เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 327 ถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

ตอนที่ 327 ถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

ตอนที่ 327 ถึงภูมิภาคดาวมฤตยู


ตอนที่ 327 ถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

วืด!

กองยานที่ประกอบไปด้วยยานรบรุ่นที่ 2, ยานอุตสาหกรรม 2 ลำ, ยานเดสทรอยเยอร์ 2 ลำและยานฟริเกตอีก 4 ลำ กำลังบินออกจากพื้นที่เขตพันธมิตรมุ่งหน้าตรงไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู

“ทุกคนได้รับแผนที่ดาวที่ฉันส่งไปให้แล้วหรือยัง?” เซี่ยเฟยซึ่งกำลังยืนอยู่ในห้องบัญชาการของยานเบโอเนทกล่าวผ่านระบบสื่อสารไปยังห้องบัญชาการของยานทุกลำภายในกองยาน

“ได้แล้ว”

“ได้รับแล้วครับ”

“โอเค พี่บุชเชอร์นำยานเดรสทรอยเยอร์ไปเป็นกองหน้าจำนวน 2 ลำ ส่วนยานลำอื่นสร้างแนวป้องกันปกป้องยานอุตสาหกรรมเอาไว้ หลังจากนี้กองยานของพวกเราจะเริ่มออกเดินทางโดยมีจุดหมายคือภูมิภาคดาวมฤตยู!” เซี่ยเฟยสั่งการด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เอาล่ะเรามารอดูกันซิว่าระบบเรดาร์แบล็คแบทของนายจะทรงพลังแค่ไหน? ตราบใดก็ตามที่มันทำงานได้ฉันสัญญาว่าการเดินทางครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี” บุชเชอร์กล่าว

“ถึงแม้ระบบเรดาร์แบล็คแบทจะยังไม่ถูกพัฒนาจนถึงขั้นสมบูรณ์ แต่มันก็ยังมีประสิทธิภาพมากเพียงพอที่จะนำมาใช้งานได้ เชิญพี่ออกไปสำรวจล่วงหน้าก่อนได้เลยครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่พี่ส่งสัญญาณปลอดภัยกลับมาพวกเราจะเริ่มออกเดินทางในทันที” เซี่ยเฟยกล่าว

ภารกิจขนส่งในครั้งนี้มีความสำคัญถึงขั้นชี้ชะตาแผนการในอนาคตของเขา และถึงแม้ว่าสตาร์เน็ตเวิร์กจะยังไม่ถูกปิดกั้นแต่มันก็อาจจะถูกสัญญาณรบกวนได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ระบบสตาร์เน็ตเวิร์กไม่สามารถใช้ในการสื่อสารได้จริง ๆ ในเวลานั้นพวกเขาก็จำเป็นจะต้องพึ่งระบบเรดาร์แบล็คแบท

“ฉันไปก่อนละนะ ถ้ามันไม่มีอะไรผิดปกติหลังจากที่ฉันออกจากรูหนอน ฉันจะรีบส่งสัญญาณกลับมาในทันที” บุชเชอร์กล่าวขณะที่มีรูหนอนปรากฏขึ้นด้านหน้ายานเดสทรอยเยอร์ทั้งสองลำ

“ผมฝากด้วยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ยานเดสทรอยเยอร์หายไปในรูหนอนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเซี่ยเฟยก็ยืนกอดอกเพื่อรอเวลา เพราะมันจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางในรูหนอนประมาณ 10 นาทีอีกฝ่ายถึงจะเริ่มส่งสัญญาณกลับมาหาเขาได้

ติ้ด!

ประมาณ 10 นาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็ได้รับสัญญาณจากบุชเชอร์ว่าเส้นทางด้านหน้าปลอดภัย ยานอวกาศทั้งหมดจึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในรูหนอนทีละลำเพื่อค่อย ๆ เดินทางไปยังภูมิภาคดาวมฤตยู

หลังจากที่กองยานของเซี่ยเฟยเคลื่อนที่เข้ารูหนอนไป ยานอินเตอร์เซปเตอร์ของบริษัทเอ็มม่าก็ปรากฏตัวตรงบริเวณที่กองยานของเซี่ยเฟยได้จอดอยู่

มู่เสียวเต๋ากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ขณะใช้นิ้วควงมีดผีเสื้อไปมาอย่างคล่องแคล่ว

จินปู่ฮวนก็ได้นั่งอยู่ในห้องบัญชาการเช่นเดียวกัน และเนื่องจากว่าทั้งยานมีเขากับมู่เสียวเต๋าอยู่เพียงแค่สองคน เขาจึงต้องรับหน้าที่เป็นกัปตันอย่างไม่เต็มใจ

“แกไม่รีบตามพวกเขาไปหรือยังไง? เดี๋ยวก็ตามพวกเขาไม่ทันหรอก” มู่เสียวเต๋ากล่าวขึ้นมาเบา ๆ ขณะที่ยังควงมีดภายในมือเล่นอย่างเฉยชา

“นี่คือยานอินเตอร์เซปเตอร์รุ่นล่าสุดของพันธมิตรและมันยังเป็นยานรบรุ่นที่ 2 ที่ถูกผลิตออกมาเพียงแค่ไม่กี่ลำเท่านั้น ที่สำคัญคือมันได้ติดตั้งระบบวาร์ประยะไกลเอาไว้เป็นพิเศษ และฉันได้ติดตั้งเครื่องระบุตำแหน่งเอาไว้บนยานของเซี่ยเฟยแล้ว ดังนั้นมันไม่มีทางที่กองยานของเซี่ยเฟยจะหนีหลุดรอดออกไปจากการตรวจจับของเราได้” จินปู่ฮวนกล่าวขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“ฉันไม่รู้เรื่องยานรบหรอกนะ เอาเป็นว่าทำยังไงก็ได้ตามพวกเขาไปให้ทันก็แล้วกัน” มู่เสียวเต๋ากล่าวอย่างสบาย ๆ

“ฉันไม่ได้เจอแกแค่ 2-3 ปี แกกลายเป็นคนเฉยชาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” จินปู่ฮวนกล่าวขณะมองไปทางมู่เสียวเต๋าด้วยความหงุดหงิด

“ฉันก็ไม่ได้เจอแกแค่ 2-3 ปี แต่แกก็กลายเป็นหมาเฝ้าบ้านของพวกคนรวยเหมือนกัน” มู่เสียวเต๋ากล่าวโต้กลับ

“ไอ้คนอวดดี! ถ้าแกฆ่าเซี่ยเฟยตั้งแต่ก่อนออกจากพันธมิตรเรื่องมันก็คงจะไม่ยุ่งมากขนาดนี้ ทำไมฉันจะต้องเดินทางไปจนถึงภูมิภาคดาวมฤตยูด้วยก็ไม่รู้!” จินปู่ฮวนบ่นอย่างหงุดหงิด

“ภูมิภาคดาวมฤตยูเป็นที่ที่น่าสนใจจะตาย และฉันก็อยากจะลองไปที่นั่นดูสักครั้ง” มู่เสียวเต๋ากล่าวอย่างร่าเริง

“แต่ฉันไม่อยากไป!”

“นั่นมันเรื่องของแก ไม่ใช่เรื่องของฉัน”

การเดินทางในครั้งนี้ราบรื่นกว่าที่ทุกคนคิด และแม้แต่ระบบสตาร์เน็ตเวิร์กก็ยังไม่เกิดเหตุขัดข้อง ซึ่งในระหว่างทางพวกเขาก็ยังไม่เจอยานของโจรสลัดเลยแม้แต่ลำเดียว

หลังจากเดินทางติดต่อกันมาเป็นเวลานาน กองยานก็หยุดลงชั่วคราวก่อนที่พวกเขาจะได้เข้าไปประชุมบนยานของเซี่ยเฟย

“พื้นที่แถบนี้มีเศษหินอุกกาบาตอยู่เป็นจำนวนมาก พี่กับซาร่านำกองยานเข้าไปซ่อนในแถบหินอุกกาบาตบริเวณนี้ก่อน ส่วนผมจะเดินทางไปสำรวจล่วงหน้า ถ้าหากว่ามันไม่มีอะไรผิดปกติผมจะส่งสัญญาณกลับมาด้วยระบบเรดาร์แบล็คแบท” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่แผนที่ดวงดาว ขณะที่เขา, ซาร่าและบุชเชอร์นั่งอยู่บนโต๊ะด้วยกัน

“นายไม่ระวังตัวมากเกินไปหน่อยเหรอ?” บุชเชอร์กล่าวถามอย่างสงสัย

“ผมคิดว่าการเดินทางของเรามันผิดปกติมากเกินไป อย่าลืมว่าตอนนี้อยู่ในสภาวะสงครามแต่พวกเรากลับไม่เจอโจรสลัดหรือเศษซากยานในบริเวณนี้เลย พี่คิดว่าสถานการณ์แบบนี้มันไม่ผิดปกติเกินไปเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“เอ่อ... ฉันก็รู้สึกว่ามันผิดปกติอยู่เหมือนกัน เพราะหลังจากที่ฉันได้อ่านข่าวตอนอยู่ในเขตพันธมิตรฉันก็ไม่คิดว่าการเดินทางจะราบรื่นขนาดนี้ เอาเป็นว่าพวกเรามาทำตามแผนของนายก็แล้วกัน” บุชเชอร์กล่าว

“ผมขอเวลา 3 วัน ถ้าผมยังไม่ติดต่อกลับมาขอให้พี่กับซาร่าเดินทางกลับไปก่อนได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างใจเย็น

คำสั่งนี้ทำให้ซาร่าชะงักค้างไปทันที ขณะที่เธอได้มองไปยังชายหนุ่มอย่างสงสัย

“ฉันแค่พูดเผื่อไว้ไม่มีอะไรจำเป็นจะต้องกังวลหรอก” เซี่ยเฟยแสร้งกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

บุชเชอร์รู้ดีว่าเซี่ยเฟยกำลังพยายามประเมินถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายมากที่สุด ดังนั้นเขาจึงตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ และพูดออกมาว่า

“ไม่ต้องห่วง ฉันสัญญาว่าถ้าหากมันมีอะไรเกิดขึ้นฉันจะพาทุกคนกลับไปยังพันธมิตรอย่างปลอดภัย”

บทสนทนาระหว่างผู้ชายทั้งสองทำให้ซาร่ารู้สึกสับสนมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่าเธอคือผู้หญิงทำให้เธอไม่รู้ว่าพวกผู้ชายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เธอจึงกัดริมฝีปากของเธอเบา ๆ คล้ายกับว่าเธอต้องการจะพูดอะไรแต่เธอก็อดกลั้นมันไว้พร้อมกับพยักหน้ารับคำสั่ง

เมื่อเซี่ยเฟยได้เดินทางไปจนถึงฐานทัพของย่าเหวย เขาก็ได้พบว่าสนามบินของฐานทัพแห่งนี้หลงเหลือยานรบอยู่เพียงแค่ไม่กี่ลำ ยิ่งไปกว่านั้นยานรบส่วนใหญ่ยังไม่สามารถออกปฏิบัติการได้อีกต่อไป

เมื่อเซี่ยเฟยได้เดินทางไปเจอย่าเหวยในห้องทำงานเขาก็ได้พบว่าผมของชายคนนี้เริ่มมีผมสีขาวงอกขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จนทำให้เขาดูแก่ลงไปหลายปีทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้เจอกันเพียงแค่ประมาณปีเดียว

“นั่งลงสิ อาจารย์สบายดีไหม?” ย่าเหวยถามขณะวางเอกสารภายในมือ

เซี่ยเฟยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เพราะสิ่งแรกที่ย่าเหวยเริ่มพูดคุยกับเขาคือการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของอาจารย์ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ในสถานการณ์วิกฤติชายคนนี้ก็ยังคงรู้สึกเป็นห่วงฉินหมางมาก

“คุณตากำลังฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้เป็นอย่างดีครับ และตอนนี้เขาก็กำลังพักผ่อนอยู่ที่ดาวบ้านเกิดของผมเอง คุณไม่จำเป็นจะต้องกังวลเพราะคนของผมคอยดูแลคุณตาเป็นอย่างดี” เซี่ยเฟยกล่าว

“เฮ้อ! ฉันนี่มันเป็นพวกใช้ไม่ได้จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่อาจารย์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแต่ลูกศิษย์อย่างฉันกลับทำอะไรให้อาจารย์ไม่ได้เลย ครั้งนี้ฉันต้องขอบคุณนายมากอาจารย์เล่าให้ฟังแล้วว่านายถึงกับยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อหายาถอนพิษมาให้กับเขา” ย่าเหวยกล่าวอย่างขอบคุณ

“เอาจริง ๆ ผมก็ถือว่าเป็นลูกน้องของคุณตา ดังนั้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำแล้วครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพลางพยายามโบกมือปฏิเสธคำขอบคุณ

“ว่าแต่ทำไมคราวนี้นายถึงมาคนเดียวล่ะ?” ย่าเหวยเริ่มถามเข้าประเด็น

“ไม่ต้องห่วงครับ สินค้าจะเดินทางมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่พวกเราเซ็นสัญญากันเรียบร้อยแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

“หรือว่านายไม่เชื่อใจฉันงั้นเหรอ?” ย่าเหวยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ในจักรวาลนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่แน่นอนหรอกครับผมก็แค่ป้องกันเอาไว้ก่อน ไม่ต้องห่วงทันทีที่เราเซ็นสัญญาสินค้าจะเดินทางมาหาคุณอย่างปลอดภัย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“เอาล่ะฉันจะรีบติดต่อไปยังทุกคนเดี๋ยวนี้ วันพรุ่งนี้พวกเราก็น่าจะพูดคุยเรื่องรายละเอียดของสัญญาได้” ย่าเหวยกล่าว

“เชิญพี่ย่าเหวยติดต่อทุกคนได้เลยครับ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบนะผมไม่ได้ต้องการที่จะมากดดันอะไร” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟด้วยท่าทางสบาย ๆ

สีหน้าของย่าเหวยเปลี่ยนไปอีกครั้ง เพราะท้ายที่สุดหากสัญญาไม่ลุล่วงเซี่ยเฟยก็สามารถจากไปได้โดยไม่ต้องกังวล แต่สำหรับพวกเขาที่เป็นชาวท้องถิ่นของภูมิภาคดาวแห่งนี้แล้ว การไม่สามารถตกลงกับเซี่ยเฟยได้ย่อมส่งผลกระทบต่อกองกำลังของพวกเขาอย่างร้ายแรง

ปัจจุบันภูมิภาคดาวมฤตยูถูกรุกรานพื้นที่เข้ามาถึง 1 ใน 3 แล้ว ซึ่งถ้าหากว่าสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปภูมิภาคดาวมฤตยูก็คงจะถูกศัตรูกลืนหายไปในไม่ช้าก็เร็ว

“ไม่ต้องห่วงผู้นำทั้งห้าจะตกลงรายละเอียดสัญญาได้ในเช้าวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน” ย่าเหวยกล่าว

“ผมก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ ความจริงพวกกรมทหารก็กำลังเร่งให้ผมผลิตอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จส่งให้พวกเขาโดยเร็ว แต่ผมก็เก็บอุปกรณ์ชุดแรกเพื่อเดินทางมาที่นี่ก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ย่าเหวยได้รับข่าวแล้วว่าบริษัทควอนตัมของเซี่ยเฟยได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกองทัพ น้ำหนักในคำพูดของชายหนุ่มคนนี้จึงแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแน่นอนว่าการเจรจาสัญญาในวันพรุ่งนี้ย่อมตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเซี่ยเฟยอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้

“เอาล่ะพวกเราไปเลี้ยงฉลองกันเถอะ ฉันอยากจะฉลองที่อาจารย์กลับมาฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และฉันก็อยากจะฉลองที่บริษัทของนายได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของทางกองทัพด้วย” ย่าเหวยกล่าว

หลังจากเดินออกไปจากประตูเซี่ยเฟยก็มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง

“อันธทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกับมีคนแอบตามฉันอยู่เลย?”

“ฉันว่าสัญชาตญาณของนายกำลังมีปัญหาแล้วล่ะ ฉันยังไม่สังเกตเห็นใครแอบตามนายมาเลยนะ” อันธกล่าวพร้อมกับยักไหล่

ในระหว่างบทสนทนามันก็มีลมกรรโชกพัดฝุ่นฟุ้งกระจาย ก่อนที่เศษฝุ่นเหล่านั้นจะหายไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

“คราวนี้นายก็ยังไม่ทำอะไรอีกเหรอ? นี่พวกเราเดินทางมาจนถึงภูมิภาคดาวมฤตยูแล้วนะ” จินปู่ฮวนกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ทำไมพวกเราจะต้องรีบลงมือด้วย ขอฉันเดินเที่ยวสักนิดสักหน่อยไม่ได้หรือยังไง? ความจริงฉันได้เลือกเวลากับสถานที่แล้ว วันพรุ่งนี้ฉันจะใช้ ‘เวเนสซ่า’ ควักลูกกะตากับตัดมือของเขามาให้กับแกเอง” มู่เสียวเต๋ากล่าวขณะควงมีดภายในมืออย่างช่ำชอง

“เวเนสซ่า! นี่แกจำเป็นถึงขั้นจะต้องใช้วิชานั้นเพื่อจัดการกับเซี่ยเฟยเลยงั้นเหรอ?” จินปู่ฮวนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

“อือ ฉันไม่สามารถประมาทคนที่คลานขึ้นมาจากนรกได้หรอก” มู่เสียวเต๋ากล่าวด้วยแววตาอันเย็นชา

“คลานขึ้นมาจากนรก?”

“อย่าถามเรื่องนั้นเลย เพราะถึงยังไงแกก็ไม่มีวันเข้าใจเรื่องนี้หรอก” มู่เสียวเต๋ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

***************

จบบทที่ ตอนที่ 327 ถึงภูมิภาคดาวมฤตยู

คัดลอกลิงก์แล้ว