เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 315 ต้นกำเนิดของจักรวาล

ตอนที่ 315 ต้นกำเนิดของจักรวาล

ตอนที่ 315 ต้นกำเนิดของจักรวาล


ตอนที่ 315 ต้นกำเนิดของจักรวาล

เปียโนกาแล็กซีปล่อยเสียงออกมาอย่างลึกลับ ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยเฟยสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันคุ้นเคยเพียงแต่เขาจำไม่ได้ว่าเขาเคยรู้สึกแบบนี้จากที่ไหน

หลังจากเออเนสบรรเลงเพลงแรกจบทุกคนก็เริ่มขอให้ไทสันขึ้นไปบรรเลงเพลงต่อไป ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่าจอมพลอย่างไทสันจะเล่นเปียโนกาแล็กซีได้เหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดเขาก็คือทหารที่เคร่งครัดในกฎระเบียบแตกต่างจากเออเนสผู้เป็นนักธุรกิจ ซึ่งจะมีงานอดิเรกเป็นการสังสรรค์บ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดอะไร

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนเล่นเปียโน เพราะเขาพยายามค้นหาความรู้สึกที่คุ้นเคย แต่ยิ่งเขาได้ฟังเสียงของเปียโนกาแล็กซีมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งได้ข้อสรุปว่าภายในเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนี้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งมาก

สีหน้าอันเคร่งเครียดของเซี่ยเฟยทำให้แอวริลเดินเข้ามาจับมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ ซึ่งชายหนุ่มก็ต้องยิ้มตอบออกไปพร้อมกับพูดปลอบใจออกไปว่า

“เสียงของเปียโนกาแล็กซีมันทำให้ฉันนึกถึงสิ่งที่เคยสัมผัสตอนที่อยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยความตายน่ะ”

“ฉันก็เคยคิดว่าเสียงของเปียโนกาแล็กซีมันแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ครูสอนดนตรีบอกกับฉันว่ามันเป็นเสียงของการสร้างสรรค์สรรพสิ่งในจักรวาล แต่ฉันคิดว่าถ้ามันเป็นเสียงของการสร้างสรรค์มันก็คงจะไม่ได้มีเสียงทุ้มลึกที่แปลกประหลาดแบบนั้น” แอวริลกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ

บทสนทนาด้วยรอยยิ้มระหว่างทั้งสองเป็นเหมือนกับเข็มเหล็กที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของหลี่โม่อย่างช้า ๆ มันจึงทำให้แววตาของชายหนุ่มคนนี้ดูดุร้ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วมันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาอยากจะกระโดดออกไปตัดคอเซี่ยเฟยทุกเวลา

หลี่กวนหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจการกระทำระหว่างเซี่ยเฟยกับแอวริลเลย จากนั้นเขาก็ขยิบตาให้ชายชราผู้ไว้เคราซึ่งชายชราคนนั้นก็พยักหน้าอย่างรู้กัน

คนที่ 3 ที่ขึ้นไปบรรเลงเปียโนกาแล็กซีคือสตรีสูงศักดิ์วัยประมาณ 40 ปี โดยสตรีคนนี้ก็สามารถบรรเลงบทเพลงออกมาได้อย่างไพเราะ แต่ความยากลำบากในการบรรเลงบทเพลงทำให้เนื้อตัวของเธอชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ซึ่งหลังจากที่ได้บรรเลงเพลงจนจบเธอก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำและทุกคนก็ปรบมือให้กับเธออย่างอบอุ่น

ต่อมาชายชราผู้ไว้หนวดเคราก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า ก่อนที่จะจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่มุ่งร้าย

“การดูคนแก่อย่างพวกเราเล่นเปียโนมันก็คงจะเป็นเรื่องเดิม ๆ ไปแล้วใช่ไหม? ในเมื่อพวกเรามีคนรุ่นใหม่อยู่ที่นี่ ทำไมเราไม่ลองฟังบทเพลงจากวัยรุ่นดูบ้างล่ะ?”

สายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนจับจ้องมองไปทางเซี่ยเฟยเกือบจะพร้อมกัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าวัยรุ่นที่ชายชรากำลังพูดถึงนั่นก็คือเซี่ยเฟย

แอวริลบีบมือของเซี่ยเฟยเอาไว้แน่นและยืนเคียงข้างชายหนุ่มเพื่อเผชิญหน้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็เดินทางมาจากดาวเคราะห์อารยธรรมต่ำ มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการบรรเลงบทเพลงด้วยเปียโนกาแล็กซีเลย เพราะในความเป็นจริงชายหนุ่มเพิ่งจะหัดเต้นรำได้เพียงแค่ไม่นานเท่านั้นเอง

เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นเปียโนกาแล็กซีมาก่อนด้วยซ้ำ แต่คนพวกนี้ต้องการที่จะให้ชายหนุ่มขึ้นไปเล่นเปียโน แน่นอนว่าคำพูดของชายชราไม่ใช่การเชิญเขาขึ้นไปเล่นเปียโนจริง ๆ แต่มันคือการพยายามจะทำให้ชายหนุ่มคนนี้รู้สึกอับอาย

แอวริลกวาดสายตามองทุกคนอย่างเย็นชาและในที่สุดสายตาของเธอก็มาหยุดตรงที่เออเนส

เธอรู้ว่ามีเพียงปู่ของเธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถหยุดไม่ให้เซี่ยเฟยขึ้นไปอับอายท่ามกลางสาธารณชนได้ เพราะท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้กลายเป็นแขกคนสำคัญของตระกูล และปู่ของเธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้แขกของตัวเองต้องรู้สึกอับอาย

เออเนสขมวดคิ้วและคิดว่าการทำแบบนี้เป็นการข้ามหน้าข้ามตากันเกินไปเล็กน้อย เพราะการที่แอวริลเลือกเซี่ยเฟยเป็นคู่เต้นรำเป็นคนแรก มันก็มากพอที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าเซี่ยเฟยคือแขกคนสำคัญของตระกูลเจี่ยน และการที่เซี่ยเฟยได้รับความอับอายมันก็ไม่ต่างไปจากความอับอายของตระกูลเจี่ยนเช่นเดียวกัน

“ในเมื่อพ่อหนุ่มคนนี้ได้เต้นรำกับแอวริลเป็นคนแรกก็หมายความว่าเขาไม่ใช่คนนอก ทำไมพวกเราไม่ใช้โอกาสนี้ให้พ่อหนุ่มบรรเลงเพลงและแนะนำตัวให้พวกเราได้รู้จักล่ะ?” ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมกล่าวแทรกขึ้นมา

“ขอโทษทุกคนด้วยครับ แต่ผมเล่นเปียโนกาแล็กซีไม่เป็นจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

ทุกคนหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ เพราะการยอมรับว่าเล่นเปียโนกาแล็กซีไม่เป็นท่ามกลางงานเลี้ยงของชนชั้นสูงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอาย

เออเนสพยักหน้ารับและกำลังจะหาจังหวะพูดช่วยขึ้นมา แต่จู่ ๆ หลี่กวนก็เดินออกมาท่ามกลางฝูงชน ก่อนที่เขาจะเริ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“พ่อหนุ่มอย่าถ่อมตัวเกินไปนักเลย ในที่นี้มีใครเล่นเปียโนกาแล็กซีไม่เป็นบ้าง? ให้พวกเราได้มีโอกาสชื่นชมฝีมือของพ่อหนุ่มสักหน่อยหนึ่งเถอะ”

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เข้าใจแล้วว่าพ่อลูกคู่นี้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่พยายามจะทำให้เขารู้สึกอับอาย และถึงแม้ว่าเขาจะรอดพ้นจากเหตุการณ์ในวันนี้ไปได้ แต่เขาก็จะตกเป็นเป้าซุบซิบนินทาของทุกคนอยู่ดี

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยไม่ได้รู้สึกสนใจเรื่องการเสียหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่มือเล็ก ๆ ของแอวริลกลับมีอุณหภูมิที่ลดลงมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงแต่เขาเท่านั้น แต่มันยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับแอวริลและตระกูลเจี่ยนผู้ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอีกด้วย

แอวริลพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเลือกเขาเป็นคู่เต้นรำคนแรก แล้วเขาจะยอมปล่อยให้เธอตกเป็นเป้าการซุบซิบนินทาของคนอื่นได้อย่างไร?

