร์ไม่ได้มีค่ามากพอที่ผมจะต้องแลกมันกับเสบียงมากมายขนาดนี้เลย พี่วินด์ไชม์คุณน่าจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของผมดีใช่ไหม? ดังนั้นถ้าหากว่าผมต้องการคุณก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอของผมได้ ไม่อย่างนั้นข้อเสนอทั้งหมดนี้จะถือว่าเป็นโมฆะและขอให้ทุกคนโชคดีกับการใช้จอบใช้เสียมเพื่อต่อสู้กับลอเรนโซ่คนนั้น”

“พวกเรามาต่อรองกันหน่อยไหม? พี่วินด์ไชม์คือผู้นำของพวกเรา ถ้าเธอจากไปพวกเราจะทำยังไง?” ฉูซือพยายามกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันอ้อนวอน

“ห้ามต่อรอง” เซี่ยเฟยโบกมือพร้อมกับพูดอย่างเด็ดขาด

วินด์ไชม์รู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง ซึ่งในความเป็นจริงเธอก็รู้ดีว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงทำแบบนี้ เพียงแต่วิธีการของชายหนุ่มค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจมากเกินไป

“ไอ้หนูนี่เอ็งไม่กลัวว่าพี่น้องทั้ง 500 คนของเราจะร่วมมือกันจัดการนายที่นี่อย่างนั้นเหรอ?” ชายฉกรรจ์ผิวดำคนหนึ่งเริ่มขู่เซี่ยเฟย

“ถ้าพวกคุณอยากลองก็ได้นะ ผมกำลังพยายามหาข้อแก้ตัวที่จะฆ่าพวกคุณอยู่พอดี ถึงยังไงพี่วินด์ไชม์ก็ต้องมากับผม ไม่อย่างนั้นทุกคนก็คงจะต้องเผชิญกับโชคชะตาอันเลวร้าย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเย็นชา

“ไอ้หนูนี่มันจะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ! นายคนเดียวจะจัดการกับพี่น้องกว่า 500 คนของพวกเราได้ยังไง”

“นายจะพูดตามอำเภอใจมากเกินไปแล้ว! ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับพี่วินด์ไชม์เป็นยังไงกันแน่?”

“เลิกพูดเรื่องไร้สาระ แล้วรีบจัดการเขากันเถอะพี่น้อง!!”

เมื่อมีใครบางคนพูดขึ้นมาฝูงชนก็เริ่มที่จะเคลื่อนตัวเข้าหาเซี่ยเฟย อย่างไรก็ตามชายหนุ่มยังคงยืนอยู่เฉย ๆ และกวาดตามองฝูงชนอย่างเย็นชาราวกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวฝูงชนพวกนี้เลย

“หยุด! เลิกเถียงกันได้แล้ว! ฉัน... ฉันจะไปกับเขา” วินด์ไชม์กัดฟันพูดขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ

วินด์ไชม์มองดูสหายร่วมอุดมการณ์และดินแดนที่คุ้นเคยแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเดินตามเซี่ยเฟยขึ้นไปบนเบโอเนท

“อาวุธกับเสบียงที่นายสัญญาเอาไว้จะมาถึงแน่ใช่ไหม?”

“ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างจะเรียบร้อยเป็นอย่างดี”

เซี่ยเฟยพาวินด์ไชม์นั่งบนโต๊ะอาหารก่อนที่จะรินกาแฟให้เธอดื่ม แต่วินด์ไชม์เอาแต่จ้องมองไปยังทะเลดาวนอกช่องหน้าต่างโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

เซี่ยเฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า

“คุณเป็นเพื่อนของลุงพอตเตอร์ผมจึงถือว่าคุณเป็นมิตรสหายของผมด้วย ดังนั้นผมจึงทนดูคุณตายไม่ได้จริง ๆ”

“ตอนแรกผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะบังคับคุณหรอกครับ ผมแค่จะให้อาวุธกับเสบียงที่มากพอที่จะให้คุณใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ในภูมิภาคดาวมฤตยูเท่านั้น แต่ในเมื่อผมรู้เรื่องที่คุณเป็นผู้นำกลุ่มกบฏแล้วผมก็คงจะปล่อยคุณเอาไว้ที่นั่นเฉย ๆ ไม่ได้”

“ถ้าคุณเริ่มขัดขืนผมก็จะขังคุณเอาไว้จนกว่าพวกเราจะไปถึงพันธมิตร และถึงแม้ว่าคุณจะเกลียดผมไปตลอดชีวิตแต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่สำคัญสำหรับผมเลย ท้ายที่สุดความตายก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ดังนั้นสิ่งเดียวที่ผมต้องการคือการทำยังไงก็ได้ให้คุณกลับไปจนถึงพันธมิตรอย่างปลอดภัย”

“จริง ๆ แล้วเรื่องของฉันกับพอตเตอร์มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด…” วินด์ไชม์กล่าวขึ้นมาอย่างลังเล

“เก็บคำพูดพวกนั้นเอาไว้บอกกับลุงพอตเตอร์เองเถอะครับ ผมแค่หวังว่าคุณจะยอมเดินทางกลับโดยไม่งอแงระหว่างทางเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเฉยเมย

วินด์ไชม์พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ เซี่ยเฟยจึงส่งเธอเข้าไปในห้องนอนที่ว่างเปล่า

“ผมจะออกไปเอาโกลด์แพนเธอร์สักพัก คุณช่วยรอผมในห้องไปก่อนก็แล้วกัน”

หลังจากกล่าวจบเซี่ยเฟยก็ปิดประตูพร้อมกับล็อกห้องจากด้านนอก ราวกับว่าเขากลัวว่าวินด์ไชม์จะแอบหนีไปในระหว่างที่เขาไม่อยู่

“นายทำตัวหยาบคายมากเกินไปหรือเปล่า? ปกตินายเคารพการตัดสินใจของคนอื่นดีนี่ แล้วทำไมวันนี้นายถึงไม่เคารพการตัดสินใจของวินด์ไชม์เลย” อันธกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ถ้านายรู้ว่าเธอกำลังจะไปตายแล้วนายคิดว่าฉันควรจะหยุดเธอเอาไว้ไหมล่ะ อย่าลืมว่าเธอคือคนรักของลุงพอตเตอร์แล้วถ้าเธอตายลุงพอตเตอร์จะเป็นยังไง? ถึงแม้ว่าฉันจะไม่อยากทำแบบนี้แต่ฉันก็จะต้องเอาเธอกลับไปพร้อมกับฉันให้ได้ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้มันจะทำให้เธอรู้สึกเกลียดฉันไปตลอดชีวิตก็ตาม” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างหนักแน่นโดยไม่เหลือช่องว่างให้ต่อรอง

เบโอเนทเคลื่อนตัวออกไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะลงจอดซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาที่อยู่ภายใต้พายุทะเลทราย เซี่ยเฟยจึงไม่จำเป็นจะต้องกังวลว่าจะมีคนมาพบยานรบของเขาเลย

ระหว่างที่ยานกำลังลงจอดเซี่ยเฟยก็ทำการสวมชุดบลีดดิ้งก็อด, ติดตั้งเซเลสเชียลมูนทางมือขวาและหยิบเดือยกระดูกมาใส่ปลอกทางด้านซ้าย นอกจากนี้เขายังมีดาบอีวีสเซอเรทเก็บไว้ในแหวนมิติ และแม้แต่อสรพิษพันธนาการที่เขาเพิ่งได้รับมาใหม่ก็พร้อมที่จะถูกเรียกออกมาทำการสู้รบด้วยเช่นเดียวกัน

“โกลด์แพนเธอร์จ๋าพี่มาแล้วจ้ะ!” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะเคลื่อนที่หายไปท่ามกลางพายุทะเลทรายอย่างรวดเร็ว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 334 ห้ามต่อรอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว