เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 324 ธุลี

ตอนที่ 324 ธุลี

ตอนที่ 324 ธุลี


ตอนที่ 324 ธุลี

เซี่ยเฟยนอนสลบอยู่ในห้องผ่าตัดขณะที่แพทย์ศัลยกรรมประสาทกำลังใช้มีดผ่าตัดเปิดกะโหลกของชายหนุ่มอย่างชำนาญ

ปัจจุบันเครื่องจักรได้เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่งานที่มีความซับซ้อนอย่างการผ่าตัดสมองยังจำเป็นจะต้องใช้มนุษย์เป็นผู้ควบคุมเครื่องจักร เพื่อความสบายใจของมนุษย์ส่วนใหญ่อยู่ดี

แม้ว่าเครื่องจักรในปัจจุบันจะมีศักยภาพมากพอที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนแพทย์แผนกศัลยกรรมได้อย่างสมบูรณ์ แต่มนุษย์ก็ยังคงมีความกลัวหุ่นยนต์ฝังอยู่ในจิตใจ เครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติโดยมีแพทย์คอยเป็นผู้ควบคุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง

ว่ากันว่าการผ่าตัดในสมัยโบราณถูกส่งมอบงานให้กับหุ่นยนต์โดยสมบูรณ์ และเมื่อผู้คนเริ่มสนิทกับหุ่นยนต์เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา ในเวลานั้นหุ่นยนต์ก็เริ่มทรยศมนุษยชาติและทำให้อารยธรรมมนุษย์โบราณที่เคยรุ่งเรืองตกต่ำไปจนถึงขีดสุด

หุ่นยนต์ที่เกิดขึ้นมาจากมนุษย์ไม่ต่างไปจากลูก ๆ ของมนุษย์ที่ทำการสร้างพวกมันขึ้นมา ด้วยเหตุนี้โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นจึงไม่ต่างไปจากลูก ๆ ที่เริ่มออกสังหารพ่อแม่ของตัวเอง และบางทีมันก็อาจจะเป็นเพราะครั้งหนึ่งมนุษย์เคยรักหุ่นยนต์มาก มันจึงทำให้เวลาเกลียดมนุษย์เลยรู้สึกเกลียดชังหุ่นยนต์มากขึ้นกว่าเดิม

เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องถูกวางยาสลบในระหว่างกระบวนการผ่าตัด ซึ่งสถานการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมากสำหรับนักสู้ที่มีโอกาสเผชิญกับอันตรายตลอดเวลา เพราะตราบใดก็ตามที่พวกเขาสูญเสียประสาทสัมผัสของตัวเองไป มันก็เหมือนกับการปล่อยให้ชีวิตของพวกเขาไปอยู่ภายในมือของผู้อื่น

ชายหนุ่มทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีเขาจึงแผ่ด้ายพลังจิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าออกไปรอบ ๆ ห้องผ่าตัดอย่างระมัดระวัง ซึ่งถ้าหากว่ามันได้เกิดเหตุวิกฤตขึ้นมาอย่างกะทันหัน ด้ายพลังจิตเหล่านี้ก็จะกระตุ้นให้ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาจากอาการสลบ

สำหรับมนุษย์ปกติการควบคุมพลังจิตอย่างละเอียดอ่อนแบบนี้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่สำหรับนักสู้ผู้มีพลังพิเศษเป็นพลังจิตแบบเซี่ยเฟยแล้ว การสร้างเส้นด้ายพลังจิตในระหว่างที่เขากำลังหมดสติก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากมากนัก

นอกจากนี้อันธยังคอยอยู่ตรวจตราบริเวณรอบ ๆ ตัวของเขาตลอดเวลา และถึงแม้ว่าวิญญาณตนนี้จะมีประสาทสัมผัสไม่เฉียบคมเหมือนกับเซี่ยเฟย แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถสังเกตถึงความผันผวนของกระแสพลังที่ผิดปกติได้ และเมื่อมันได้รวมเข้ากับด้ายพลังจิตที่เซี่ยเฟยปล่อยออกมา มันก็ถือว่าเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ดีพอสมควร

แต่น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าในครั้งนี้เซี่ยเฟยจะระแวดระวังตัวมากพอสมควรแล้ว แต่เขาก็ยังประเมินอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาต่ำมากเกินไป เพราะในปัจจุบันกำลังมีใครบางคนคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวของเขาอย่างช้า ๆ และการเคลื่อนไหวนี้ก็ไม่มีรูปร่าง, ไม่มีกลิ่นและไม่มีความผันผวนทางด้านพลังงานเลยแม้แต่น้อย

ด้วยสภาพในปัจจุบันที่ร่างกายถูกครอบงำด้วยยาสลบ มันจึงทำให้เซี่ยเฟยไม่ต่างไปจากทหารที่ไม่มีอาวุธ และถ้าหากว่าเขาถูกจู่โจมในตอนนี้มันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดเลยว่าเขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงมากแค่ไหน

มีดผีเสื้อถูกชักออกมาควงภายในมืออย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นจิตสังหารอันเยือกเย็นที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในใบมีด

ทั้งเซี่ยเฟย, อันธและฉินฟางต่างก็ไม่มีใครได้สังเกตเห็นเลยว่ายมทูตกำลังคืบคลานเข้ามา เพราะบุคคลปริศนาแอบลักลอบเข้ามาในรูปแบบที่พวกเขาไม่เคยจินตนาการถึง

ร่างกายของผู้มาใหม่กระจายกันออกเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ ในอากาศ ซึ่งแม้แต่มีดผีเสื้อภายในมือของเขาก็แตกแยกออกเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ไม่มีใครสามารถจับสังเกตการมาถึงของเขาได้

แม้ว่าโมเลกุลเหล่านี้จะดูอ่อนแอคล้ายกับสามารถถูกลมพัดปลิวออกไปได้ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงโมเลกุลเหล่านี้กลับมีความแข็งแรงไม่ต่างไปจากร่างกายของนักสู้ผู้โชกโชนคนหนึ่ง

นี่คือพลังพิเศษธุลีที่สามารถทำให้ร่างกายของผู้มีพลังกลายเป็นผงธุลีเคลื่อนที่ไปมาในอากาศได้อย่างอิสระ

ครั้งหนึ่งเคยมีบทความบนดาวโลกเขียนเกี่ยวกับการได้พบศพของพระรูปหนึ่งในกำแพงวัดของประเทศทิเบต โดยสิ่งที่แปลกประหลาดคือเซลล์ร่างกายของพระรูปนั้นกระจัดกระจายฝังอยู่ในกำแพง จนทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าอิฐก้อนไหนคืออิฐธรรมดา และอิฐก้อนไหนเคยเป็นร่างของพระรูปนั้นมาก่อน

เหตุการณ์อันแปลกประหลาดนี้ก่อให้เกิดทฤษฎีขึ้นมาอย่างมากมาย ซึ่งมันก็มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งตั้งทฤษฎีขึ้นมาว่าพระรูปนี้อาจจะมีวิชาที่ทำให้ร่างกายของเขาสามารถเปลี่ยนกลายเป็นโมเลกุลขนาดเล็กเพื่อเคลื่อนที่ไปมาได้ แต่น่าเสียดายที่มันคงจะมีอะไรบางอย่างผิดพลาดทำให้โมเลกุลทั่วทั้งร่างของเขาต้องถูกฝังอยู่ในกำแพงหิน

ตอนที่มีข่าวนี้ออกมาเซี่ยเฟยยังเด็กมากและเขาก็ไม่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องจริง แต่ใครจะไปคิดว่าหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นมานับ 10 ปี ชายหนุ่มจะได้พบกับนักฆ่าที่มีพลังพิเศษธุลีด้วยตัวของตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้เซี่ยเฟยยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด ทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการต่อต้านโดยสิ้นเชิง!!

มีดผีเสื้อยังคงหมุนควงในมือของนักฆ่าอย่างคล่องแคล่ว และร่างกายของเขาก็กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างไร้ร่องรอย

เพียงแค่คิดมีดในมือของนักฆ่าก็สามารถกลับกลายมาเป็นของแข็งและแทงเข้าใส่อวัยวะสำคัญของเซี่ยเฟยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระบวนการนี้ถือได้ว่าเป็นความน่ากลัวของพลังธุลี เพราะผู้ใช้และของที่เขาสวมใส่สามารถแตกแยกออกเป็นโมเลกุลหรือคืนสภาพกลับมาเป็นลักษณะดั้งเดิมได้ตลอดเวลา

แต่ในทันใดนั้นเองนักฆ่าปริศนาก็ได้สังเกตเห็นสิ่งแปลก ๆ ในสมองของเซี่ยเฟย ซึ่งถ้าหากว่าใครใช้แว่นขยายมองพื้นที่สมองส่วนนี้อย่างระมัดระวัง พวกเขาก็จะได้พบกับดวงดาวสีดำที่มีวงแหวนล้อมรอบอยู่ 2 วง

“หือ!?” นักฆ่าร้องอุทานขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจและแน่นอนว่ามันย่อมไม่มีใครได้ยินเสียงของเขา

“ไม่น่าเชื่อเลย ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ” นักฆ่าพึมพำกับตัวเอง

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ออกจากห้องผ่าตัดนี้ไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็นการปรากฏตัวของเขาเลยแม้แต่คนเดียว

ในตรอกแคบ ๆ ที่มืดมิดมีแมวจรจัด 2-3 ตัวกำลังพยายามคุ้ยหาอาหารในถังขยะ แต่น่าเสียดายที่ภายในสลัมแห่งนี้แม้แต่มนุษย์ก็ยังไม่สามารถจะทำให้ตัวเองอิ่มท้องได้ มันจึงแทบไม่เหลืออาหารในถังขยะเอาไว้ให้แมวจรจัดพวกนี้เลย

นักฆ่าปริศนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ และเมื่อเขาได้พบว่าพื้นที่ในบริเวณนี้ไม่มีใคร เขาก็ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมา

ภาพที่เกิดขึ้นราวกับฉากในภาพยนตร์ที่โมเลกุลฝุ่นขนาดเล็กได้พุ่งเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีอายุประมาณ 20 ปี

ชายหนุ่มผิวปากและควงมีดผีเสื้อภายในมือของเขาเล่นพร้อมกับเดินออกไปในท้องถนนราวกับว่าเขาได้ทำเรื่องแบบนี้อยู่เป็นประจำ เพียงแต่ฝีเท้าของเขาแผ่วเบามากจนแทบที่จะไม่ส่งเสียงในระหว่างการเคลื่อนไหวเลย

หน้าตาของชายหนุ่มคนนี้ถือว่าหล่อเหลามาก แล้วด้วยรูปร่างอันสง่างามและรอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้า มันย่อมสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามของชายคนนี้ได้นับหมื่น ๆ คน

อย่างไรก็ตามชุดขนสัตว์ที่เขาสวมใส่ก็ดูที่จะหรูหราเกินไปสำหรับย่านสลัมแห่งนี้เล็กน้อย เพราะถึงแม้ว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่จะทำงานไปตลอดชีวิต แต่พวกเขาก็คงจะไม่สามารถซื้อชุดที่ชายหนุ่มคนนี้กำลังสวมใส่อยู่ได้

อีกด้านหนึ่งมีชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงกำลังเดินเข้ามา และเมื่อชายทั้งสองได้เดินสวนกันมีดผีเสื้อในมือของชายหนุ่มก็เริ่มขยับ

ฉึก!

ใบมีดพุ่งปาดหน้าชายวัยกลางคนจนจมเข้าไปในกำแพงด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า และมันก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีดเล่มนี้มีความคมมากแค่ไหน

“แกแอบตามฉันมาเหรอ?” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะดึงมีดออกมาจากกำแพง

“ฉันไม่จำเป็นจะต้องแอบตาม เพราะแมวจรจัดอย่างแกชอบสลัมแบบนี้อยู่แล้ว” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นมาอย่างสงบ และถึงแม้ว่าคมมีดจะอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตร แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

“ล้มเหลวเหรอ?” ชายวัยกลางคนถาม

“แกรู้ได้ยังไง?” ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับถามออกไปด้วยความสงสัย

“เพราะว่ามีดของแกไม่มีกลิ่นเลือด”

ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ยขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะควงเก็บมีดผีเสื้อเข้าไปในชุดอย่างรวดเร็ว ทำให้ตัวมีดหายไปราวกับว่าเขากำลังเล่นกล

จากนั้นชายหนุ่มก็เอามือซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตทั้งสองข้าง พร้อมกับเอนหลังพิงมุมกำแพงขณะที่เงยใบหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อมองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงออกมาอย่างแผดเผา

“ฉันไม่เคยฆ่าใครโดยทิ้งรอยเลือดเอาไว้” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเบา ๆ

“ตราบใดก็ตามที่ใบมีดได้เชือดเฉือนใครมาก่อน มันย่อมมีกลิ่นเลือดติดอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ดี” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างใจเย็น

“แม้ว่าจะผ่านมานานหลายปี แต่แกก็ยังคงเป็นพวกหัวรั้นอยู่เหมือนเดิมสินะ” ชายหนุ่มกล่าว

“ฉันยังเหมือนเดิม มีแต่แมวจรจัดอย่างแกนั่นแหละที่ได้กลายเป็นมู่เสียวเต๋า” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“มู่เสียวเต๋าก็เป็นชื่อที่ดีนี่ อีกอย่างฉันก็เป็นคนเลือกชื่อนี้ขึ้นมาเอง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“แต่ฉันชอบแมวจรจัดตัวเดิมมากกว่า” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“มันต่างกันตรงไหน? แมวจรจัดก็ใช้มีดผีเสื้อและมู่เสียวเต๋าก็ใช้มีดผีเสื้อด้วยเหมือนกัน”

“แมวจรจัดใช้ชีวิตเพื่อฆ่าคน แต่มู่เสียวเต๋ายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อแลกกับเงิน”

“ฉันเบื่อจะฆ่าคนบนความสนุกแล้วตอนนี้ฉันสนใจเรื่องเงินมากกว่า เอาจริง ๆ ทั้งฉันและแกก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะแกก็เลือกเปลี่ยนจากหมาจรจัดไปเป็นหมาเฝ้าบ้าน ส่วนฉันก็แค่เปลี่ยนจากแมวจรจัดไปเป็นแมวกวักที่พยายามหาเงินให้กับตัวเอง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ตอนนี้ฉันชื่อ ‘จินปู่ฮวน’ และทำงานในบ้านของตระกูลหลี่ ฉันคิดว่าแกควรจำชื่อพวกนี้เอาไว้ดีกว่า” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างจริงจัง

“ฉันชอบเงินแต่ฉันไม่ชอบตระกูลหลี่ อีกอย่างฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องจดจำชื่อพวกนั้น” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่เห็นด้วย

“ไม่ว่าแกจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ครั้งนี้พวกเขาคือนายจ้างของแก! ดังนั้นถ้าแกรับเงินไปแกก็ต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง”

“เรื่องนั้นฉันรู้” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับผิวปากอย่างไม่ใส่ใจ

“แกรู้ แต่ก็ยังปล่อยเซี่ยเฟยไปเนี่ยนะ?” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ขณะที่มุมปากของเขากระตุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย

***************

จบบทที่ ตอนที่ 324 ธุลี

คัดลอกลิงก์แล้ว