“หลี่กวนนายสนใจฟังฉันขึ้นไปบรรเลงสักเพลงหนึ่งไหม?” ทูรามถามพร้อมกับจ้องไปทางหลี่กวนอย่างไม่พอใจ

แม้แต่ 3 จอมพลก็รู้สึกว่าหลี่กวนกำลังทำเรื่องเสียมารยาทเช่นเดียวกัน เพราะนี่คือการพยายามจับเซี่ยเฟยขึ้นไปแขวนให้ชายหนุ่มรู้สึกอับอาย

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็เดินออกมาจากฝูงชนไปที่เปียโนกาแล็กซีอย่างเงียบ ๆ และใช้นิ้วลูบแป้นเปียโนอย่างแผ่วเบา

“ในเมื่อทุกคนอยากให้ผมแสดงฝีมือผมก็คงจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องบรรเลงสักเพลง แต่ถ้าหากว่าผมเล่นได้ไม่ดีพอขอให้ทุกคนยกโทษให้กับผมด้วยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ ราวกับว่าเขาเป็นชนชั้นสูงจริง ๆ

หลี่กวนเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมกับเป็นผู้เริ่มปรบมือให้กับเซี่ยเฟยเป็นคนแรก โดยในตอนนี้เขารู้สึกว่าแผนการของตัวเองได้สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง ซึ่งแผนการในส่วนที่เหลือคือการรอให้ชายหนุ่มแสดงความอับอายของตัวเองออกมา

แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญก็ยังบรรเลงเพลงด้วยเปียโนกาแล็กซีได้อย่างยากลำบาก ซึ่งทุกคนก็เชื่อว่ามือใหม่อย่างเซี่ยเฟยย่อมไม่มีทางบรรเลงเพลงจากเปียโนหลังนี้ได้อย่างแน่นอน

แอวริลพยายามจะพูดอะไรออกมาบางอย่างแต่เธอก็เลือกที่จะกลืนคำพูดของตัวเองลงไป เพราะถ้าหากว่าเธอพยายามเรียกเซี่ยเฟยกลับมาในเวลานี้ มันก็จะยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอับอายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

“ฉันจะคอยยืนอยู่เคียงข้างนายเอง” แอวริลกระซิบกับตัวเองขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่แน่วแน่

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มให้กับแอวริลด้วยความมั่นใจ ซึ่งในช่วงเวลานั้นหญิงสาวก็ได้พบว่าเซี่ยเฟยไม่ได้มีอาการประหม่าเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าหากว่าเปียโนกาแล็กซีในตอนนี้ได้กลายเป็นอาวุธ ชายหนุ่มก็คงจะเป็นนักรบที่กล้าเดินไปหยิบอาวุธขึ้นมาเผชิญหน้ากับศัตรูนับร้อย

การกระทำของเซี่ยเฟยทำให้ไทสันขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และถึงแม้ว่าการมีความกล้าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่การไม่ประเมินความสามารถของตัวเองก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดพลาดร้ายแรงเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันเลย์ตันก็หันไปมองหลี่กวนด้วยความไม่พอใจ เพราะชายชราคนนี้พยายามจะทำให้คู่ค้าคนใหม่ของเขารู้สึกอับอายท่ามกลางสาธารณชน

หลี่กวนไม่ใช่หลี่โม่ที่พยายามจะกำจัดเซี่ยเฟยซึ่ง ๆ หน้า แต่เขาจะพยายามจู่โจมชายหนุ่มคนนี้จากทุกทิศทาง และเหตุการณ์ในวันนี้ก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ต่อไปเขาก็จะพยายามทำให้เซี่ยเฟยได้รับรู้ถึงความสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ

เซี่ยเฟยนั่งลงตรงหน้าเปียโนกาแล็กซีพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังผู้ชมรอบข้าง จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนที่เขาจะประกาศบอกกับทุกคนขึ้นมาเบา ๆ

“เพลงที่ผมจะบรรเลงหลังจากนี้มีชื่อว่า ‘ต้นกำเนิดของจักรวาล’”

“อะไรนะ?! เพลงต้นกำเนิดของจักรวาล! ฉันไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม?”

“นั่นมันเป็นเพลงที่ยากสุด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?”

“เขาสามารถเล่นเพลงนี้ได้ตั้งแต่อายุเท่านี้เองงั้นเหรอ?”

“นี่มันเป็นเรื่องตลกเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลยจริง ๆ เซี่ยเฟยคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงต้นกำเนิดของจักรวาลมันหมายถึงอะไร”

“โอ้ยไอ้หนุ่มเอ้ย! มาถึงเอ็งก็จะเล่นเพลงนี้เลยงั้นเหรอ” ทูรามพึมพำกับตัวเองพร้อมกับเอามือขึ้นมานวดขมับอย่างแผ่วเบา

“เซี่ยเฟยจะเล่นเพลงต้นกำเนิดของกาแล็กซีจริง ๆ งั้นเหรอ?” ไทสันอุทานขึ้นมาด้วยความสงสัยพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับคางอย่างใช้ความคิด

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเล่นเพลงนี้ได้จริง ๆ ไหม พวกเรามาลองฟังกันดู แต่ฉันคิดว่านายไม่ควรจะตั้งความหวังเอาไว้มากเกินไป” วิลเลียมกล่าวพร้อมกับส่ายหัวไปมา

นิ้วของเซี่ยเฟยเริ่มรัวบทเพลงท่อนแรกอย่างรวดเร็ว ซึ่งบรรเลงถึงเรื่องราวของดาวตกที่โลดแล่นอยู่ในจักรวาล และถึงแม้ว่าท่าทางการเล่นเปียโนของเขาจะให้ความรู้สึกแปลก ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยังสามารถบรรเลงบทเพลงออกมาได้เป็นอย่างดี

“เซี่ยเฟยเล่นเปียโนกาแล็กซีได้จริง ๆ เหรอ!!” แอวริลตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับคว้าเสื้อผ้าของผางชิงเอาไว้

“คุณหนูเลือกผู้ชายได้ดีจริง ๆ ครับ” ผางชิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ขณะเดียวกันใบหน้าของหลี่กวนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีด และเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงสามารถบรรเลงเพลงด้วยเปียโนกาแล็กซีได้

การมองเพียงแค่แว๊บเดียวก็ทำให้เขาได้รู้แล้วว่าเซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่มือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นเปียโนได้เพียงแค่ไม่นานเท่านั้น แต่เสียงเพลงที่เขาบรรเลงออกมากลับตรงจังหวะและไม่มีการบรรเลงผิดพลาดเลยแม้แต่ตัวโน้ตเดียว

หลี่โม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแผนการของหลี่กวนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกอับอายเท่านั้น แต่มันยังเป็นการทำให้ศัตรูของเขาเปล่งประกายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

“ไม่ต้องห่วงนี่มันเป็นเพียงแค่ท่อนแรก บทเพลงในท่อนที่ 2 เป็นท่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากมาก ถ้าดูจากท่าทางมันก็เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเพียงแค่มือใหม่ แล้วมันก็ไม่มีทางที่เขาจะสามารถบรรเลงบทเพลงในท่อนที่ 2 ได้อย่างแน่นอน” หลี่กวนแสร้งทำเป็นสงบและพยายามส่งเสียงกระซิบเพื่อปลอบใจลูกชาย

***************

จบบทที่ ตอนที่ 315 ต้นกำเนิดของจักรวาล

คัดลอกลิงก์แล้ว