เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 318 ยานครุยเซอร์ที่มีอำนาจการยิงสูงที่สุด

ตอนที่ 318 ยานครุยเซอร์ที่มีอำนาจการยิงสูงที่สุด

ตอนที่ 318 ยานครุยเซอร์ที่มีอำนาจการยิงสูงที่สุด


ตอนที่ 318 ยานครุยเซอร์ที่มีอำนาจการยิงสูงที่สุด

บางครั้งชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ ซึ่งก่อนที่ไทสันจะเปิดเผยว่าบริษัทควอนตัมเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกองทัพ เซี่ยเฟยก็เป็นเพียงแค่คนจน ๆ ในสายตาของชนชั้นสูงที่สามารถบรรเลงเพลงจากเปียโนกาแล็กซีได้อย่างโดดเด่นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามทันทีที่ไทสันประกาศว่าบริษัทของเซี่ยเฟยคือซัพพลายเออร์ระดับ A ของกองทัพ ทัศนคติที่ทุกคนได้มองมายังชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างกะทันหัน

แม้ว่าบริษัทเหมืองแร่ที่บริษัทควอนตัมได้ทำสัญญาไว้จะล้มละลายและทำให้บริษัทของเซี่ยเฟยประสบปัญหาในเรื่องสภาพคล่อง แต่การที่บริษัทควอนตัมได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A มันก็จะมีบริษัทเมืองแร่อีกเป็นจำนวนมากรีบเข้ามาเสนอสัญญาฉบับใหม่ให้บริษัทควอนตัมอย่างรวดเร็ว ซึ่งสัญญาที่ถูกเสนอเข้ามาใหม่เหล่านี้ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่ต้องจ่ายเงินมัดจำเท่านั้น แต่บริษัทควอนตัมยังสามารถลดต้นทุนวัตถุดิบได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าอีกด้วย

เพียงแค่การมีป้ายซัพพลายเออร์ระดับ A ของกรมทหารแขวนเอาไว้ มันก็ทำให้บริษัทมากมายต้องการจะทำธุรกิจร่วมกับบริษัทควอนตัมแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มันก็ทำให้บริษัทพัฒนาขึ้นไปจากเดิมอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะชื่อเสียงในทางด้านความน่าเชื่อถือ

ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณว่างานเลี้ยงในครั้งนี้ใกล้ที่จะสิ้นสุดลงไปแล้ว ซึ่งเซี่ยเฟยก็กำลังยืนพิงราวบันไดพร้อมกับสูบบุหรี่ที่อยู่ภายในมือ

“ขอแสดงความยินดีด้วย” นิวแมนเดินเข้ามาแสดงความยินดี แต่เซี่ยเฟยรู้สึกว่าคำพูดของชายคนนี้ไม่ได้มาจากใจ

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดความตายของแบ็ตตี้ก็ก่อให้เกิดรอยร้าวทางความสัมพันธ์อย่างไม่มีวันจะรักษาให้หายได้ ซึ่งแอวริลที่เป็นตัวกลางก็ยากที่จะทำให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

“ดูเหมือนว่านายจะไม่ชอบงานเลี้ยงแบบนี้นะ” นิวแมนกล่าว

“ผมไม่ชอบงานเลี้ยงจริง ๆ แต่ผมก็จะเรียนรู้และพยายามยอมรับมันอย่างช้า ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปตรง ๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

นิวแมนมองไปที่แอวริลที่กำลังยืนส่งแขกในระยะไกลด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ซึ่งหญิงสาวคนนี้ก็อาจจะเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดในค่ำคืนที่ผ่านมา

“ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มดาวที่เสื่อมทรามมากที่สุดภายในพันธมิตร” นิวแมนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปทางเซี่ยเฟย

เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงกับคำพูดของนิวแมนเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกไปเพื่อจับมือโดยไม่พูดอะไร และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ได้อย่างสนิทใจ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถตัดขาดออกจากกันได้เพื่อความสบายใจของแอวริล

โรงงานยานรบหนักของบริษัทไกอา

ปัจจุบันนิโคลกำลังนั่งอยู่ในสำนักงานพร้อมกับจ้องมองไปยังเวลาบนนาฬิกาข้อมือ ซึ่งในตอนนี้เป็นเวลา 8 โมง 58 นาทีแล้วแต่เซี่ยเฟยก็ยังคงไม่ทำการติดต่อมาหาเธอ

นิโคลกดปุ่มติดต่อไปยังเลขาที่อยู่ด้านนอกพร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึง

“ตอนนี้กี่โมงแล้ว?”

“8 โมง 58 นาทีแล้วค่ะท่านประธาน ไม่ทราบว่าท่านประธานมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ? ฉันเห็นคุณสอบถามเวลามาแล้วตั้ง 3 ครั้งหรือว่านาฬิกาบนโต๊ะของคุณเสียเหรอคะ?” เลขาสาวถามด้วยความสงสัยเพราะมันมีวิธีมากมายที่จะตรวจสอบเวลา แต่ถึงกระนั้นนิโคลก็ยังเลือกที่จะติดต่อมาเพื่อถามเวลากับเธอ

“ไม่มีอะไร เธอทำงานต่อไปเถอะ” หลังจากวางสายนิโคลก็เอามือขึ้นมาเท้าคางพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างและคิดกับตัวเองขึ้นมาในใจ

‘หรือว่าเขาจะไม่มา?’

‘เขาจะปฏิเสธยานรบหนักได้จริง ๆ เหรอ?’

‘แอวริลได้ไปพูดอะไรกับเขาหรือเปล่า?’

‘หรือว่าเขาจะไม่เชื่อฉัน?’

ไม่ว่านิโคลจะคิดฟุ้งซ่านมากแค่ไหนคนที่เธอกำลังเฝ้ารอก็ไม่ปรากฏตัว เธอจึงเริ่มเปิดคอมพิวเตอร์และเตรียมพร้อมที่จะเริ่มงานโดยพยายามบอกตัวเองว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป

แต่ในทันใดนั้นเองระบบสื่อสารบนโต๊ะก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน นิโคลจึงรีบรับสายอย่างฉับพลันโดยไม่รีรอ

“ฉันเอง นิโคล” สิ้นเสียงคำพูดนิโคลก็เริ่มรู้ตัวว่าเธอไม่สามารถที่จะควบคุมความสงบของตัวเองเอาไว้ได้

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณนิโคล” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอโทษนะ แต่ตอนนี้เกิน 9 โมงแล้ว มันสายเกินไปที่คุณจะติดต่อมา” นิโคลพยายามกล่าวอย่างใจเย็น

“ผมไม่เคยสายครับ เชิญคุณตรวจเวลาตอนนี้ได้เลย” เซี่ยเฟยกล่าว

นิโคลเหลือบไปมองนาฬิกาและได้เห็นว่าเวลาตอนนี้คือ 9.00 น. พอดิบพอดี

“แน่นอนว่าผมก็ไม่คุ้นกับการติดต่อมาก่อนเวลานัดด้วยเหมือนกัน” เซี่ยเฟยยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้มต่อไป

“พวกเรากำลังจะไปไหนกันครับ?” เซี่ยเฟยถามขณะนั่งอยู่บนยานทริสตัล ซึ่งด้านข้างก็คือนิโคลสาวสวยที่เขาเพิ่งมีโอกาสได้พบเมื่อคืน

“ทำไมนายถึงถามเยอะจัง ฉันไม่เอานายไปขายหรอก เพราะถึงแม้จะเอานายไปขายได้แต่ฉันก็คงจะไม่ได้รับเงินกลับมามากนัก” นิโคลกล่าวพร้อมกับชำเลืองตาไปมองทางชายหนุ่ม

เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกชั่วขณะและเขาก็รู้ดีว่าวิธีการรับมือกับผู้หญิงที่กำลังมีอารมณ์ฉุนเฉียวคือการพยายามอยู่เงียบ ๆ เอาไว้ ดังนั้นเขาจึงมองออกไปนอกหน้าต่างโดยพยายามไม่ชวนเธอพูดคุยอีก

การกระทำของเซี่ยเฟยเริ่มทำให้นิโคลรู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาบ้าง เธอจึงเริ่มเปิดประเด็นยิงคำถามออกไปก่อน

“คุณอยากรู้ไหมว่ายานรบหนักที่ฉันได้พูดถึงในก่อนหน้านี้มันเป็นยังไง?”

เซี่ยเฟยเริ่มจุดบุหรี่ขึ้นมาตามนิสัย แต่ถึงแม้ว่านิโคลจะรู้สึกเกลียดกลิ่นบุหรี่มากแค่ไหนแต่เธอกลับแสร้งทำเป็นไม่สนใจและปล่อยให้ชายหนุ่มสูบบุหรี่ของเขาต่อไป

“มันก็คงจะมีอานุภาพไม่ต่างไปจากยานลำนี้มากนัก ถ้าหากมองผ่าน ๆ ยานลำนี้ก็คงจะดูเหมือนยานทริสตัลทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วยานลำนี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าจะให้ผมเดาผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นยานคอมเมทในตำนานใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะรู้เรื่องยานมากขนาดนี้ ใช่แล้วยานลำนี้คือยานคอมเมทจริง ๆ แล้วมันยังถูกปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อใช้สำหรับกองกำลังพิเศษของพันธมิตร ทำให้ยานรุ่นนี้แต่ละลำมีราคาสูงถึง 900 ล้านสตาร์คอยน์แต่นั่นเป็นเพียงแค่ราคายานเปล่า เพราะถ้าหากต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นเข้าไปอย่างครบครัน มันก็จะทำให้ราคาของยานเพิ่มขึ้นไปจนถึง 2,000 ล้านสตาร์คอยน์” นิโคลกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

คำอธิบายนี้อดที่จะทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดเขาก็เคยอ่านเพียงแค่บันทึกของยานคอมเมทแต่ในหนังสือเท่านั้น ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่ามันมียานรบที่มีราคาถึง 900 ล้านสตาร์คอยน์ และมันยังเป็นเพียงแค่ราคายานเปล่า ๆ ที่ยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมเข้าไป

“น่าเสียดายจริง ๆ ที่ยานรบที่ทรงพลังขนาดนี้ไม่ได้ถูกผลิตออกมาวางขายในตลาดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างเสียใจ

“แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงเลิกผลิตยานรุ่นนี้ออกไปวางขายในตลาด?” นิโคลกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

“ทำไมเหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ไม่บอก... เดี๋ยวคุณก็จะรู้เองเมื่อได้เห็นยานรบหนัก” นิโคลกล่าวพร้อมกับเดินไปชงกาแฟมา 2 แก้ว

ต่อมายานรบก็ได้ลงจอดบนดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ เซี่ยเฟยจึงเดินตามนิโคลออกจากยานก่อนจะได้พบว่าพื้นที่บริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่, ดอกไม้หลากหลายชนิดและเสียงนกนานาพันธุ์ที่กำลังส่งเสียงร้อง มันจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ดูคล้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าสถานที่ที่นิโคลจะนำเขามาเพื่อดูยานรบ

สนามบินกลางป่าที่ยานของพวกเขาได้เคลื่อนที่ลงมาจอดนี้เป็นเพียงแค่สนามบินเล็ก ๆ ที่สามารถรองรับยานฟริเกตได้ไม่เกิน 10 ลำ ซึ่งหลังจากที่พวกเขาเดินลงมาจากยานเพียงแค่ไม่นาน พนักงานประจำสนามบินแห่งนี้ก็เริ่มยกโต๊ะ, เก้าอี้, อาหารและผลไม้มารับรองพวกเขา

“นั่งลงก่อนสิ” นิโคลกล่าวพร้อมกับผายมือไปทางเก้าอี้

“ไหนล่ะครับยานรบหนักที่คุณพูดถึง?” เซี่ยเฟยถาม

“ใจเย็น ๆ ช่วยนั่งดื่มชาเป็นเพื่อนกับฉันก่อน” นิโคลกล่าวพร้อมกับรินน้ำชาและยกขึ้นมาจิบเบา ๆ

เซี่ยเฟยไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องนั่งลง ซึ่งในเวลานั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปมองเห็นรอยแผลเป็นบนข้อมือของนิโคลโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งในวันนี้หญิงสาวได้แต่งตัวอย่างสบาย ๆ มันจึงไม่ได้มีเครื่องประดับมากมายเหมือนกับที่เขาได้พบกับเธอในงานเลี้ยงเมื่อคืน

“อันที่จริงแผลเป็นพวกนี้มันสามารถลบออกไปได้ไม่ใช่เหรอครับ?” เซี่ยเฟยเริ่มถามขึ้นมาเบา ๆ

“ฉันรู้ แต่ฉันอยากจะเก็บมันเอาไว้ มันมีเรื่องบางเรื่องที่ฉันไม่อยากจะลืมและฉันก็อยากจะใช้แผลนี้เป็นสิ่งที่คอยเตือนใจฉันในอนาคต” นิโคลกล่าวพร้อมกับลูบแผลบนข้อมือโดยไม่รู้ตัว

“รอยแผลเป็นที่แท้จริงควรจะถูกฝังเอาไว้ในหัวใจมากกว่าบนร่างกายนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

คำพูดนี้ทำให้นิโคลตกตะลึงในทันทีพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกาย เธอจึงพยักหน้าเล็กน้อยและนิ่งเงียบไปโดยไม่พูดอะไร

หลังจากนั้นไม่นานลานจอดยานก็เปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ด้านในที่ค่อย ๆ ยกยานรบสีเขียวเข้มขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยเฟยทิ้งบุหรี่ในมือโดยไม่ได้ตั้งใจพร้อมกับมองไปยังยานด้านหน้าด้วยดวงตาที่เหม่อลอย

“นี่มันจะน่าทึ่งมากเกินไปแล้ว! เกราะโลหะผสมไทเทเนียม, ระเบิดนิวตรอนความแม่นยำสูง, เครื่องวาร์ปดิสรับเตอร์ พระเจ้านี่มันไม่ใช่ยานอวกาศแล้วแต่นี่มันคือเพชฌฆาตชัด ๆ!!” เซี่ยเฟยอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นหลังจากที่เริ่มได้เห็นรายละเอียดของยานตรงหน้า

“เป็นยังไงบ้าง ยานลำนี้พอจะคุ้มค่าเวลาดื่มชากับฉันบ้างไหม?” นิโคลกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

“คุ้ม! คุ้มมาก!! นี่เหรอยานรบหนักที่คุณพูดถึง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

“ดูเหมือนยานรบหนักลำนี้จะทำให้คุณตื่นเต้นมากเลยนะ นี่ถ้าหากว่าคุณเห็นยานอิชทาร์รุ่นล่าสุด คุณจะไม่ตื่นเต้นจนเป็นลมไปเลยเหรอ?” นิโคลกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ยานลำนี้ชื่ออะไร?” ชายหนุ่มเดินไปลูบเกราะแข็ง ๆ ของยานตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นโดยไม่สนใจที่จะสอบถามนิโคลถึงยานลำอื่น

“นี่คือยานรบรุ่นที่ 2 ของพันธมิตร ‘ไดมอส’” นิโคลกล่าวอย่างมีความสุขเมื่อได้เห็นความตื่นเต้นของเซี่ยเฟย

“ไดมอส!! ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินเรื่องยานรบประเภทนี้มาก่อนเลย หรือว่านี่จะเป็นของเล่นใหม่ที่คุณได้คุยกับคุณตาทูรามเมื่อคืนนี้?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ไม่ใช่ ยานที่ฉันคุยกับลุงทูรามคือยานอิชทาร์ที่ฉันได้พูดถึงในก่อนหน้านี้ ยานไดมอสเป็นยานปืนล้วน ขณะที่ยานอิชทาร์เป็นยานที่ใช้โดรนผสมปืนใหญ่ มันจึงทำให้วิธีการต่อสู้ระหว่างยานทั้งสองรุ่นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉันคิดว่าผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณน่าจะรู้ถึงข้อแตกต่างระหว่างพวกมันได้เป็นอย่างดี เชิญคุณขึ้นไปสำรวจบนยานเถอะ” นิโคลกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้าและรีบขึ้นไปสำรวจบนตัวยานด้วยความตื่นเต้น ขณะเดียวกันนิโคลก็ไม่ได้ตามเซี่ยเฟยเข้าไปแต่ยังคงนั่งดื่มชาและกินของว่างแสนอร่อยท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ

“เธอจะทิ้งฉันไปจริง ๆ เหรอ?” นิโคลพูดกับตัวเองขณะลูบรอยแผลเป็นบนข้อมือ

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง เซี่ยเฟยก็เดินลงมาจากยานไดมอสพร้อมกับหยิบของว่างขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นเขาก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้และถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ปากของคุณเลอะน่ะ” นิโคลกล่าวพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาให้กับเซี่ยเฟย

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนที่เขาจะใช้แขนเสื้อเช็ดเศษอาหารที่ติดอยู่บริเวณมุมปาก

นิโคลรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงพยักหน้ารับและเก็บผ้าเช็ดหน้าของเธอกลับไป

“ผมได้ขึ้นไปตรวจสอบยานอย่างละเอียดแล้ว ยานลำนี้เป็นยานที่ดีมากจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าว

“มันคงจะดีถ้าทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกับคุณ ความจริงแล้วยานรุ่นนี้ถูกปฏิเสธโดยกรมทหาร พวกเราจึงจำเป็นจะต้องพัฒนายานรบหนักขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง” นิโคลกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“มันก็ไม่น่าแปลกใจนะครับที่ยานลำนี้จะถูกปฏิเสธจากกรมทหาร” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?” นิโคลกล่าวขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

“ยานไดมอสมีข้อดีเรื่องอำนาจยิงที่สูงมาก แต่ข้อเสียของมันก็อยู่ที่อำนาจการยิงด้วยเหมือนกัน ถ้าผมเดาไม่ผิดอำนาจการยิงของยานน่าจะพุ่งทะลุสูงเกินกว่า 600 แต้มใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“ใช่แล้ว อำนาจการยิงของไดมอสอยู่ที่ 640 แต้มและถ้าหากว่าคุณต้องการจะปรับแต่งมันเพิ่มเติม คุณก็สามารถเพิ่มอำนาจการยิงได้มากกว่านี้อีก” นิโคลกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

“ระดับยานรบในพันธมิตรเริ่มจากยานฟริเกต, ยานเดสทรอยเยอร์, ยานครุยเซอร์, ยานแบทเทิลครุยเซอร์, ยานประจัญบานและยานบัญชาการ ซึ่งยานไดมอสถือว่าเป็นยานระดับ 3 หรือก็คือยานประเภทครุยเซอร์”

“โดยปกติแล้วอำนาจการยิงของยานครุยเซอร์จะมีไม่เกิน 250 แต้ม และแม้แต่ยานประจัญบานก็มีอำนาจการยิงไม่เกิน 500 แต้ม แต่อำนาจการยิงของยานลำนี้สูงมากถึง 640 แต้มทำให้มันเป็นยานครุยเซอร์ที่มีอำนาจการยิงสูงกว่ายานประจัญบานด้วยซ้ำ”

“คนออกแบบยานลำนี้ถึงกับยอมละทิ้งความสามารถในการสู้รบระยะไกลของยานรบทั้งหมดเพื่อแลกกับการติดตั้งอาวุธจู่โจมที่รุนแรง ดังนั้นยานลำนี้จึงมีวิธีการสู้รบเพียงแบบเดียวคือการพุ่งตรงเข้าไปทำลายข้าศึกอย่างไร้ความปราณี” เซี่ยเฟยเริ่มอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“อันที่จริงยานไดมอสก็มีช่องใส่โดรนและสามารถใช้โดรนในการต่อสู้ระยะไกลได้นะ” นิโคลกล่าวแย้งพร้อมกับขมวดคิ้ว

“คุณนิโคลอย่าล้อผมเล่นเลย พื้นที่ส่วนใหญ่ของยานรบถูกระบบอาวุธติดตั้งเอาไว้ทั้งหมดแล้วทำให้เหลือช่องใส่โดรนสูงสุดเพียงแค่ 10 ลำ แล้วโดรนเพียงแค่นั้นจะสามารถไปทำลายยานรบที่ไหนได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

คำพูดนี้ถึงกับทำให้นิโคลพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะอำนาจการยิงของโดรนเพียงแค่ 10 ลำไม่สามารถที่จะสร้างอันตรายให้กับยานรบลำไหนได้จริง ๆ มันจึงทำให้ความสามารถในการต่อสู้ระยะไกลของไดมอสเป็นเพียงแค่เครื่องประดับที่ไม่สามารถจะนำมาใช้ในสถานการณ์จริงได้

“ทางกองทัพย่อมไม่ชอบยานรบที่ต้องเสี่ยงในระหว่างการสู้รบมากเกินไป เพราะการขับยานไดมอสทำให้ทหารต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตในการต่อสู้ระยะประชิดตลอดเวลา มันจึงทำให้จุดเด่นของยานลำนี้ไม่เหมาะสมกับวิธีการต่อสู้ของกองทัพ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงปฏิเสธยานลำนี้” เซี่ยเฟยกล่าว

“จอมพลไทสันก็พูดเหมือนนายเลยว่าการโจมตีด้วยปืนใหญ่ล้วน ๆ ไม่เหมาะสมกับวิธีการต่อสู้ของกองทัพ” นิโคลกล่าว

“จอมพลไทสันพูดถูกแล้วว่ายานรบลำนี้ไม่เหมาะกับกองทัพ แต่มันเหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของผมมาก” เซี่ยเฟยกล่าว

“ทำไมล่ะ?” นิโคลถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เพราะว่าผมมันบ้ายังไงล่ะ!” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

นิโคลส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เธอจะส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่อย่างเงียบ ๆ ทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานมันก็มียานรบหนักอีกลำถูกลิฟต์ยกขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน

“แล้วถ้าฉันให้คุณเลือกล่ะ คุณจะเลือกยานรบลำไหน?”

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะโดยปกติยานรบหนักถือว่าเป็นความลับในพันธมิตร ซึ่งในวันนี้ไม่เพียงแต่เขาจะได้เห็นยานรบหนักเพียงแค่ลำเดียวเท่านั้น แต่มันยังมียานรบหนักลำที่ 2 ปรากฎขึ้นมาให้เขาได้เห็นด้วย!!

“ยานอิชทาร์ลำนี้พอจะเทียบกับยานไดมอสได้ไหม?” นิโคลถาม

“วิธีการต่อสู้ของยานทั้งสองลำนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไดมอสโดดเด่นทางด้านการใช้ปืนใหญ่ทำลายศัตรูในระยะประชิด ขณะที่อิชทาร์สามารถประยุกต์ใช้ในแผนการรบได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืนใหญ่จู่โจมศัตรูในระยะประชิดหรือจะเป็นการปล่อยโดรนเพื่อทำลายศัตรูในระยะไกล แต่ก็ไม่มีระบบการโจมตีไหนที่โดดเด่นขึ้นมาสักทาง ซึ่งถ้าหากจะให้ผมนิยามผมก็คิดว่าอิชทาร์คือยานที่ยืดหยุ่น ขณะที่ไดมอสเป็นยานที่โหดเหี้ยม” เซี่ยเฟยกล่าว

“แล้วถ้าคุณต้องเลือก คุณจะเลือกยานลำไหนล่ะ?” นิโคลถาม

“ไดมอส” เซี่ยเฟยตอบโดยไม่ลังเล

“ทำไมล่ะ? คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่ายานอิชทาร์มีความยืดหยุ่นในการจู่โจมศัตรูมากกว่า แล้วทำไมคุณถึงยังเลือกยานไดมอสที่มีวิธีการจู่โจมเพียงแบบเดียว?” นิโคลถามอย่างสับสน

“นั่นก็เพราะอำนาจการยิงของมัน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“อำนาจการยิง? อำนาจการยิงของอิชทาร์ยังไม่มากพอเหรอ?” นิโคลถาม

“มันถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับยานครุยเซอร์ เพียงแต่อำนาจการยิงของไดมอสมันแข็งแกร่งกว่ายานประจัญบานเท่านั้นเอง”

“ถึงแม้อำนาจการยิงของไดมอสจะทรงพลังมากแต่มันจะสามารถจู่โจมได้ก็ต่อเมื่อต้องอยู่ใกล้กับศัตรู ท้ายที่สุดระยะทำการของปืนใหญ่นิวตรอนก็สั้นมาก แล้วถ้าคุณต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ล่ะ คุณจะทำยังไง?” นิโคลถาม

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่โดยไม่ตอบคำถามของนิโคล แต่เลือกที่จะเปลี่ยนไปพูดคุยในเรื่องอื่น

“ถ้าสมมติเราเอาช่องใส่โดรนออกทั้งหมดแล้วติดตั้งปืนกลนิวตรอนเข้าไป มันจะสามารถเพิ่มอำนาจการยิงได้สักแค่ไหนกันนะ?”

“ถ้าเอาช่องใส่โดรนออกหมดน่าจะติดตั้งปืนกลนิวตรอนได้ประมาณ 7 กระบอก ซึ่งถ้าหากว่าคุณติดตั้งปืนกลรุ่นล่าสุดมันก็น่าจะเพิ่มอำนาจการยิงได้เกินกว่า 800 แต้ม แต่ว่า…”

ก่อนที่นิโคลจะพูดจบ เซี่ยเฟยก็ขัดจังหวะขึ้นมาว่า

“ไม่มีแต่! นี่เรากำลังพูดถึงอำนาจการยิง 800 แต้มเชียวนะ! หากพูดกันตามตัวเลขยานไดมอสมีอำนาจการยิงมากกว่ายานครุยเซอร์ปกติกว่า 3 เท่า แต่ผลลัพธ์ในสนามรบจริง ๆ อำนาจในการทำลายล้างของมันน่าจะมากกว่ายานครุยเซอร์ไม่น้อยกว่า 12 เท่า”

“นี่คืออำนาจการยิงที่แม้แต่ยานประจัญบานที่มีอำนาจการยิงมากที่สุดก็ยังไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับมันได้ แล้วทำไมผมถึงต้องละทิ้งพลังทำลายขนาดนี้ไปมองหาความยืดหยุ่นที่คุณพูดถึงด้วย”

“แต่เพื่อแลกกับอำนาจการยิงขนาดนั้น คุณก็ต้องเข้าไปเสี่ยงสู้รบในระยะประชิดนะ” นิโคลกล่าว

“ผมเป็นพวกบุกเข้าหาศัตรูแบบบ้าคลั่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยานไดมอสจึงถือว่าเหมาะสมกับสไตล์การสู้รบของผมมาก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

***************

ย้ำความบ้าของตัวเองสุด ๆ แล้วนี่พี่แกรู้สึกถึงกลิ่นแปลก ๆ จากสาวน่ารักคนนี้บ้างไหมน๊อ?

จบบทที่ ตอนที่ 318 ยานครุยเซอร์ที่มีอำนาจการยิงสูงที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว